เวลาตี 3:10 น. ณคฤหาสน์สุดหรูหราขนาดใหญ่แห่งหนึ่งแสดงให้เห็นถึงความมั่งคั่ง อยู่ในพื้นที่กว่า 200 ไร่ล้อมรอบไปด้วยอาคารอีกหลายหลังเชื่อมต่อกันเป็ทางยาว มีสวนต้นไม้เขียวขจีนานาพันธุ์มีภูมิทัศน์สวยงาม ทางเดินบริเวณด้านหน้าปูด้วยหินแกรนิตแผ่น ส่วนบริเวณด้านหลังของพื้นที่มีลานสนามหญ้าและสระว่ายน้ำขนาดใหญ่
“กรี๊ดดดดดดด!!!”เสียงกรีดร้องดังลั่นออกมาจากห้องนอนที่อยู่บริเวณชั้นลอย เป็อีกครั้งหนึ่งที่“เจน“ ทายาทอภิมหาเศรษฐีเพียงคนเดียวของตระกูล “โสพาพรภาณิชย์”สะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึกด้วยความใสุดขีด เหงื่อโทรมกายร้องไห้น้ำตาไหลพรากด้วยความหวาดกลัวสุดขีด หายใจหอบแรงราวกับว่าเพิ่งวิ่งหนีปิศาจร้ายสายตาจ้องมองรอบตัวท่ามกลางห้องที่มืดมิด
เสียงกรีดร้องของเธอดังมากพอที่จะทำให้“ป้ามุก” แม่บ้านประจำตระกูลกำลังทำความสะอาดอยู่ที่ชั้นล่าง ได้ยินเสียงชัดเจนรีบวิ่งขึ้นมาชั้นลอยเปิดประตูเข้ามาในห้องนอนของเจน ในขณะที่ “ลุงหมู”สามีของป้ามุก พ่อบ้านประจำตระกูลกำลังทำความสะอาดรถที่สนามหญ้าด้านหน้า รีบวิ่งเข้ามาที่ตัวบ้านเดินเร่งฝีเท้าขึ้นมาชั้นลอยตามติดมาไม่ห่างมากนัก
“อีกแล้วหรอคะ!!!ครั้งนี้มันทำอะไรคุณหนู? มันจะทำอะไรคุณหนูของป้า!”ป้ามุกพูดปลอบใจเจนพลางเดินเข้าไปกอดด้วยความห่วงใย “ไม่เป็ไรนะคะคุณหนู ป้าอยู่นี่แล้วไม่มีใครทำอะไรคุณหนูได้…“
“มันวิ่งเข้ามาจับตัวเจน มันจะบีบคอบีบคอเจน มันๆๆ..... จับเจนโยนด้วย คราวนี้มันจะฆ่าเจน มันจะฆ่าเจนมันจะฆ่าเจนจริงๆ แล้ว!!! ชัดเจน ชัด...มัน...มัน...ม..ม!!!!...พรุ่งนี้ๆๆ พรุ่ง...เจนต้องโดนมันฆ่าตายแน่ๆๆ”
เจนยังคงคุมสติตัวเองไม่ได้ต้องะโสุดเสียงตลอดเวลาน้ำเสียงที่แหบแห้งด้วยหวาดกลัวสุดขีดจนตาเหลือก เหตุการณ์แบบนี้เกิดซ้ำแล้วซ้ำจนทำให้ป้ามุกใโผเข้ามากอดป้ามุกร้องไห้โฮลั่น “ไม่เป็ไรนะคะ คุณหนู เชื่อป้า...ไม่มีอะไรแล้วนะคะผีร้ายมันกลัวป้า มันหนีไปแล้วนะคะคุณหนู เห็นไหมคะ พอป้ามาทุกครั้งผีก็หายไปทุกครั้ง”
เสียงปลอบโยนที่อ่อนนุ่มและอ้อมกอดที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นทำให้เจนสงบสติอารมณ์ลงได้บ้างป้ามุกใช้มือลูบผมเจนไป-มาหลายครั้ง ปาดน้ำตาที่ไหลพรากเต็มสองแก้ม “ทำใจดีๆไว้นะคะคุณหนู ขวัญเอยขวัญมา ไม่มีใครทำอะไรคุณหนู...ป้าอยู่ตรงนี้ทั้งคนไม่มีใครทำอะไรคุณหนูนะคะ”
สีหน้าเจนเริ่มดีขึ้น มีรอยยิ้มเล็กๆ ที่มุมปากป้ามุกเห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของเจน “มันทำอะไรคุณหนูไม่ได้หรอก เชื่อป้าป้าไม่เคยหลอกคุณหนู จริงไหมคะ?”
ป้ามุกโผตัวเข้าไปโอบกอดเจนด้วยความห่วงใยปลอบใจเจนจนอาหารเหนื่อยหอบเบาบางลง จนเจนเริ่มตั้งสติคุมอารมณ์ตัวเองได้บ้างแล้วหันไปมองนาฬิกาที่แขวนอยู่ข้างกำแพงแสดงเวลาตี 3.14 น.
“อีกแล้วเหรอ!!!!” ป้ามุกกับลุงหมูสีหน้าไม่สู้ดีเท่าใดนัก “มันมาเวลานี้อีกแล้วเหรอเนีย!!!??!...เวลาเดิมทุกครั้ง ทำไมเหตุการณ์ต้องสิ้นสุดเวลานี้ทุกครั้ง...เกิดอะไรขึ้นป้าไม่เข้าใจจริงๆ”
“เจนจำได้พ่อเคยบอกว่าวันนี้จะกลับมาหาเจนไม่ใช่เหรอ?” สีหน้าของป้ามุกที่แสดงออกมาทำให้เจนรู้ทันทีว่าพ่อยังไม่กลับมาจากที่ทำงานแน่นอนป้ามุกไม่ได้ตอบคำถามเจนได้แต่กอดเจนด้วยความเข้าใจ
“กี่วันแล้ว...ช่างเถอะ!! เจนชินแล้วล่ะว่างๆ ฝากบอกท่านประธานวรวิทย์ด้วยว่า ถ้าเจน้าพบท่าน ต้องนัดล่วงหน้าด้วยไหม?”
“ไม่เอานะคะคุณหนู อย่าเรียกนายท่านแบบนี้อีกนะคะนายท่านทำงานหนักทุกวันนี้ก็เพื่อคุณหนูนะคะ คุณหนูอย่าประชดนายท่านแบบนี้อีก”
“ท่านวรวิทย์จำได้ไหมว่าตัวเองยังมีลูกอยู่ 1 คน...เพื่อเจนเหรอ!!!...แล้วคนในบ้านหายไปไหนหมดป้ามุก!! ลุงหมู!!ดูสิ! บ้านหลังใหญ่โตที่ไม่เหลือใครเลยแบบนี้เจนไม่้า เจนไม่อยากได้ เจนไม่เอา เจนไม่อยากได้ เข้าใจไหมว่า เจนไม่อยากได้!!!”น้ำเสียงที่เปล่งออกมาแ่เบา สั่นเครือน้ำตาไหลอาบนองสองแก้มอีกครั้ง “หนูไม่้าของพวกนี้...หนูไม่้าของพวกนี้...จริงๆ”น้ำเสียงที่สะท้อนให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่า เธอเหงาและว้าเหว่มากขนาดไหน
“คุณหนู…”
“ป้ารู้ไหม ถ้าหนูเดินสวนกับพ่อหนูมั่นใจเลยว่า หนูจำหน้าพ่อตัวเองไม่ได้ ดูสิไม่มีใครอยู่บ้านสักคน!!!”ยังไม่ทันสิ้นประโยค น้ำตาก็ไหลนองสองแก้มอีกครั้งหนึ่ง คำพูดสุดท้ายของเจนทำให้ป้ามุกกับลุงหมูะเืใจเป็อย่างมาก
“ไม่พูดแบบนี้อีกนะคะคุณหนู...นอนได้แล้วตื่นเช้ามาป้าจะทำโจ๊กอร่อยๆ เข้าใจไหม เด็กดื้อ!”
ป้ามุกประคองเจนลงมาที่เตียงนอนห่มผ้าให้เจนอย่างดี “พรุ่งนี้คุณหนูมีเรียนเช้าเด็กดื้อต้องเข้านอนแล้วและที่สำคัญตื่นเช้ามาห้ามดื้อกับป้าแล้วนะ”น้ำเสียงที่อบอุ่นเทียบได้กับแม่คนที่สองของป้ามุกทำให้สีหน้าของเจนดีขึ้น
“หนูคิดถึงแม่ที่สุดแม่จากหนูไป 12 ปีแล้ว แต่เจนไม่เคยลืมวันที่แม่อยู่ข้างๆ เจนคิดถึงวันเก่าๆแล้วมีความสุขที่สุด วันที่...วันที่ไม่ทางหวนกลับคืนมาได้อีกแล้ว”เจนหันไปมองรูปแม่ที่ติดบนกำแพงด้านหนึ่ง “แม่รู้ไหมหนูคิดถึงแม่ที่สุด”
เจนชี้นิ้วไปที่โต๊ะตัวหนึ่งที่ตั้งอยู่กลางห้อง“เมื่อก่อนแม่ชอบพาเจนมานั่งแต่งตัวก่อนไปโรงเรียนตรงนี้ประจำ...”
เช้าวันรุ่งขึ้นที่มหาวิทยาลัย “พลอย”เพื่อนสนิทั้แ่สมัยเรียนชั้นอนุบาลของเจนจิรา นั่งรออยู่ที่โต๊ะม้าหินอ่อนใต้อาคารเรียนด้วยความกระวนกระวายใจเป็อย่างมากเวลาล่วงเลยมาจนถึงแปดโมงห้านาที ใกล้จะเข้าเรียนวิชาแรกคาบเช้าแล้ว
“มึงงง...ใกล้จะถึงยังเนียอยู่ไหนแล้ว!” พลอยคุยแชทถามเจนด้วยความร้อนใจ
“ถึงตึกแล้ว...ไปเข้าคลาสเลยเพิ่งได้ที่จอดรถ”
“เอ่อๆๆ”พลอยรีบเก็บหนังสือที่วางอยู่บนโต๊ะหินอ่อน กึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้าอาคารเรียนใช้เวลาไม่นานนักพลอยก็เดินถึงห้องเรียน ในขณะที่เจนวิ่งตามหลังเข้ามาในเวลาไล่เลี่ยกัน
“ไอ้เจน! นี่แกห้าวมากนะใส่กระโปรงสั้นเข้าคลาสอาจารย์สมบูรณ์เนียนะ…สติมึงยังดีอยู่ไหมเนีย??”แม้ว่าพลอยทักท้วงเจนด้วยน้ำเสียงค่อนข้างดังแต่เจนมีท่าทีเหม่อลอยเหมือนกับไม่ได้ยินเสียงพูดพลอยสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติที่เกิดขึ้นกับเพื่อนรักด้วยความห่วงใยเป็อย่างมาก “ท่าทางแบบนี้แสดงว่าเมื่อคืนมันมาอีกแล้วใช่ไหม?”เจนไม่ได้ตอบรับแต่พลอยก็รับรู้ทันที
ป้ามุกนั่งเหม่อลอยทำกับข้าวไปพลางถอนหายใจอยู่ตลอดเวลาจนมีดบาดมือจึงรู้สึกตัว “นี่แม่นั่งเหม่อไม่คุยกับพ่อเลยนะกังวลเื่เมื่อเช้าใช่ไหม?”
“นายท่านผิดสัญญากับคุณหนูอีกแล้วขืนเป็แบบนี้ต่อไป ต้องแย่แน่ๆ ั้แ่นายหญิงเสียไป คุณหนูแทบจะไม่คุยกับนายท่านเลยห่างกันมากจนแทบจะไม่ใช่พ่อลูกกันด้วยซ้ำ”
“แม่...ตามนายใหญ่มาดีไหม?”
“นายใหญ่ห่างกับคุณหนูมากกว่านายท่านอีกนายใหญ่ไม่รู้จักคุณหนูด้วยซ้ำ เรียกมาตอนนี้ก็ไม่มีประโยชน์...”
ตลอดระยะเวลาเรียนในคลาส่เช้าค่อนข้างเครียดเป็อย่างมากเจนแทบจะไม่มีสมาธิเรียน ส่วนพลอยยังคงก้มหน้าก้มตาอ่านชีทจนไม่ทันสังเกตว่าเจนแอบนั่งร้องไห้น้ำตาไหลตลอดคาบเรียน
“เจนๆ ขอลอกย่อหน้าสุดท้ายหน่อยจดไม่ทันจริงๆ...” พลอยพูดพลางยื่นมือไปดึงชีทของเจนเพิ่งสังเกตเห็นอาการผิดปกติของเจน “วันนี้แกอาการหนักมาก เดือนนี้ถ้านับไม่ผิด มันมาหลอกหกครั้งแล้วใช่ไหมเนีย!!”
เจนพยักหน้าตอบรับพลอย“ไม่เข้าใจจริงๆ มันเกิดอะไรขึ้น ป้ามุกกับลุงหมูก็ไม่เคยเจอในบ้านแกเจออยู่คนเดียว...จบคลาสก่อน ค่อยมาเคลียร์กันยาวๆ”
ใน่เวลาเดียวกัน “วรวิทย์” พ่อของเจนกำลังเก็บของใช้ส่วนตัวในโรงแรมแห่งหนึ่งที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่นเขาต้องเดินทางมาประชุมที่นี่อย่างเร่งด่วนเนื่องจากปัญหาการก่อสร้างอาคารล่าช้าเป็อย่างมากหลังจากที่ประชุมแก้ไขปัญหาจนเสร็จสิ้นแล้ว ถึงเวลาที่ต้องเดินทางกลับประเทศไทย “นายครับเหลือเวลาอีกแค่ 2 ชั่วโมง นายต้องเดินทางไปสนามบินกลับไทยแล้วครับ”
ในมือของวรวิทย์ถือกระเป๋าเป้ใบหนึ่งที่เขาตั้งใจซื้อให้กับเจน“ลูกเคยบอกพ่อว่า อยากได้กระเป๋าเป้เดี๋ยวพ่อเอากลับไปเซอร์ไพรส์ลูกนะ”ใบหน้าของวรวิทย์เต็มไปด้วยรอยยิ้มอย่างมีความสุข แม้ว่าแชทที่คุยกับลูกสาว ไม่มีการตอบรับใดๆกลับมาแม้แต่ครั้งเดียว
เจนขับรถผ่านประตูใหญ่ทางเข้าของบ้านสั่งให้เปิดประตูโดยการกดปุ่มควบคุมในแผงคอนโซลรถ ขับผ่านเข้ามาตามทางจนกระทั่งถึงอาคารสำหรับจอดรถโดยเฉพาะมีลักษณะคล้ายอาคารพาณิชย์มีขนาด 30 คูหา ในแต่ละช่องเต็มไปด้วยรถสุดหรูหรา รถสปอร์ตและรถซุปเปอร์คาร์ราคาแพงจำนวนกว่า200 คัน จอดเรียงรายซ้อนกัน 4 ชั้นบนและชั้นใต้ดินอีก 4 ชั้นควบคุมอุณหภูมิและความชื้นด้วยระบบคอมพิวเตอร์โดยอัตโนมัติทั้งหมด
เธอเลี้ยวเข้ามาที่ช่องจอดสุดท้าย สั่งให้เปิดประตูกระจกออกมาแผงควบคุมแสดงให้เห็นว่า ช่องสุดท้ายมีรถจออยู่อีก 1 คันอยู่ชั้นใต้ดิน B4 ทำให้เจนแปลกใจเป็อย่างมาก ในขณะเดียวกันป้ามุกเดินตรงเข้ามาพอดี
“ป้ามุกรถอีกคันของใครเหรอคะ?”
“เมื่อเช้ามีช่างมาส่งค่ะคุณหนูนายท่านบอกว่าซื้อรถคันใหม่มา 2 คัน...เป็ของคุณหนู 1 คันค่ะนายท่านเลือกสีเดียวกับรถคุณหนูด้วยนะคะ”
เจนหันไปกดปุ่มที่แผงควบคุมสั่งให้เลื่อนรถคันใหม่จากชั้นใต้ดินขึ้นมา้าพร้อมกับสั่งให้เปิดประตูกระจกออกมา เธอเดินเข้าไปดูรถคันใหม่อย่างพินิจพิจารณา แผงเซ็นเซอร์แสดงไฟสีฟ้าควบคุมการทำงานอัตโนมัติทั้งระบบ
รถสุดหรูหราสีขาวเงินป้ายแดงใหม่เอี่ยมถูกเลื่อนออกมาจากช่องจอดภายในที่บริเวณด้านข้างประตูคนขับมีตัวอักษรภาษาอังกฤษเขียนว่า “Ivy Blizz 130x”
“รถคันนี้สวยมากเลยนะคะคุณหนูรูปร่างรถก็ไม่เหมือนคันไหนๆ ทันสมัยสุดๆ เลยค่ะ”
“รถยี่ห้ออะไรเนียหนูไม่รู้จัก!!! หนูไม่เอา หนูไม่อยากได้!! รถหนูก็ยังใช้ได้และที่สำคัญช่องจอดตรงนี้ของหนูคนเดียว”
“ป้าเอาพวกคู่มือรถไปเก็บไว้ในห้องนอนคุณหนูแล้วนะคะนายท่านเห็นว่า รถของคุณหนูเก่ามากแล้ว ใช้มาั้แ่เรียน ม.ปลาย นายท่านก็เลย...”
“ช่างเถอะป้ามุก...เดี๋ยวหนูจะเลื่อนไปจอดที่ช่องอื่นเองหนูไม่อยากได้คันนี้ หนูไม่เอารถอะไรก็ไม่รู้ หนูขับไม่เป็ด้วย”
เจนเดินออกมาจากช่องจอดรถตามทางเดินที่รายล้อมไปด้วยต้นไม้นานาพันธุ์สองข้างทางเสียงน้ำตกจำลองไหลเป็ลำธารขนาดเล็กทอดยาวไปถึงตัวบ้านหลัก มีปลาหลากสายพันธุ์แหวกวายตลอดเวลา
เธอเดินตรงเข้ามาที่ประตูทางเข้าอาคารมาที่ห้องโถงใหญ่ที่กว้างขวางและโอ่อ่าเพดานห้องสูงมีโคมระย้าสุดหรูหราแขวนอยู่กึ่งกลาง
เจนเห็นกล่องพัสดุขนาดเล็ก-ใหญ่วางเรียงซ้อนกันเต็มไปหมดทำให้เจนเกิดความสงสัยเป็อย่างมาก “ของพวกนี้มาจากไหนเหรอคะป้ามุก?”
“เฟอร์นิเจอร์ใหม่ค่ะคุณหนูส่งมาจากฝรั่งเศส่สายๆ วันนี้เอง นายท่านบอกว่าเฟอร์นิเจอร์ชุดนี้เอาไว้ใช้ที่ห้องรับแขกเล็กห้องใหม่ค่ะคุณหนูเห็นบอกว่าจะมีทีมงานมาติดตั้งอาทิตย์หน้าค่ะ...ส่วนกล่องนี้เป็ของสมนาคุณจากบริษัทคู่ค้าค่ะในใบส่งของบอกว่าเป็มือถือ 100 เครื่องค่ะป้าเอาใบส่งของไปไว้ในห้องทำงานใหญ่แล้วค่ะ นายท่านบอกว่าให้คุณหนูหมดเลยค่ะ”
“ส่วนกล่องเล็กเป็เอกสารทางภาษีของนายท่านค่ะมาจากญี่ปุ่น...คุณหนูจะให้เอาไปไว้ที่ไหนดีคะ?”
“ถ้างั้นกล่องใบเล็กหนูยกไปไว้ห้องทำงานพ่อเอง...”
ท่าทีของเจนแสดงออกอย่างชัดเจนว่า เธอไม่ค่อยสนใจใยดีในสิ่งที่ป้ามุกบอกเท่าใดนัก“ของเดิมยังใช้ได้ไม่ถึงปีเลยนี่ซื้อมาทำไมเยอะแยะ” เจนหันไปมองรอบๆ ห้องขนาดใหญ่ที่มีเธออยู่กับป้ามุกเพียง2 คนเท่านั้น แม้ว่าสิ่งต่างๆ ที่อยู่ตอบตัวเธอเต็มไปด้วยของตกแต่ง,เฟอร์นิเจอร์หรูหราราคาแพงมากมายแต่สิ่งเหล่านี้ไม่มีความหมายอะไรกับเจนเลยแม้แต่น้อย
“เฟอร์นิเจอร์พวกนี้ป้ามุกอยากได้ไหม?...เอามือถือพวกนี้ไปด้วย หนูยกให้ป้าหมดเลยหนูไม่รู้จะเอาไปทำอะไรเหมือนกัน”
คำพูดของเจนทำให้ป้ามุกหนักใจเป็อย่างมากนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอแสดงออกเช่นนี้ ความเหงาความว้าเหว่ที่แสดงออกมาบ่อยครั้งทำให้ป้ามุกเข้าอกเข้าใจความรู้สึกเจนเป็อย่างดี “คุณหนูคะของพวกนี้ป้าไม่อยากได้หรอกค่ะ ป้าจะเอาไปทำอะไร ถ้าแลกกันได้ ป้าอยากให้คุณหนูคุยกับนายท่านบ้างป้าอยากให้คุณหนูตอบแชทนายท่านบ้างนะคะ”
“ช่างเถอะค่ะป้า!”
“คุณหนูคะพื้นที่ด้านหลังบ้านตกแต่งเสร็จเรียบร้อยมา 2-3 เดือนแล้วคุณหนูไม่เดินไปดูหน่อยเหรอคะ?นายท่านตกแต่งเพื่อคุณหนูโดยเฉพาะเลยนะคะ เอาของจากบ้านเก่ามาตกแต่งเหมือนเดิมทุกอย่างเลยค่ะมีสวน มีต้นไม้ มีลำธารเล็กๆ สวยร่มรื่นมากเลยนะคะ มีลานไว้นั่งพักผ่อนนั่งเล่นแก้เบื่อได้ค่ะแล้วก็ยังมีพื้นที่ด้านหลังไว้ให้คุณหนูด้วย...นายท่านยังบอกอีกว่าถ้าคุณหนูมีเพื่อนชายก็พามาแนะนำได้นะคะ นายท่านไม่ได้ห้ามอะไร ถ้าวันข้างหน้าคุณหนูอยากสร้างครอบครัวของคุณหนูเอง”
“นายท่านของป้าอ่ะสนใจเื่ของหนูด้วยเหรอคะ?...เขาจำหน้าหนูได้ไหมคะ? หรือว่าเขาจำได้ไหมคะว่าเขามีลูกสาว 1 คนค่ะ...เขาเก็บหนูมาเลี้ยงใช่ไหมคะป้า?”
“ไม่เอานะคะคุณหนู! พูดแบบนี้อีกแล้วนะคะ”
“นายท่านของป้าอ่ะทำถูกหมดทุกอย่างแหละค่ะส่วนหนูเป็แค่ลูกเมียน้อย วันไหนที่นายท่านบอกความจริงกับป้าเมื่อไรป้ารีบบอกหนูเลยนะคะ หนูจะได้เก็บเสื้อผ้าออกไปนอนข้างถนน...โง่ๆอย่างหนูทำได้แค่ขอทานหรือไม่ก็ไปขายตัวค่ะ”
“ลูกเมียน้อยอะไรกันคะ!!...นายท่านมีนายหญิงคนเดียวนะคะถ้านายท่านได้ยินคุณหนูพูดแบบนี้ นายท่านต้องเสียใจมากเลยนะคะ…นายท่านรักคุณหนูที่สุด...แล้วก็รักคนเดียวด้วยค่ะ”
“หนูพูดความจริงมันผิดตรงไหนคะ? ถ้าพ่อรู้ล่วงหน้าว่าต้องเลี้ยงลูกมา21 ปีแล้วได้ลูกทั้งไม่เอาไหน โง่แบบหนู พ่อต้องโยนหนูไว้ที่กองขยะแล้วค่ะ พ่อโชคร้ายมากค่ะที่ได้หนูเป็ลูก...ตอนนี้หนูเรียนอยู่ปี4 แล้ว จนป่านนี้หนูยังทำอะไรไม่เป็สักอย่าง ทำอะไรก็ล้มเหลว...พ่อคนไหนที่มีลูกก็หวังที่จะได้ลูกเก่งๆเป็ที่เชิดหน้าชูตาของวงศ์ตระกูลกันทั้งนั้น....แล้วหนูล่ะ!!! ป้าสอนหนูทำแกงเขียวหวานตั้ง10 รอบแล้ว หนูยังทำไม่ได้เลย หนูทั้งสมองทึบทั้งโง่ขนาดนี้ พ่อเห็นหนูไม่ได้เื่แบบนี้ก็ต้องผิดหวังมากอยู่แล้วค่ะที่มีลูกแบบหนูหนูดูก็รู้แล้วค่ะ พ่อไม่อยากพูดตรงๆ กับหนูแค่นั้นเองค่ะ...”
“คุณหนูชอบมองนายท่านในแง่ร้ายนะคะ...พอคุณหนูเรียนจบแล้วคุณหนูก็ไปทำงานที่บริษัทแล้วก็ให้นายท่านสอนดีกว่านะคะ...นายท่านสอนคนอื่นให้เก่งๆตั้งเยอะแยะ คุณหนูไปหัดทำงานกับนายท่าน เดี๋ยวคุณหนูก็เก่งค่ะคุณหนูอาจจะไม่ถนัดเื่ทำอาหารก็ได้ค่ะ”
“ป้ามุกไม่ต้องอวยหนูหรอกค่ะหนูรู้ตัวเองดีค่ะว่าหนูโง่ขนาดไหน...หนูแค่ตื่นขึ้นมาแล้วมีข้าวกินหนูก็ดีใจแล้วค่ะ”
“คุณหนู...อย่าพูดแบบนี้สิคะคุณหนูห้ามดูถูกตัวเองแบบนี้อีกนะคะ ไม่เอาค่ะ”
“ช่างเถอะป้ามุก!”
“คุณหนูวันนี้นายท่านจะกลับจากญี่ปุ่นถึงบ้านบ่าย 3 โมงกว่าๆ นะคะ”
“ตอนบ่ายหนูนัดกับพลอยไว้แล้วค่ะป้าถ้าเขามีอะไรฝากป้ามุกไว้ก็ได้นี่!”
หลังจากเจนพูดจบก็เข้าไปยกกล่องเอกสารขนาดเล็กเธอเดินขึ้นมาที่ชั้นลอยอ้อมไปด้านหลังตรงไปที่ห้องโถงวงกลมขนาดใหญ่ มีห้องเรียงรายตามแนวกำแพงที่บริเวณสุดทางเดินมีแผงคอมพิวเตอร์ควบคุมติดตั้งอยู่ด้านหนึ่ง
เมื่อเจนเดินเข้าใกล้บริเวณแผงควบคุม มีแสงสีเขียวปรากฎขึ้นมาโดยอัตโนมัติสแกนบริเวณใบหน้า,ม่านตาไล่มาจนถึง่ลำตัว รอเวลาไม่นานนักระบบคอมพิวเตอร์เริ่มทำงาน
“สวัสดีค่ะคุณเจนจิรากรุณาเลือกฟังก์ชันที่้าใช้งานค่ะ…”
เจนวางกล่องเอกสารลงที่ช่องด้านข้างแผงควบคุมพร้อมกับสั่งให้ระบบจัดการส่งกล่องเอกสารขึ้นไปไว้ห้องทำงานชั้น3 ของพ่อ สายพานลำเลียงนำกล่องเอกสารเข้ามาด้านในที่ถูกฝั่งอยู่ในโครงสร้างอาคารส่งเข้าไปตามทางจนถึงห้องเป้าหมาย จอมอนิเตอร์ด้านข้างแสดงผลการทำงาน...“Success 100%”
“ไม่ทราบว่าคุณเจนจิรา้าใช้งานฟังก์ชันใดเพิ่มเติมอีกไหมคะ?”
เจนสังเกตมุมด้านหนึ่งของจอแสดงผลมีข้อความใหม่แจ้งเตือน
“เปิดรายการข้อความใหม่”เจนสั่งการต่อเนื่องด้วยคำพูด
“มีคลิปจากคุณวรวิทย์ส่งมาจากกรุงโตเกียวค่ะ...คุณเจนจิรา้าดูคลิปไหมคะ?”
“เปิดดู”
“ตอนนี้พ่ออยู่ที่โตเกียววันก่อนป้ามุกบอกกับพ่อว่า สายสะพายเป้ของลูกขาดแล้วพ่อเลยแวะไปซื้อเป้อันใหม่มาให้ลูก พ่อเลือกสีเหมือนเป้อันเดิมเลยพ่อถึงบ้านประมาณ 3-4 โมงนะลูก เดี๋ยวพ่อเอาไปให้...พ่อรักลูกนะ”
หลังจากคลิปสิ้นสุดลง ทำให้เจนแอบยิ้มมุมปากเล็กน้อย
“ไม่ทราบว่าคุณเจนจิรา้าใช้งานฟังก์ชันใดเพิ่มเติมอีกไหมคะ?”
“บันทึกวิดีโอ…ส่งถึงป้ามุกทันทีค่ะ”
“รับทราบค่ะคุณเจนจิรา3.2.1...เริ่มบันทึก”
“ป้ามุกพรุ่งนี้หนูไม่มีเรียน หนูขึ้นนอนเลยก็แล้วกัน หนูจะตื่นเที่ยงๆ นะป้าไม่ต้องทำอาหารเช้า ข้างบนหนูมีอาหารกล่อง หนูเวฟกินเอง…”
“ขณะนี้คลิปส่งถึงป้ามุกเรียบร้อยแล้วค่ะไม่ทราบว่าคุณเจนจิรา ้าใช้งานฟังก์ชันใดเพิ่มเติมอีกไหมคะ?”
“ไม่มีค่ะ...ปิดระบบ”
“System…ShutDown”