จากการคำนวณของจิ้งเฉินหยวนจวิน ทางเข้าแดนลับอันสุ่ยซานในครั้งนี้ตั้งอยู่ที่เมืองหงเฟิง
ภายในเมืองหงเฟิงที่ผู้คนพลุกพล่าน ลวี่เสี่ยงกำลังใช้เข็มทิศเพื่อค้นหาตำแหน่งที่ถูกต้อง โดยมีเวินเจ๋อิคอยช่วยเหลืออยู่ข้าง ๆ
เมื่อเห็นทั้งสองคนกำลังยุ่งวุ่นวาย เซิ่งซีและเซียวหลีลั่วจึงเดินรั้งท้าย มองดูร้านรวงสองข้างทางอย่างเพลิดเพลิน ไม่ต่างจากการออกมาเดินเล่นตามปกติ
เพียงแต่เพื่อลดความเข้าใจผิดที่ไม่จำเป็ เซิ่งซีจึงให้เซียวหลีลั่วสวมหมวกคลุมหน้าสีดำ เพื่อปิดบังใบหน้าหมีที่ดูบื้อ ๆ แต่น่ารักของเขาไว้
เมืองหงเฟิงนั้นเจริญรุ่งเรืองมาก นอกจากร้านค้าที่มีหน้าร้านแล้ว ยังมีผู้ฝึกตนมาตั้งแผงลอยขายโอสถ ยันต์ หรือวัตถุดิบที่ตัวเองไม่ได้ใช้แล้วด้วย
เซิ่งซีและเซียวหลีลั่วเดินกินผลไม้ิญญาไปพลาง เมื่อได้ยินคนร้องขายยันต์เหินเวหา นางก็พลันรู้สึกสนใจขึ้นมา ยันต์เหินเวหานั้น เพียงแค่แปะไว้บนตัวก็สามารถบินได้อย่างอิสระ ซึ่งเป็มิตรกับผู้ฝึกตนขั้นรวบรวมปราณมาก
่นี้เซิ่งซีมักจะตกจากสัตว์พาหนะหรือศาสตราวิเศษบ่อย ๆ นางจึงรู้สึกว่าตัวเองจำเป็ต้องมีของสิ่งนี้
นางรีบเดินเข้าไปที่แผงขายยันต์นั้นทันที "ยันต์เหินเวหาขายยังไงเ้าคะ?"
"แผ่นละหนึ่งร้อยศิลาิญญา สหายเต๋า้ากี่แผ่นรึ?" คนขายเป็ผู้ฝึกตนหนุ่ม เมื่อเห็นว่ามีลูกค้ามาก็รีบลุกขึ้นต้อนรับ
เซิ่งซีฟังราคาแล้วก็รู้สึกปวดใจเล็กน้อย ทำไมมันแพงขนาดนี้ล่ะ?
ช่างเถอะ ๆ นกกระเรียน เรือเหาะ และเมฆสีทองก็นับว่าใช้งานได้ดีอยู่แล้ว
นางกำลังจะหันหลังเดินจากไป คนขายก็รีบรั้งไว้ "สหายเต๋าช้าก่อน นี่คือยันต์ที่ศิษย์สายตรงของสำนักลั่วเฟิงเป็คนทำขึ้นเชียวนะ แผ่นละร้อยศิลาิญญานี่ถือว่าถูกมากแล้ว ของแบบนี้หาไม่ได้ง่าย ๆ นะ!"
"ศิษย์น้องเล็ก เ้าชอบของพวกนี้หรือ? เดี๋ยวข้าซื้อให้" เซียวหลีลั่วที่คาบผลไม้ิญญาไว้ในปากเอื้อมมือจะไปหยิบถุงศิลาิญญาในแหวนมิติ แต่ถูกเซิ่งซีห้ามไว้ "ไม่เอาหรอกเ้าค่ะ แพงเกินไป ไม่คุ้มราคาสักนิด"
เซียวหลีลั่วเป็คนซื่อ เมื่อเซิ่งซีบอกไม่เอา เขาก็ไม่ตื้อต่อ เขาเคี้ยวผลไม้ไปพลางพูดอู้อี้ว่า "จริง ๆ ก็ไม่ต้องซื้อหรอก รอให้ศิษย์พี่สามออกจากปิดด่านบำเพ็ญเพียรก่อนค่อยให้เขาเขียนให้เ้า ยันต์ระดับต่ำแบบนี้ ศิษย์พี่สามเขียนคืนหนึ่งได้เป็หมื่นแผ่นเชียวนะ"
ศิษย์พี่สามแห่งสำนักเวิ่นซินมีชื่อว่า เหยียนเช่อ เขาคืออัจฉริยะวิถียันต์
ในนิยายต้นฉบับ เขาถูกนางเอกหว่านเสน่ห์จนลุ่มหลง และสุดท้ายเพื่อช่วยให้เซิ่งหรูเยว่บรรลุเป็เซียน เขาถึงกับใช้ตัวเองเป็จุดศูนย์กลางค่ายกลเพื่อทำลายผนึกของแดนิญญาตงหนาน และเปิดเส้นทางบรรลุเป็เซียน
ศิษย์พี่ตัวซวยคนนี้ เมื่อไม่กี่เดือนก่อนสอบประจำเดือนได้คะแนนรั้งท้าย จึงถูกศิษย์พี่รองจับไปทดลองโอสถจนเกิดภาพหลอนและเข้าไปกอดจิ้งเฉินหยวนจวินไว้แน่นพลางร้องไห้เรียกอาจารย์ว่าท่านแม่
พอได้สติ ศิษย์พี่สามก็รู้สึกอับอายจนแทบแทรกแผ่นดินหนี เขาโกรธจัดและเก็บตัวบำเพ็ญเพียรจนถึงป่านนี้ก็ยังไม่ออกมา
บางครั้งเซิ่งซีก็แอบสงสัยว่าเขาตั้งใจบำเพ็ญเพียรจริง ๆ หรือแค่ใช้การเก็บตัวเป็ข้ออ้างเพื่อหลบหน้าเพราะความอับอาย และเพื่อหลบเลี่ยงการสอบประจำเดือนของศิษย์พี่รองกันแน่
ตามที่บรรยายไว้ในนิยายต้นฉบับ อีกไม่นานศิษย์พี่สามก็น่าจะออกจากการปิดด่านแล้ว ยันต์ข้างนอกก็มีทั้งดีและร้ายปนกันไป อย่างไรเสียเซิ่งซีก็ไม่ได้รีบร้อนจะใช้ยันต์เหินเวหาขนาดนั้น ไว้รอศิษย์พี่สามออกมาแล้วค่อยเอาศิลาิญญาไปจ้างเขาทำให้ก็ได้
เมื่อคิดได้ดังนี้ เซิ่งซีก็ดึงมือเซียวหลีลั่วเตรียมจะเดินจากไป
คนขายยันต์รีบะโลั่น "สหายเต๋า นี่เป็ฝีมือศิษย์สายตรงสำนักลั่วเฟิงจริง ๆ นะ ปกติข้าไม่บอกใครหรอก เ้าจะไม่ซื้อจริง ๆ หรือ?"
น้ำเสียงของเขาทำให้เซิ่งซีถามด้วยความสงสัย "ยันต์ของสำนักลั่วเฟิงเก่งขนาดนั้นเลยหรือเ้าคะ?"
เซียวหลีลั่วทำหน้ามึนแล้วส่ายหน้า "ไม่รู้สิ คงไม่เก่งเท่าศิษย์พี่สามหรอกกระมัง?"
"เหอะ ช่างไร้ความรู้นัก ปฐมาจารย์ผู้ก่อตั้งสำนักลั่วเฟิงก็คือผู้ใชัยันต์ท่านหนึ่ง" เสียงของหลี่เหยียนรุ่ยดังขึ้น เขาปรายตามองแผ่นหลังของเซิ่งซีและเซียวหลีลั่วที่ถูกหมวกคลุมหน้าปิดมิดชิดด้วยสายตาเหยียดหยาม พลางคิดในใจว่าเป็พวกผู้ฝึกตนอิสระจากบ้านนอกคอกนาที่ไหนกัน เื่แค่นี้ก็ยังไม่รู้
ทว่าเมื่อเขาได้เห็นใบหน้าของเซิ่งซีชัด ๆ หลี่เหยียนรุ่ยก็ถึงกับชะงัก "ศิษย์น้อง?"
เซียวหลีลั่วก้าวออกมาข้างหน้าอย่างไม่พอใจ บังเซิ่งซีไว้ด้านหลัง "อย่ามาเรียกมั่วซั่ว นี่ศิษย์น้องเล็กของข้า เ้า... เอ๊ะ เ้าคือศิษย์สายตรงสำนักลั่วเฟิงคนที่ชอบใส่กางเกงในสีแดงคนนั้นนี่นา?"
หลี่เหยียนรุ่ยหน้าแดงฉ่าขึ้นมาทันที "เ้า... เ้าพูดเพ้อเจ้ออะไร!"
เขารีบหันกลับไปมองด้านหลังด้วยความอายและโกรธจัด
เซิ่งซีมองตามสายตาของเขาไป และเห็นบรรดาศิษย์คนอื่น ๆ ของสำนักลั่วเฟิง ซึ่งมีเซวียเฟยเฉินและเซิ่งหรูเยว่อยู่ในกลุ่มนั้นด้วย
เมื่อเห็นเซิ่งซี ทั้งสองคนก็มองมาที่นางด้วยความประหลาดใจ
เพราะได้ยินคำพูดของเซียวหลีลั่ว เซิ่งหรูเยว่จึงหน้าแดงระเรื่อเล็กน้อย นางเดินเข้ามาถามว่า "เสี่ยวซี เป็เ้าจริง ๆ ด้วย ่ที่ผ่านมาเ้าไปอยู่ที่ไหนหรือ? พี่เป็ห่วงเ้ามากเลยนะ"
เซิ่งซีเหลือบมองเซียวหลีลั่วที่กำลังจ้องเซิ่งหรูเยว่อย่างระแวดระวัง นางจึงดึงเขามาไว้ข้างหลังแล้วถามเซิ่งหรูเยว่ว่า "ท่านเป็ห่วงข้าแบบไหนหรือเ้าคะ?"
เซิ่งหรูเยว่ถึงกับชะงักไปทันที ไม่สามารถอธิบายออกมาเป็คำพูดได้
เซวียเฟยเฉินกล่าวเสียงเย็น "เซิ่งซี เ้าบังอาจทรยศออกจากสำนักไปเอง..."
เซิ่งซีพูดขัดขึ้นทันที "หยุดเลยเ้าค่ะ ข้าทำเื่ขอลาออกจากสำนักตามระเบียบ และสำนักลั่วเฟิงของพวกท่านก็ตกลงแล้ว พวกเราจบกันด้วยดี อย่าเอาเื่นี้มาใช้กล่าวหาข้าเลยเ้าค่ะ"
"เสี่ยวซี พี่รู้ว่าหลังจากที่อาจารย์รับพี่เป็ศิษย์สายตรงแล้วเ้าคงรู้สึกไม่สบายใจ แต่พี่ก็ไม่ได้ตั้งใจนะ อย่าเอาแต่ใจตัวเองอีกเลย กลับไปกับพี่เถอะ" เซิ่งหรูเยว่ก้าวเข้ามาอีกก้าว หมายจะคว้ามือเซิ่งซี แต่ถูกเซียวหลีลั่วขวางไว้ด้วยกระบี่
เขาแค่นเสียงเหอะ "สำนักลั่วเฟิงของพวกเ้าเก็บคนเก่งไว้ไม่ได้เอง ตอนนี้ยังจะมาคิดชิงตัวคนกลับไปอีกหรือ? ฝันไปเถอะ! ศิษย์น้องเล็ก พวกเราไปกัน อย่าไปเสียเวลากับคนพวกนี้เลย"
เมื่อหลี่เหยียนรุ่ยเห็นเซิ่งหรูเยว่ถูกทำให้เสียหน้า เขาก็ชักกระบี่ออกมาทันที "เ้าอย่าให้มันมากเกินไปนัก! ศิษย์น้องของข้าหวังดีมาชวนศิษย์น้อ... เซิ่งซีกลับไป เ้าบังอาจเสียมารยาทกับนางรึ?"
"พูดก็พูดไปแล้ว ท่านจะทำไมล่ะ? เมืองหงเฟิงห้ามทำการต่อสู้แย่งชิง ท่านชักกระบี่ออกมาแบบนี้ คิดจะฝ่าฝืนกฎที่สำนักลั่วเฟิงของท่านตั้งขึ้นเองหรือไรเ้าคะ?" เซิ่งซีถาม
หลี่เหยียนรุ่ยชะงักไป เมื่อเห็นเซิ่งซีปกป้องคนนอกขนาดนี้ เขาก็รู้สึกน้อยใจขึ้นมาทันที "เสี่ยวซี เขาเป็ใคร?"
"ศิษย์พี่สุดที่รักของข้าไงเ้าคะ" เซิ่งซีกอดคอเซียวหลีลั่วอย่างสนิทสนมและดูมีความสุขเป็ที่สุด
สีหน้าของหลี่เหยียนรุ่ยย่ำแย่ถึงขีดสุด
ทว่าในตอนนั้นเอง เซวียเฟยเฉินกลับชักกระบี่ออกมา
เมื่อััได้ถึงจิตสังหารจากเขา เซียวหลีลั่วก็รีบดึงเซิ่งซีมาไว้ข้างหลังทันที "เมืองหงเฟิงห้ามทำการต่อสู้แย่งชิงนะ"
"ยกเว้นผู้ฝึกตนวิถีมาร!" เซวียเฟยเฉินตวาดลั่น พร้อมชักกระบี่พุ่งเข้าหาเซียวหลีลั่ว "ข้าอยากจะรู้นักว่าโจรที่ไม่มีหน้าจะแสดงตัวจริงอย่างเ้า มันจะเป็คนประเภทไหนกันแน่!"
เซียวหลีลั่วรีบผลักเซิ่งซีไปอยู่ในที่ปลอดภัย แล้วชักกระบี่เข้าปะทะกับเซวียเฟยเฉิน "ไอ้ขยะ เข้ามาเลย!"
เซิ่งซีเอามือปิดหน้า เซียวหลีลั่วปากไว เผลอพูดเื่สีกางเกงในของหลี่เหยียนรุ่ยออกไป จนทำให้เซวียเฟยเฉินเดาออกว่าเขาคือคนเดียวกับที่เคยปล้นศิษย์สำนักลั่วเฟิงก่อนหน้านี้
เื่น่ะพวกนางทำจริง ๆ แต่จะให้ยอมรับน่ะไม่มีทางเสียหรอก
ความอับอายคือเื่รอง แต่ที่สำคัญคือเซิ่งซีไม่อยากคืนของที่ปล้นมาได้ต่างหาก
หอผู้คุมกฎของเมืองหงเฟิงคือหน่วยงานภายใต้สำนักลั่วเฟิง เมื่อเห็นว่าคนที่ลงมือคือศิษย์เอกอันดับหนึ่งของสำนัก นอกจากจะไม่เข้าไปห้ามแล้ว ยังพากันชักกระบี่รุมจู่โจมเซียวหลีลั่วอีกด้วย
ระดับพลังของเซียวหลีลั่วต่ำกว่าเซวียเฟยเฉินหนึ่งขั้นย่อย แถมยังถูกผู้ฝึกตนขั้นแก่นพลังทองคำหลายคนจากหอผู้คุมกฎรุมล้อม และยังต้องคอยพะวงเื่ความปลอดภัยของเซิ่งซีอยู่ตลอดเวลา แม้เขาจะพอเอาตัวรอดได้ แต่ก็เห็นได้ชัดว่าไม่อาจรับมือได้อย่างราบรื่นนัก
เซิ่งหรูเยว่มองดูสถานการณ์การต่อสู้แล้วเผยสีหน้าภาคภูมิใจ พลางบอกกับเซิ่งซีว่า "เสี่ยวซี เ้ากลับไปสำนักลั่วเฟิงกับพี่เถอะ ศิษย์พี่คนใหม่ของเ้าคนนี้ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของศิษย์พี่ใหญ่เลย อีกไม่นานเขาก็ต้องพ่ายแพ้แน่นอน"
เซิ่งซีแค่นเสียงเหอะ "ศิษย์พี่ใหญ่ประเภทที่เสื้อผ้าถูกคนเผาจนเกลี้ยงแบบนั้น ท่านยังเห็นว่าเป็สมบัติล้ำค่าอยู่อีกหรือเ้าคะ"
เซิ่งหรูเยว่ใ นางเคยได้ยินเื่ราวอันน่าอัปยศของศิษย์สายในสำนักลั่วเฟิงที่ถูกปล้นมาก่อน หรือว่าการที่ศิษย์พี่ใหญ่ทำภารกิจล้มเหลว จะเป็เพราะเขาต้องเผชิญกับชะตากรรมแบบเดียวกัน?
ไม่... ศิษย์พี่ใหญ่เก่งกาจขนาดนั้น ไม่มีทางถูกใครแก้ผ้าเด็ดขาด!
เซิ่งหรูเยว่พยายามบอกตัวเองแบบนั้น แต่กลับได้ยินเสียงของเซิ่งซีที่ใช้พลังิญญาขยายเสียงจนดังก้องไปทั่วเมืองหงเฟิงว่า
"เลิกสู้กันได้แล้วเ้าค่ะ ไม่ใช่แค่ศิษย์พี่ของข้าหรอกนะเ้าคะที่เคยเห็นศิษย์สำนักลั่วเฟิงเปลือยก้นล่อนจ้อน ศิลาบันทึกภาพที่บันทึกเหตุการณ์ั้แ่ศิษย์สายตรงยันศิษย์สายนอกของพวกท่านถูกปล้นน่ะ ตอนนี้ขายดีจนแทบจะบ้าคลั่งไปแล้วนะเ้าคะ!"
ในพริบตานั้น ร่างของเซวียเฟยเฉินที่กำลังได้เปรียบก็พลันเสียหลัก จนเกือบถูกกระบี่ของเซียวหลีลั่วแทงทะลุหัวใจ
นั่นหมายความว่า แม้แต่ภาพตอนที่เขาพ่ายแพ้ ก็ถูกคนเห็นหมดแล้วอย่างนั้นหรือ?