หลังจากจางหลงออกจากบ้านไปแล้ว จางเหมยก็ปิดประตูบ้านให้แ่าเพราะว่าจางเหมยอยู่บ้านคนเดียว
จากนั้นจางเหมยก็กลับเข้ามาในห้อง เพียงแค่นึกถึงว่าตนอยากเข้าไปในมิติ จางเหมยก็เข้ามาอยู่ในมิติแล้ว
เมื่อเข้ามาในมิติ จางเหมยก็มองไปรอบๆเพื่อที่จะหาว่าถุงเมล็ดพันธุ์ของตนมันเข้ามาอยู่ในมิติแล้วมันไปอยู่ไหน
ทันใดนั้นจางเหมยก็เห็นถุงเมล็ดพันธุ์ อยู่ไม่ไกลจากที่จางเหมยยืนอยู่มากนัก
จางเหมยจึงเดินเข้าไปดูถุงเมล็ดพันธุ์ เมื่อเปิดดูก็พบว่าเมล็ดพันธุ์ทั้ง 4 ชนิดยังอยู่สมบูรณ์ครบ
และทันใดนั้นจางเหมยก็เหมือนจะนึกขึ้นได้ว่า หากตนไม่นำจอบเสียมเข้ามาแล้วตนจะขุดอย่างไร
จางเหมยจึงกลับออกมาจากมิติ และเดินไปที่หลังบ้าน และเปิดเข้าไปในห้องที่จางเหมยเคยมาเอาเมล็ดพันธุ์
จางเหมยหยิบเอาจอบ เสียม และก็คราดที่ใช้ปรับหน้าดิน และก็หยิบบัวรดน้ำติดมือไปด้วย
หยิบอุปกรณ์ครบแล้วจางเหมยก็เข้ามาในมิติ เมื่อเข้ามาในมิติจางเหมยก็ลงมือขุดดินอย่างรวดเร็ว โดยจางเหมยขุดดินให้มีขนาดแปลงเท่าๆกับที่จางหลงขุดเอาไว้
จางเหมยรู้สึกว่าดินในมิตินี้ต้องดีมากๆแน่ๆ เพราะในขณะที่จางเหมยกำลังขุดดินอยู่ รู้สึกว่าดินมันจะนุ่มมากๆ จางเหมยไม่ต้องใช้แรงอะไรมาก ก็สามารถขุดแปลงผักได้ 1 แปลงอย่างรวดเร็ว
เมื่อขุดแปลงที่ 1 เสร็จแล้วจางเหมยก็ขูด แปลงอีก 9 แปลงโดยใช้เวลาไม่นานมากนัก จางเหมยไม่แน่ใจว่าจำนวนเมล็ดพันธุ์ที่อยู่ในถุงจะสามารถปลูกได้มากแค่ไหน แต่จางเหมยเลือกที่จะขุดแปลงเอาไว้ 10 แปลงก่อน หากยังไม่พอค่อยขูดอีกที
เมื่อขุดเสร็จแล้ว จางเหมยก็นำคราดปรับหน้าดินให้มี หน้าดินเสมอกัน
จางเหมยใช้เวลาปรับหน้าดินน้อยกว่าตอนขุดมาก ใช้เวลาไม่นานก็เสร็จ
แปลงผักที่จางเหมยขุดเอาไว้ อยู่ไม่ไกลจากบ่อน้ำมากนัก เพราะจังเหมยคิดว่ามันสะดวก เวลาตักน้ำมารดผัก
จางเหมยตักน้ำในบ่อน้ำมารดที่แปลงผักทุกแปลงให้ชุ่ม จากนั้นจางเหมยก็ทำเหมือนที่จางหลงเคยทำ
เพราะก่อนที่จะปลูกผักจางหลงจะนำเมล็ดผักไปแช่น้ำก่อน เพื่อที่จะคัดเมล็ดที่เสียออกไป และนำเมล็ดที่ยังมีคุณภาพมาปลูกลงดิน
จางเหมยเริ่มต้นด้วยการปลูกหัวไชเท้าเป็อย่างแรก จางเหมยนำเมล็ดหัวไชเท้าไปแช่น้ำ เมื่อแช่แล้วก็พบว่า มีเมล็ดบางส่วนที่เหมือนจะไม่มีคุณภาพ เมล็ดส่วนนั้นจางเหมยก็เก็บออก ส่วนที่เหลือจางเหมยก็ตั้งใจจะนำไปปลูกลงดินให้หมด
จางเหมยใช้เสียมที่นำเข้ามาด้วย ขุดเป็หลุมขนาดเล็กเหมือนที่จางหลงเคยทำ จากนั้นจางเหมยก็หย่อนเมล็ดหัวไชเท้าลง และก็ปิดหน้าด้วยดิน
จางเหมยทำอย่างนั้นอยู่นานทำจนเมล็ดหัวไชเท้าที่มีอยู่หมด โดยจางเหมยใช้แปรงทั้งหมด 6 แปลงสำหรับการปลูกหัวไชเท้า
จากนั้นจางเหมยก็เริ่มปลูกผักกาดเป็สิ่งต่อมา และจางเหมยก็ทำเช่นเดิม เหมือนกับที่ปลูกหัวไชเท้า
เพราะจางเหมยคิดว่าการปลูกหัวไชเท้ากับผักกาดมีลักษณะคล้ายๆกัน
เมล็ดผักกาดขาวมีจำนวนไม่มาก ใช้เวลาปลูกไม่นานก็เสร็จ และก็ใช้แปลงผักทั้ง 4 แปลงจนหมด
เมื่อแปลงผักที่ตนขุดเอาไว้หมดแล้ว จางเหมยก็เริ่มขูดแปลงผักเพื่อที่จะปลูกผักกวางตุ้ง กับผักกุยช่ายต่อ
จางเหมยปลูกผักอยู่ในมิติจนลืมเวลาข้างนอกไปแล้ว จางเหมยไม่รู้เวลาข้างนอกว่าตอนนี้ผ่านไปนานเท่าไหร่ เพราะภายในมิตินั้นไม่ว่าจะเป็ตอนกลางคืนหรือตอนกลางวัน ภายในมิติก็ยังคงส่องแสงสว่างอยู่ตลอด ทำให้จางเหมยไม่รู้ว่าข้างนอกเป็เวลาเท่าไหร่แล้ว
จางเหมยขุดแปลงผักเพิ่มอีก 10 แปลง เพราะจางเหมยคิดว่าผักกวางตุ้งกับผักกุยช่าย หน้าจะใช้พื้นที่ปลูกแค่อย่างละ 5 แปลงเท่านั้น
เมื่อรดน้ำดินเสร็จแล้ว จางเหมยก็เตรียมจะนำเมล็ดผักทั้งสองอย่างลงปลูกในดิน
โดยจางเหมยเริ่มจากผักกวางตุ้ง ต่อมาก็เป็ผักกุยช่าย หลังจากปลูกผักทั้งสองชนิดเสร็จแล้ว เป็อย่างที่จางเหมยคาดเอาไว้แปรงทั้ง 10 แปลงที่พึ่งขุดใหม่ สามารถใช้ปลูกเมล็ดพันธุ์ทั้ง 2 อย่างได้พอดี
เมื่อเสร็จแล้วจางเหมยก็ตักน้ำมารดที่แปลงผักทั้ง 20 แปลงอีกรอบ
เมื่อรดเสร็จแล้วจางเหมยก็มองดูความสำเร็จของตนเอง เห็นแปลงผักทั้ง 20 แปลงจางเหมยก็อดที่จะเผยรอยยิ้มออกมาไม่ได้
คิดว่าหากตนนำผักทั้งหมดนี้ไปขายที่ตลาดมืด ตนจะได้เงินมากเท่าไหร่ จางเหมยรู้ว่าคนในชนบทกับคนในตัวอำเภอใช้ชีวิตแตกต่างกันมาก ในตัวอำเภอส่วนมากก็จะเป็พนักงานโรงงานหรือพนักงานรัฐ
คนพวกนี้มีเงินเดือน และมีคูปองใช้มากกว่าชาวบ้านในชนบท ทำให้คนพวกนี้มีกำลังซื้อมากกว่าคนในชนบท
จางเหมยจึงคิดว่าไม่น่าใช่ปัญหา ขอแค่มีสินค้าก็มีคนซื้อ และอีกอย่างจางเหมยก็มีมิติ แค่คิดอยากจะได้อะไรสิ่งนั้นก็มาอยู่ในมือแล้ว
จางเหมยไม่ต้องตั้งแผงลอยเหมือนคนอื่นๆ ไม่ต้องรีบเก็บของเวลาโดนไล่
เมื่อเสร็จแล้วจางเหมยก็้าที่จะออกจากมิติ โดยจางเหมยคิดเอาไว้ว่าอยากออกจากมิติที่ห้องของตนเอง
เมื่อจางเหมยออกมาจากมิติ ก็พบว่าจางเหมย อยู่ในห้องนอนของเธอ
ในตอนที่จางเหมยเข้ามิติ จางเหมยเข้าอยู่ที่หลังบ้าน แต่เมื่อออกจางเหมยคิดว่าอยากออกมาที่ห้องนอนของตนเอง จางเหมยก็ออกมาที่ห้องนอนของตนเอง
จางเหมยไม่รู้ว่ามิติลับนี้จะสามารถไปที่ไหนก็ได้ตามใจนึกคิดหรือเปล่า
หากเป็ไปไหนก็ได้จริงๆ คงจะเป็อะไรที่วิเศษมาก จางเหมยคิดว่าคงต้องหาโอกาสทดสอบมันดูสักหน่อยแล้ว
เมื่อจางเหมยออกมาจากมิติ จางเหมยก็มองออกไปนอกหน้าต่าง ก็พบว่าตอนนี้ดวงอาทิตย์ขึ้นตรงหัวแล้ว จางเหมยคิดว่าหน้าจะเป็่เวลาเที่ยง
จางเหมยจึงเดินออกมาจากห้องของตนเอง แต่เมื่อเดินออกมาก็ไม่พบเห็นใครอยู่ในบ้าน เพราะหากเป็เวลาเที่ยงแม่หลิวจะต้องกลับมากินข้าวที่บ้านทุกครั้ง
จางหลงก็ไปตัดฟืนบนเขายังไม่กลับมา จางเหมยที่อยู่บ้านคนเดียว ไม่มีอะไรทำ จึงคิดจะทำอาหารเพื่อรอทั้งสองกลับมากินพร้อมกัน
ั้แ่มาอยู่ในร่างนี้จางเหมยเหมือนจะพึ่งเข้าครัวเป็ครั้งแรก จางเหมยเข้ามาในครัวก็สำรวจดูว่าจะทำอะไรกินได้บ้าง
เพราะภายในครัวก็ไม่ได้มีอะไร จางเหมยเห็นเพียงข้าวขาวจำนวนหนึ่ง และก็เห็นข้าวโพดประมาณ ครึ่งกระสอบ ที่แกะเมล็ดออกจากฝักแล้ว
จางเหมยมองดูเตาไฟก็รู้สึกหดหู่ เพราะจางเหม่ยไม่รู้วิธีจุดไฟ เพราะจางเหมยคุ้นชินกับการใช้เตาแก๊สหรือเตาไฟฟ้า การที่ต้องมาจุดเตาแบบนี้ ถือว่าเป็งานหนักสำหรับจางเหมย
จางเหมยมองดูเตาไฟที่อยู่ตรงหน้า สุดท้าย จางเหมย ก็ยอมแพ้ เพราะจางเหมยกลัวว่าจากที่จะทำอาหารให้คนในบ้านกิน จะกลายเป็การหาภาระให้คนในบ้านมากกว่า เพราะไม่แน่ว่าจางเหมยอาจจะเผาบ้านก็ได้
จางเหมยจึงหยุดความคิดของตนเองที่จะทำอาหาร แต่จางเหมยที่อยู่ว่างๆก็ตั้งใจจะหาอะไรทำ
จางเหมยหยิบไม้กวาดจากนั้นก็เริ่มกวาดฝุ่นภายในบ้าน และกวาดใบไม้ที่ปลิวเข้ามาในลานออกจนสะอาด
ในขณะที่จางเหมยกำลังกวาดบ้านอยู่นั้น แม่หลินก็เปิดประตูเข้ามาในบ้านพอดี
แม่หลินที่เห็นลูกสาวตนเองกวาดบ้าน ก็ไม่ได้รู้สึกแปลกประหลาดอะไร เพราะจางเหมยเวลาอยู่บ้าน ก็มักจะทำความสะอาดบ้านเป็เื่ปกติของเธออยู่แล้ว
เมื่อแม่หลินเดินเข้ามาในบ้านก็ไม่เห็นลูกชายอยู่ภายในบ้าน แม่หลินจึงเอ่ยถามหาจางหลงกับจางเหมย
" เสี่ยวเหมยน้องชายลูกไปไหนล่ะ "
จางเหมยที่กำลังกวาดบ้านอยู่ ได้ยินคำถามจากแม่หลิวก็เอ่ยตอบ
" เด็กคนนั้นหรือคะ เขาบอกว่าเขาจะขึ้นไปตัดฟืนบนเขานะคะแม่ "
จางเหมยเอ่ยตอบจากนั้น จางเหมยก็หันไปกวาดบ้านต่อ เมื่อกวดในบ้านเสร็จ จางเหมยก็้าออกไปกวาดพื้นที่ข้างนอกด้วย
เมื่อจางเหมยออกมา นอกบ้าน ก็เห็นจางหลงกำลังแบกกิ่งไม้จำนวนมากไว้บนหลัง กำลังเดินเข้ามาในบ้าน
จากนั้นจางหลงวางกิ่งไม้ลงที่ลานหน้าบ้าน
" พี่อย่าเพิ่งกวาดลานหน้าบ้านเลยครับ ให้ผมตัดฟืนพวกนี้เสร็จก่อนพี่ค่อยกวาดนะครับ "
จางหลงเอ่ยบอกจางเหมย เพราะไม้ฟืนที่จางหลงเก็บมา ส่วนมากจะเป็ฟืนท่อนใหญ่ ก่อนที่จะนำเข้าไปเก็บในห้องเก็บฟืน จางหลงจะต้องนำฟืนพวกนี้ไปตัดให้มีขนาดเท่าๆกันเสียก่อน
" อือได้สิ "
จางเหมยตอบรับแล้วก็เดินเข้าไปในบ้าน