ผมมี APP จากดาวโลก

    จบงาน

    จบงาน

              งานเทศกาลอาหาร เอ๊ย ‘งานระลึกถึงจากการไป 1,000 ปีของชาวดาวฟู้ดด้า’ ได้จบลงแล้วอย่างเป็นทางการด้วยการประกาศจบอย่างยิ่งใหญ่ และบอกกล่าวเล่าความว่า งานแบบนี้จะมีขึ้นอีกในทุกๆ 2ปี ในแห่งนี้ที่นี่ที่เดิมเรียกเสียงโห่ร้องแสดงความพึงพอใจอย่างเหลือล้น จริงๆพวกเขาก็อยากจะให้มีจัดขึ้นในทุกๆ ปี แต่นั่นอาจจะเร็วไปเพราะการแข่งขันต้องใช้เวลาแต่สองปีก็ไม่นาน แป๊บๆ ก็ถึงแล้ว อีกอย่างถ้าจัดทุกปีเดี๋ยวผู้คนจะเบื่อไปเสียก่อน

              และเมื่อกิจกรรมบนเวทีจบลง แน่นอนว่าเพเนียสยังมีนัดพบปะพูดคุยกับเหล่าบรรดาแฟนคลับทั้งหลายอีกก่อนหลายๆ คนเตรียมของขวัญเล็กๆ น้อยๆ มามอบให้แก่เขาด้วยซึ่งแน่นอนว่าเพเนียสเองก็ชอบใจยิ้มแย้มแจ่มใสยื่นมือรับของจากพวกเขาและถ่ายภาพร่วมกันกับทุกคนอย่างมีความสุขแต่ก็ใช้เวลารั้งอยู่ไม่นาน แค่ประมาณชั่วโมงเศษๆเพเนียสและเหล่าแฟนคลับก็โบกมือลาเพื่อแยกย้ายกันกลับแล้วเหล่าแฟนคลับพวกเขาเดินทางกลับเลยหลังจากงานจบลง ส่วนเพเนียสและคนที่ติดตามมาด้วยก็ต้องอยู่เคลียร์ข้าวของที่จัดบูธก่อน แล้วค่อยเดินทางหลังจากนั้น

    “อย่าลืมนะน้องเพเนียสต้องทำเมนูอาหารที่ทำแข่งขันขายนะ”

    “ใช่ๆ พวกเราอิจฉากรรมการมากอยากกินบ้างเหมือนกัน”

    “ถ้าเบี้ยวนะ ไม่งั้นล่ะก็ เราจะตามไปถึงบ้านเลย”

    “ใช่ๆๆ”

              เพราะมีแฟนคลับหลายคนต่างเรียกร้องเข้ามาเพเนียสเลยพยักหน้าตกลงไป แต่ก่อนที่จะแยกย้ายกันจริงๆพวกเขาก็ยังย้ำและข่มขู่เพเนียสอีกหลายคำเพื่อไม่ให้เขาลืมเรื่องนี้ไป ไม่งั้นพวกเขาก็อดน่ะสิ พวกกรรมการเป็นใครกัน พวกเขาติดตามเพเนียสมาตั้งนานยังไม่ได้รับอาหารของเพเนียสที่พิเศษแบบนี้เลย ยอมไม่ได้ แม้แต่ต้องซื้อพวกเขาก็ต้องได้มันมา เพเนียสทำขาย พวกเขาก็จะอุดหนุน พวกเขาได้กินของอร่อยๆเพเนียสก็ได้ตังค์ไว้กินขนม (จริงๆ ไม่ได้เงินไว้กินขนมหรอก แค่เปรียบเทียบเพเนียสเก็บไว้ซื้อหรือสร้างสิ่งที่อยากได้ต่างหาก)

    “คร้าบบ ครับ ผมไม่ลืมแน่นอนแต่ต้องวางแผนหรือหาเวลาเหมาะๆ ก่อน แล้วผมจะแจ้งอีกทีนะครับ”

    “ได้ๆ พวกเขาจะรอนะ”

     

              หลังจากเก็บข้าวของทุกอย่างเรียบร้อยแล้วก็ได้เวลาออกเดินทางกลับบ้านเสียที แต่ๆๆ เพเนียสไม่ได้นั่งยานลำเดิมเหมือนตอนขามาหรอกนะหากแต่ว่าย้ายตัวมานั่งเป็นเพื่อนคีเฟอร์ที่จะเดินทางไปที่บ้านเขาด้วยตอนแรกคีเฟอร์ก็ใจดีเอ่ยปากชักชวนเพื่อนๆหรือพี่น้องคนอื่นของเพเนียสมานั่งด้วยกันอยู่หรอกแต่ว่าทุกคนกลับส่ายหัวบอกว่านั่งยานลำใหญ่ๆ สะดวกกว่าเยอะแล้วก็มีหลายๆ คนสนุกกว่าเว้นก็แต่เพวิสนั่นแหละที่อยากมานั่งเป็นเพื่อนน้องชายถ้าไม่ถูกพี่น้องคนอื่นห้ามไปก่อน

            คนอื่นบ่นให้เพวิสว่า...จะไปขัดขวางเวลาส่วนตัวสั้นๆ แค่ไม่กี่สิบชั่วโมงทำไมกัน แต่หากรู้ไม่ว่าเวลาเท่านี้ มันก็มากพอที่จะทำอะไรได้มากมาย!

              ก็เลยเหลือแค่สองคนในยานบินส่วนตัวของคีเฟอร์

    “แล้วทำไมพี่ไคล่าไม่มานั่งยานลำนี้ด้วยกันล่ะครับตอนมาก็ยังนั่งมาเป็นเพื่อนพี่อยู่เลย ยังไงก็จะไปที่บ้านผมเหมือนกันอยู่แล้ว”เพราะเพเรน่าชักชวนครอบครัวของคีเฟอร์มาร่วมงานฉลองเล็กๆกับชัยชนะของเพเนียสหลังจากจบงาน ครอบครัวคีเฟอร์ก็ตกลงรับปากจึงเดินทางไปยังจุดหมายเดียวกัน

    “วินชอบกวนป๊า ให้พี่ไคล์ไปด้วยน่ะดีแล้ว”คีเฟอร์เอ่ย จริงๆ เออร์วินก็แค่เป็นโรคน้องเล็กของบ้านอยู่นิดหน่อย เขาก็แค่ชอบอ้อนป๊ากับแด๊ดของเขาจนบางครั้งทั้งสองคนก็จะชอบเคลิ้มตามและให้ในสิ่งที่เจ้าลูกชายคนเล็กอ้อนขอแต่ก็มีหญิงสาวหนึ่งเดียวของบ้านอย่างไคล่าคอยปรามอยู่หลายครั้ง จริงๆนี่ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่ คีเฟอร์ก็แค่หยิบมาเป็นเหตุผลให้พอมีน้ำหนักบ้างก็เท่านั้นเออร์วินในสายตาของเพเนียสจะติดลบไปบ้างก็ไม่เห็นเป็นไรเลย

    “อ้อ ครับ”

    “งั้น อีก 20กว่าชั่วโมงต่อจากนี้ เราก็มาใช้ร่วมกันให้คุ้มเถอะ”

    “ฮะ?”

    “ก็แบบว่าเวลาต่อไปก็ต้องอยู่บนยานด้วยกันไง ระยะทางถือว่าไกลอยู่ ถ้าเราเบื่อก็บอกพี่ได้นะหรืออยากลงจอดดาวไหนก่อนก็ไม่ต้องเกรงใจ บอกพี่ได้เลย”

    “ผมไม่ใช่เด็กนะครับที่อยากจะลงเที่ยวเล่นน่ะ” เพเนียสบึนปากส่งให้ทันทีเมื่อได้ยินประโยคของอีกคนที่ทำเป็นทีเล่นทีจริง

    “พี่ไม่ได้หมายความแบบนั้นแค่อยากบอกไว้ว่าพี่ตามใจเรานะ ขอแค่บอก” น้ำเสียงอบอุ่นดูเอาใจใส่ไม่พอ แถมมือที่ยื่นมาลูบบนหัวอย่างแผ่วเบาอีกด้วยเพเนียสเผลอยิ้มตอบไปอย่างเคลิ้มๆ ในหัวเริ่มคิดตามว่าอีกคนจะตามใจอะไรเขาได้บ้างงั้นอย่างแรกเลยก็คือ

    “งั้นผมจะตั้งใจเรียนขับยาน ดีไหมครับ”

    “อืม เอาตามนั้นก็ได้แต่ว่านั่งฝั่งนั้นเราอาจจะจำยากนะ ย้ายมานั่งฝั่งนี้ไหม”

    “แล้วพี่จะนั่งไหนล่ะครับ?”คีเฟอร์บอกให้เขาไปนั่งฝั่งคนขับหลัก ถ้าเขานั่งตรงนั้น แล้วคีเฟอร์จะนั่งไหน?

    “ก็... แบบนี้ไง”

    “เหวอ...”

            คีเฟอร์เลื่อนเก้าอี้ประจำตัวไปด้านหลังเหลือที่ด้านหน้าเล็กน้อยก่อนจะเลื่อนเก้าอี้ของเพเนียสมาด้านหน้าของเขาเป็นการนั่งแถวเรียงหนึ่งที่ใกล้กันมากๆ มือของเขาเลยยังค้างไว้บนไหล่ของเพเนียสอยู่อย่างเนียนๆเรียกได้ว่าถ้าชิดกว่านี้หน้าอกเขาก็คงจะชิดกับพนักพิงหลังของเก้าอี้ที่เพเนียสนั่งแล้วล่ะ

    “เป็นไง ตื่นเต้นไหม?”คีเฟอร์ยื่นหน้าไปใกล้กับหูของเพเนียสก่อนจะเอ่ยถามออกมาเบาๆ ให้พอได้ยินและชวน...ขนลุกแปลกๆ

    “เอ่อ...”

    “ที่จะได้ลองขับยานน่ะ”ข้างแก้มกับใบหูของเพเนียสขึ้นสีแดงจางๆ คีเฟอร์ถึงกับเผยยิ้มออกมาอย่างพอใจทันที แต่ก็ไม่วายรีบเฉลยออกมาว่าแกล้งอีกคนเล่น

    “...” จากคำพูดที่ทำให้เพเนียสเผยสีหน้าที่เห่อแดงออกมาอย่างไม่สามารถบังคับได้เป็นต้องร้อนวูบวาบเข้าไปอีกเพราะความอับอายที่เขินไปเสียเปล่า(?) เพเนียสรีบหันขวับเพื่อที่จะส่งตาขวางๆไปให้ หากแต่ว่า...

              เพราะความใกล้ของทั้งสองคนและคีเฟอร์ที่ยังคงยื่นหน้ามาใกล้ๆ กับเพเนียสอยู่แล้วเมื่อเพเนียสที่หันขวับอย่างเร็ว เลยทำให้อีกคนชักหน้าหลบไม่ทัน(หรือไม่อยากถอยหนีกันแน่)

              แก้มของเพเนียสปะทะเข้ากับหน้าของคีเฟอร์เต็มๆและส่วนที่ยื่นออกมาจากหน้าเป็นสิ่งแรกก็ย่อมเป็นจมูกปลายจมูกของคีเฟอร์เลยได้ฝังลงบนแก้มขวาของเพเนียสไปเต็มๆ จมเข้าไปในแก้มนุ่มๆ แถมสองแขนของคีเฟอร์ก็ยังจับไหล่ของเพเนียสไว้แน่นขึ้นเพื่อไม่ให้อีกคนขยับตัวได้ในนาทีนี้

    “...” คนที่เอาแก้มมาให้อีกคนหอมไม่รู้จะทำหน้ายังไง แม้แต่มือทั้งสองข้างที่ควรจะยกขึ้นดันตัวอีกคนออกไปก็ยังทำได้แต่กำกางเกงไว้แน่นเท่านั้นเขาต้องทำยังไงต่อดี รีบเบี่ยงตัวหลบหนีจะหาว่าเขารังเกียจหรือเปล่าแต่คงไม่เป็นไรหรอก ถ้าบอกว่าแค่ตกใจ หากแต่ว่า มือที่ตรึงไหล่เขาไว้แน่นนี่สิจะขยับหนีได้ยังไงกัน สุดท้ายเมื่อในหัวของเขาหาข้อสรุปไม่ได้เนื้อตัวเขาก็เลยทำได้แค่อยู่นิ่งๆแข็งทื่อเป็นท่อนไม้ไปเสียอย่างนั้น จะมีก็แต่ตาที่เบิกโตขึ้นเรื่อยๆ อย่างตกใจกับความร้อนจากใบหน้าที่แผ่ออกมาเรื่อยๆ อย่างเก็บงำไว้มิดเพเนียสถึงต้องก้มหน้าลงเพื่อหนีสายตาของอีกคนที่กำลังมองมาอย่างร้อนแรง

    “เงยหน้าขึ้นมามองพี่หน่อยสิครับ”นอกจากสายตาที่ดูจะพึงพอใจและปะปนไปด้วยความเจ้าเล่ห์แล้วน้ำเสียงของคีเฟอร์ที่ค่อยๆ เปล่งออกมาเบาๆ หากแต่มีความหนักแน่นและจงใจนั้น มันทำให้เพเนียสใจสั่นอยู่ไม่น้อย

    “เอ่อ... ผมว่า ไม่ดีกว่าครับ”ถ้าจะเงียบไปกว่านี้เขาก็คิดว่าคงไม่ดีเท่าไหร่พร้อมกับสั่นหัวเบาๆ เพเนียสบอกออกมาด้วยเสียงที่ขาดแรงไปกว่าครึ่งไม่กล้าหายใจแรงด้วยซ้ำ ไม่รู้เป็นเพราะอะไร

              ท่าทางเขินอายของเพเนียสที่อยู่ตรงหน้าทำให้คีเฟอร์มองด้วยสายตาพออกพอใจ และในหัวเริ่มมีแผนการกลั่นแกล้งเล็กๆ น้อยๆแวบเข้ามาเป็นฉากๆ เขายิ้มอย่างเจ้าเลห์ ก่อนจะเลือกให้ในหนึ่งวิธีที่พึ่งคิดออกในการแกล้งคนตรงหน้าเสียก่อน

              กดปุ่มหยุดยานกะทันหัน!

    “โอ๊ย!!” จนเพเนียสที่นั่งอยู่ ถึงแม้ว่าจะมีสายคาดอยู่ แต่ก็หัวทิ่มไปด้านหน้าได้เหมือนกันได้เหมือนกัน

     

    คล้ายกับเรื่องผมมี APP จากดาวโลก ที่คุณอ่าน

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023