Puppy Love จดหมายรักระหว่างนายและฉัน (จบ)

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 68

            เซี่ยเจิงใช้เวลาของการสูบบุหรี่หนึ่งมวนนี้เล่าเรื่องราวที่โจวเจ๋อหยวนเรียกมันว่า“ความเข้าใจผิด” ให้ชวีเสี่ยวปอฟังทั้งหมด

     

            ตั้งแต่ตอนเริ่มรับฟัง จนกระทั่งถึงตอนนี้ล้วนทำได้เพียงแค่เงียบ

     

            ท้องฟ้าด้านนอกค่อยๆ มืดลงใบหน้าครึ่งหนึ่งของเซี่ยเจิงจึงถูกกักขังอยู่ในความมืดไปโดยปริยายในตอนนั้นชวีเสี่ยวปออยากที่จะพูดอะไรบางอย่างออกมาสักหน่อยแต่เขาก็กลับรู้สึกว่ามันจุกอยู่ในลำคอ

     

            ทว่าเซี่ยเจิงกลับดูค่อนข้างจะสงบนิ่ง

     

            ถึงขนาดที่ว่าในขณะเล่าไม่มีแม้แต่จะติดขัดเลยสักนิดราวกับว่าเขาได้เตรียมการมาเป็นเวลานานแสนนานจนในที่สุดช่องโหว่ตรงที่ใดสักแห่งก็ได้แยกออกจากกัน จึงทำให้เขาสามารถนำสิ่งเหล่านี้ออกมาเล่าได้อย่างราบรื่นและง่ายดาย

     

            ชวีเสี่ยวปอเอื้อมมือออกไปหยิบก้นบุหรี่ที่ดับไปแล้วจากมือของเซี่ยเจิงทันทีที่เขาสัมผัสโดนเซี่ยเจิง ชวีเสี่ยวปอก็ร้องว่า “อ๋า” ขึ้นมาในใจทันที

     

            อันที่จริงในตอนนี้เซี่ยเจิงรู้สึกกลัวเป็นที่สุดเพราะทั้งตัวของเขากำลังสั่นระริก ถึงแม้ว่าจะสั่นเพียงแค่น้อยแต่ชวีเสี่ยวปอกลับสัมผัสและรับรู้ได้เป็นอย่างดี

     

            “เซี่ยเจิง” ชวีเสี่ยวปอเรียกเขาออกไปเสียงแหบ

     

            “อืม” เซี่ยเจิงตอบกลับไปเสียงแผ่วเบา พร้อมทั้งถอนหายใจออกมา“ฉันพูดมันออกมาแล้ว”

     

            “อะไรนะ? ” ชวีเสี่ยวปอผ่อนลมหายใจออกมาอย่างแรง

     

            “ฉันไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าฉันจะเล่าเรื่องนี้ออกมา” เซี่ยเจิงก้มหน้าลงแต่ไม่นานก็เงยหน้าขึ้นมามองชวีเสี่ยวปอเช่นเดิม“ฉันนึกว่าจะเก็บความลับนี้ไว้ไปจนวันตายแล้วซะอีก”

     

            “นาย...” ชวีเสี่ยวปออ้าปากขึ้นมาถึงแม้ว่าน้ำเสียงของเซี่ยเจิงในขณะที่พูดประโยคนี้ออกมาจะดูสบายๆ เพียงใดก็ตามแต่ชวีเสี่ยวปอกลับไม่อาจที่จะเป็นเหมือนเช่นเซี่ยเจิงได้ เขานึกไม่ออกเลยว่าเซี่ยเจิงในตอนนั้นหลุดพ้นจากฝันอันแสนเลวร้ายนั้นไปได้อย่างไรทั้งตัวเขาเองยังไม่สามารถที่จะสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดอันแสนทุกข์ทรมานที่ความเชื่อใจของเขาในตอนนั้นต้องพังทลายลงมาได้เลย

     

            จะเก็บความลับนี้ไว้ไปวันจนตาย

     

            คือต้องรู้สึกเจ็บปวดเช่นนี้ไปจนวันสุดท้ายของชีวิตงั้นเหรอ?

     

            “อาจจะเป็นเพราะว่า” เซี่ยเจิงหยุดเงียบไป “ความเข้าใจผิดที่โจวเจ๋อหยวนพูดคำคำนี้มันดูไร้ยางอายมากเกินไปจนฉันรับไม่ได้แล้วล่ะมั้ง”

     

            “เขามันเป็นไอ้โรคจิต !” ชวีเสี่ยวปอกัดฟันพูด

     

            “ที่จริงตอนที่นายเจอกับโจวเจ๋อหยวนครั้งแรกฉันรู้สึกว่าอยากจะบอกนายอยู่เหมือนกัน” เซี่ยเจิงเอนตัวพิงไปด้านหลัง“แต่กลัวว่านาย กลัวว่านายจะรู้สึกอึดอัดกับเรื่องแบบนี้”

     

            “นายบื้อหรือเปล่าเนี่ย? ” ชวีเสี่ยวปอส่ายหน้าไปมาอย่างแรง“ฉันไม่”

     

            “จริงเหรอ? ” เซี่ยเจิงยกมุมปากขึ้นยิ้มออกมาเล็กน้อยรู้สึกโล่งใจขึ้นมาทันที “ชวีเสี่ยวปอ”

     

            “ฮะ”

     

            “ถ้างั้นฉันบอกความลับเรื่องที่สองกับนายได้ไหม? ”

     

     

            ไม่เหมือนคนอื่น ชอบเพศเดียวกัน แตกต่าง สับสน โทษตัวเอง ยอมรับ

     

            เมื่อรวมคำเหล่านี้เข้าด้วยกันอีกครั้ง จึงทำให้ชวีเสี่ยวปอรู้สึกเหมือนจะวิงเวียนศีรษะขึ้นมา

     

            “นายรู้ว่าตัวเองเป็นตั้งแต่เมื่อไหร่เหรอ? ” ทั้งสองคนนอนอยู่บนเตียงคนหนึ่งอยู่ทางซ้ายส่วนอีกคนอยู่ทางขวา พร้อมทั้งจ้องมองเพดานไปโดยปริยาย จากนั้นชวีเสี่ยวปอจึงเริ่มถามออกมา

     

            “หลังจาก...เรื่องของโจวเจ๋อหยวนแหละมั้ง” เซี่ยเจิงตอบพลางถอนหายใจออกมา“ที่จริงตอนนั้นฉันยังคิดอยู่เลยว่าเป็นเพราะว่าถูกกระตุ้นจากเรื่องนี้หรือเปล่าแต่ตอนหลังถึงได้รู้ว่าฉันเกิดมาพร้อมกับมัน และเรื่องนั้นก็น่าจะเป็นเพียงจุดพลิกผันละมั้ง”

     

            “อ๋า” ชวีเสี่ยวปอใช้แขนยันตัวเองขึ้นมามองเซี่ยเจิงครู่หนึ่งจากนั้นก็ล้มตัวนอนลงไปเช่นเดิม

     

            “มองอะไรอะ? ” เซี่ยเจิงถาม

     

            “ไม่รู้เหมือนกัน” ชวีเสี่ยวปอนอนลงไปเหมือนเดิม “แค่รู้สึกอยากมองแป๊บนึง”

     

            “จริงๆ ตอนแรกฉันก็รับไม่ค่อยได้เหมือนกัน” เซี่ยเจิงพูดเสียงเรียบ“ส่วนหนึ่งเป็นเพราะโจวเจ๋อหยวน อีกส่วนเป็นเพราะรู้สึกว่าตัวเองไม่เหมือนคนอื่นแบบแตกต่างจากพวก”

     

            “ไม่เลย” ชวีเสี่ยวปอพูดแทรกขึ้นมา

     

            “เฮ้อ” เซี่ยเจิงหัวเราะ“มีอยู่ช่วงหนึ่งฉันยังอยากจะไปหาจิตแพทย์อะไรทำนองนี้เลยแต่แล้วก็ไม่กล้าไปอยู่ดี แต่พอโตขึ้นฉันก็รู้สึกดีขึ้นมากแล้วล่ะเพราะถ้าไม่ยอมรับก็เปลี่ยนแปลงอะไรมันไม่ได้อยู่ดี”

     

            ประโยคสุดท้ายที่เซี่ยเจิงพูดออกมามันทำให้ชวีเสี่ยวปอรู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้งเพราะตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงตอนนี้เซี่ยเจิงที่ดูเหมือนว่าจะไม่เคยหวาดกลัวในการเผชิญหน้ากับทุกสิ่งทุกอย่างแต่ในความเป็นจริงแล้วในตัวเขาไม่เพียงแต่จะมีความหวาดกลัว แต่สิ่งที่ทำให้เขารู้สึกหวาดกลัวเช่นนี้ยังคงตามติดเขาไปทุกที่ทุกเวลาทั้งยังไม่อาจที่จะเปลี่ยนแปลงไปได้ตลอดกาล

     

            “แล้วนายล่ะ? ” เซี่ยเจิงถาม

     

            “อ๋า? ”

     

            “พูดความรู้สึกตอนนี้ของนายหน่อยสิ”เซี่ยเจิงพลิกตัวกลับมามองใบหน้าด้านข้างของชวีเสี่ยวปอ “ฉันเล่าเรื่องนี้ให้คนอื่นฟังครั้งแรกเลยนะนายรู้สึกยังไงบ้าง? แสดงความคิดเห็นกลับมาหน่อยสิ”

     

            “อย่างแรก โจวเจ๋อหยวนเป็นไอ้โรคจิต” ชวีเสี่ยวปอพูดโพล่งออกมา

     

            “เรื่องนี้ฉันรู้แล้ว” เซี่ยเจิงพูดยืนยันออกมา “อย่างที่สองล่ะ”

     

            “อย่างที่สอง” ชวีเสี่ยวปอลังเล “ฉันยังคิดไม่ออก”

     

            “ฉันให้ตัวเลือกนายละกัน” เซี่ยเจิงทำเสียงจิ๊ปากจากนั้นจึงยื่นมือออกมาข้างหนึ่งแล้วค่อยๆ นับไปที่ละนิ้ว “หนึ่ง. รังเกียจ สอง.ยากที่จะรับได้ สาม. แม้ว่าจะรังเกียจแต่ก็รับได้ สี่...”

     

            “พอเลย” ชวีเสี่ยวปอตีไปที่มือของเซี่ยเจิงอย่างแรงหนึ่งที“ทำไมถึงต้องมีแต่คำว่ารังเกียจด้วย”

     

            “ถ้างั้นนายก็พูดมา” จู่ๆ เซี่ยเจิงก็รู้สึกมีความสุขขึ้นมา “ฉันรอฟังอยู่”

     

            “ฉันไม่ได้รู้สึกรังเกียจเลย” ชวีเสี่ยวปอพูดเสียงเบาแต่ทันใดนั้นเขาก็รีบลุกขึ้นมานั่งแล้วพูดออกไปเสียงดังอีกรอบหนึ่ง “นายได้ยินไหมฉันไม่รู้สึกรังเกียจ !”

     

            “ได้ยินแล้วๆ ” เซี่ยเจิงตบไหล่เขาไปเบาๆ “อย่าตะโกน มันแสบแก้วหู”

     

            “นั่นแหละฉันไม่รู้สึกรังเกียจเลย” ชวีเสี่ยวปอเอนตัวลงนอนอีกครั้งแต่ครั้งนี้นอนตะแคงหันหน้าเข้าหาเซี่ยเจิงพร้อมทั้งพูดเน้นออกไปทีละคำอย่างชัดเจน

     

            “อืม ถึงแม้ฉันจะไม่ได้ร้องไห้ แต่ฉันรู้สึกซึ้งใจมากจริงๆ ”เซี่ยเจิงยกมือขึ้นมาทำท่าเช็ดน้ำตา

     

            “แสดงได้แย่มาก” ชวีเสี่ยวปอเคาะลงไปบนหน้าผากของเซี่ยเจิงทีหนึ่ง“นายอย่าคิดแบบนี้เลยนะ”

     

            “คิดแบบไหน? ” เซี่ยเจิงถามกลับ

     

            “ผลักไสฉันออกไป” ชวีเสี่ยวปอกัดริมฝีปากล่าง “ฉันไม่ชอบแบบนี้ อย่าคิดว่าฉันจะคิดตรงข้ามกันกับนายแล้วก็อย่าถามฉันว่ารังเกียจหรือไม่รังเกียจอะไรแบบนี้อีก เพราะฉันไม่รังเกียจ”ชวีเสี่ยวปอครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ลังเลว่าจะพูดประโยคต่อไปนี้ดีไหมแต่สุดท้ายแล้วเขาก็กัดฟันพูดเสริมออกไป : “นายกับโจวเจ๋อหยวนไม่เหมือนกัน”

     

            เซี่ยเจิงเงียบไปอยู่หลายวินาที เขายังนึกไม่ออกว่าจะพูดอะไรดี แต่จู่ๆเขาก็รู้สึกเจ็บขึ้นมาที่แขน นั้นเป็นเพราะว่าชวีเสี่ยวปอจับเขาเอาไว้อย่างแรงจากนั้นเขาจึงแยกเขี้ยวพูดออกมาโดยไม่อนุญาตให้เซี่ยเจิงได้ปฏิเสธเลยสักนิดเดียว :

     

            “ได้ยินไหม? ”

     

            “ครับ” เซี่ยเจิงอยากจะพูดออกมาว่าทำไมนายถึงได้เผด็จการแบบนี้ แถมยังมาบังคับให้คนเขารับปากอีกแต่เขาก็รู้สึกว่าชวีเสี่ยวปอที่เป็นเช่นนี้ก็ดีไม่น้อยเลยทีเดียว

     

            ตรงไปตรงมา เปิดเผยจริงใจ ไม่เคยอ้อมค้อมเลยแม้แต่นิด

     

            “ดี” ชวีเสี่ยวปอยิ้มออกมาอย่างพอใจมากเป็นพิเศษ

     

            “ฉันยังมีอีกคำถามหนึ่ง” เซี่ยเจิงค่อยๆ หลับตาลงซึ่งไม่ได้เป็นเพราะว่าเขาเหนื่อยแต่อย่างใด แต่เขากำลังตื่นเต้น...ในขณะนั้นเขาได้ยินเสียงหัวใจเต้นตึกตักๆ ดังออกมา ราวกับกำลังเตือนเขาอยู่ตลอดว่าเรื่องที่เขากำลังทำอยู่ในตอนนี้มันเสี่ยงเอามากๆเลย

     

            แต่ถึงยังไงก็ยังอยากจะถามออกไปอยู่ดี

     

            ตั้งแต่เมื่อเขาตัดสินใจเล่าเรื่องราวในอดีตออกไปแล้วเซี่ยเจิงก็รู้สึกว่าตัวเองใจกล้าขึ้นมามากเลยทีเดียวอาจจะเป็นเพราะเขารู้สึกได้ปลดปล่อยออกมา จึงทำให้ในตอนนี้เซี่ยเจิงรู้สึกถึงคำว่า“ทำตามใจตัวเอง” กำลังพลุ่งพล่านไปทั่วเส้นเลือดของเขา พลุ่งพล่านออกมาจนเขาไม่สามารถจะไตร่ตรองเรื่องราวต่างๆอย่างใจเย็นได้เลย

     

            ดังนั้นเขาจึงรู้สึกว่าบางสิ่งบางอย่างก็ไม่จำเป็นที่จะต้องไปสนใจมันขนาดนั้นแล้ว

     

            “ถามมา” ชวีเสี่ยวปอพูด

     

            “นายมาจูบฉันทำไม” เซี่ยเจิงเบิกดวงตากว้างเพื่อจ้องมองชวีเสี่ยวปอ

     

            “เชี่ย !” ชวีเสี่ยวปอรีบคลานลุกขึ้นมาทันทีถึงแม้เขาจะไม่รู้ว่าตัวเองด่าออกไปทำไมแต่ในขณะนั้นก็ไม่มีอะไรที่จะสามารถมาอธิบายความรู้สึกของเขาในตอนนี้ได้อย่างถูกต้องแม่นยำไปกว่านี้อีกแล้ว

     

            “ก็นายให้ฉันถามเอง” เซี่ยเจิงเองก็ลุกขึ้นมานั่งเช่นกันแต่สายตาของเขากลับไม่ได้ละไปจากชวีเสี่ยวปอเลยแม้แต่วินาทีเดียว “ทำไม?” 

     

    คล้ายกับเรื่องPuppy Love จดหมายรักระหว่างนายและฉัน (จบ) ที่คุณอ่าน

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828