เผลอแป๊บเดียวแคสก็อายุสามขวบแล้ว...
ด้านรูปลักษณ์แน่นอนว่าด้วยการเป็เกมจีบหนุ่มเขาเลยน่ารักมาก! แก้มยุ้ย ๆ ตากลมโตไหนจะเสียงเล็ก ๆ น้อย ๆ นั่นอีก หึ่ม! มันทำเอาพี่ชายหวั่นไหวนะ!
ในส่วนของด้านนิสัย... คือไม่รู้ว่าผมพลาดที่จุดไหนกันแน่ จาก เนื้อเื่ของเกมคือ แคส เบดิเวียร์เป็ตัวละครประเภทนางเอกจ๋า มองโลกในแง่ดี ยิ้มอยู่เสมอ ทั้ง ๆ ที่ตัวเล็กบอบบางแต่ก็เข้มแข็งไม่แพ้ใครเลย... ซึ่งนั่นต่างกับแคสคนนี้อย่างสิ้นเชิง!
ผมมอง 'แคส เบดิเวียร์'ที่กำลังนั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม...
ตามจริงแล้วเพราะความเ็าที่ครอบครัวมีให้ทำให้เขาเป็คนเก็บตัว ไม่ค่อยออกจากห้องหรือจะเรียกว่าฮิคิโคโมริ[1]ก็ได้แต่น้องชายคนนี้ของผมดันไม่เป็แบบนั้นเลยสักนิด! เพราะแคสเบดิเวียร์คนนี้นอกจากจะหน้ามั่นท้าทายสายตาเ็าของท่านพ่อท่านแม่แล้วยัง...
“ไม่ทราบว่าท่านพี่จะมองผมอีกนานไหมครับ?หรือนอกจากสูญเสียเวทมนตร์ไปแล้วยังลืมวิธีการกินข้าวอีก?”
“ขะ... ขอโทษ...”
ปากร้ายสุด ๆ...
แย่แหละ นี่ผมพลาดตรงไหนกัน!ทำไมน้องที่ควรจะมีนิสัยนางเอกจ๋า ขี้ออด ขี้อ้อนถึงกลายเป็น้องที่มีนิสัยนางร้ายจ๋าแทบจะจิกหัวตบพี่ชายแบบนี้กันได้ล่ะ?!!
แต่... ก็ไม่ใช่พี่ชายจะไม่ชอบหรอกนะ
การเป็พี่ชายน่ะต้องยอมรับได้ทุกอย่างที่เป็น้องชายสิ!ต่อให้น้องจะด่า จะดุ จะว่าก็ต้องยิ้มรับ! มันคือจรรยาบรรณของพี่ชาย!!
มองน้องชายด้วยสายตาเป็ประกาย...พี่รับได้ทุกอย่างที่เป็น้องนะ!
“ท่านพี่ช่วยรักษามารยาทแล้วกินข้าวดีๆ เสียที”
“ครับ...”
ต่อให้น้องจะดุกว่านี้พี่ก็รัก!แต่อ่อนโยนอีกนิดจะดีมากเลย...
ปาดน้ำตาอย่างเศร้าโศกก่อนจะก้มหน้ากินอย่างเรียบร้อยคิดอย่างเ็ปว่าพี่ชายพลาดไปแล้ว! แต่ในเื่แย่ ๆ มักจะมีสิ่งเล็ก ๆที่ชวนให้ใจเต้นโผล่ออกมา...
ปลายหางสายตาเห็นกุ้งตัวหนึ่งถูกคีบมาวางแหมะที่จานพอมองไปยังมือเล็ก ๆ ของใครบางคนที่สะบัดหน้าไปทางอื่นแล้วส่งเสียง '...เห็นว่าชอบ...กุ้ง...' ออกมา
อุหวา เดี๋ยวนะปฏิกิริยาแบบนี้มัน...
ซึนเดเระ[2]....
ซึนเดเระแหละ.....
น้องชายผมเป็ซึนเดเระ!!
น้องชายหน้าแดงก่ำก่อนจะเค้นเสียงอย่างหงุดหงิดว่า “ท่านพี่กินข้าว!”
“ครับ!!”
ถ้าน้องน่ารักแบบนี้ต่อให้พี่ต้องเป็ช้างเท้าหลังโดนกดขี่ก็ยอมแล้วแหละ!
นอกจากเื่น้องชายสายซึนเดเระตอนนี้ตัวผมเองก็อายุสิบขวบเสียแล้ว นับไปนับมาก็เหลือเวลาอีกห้าปีก็จะเข้าสู่ยุครุ่งโรจน์ของชีวิต!
มันคือ่ที่ผมจะได้ก้าวเข้าสู่โรงเรียนเวทมนตร์!
แน่นอนว่าการพบว่าที่ดยุกคนอื่นไม่ได้ทำให้ผมปลื้มปริ่มอะไรแม้แต่น้อยจุดมุ่งหมายคือโรงเรียนเวทมนตร์ที่มีนักเรียนหญิงอยู่ด้วยต่างหาก!
นอกจากจะสามารถจับคู่ให้กับพวกว่าที่ดยุกได้แล้วไม่แน่ว่าผมอาจจะสามารถหาสะใภ้ให้กับตัวเองได้อีกด้วยซึ่งนั่นนับว่าเป็เื่ที่ดีเลยใช่ไหมล่ะ?
ด้วยใบหน้าแบบกิลเบิร์ตเบดิเวียร์การหาแฟนคงไม่ใช่เื่ยากแต่ต้องเข้าใจก่อนว่าผู้หญิงคนไหนยิ่งเกรดเธอสูงเท่าไหร่ก็ย่อมต้องดูที่ความสามารถของผู้ชายเช่นเดียวกันผมไม่ได้คิดหวังจะสร้างฮาเร็ม ขอแค่แฟนสาวน่ารักสไตล์โลลิอกแบนสักคนก็พอใจแล้ว
เพราะอย่างนั้นต้องเพิ่มภาษีให้กับตัวเองก่อนและคนที่จะสามารถช่วยอัปสกิลให้กับผมได้ก็คือ...
“อะแฮ่ม! ซาลซาลในอนาคตนี่ผมเก่งด้านไหนเป็พิเศษเหรอ?”
เ้าชายหน้ามืด...หมายถึงเ้าชายพลังมืดที่กระตุกมุมปากอย่างเ็าอยู่ตรงหน้าผม
แม้ว่าซาลซาอัลจะชั่วช้า... มากสุด ๆแต่เื่พลังของเขาเป็ของจริง!จะว่าไปผมเองก็แอบสงสัยในพลังของซาลซาอัลนิดหน่อยอยู่เหมือนกัน ทั้งอ่านอนาคตถอดิญญาก่อเื่ชั่ว ๆ ได้ ยังไม่รวมความสามารถเื่การสาปแช่งนั่นอีก!
รู้สึกขอบเขตพลังของตัวละครลับนี่มันช่างเยอะเกินไปจริงๆ!
อ้อส่วนเื่เรียกเขาว่าซาลซาลนั่นผมแค่หาเื่กวนเขาไปอย่างนั้นแหละ...
“หึ...ความสามารถของนาย?” เ้าชายเบ้ปากมองบน “คิดยังไงถึงถามคำถามนี้? ก่อนหน้านี้ไม่เห็นจะสนใจ”
จะบอกว่าก่อนหน้านี้ผมเสเพลสินะ? อะแฮ่ม! ความจริง...ยอมรับก็ได้
“อีกไม่นานผมจะเข้าโรงเรียนเวทมนตร์...”
“เข้าไปยังไงนายก็ไม่ได้ใช้เวทมนตร์อยู่ดีใคร ๆ ก็รู้ว่ากิลเบิร์ต เบดิ-เวียร์ใช้เวทมนตร์ไม่ได้”
อืม... ก็จริง
ผมนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะเปลี่ยนคำพูดใหม่ “ถ้างั้น... ดาบ?”
เขาถลึงตาสีแดงมองมาอย่างดูถูก “ดาบ? เหอะ ต่อให้ในมือไนเจล กาเวนมีไม้จิ้มฟันโง่ ๆกับนายถือดาบเอ็กซ์คาลิเบอร์อยู่ฉันยังบอกได้เลยว่าใครจะชนะ!”
...โคตรเหยียดหยามอะแต่ความจริง... อ๊ะ ยอมก็แล้วกัน
หรือตัวผมจะขุดไม่ขึ้นจริง ๆ นะ? หนทางหาแฟนชักเริ่มยากลำบากขึ้นไปเสียแล้วสิ...
นิ่งคิดไปครู่หนึ่งก่อนจะเสนอใหม่ “งั้น...สายปราชญ์ล่ะ?”
มาดหนุ่มสวมแว่นสุดเท่อ่านหนังสือก็หล่อไม่เลวเหมือนกันนะ!
หน้าของซาลซาอัลฉายแววดูถูกเต็มที่ “ไปตายแล้วเกิดใหม่ยังง่ายกว่า!”
ผมเริ่มอยากจะร้องไห้ปากคอของซาลซาอัลโหดร้ายเกินไปแล้ว! แต่... โอเค ผมยอมอีกกระทงหนึ่งก็ได้หรือว่าผมจะไม่มีโอกาสได้เกิด จริง ๆ นะ?!
ความจริงผมเองก็ค่อนข้างเสเพ...หมายถึงเรื่อยเปื่อยมานาน ถ้าหากว่าจะให้ ตูม!! เก่งเลยนี่ก็ดูขี้โกงไปหน่อยเหมือนกันแต่พอคิดแบบนี้ ทีไรอีกความคิดหนึ่งก็วิ่งเข้ามาในหัวผมทุกที...
...มันก็แค่เกม
...นี่มันแค่เกมเองนะ
ผมอ่านมังงะมาก็มากดูอนิเมะก็เยอะส่วนใหญ่พวกตัวเอกถ้าไม่ใช่อัจฉริยะเลยเก่งพรวดพราด ๆก็เป็พวกคนธรรมดาที่มีดวง Ex กับอุดมการณ์อันสูงส่งเท่านั้นเอง...
บางทีผมควรจะเลิกคิดว่ามันควรเป็เกมแล้วดำเนินชีวิตจริงๆจังๆ? แต่พอคิดแบบนั้นภาพตัวเองปลูกสวน เขียนหนังสือ มีชีวิตเรียบง่ายก็เข้ามาในหัวบางที... ผมคิดว่าชีวิตใหม่ของผมก็เกิดมาได้ผิดบทบาทเหลือเกิน
ผมเป็คนเรียบง่าย ไร้อุดมการณ์ แค่มีชีวิตอยู่ไปวันๆ มองดูเด็กน้อยน่ารักวิ่งผ่านหน้าผ่านตาไปก็ปริ่มจนฟินไปสามโลกแล้ว!จะให้มีอุดมการณ์สืบทอดเจตนารมณ์บรรพบุรุษ ต้องเก่งนู้นนี่นั่นให้สมกับเป็ ว่าที่ดยุกมันก็ช่าง...
มองไปที่ว่าที่ทรราชในอนาคตแล้วเอ่ยถามเสียงเหนื่อย “อนาคตเราหนีตามกันไปไหม...”
ซาลซาอัลชักสีหน้าขยะแขยง “หนีตามกันไป?เหอะ! หน้าตาดีกว่านี้อีกสิบเท่าแล้วค่อยมาพูด!”
สิบเท่า...ในที่นี้หมายถึงถ้าหน้าตาดีกว่าไนเจลนายจะหนีตามกันไปจริงดิ?
ผมมองเขาด้วยสายตาหวาดหวั่นทำเอาเ้าชายกลอกตาไปมาก่อนจะเปลี่ยนเื่ “เคยสงสัยไหมว่าทำไมพลังของฉันถึงเหนือกว่าฮาเรฟแลนสลอตมาก”
“เอ๊ะ?” ผมกะพริบตา “อืม... อันที่จริงก็สงสัยหน่อย ๆ”
เขาเป็ตัวละครที่ทีมงานสร้างขึ้นมาเพื่ออยู่คู่ตรงข้ามกับฮาเรฟ แท้ ๆ แต่จากวันนั้นที่ผมปรับความเข้าใจกับไนเจลฮาเรฟกลับไม่รับรู้ถึงการมีตัวตนอยู่ในห้องของซาลซาอัลเลยแม้แต่น้อย
ถึงแม้ผมจะไม่ใช่ติ่งเกมนี้แต่ผมคือพี่ชายที่บูชาน้องสาว!ยัยน้องสาวคลั่งฮาเรฟมากและมักจะกรอกหูพี่ชายคนนี้เสมอ ๆ ว่า 'ฮาเรฟเป็ตัวละครที่เก่งที่สุดในเกม'
“นายรู้เื่เทพผู้พิทักษ์กับเวทมนตร์มากขนาดไหน?”พอเห็นผมตาใสใส่ เขาก็ถลึงตาอย่างหงุดหงิด “นายรู้ใช่ไหมว่าทุกคนต่างมีเทพประจำตัวของตัวเองอยู่อย่างฮาเรฟ แลนสลอตคือเทพแสงสว่าง ไนเจล กาเวนคือเทพน้ำแข็ง หรือความจริงคือเทพน้ำส่วนฉัน... คือเทพแห่ง ความมืด”
ผมพยักหน้า อันที่จริงการบอกว่าใครมีเทพประจำตัวธาตุไหนสามารถดูได้จากการใช้เวทมนตร์ยิ่งถนัดเวทมนตร์จุดไหนเป็พิเศษ แสดงว่าเทพของตนสังกัดธาตุนั้น
และยิ่งมีเวทมนตร์มากเท่าไหร่ก็แสดงว่าเทพของตนระดับสูงมากด้วย
“ไม่ว่าใครต่างก็เรียกเทพมาได้ทั้งนั้นแต่ส่วนมากคนที่สามารถเรียกเทพประจำตัวมาซัปพอร์ตตัวเองได้มักจะเป็คนที่มีเวทมนตร์ระดับกลางและเทพระดับกลาง...ซึ่งเอาเข้าจริงพลังพวกนั้นเทียบไม่ได้กับคนที่มีพลังเวทมนตร์ระดับสูง
แต่พวกมีเวทมนตร์ระดับสูงกลับไม่มีใครที่สามารถเรียกเทพของตนเองออกมาได้เลย” ั์ตาของซาลซาอัลฉายแววดูถูก
อันนี้ผมจำได้!ในหนังสือมีเขียนเอาไว้ว่า เพราะเทพระดับสูงนั้นต่างกับระดับกลางทั้งความสามารถความ... เออ เอาเป็ว่าเขาหยิ่งมากก็แล้วกัน!
ไม่ใช่ว่าพูดมาครึ่งทางแล้วลืมหรอกนะ...ไม่ใช่จริง ๆ
“ความสามารถของฉันเกิดขึ้นมาจากการทำสัญญาแลกเปลี่ยนกับเทพประจำตัว”ซาลซาอัลยิ้มโบกมือไปครั้งหนึ่งเงาสีดำก็รวมตัวกันเป็ก้อนกลิ้งไปมาในห้อง “...พลังเวทมนตร์สูงถึงขีดสุด แลกกับพลังกายให้น้อยลงที่สุด...”
เขากำลังบอกจุดอ่อนผมอยู่หรือเปล่า?
ผมหรี่ตาลง อดไม่ได้ที่จะหยั่งถามไป “ทำไมนายถึงบอกผม...”
เขาเค้นยิ้ม หัวเราะออกมา “เพราะนายไม่มีปัญญาทำอะไรฉันได้ไงล่ะ”
...ในตอนนี้นายควรจะพูดสวยๆ อย่าง 'เพราะฉันเชื่อใจนาย'นะซาลซาอัล! ลองถ้านายพูดแบบนี้ผมก็... ก็ไม่ใจอ่อนยวบเท่าไหร่เขาแก่เกินกว่าจะทำให้ผมฟินได้
ั์ตาสีแดงของซาลซาอัลหรี่ลง “ในขณะที่พวกนายสามารถเดินได้สิบกิโลฉันสามารถเดินได้แค่โลเดียว ในขณะที่พวกนายสามารถยกดาบได้หนักสุดของฉันอาจจะได้แค่มีด... เดี๋ยว นั่นนายมองอะไร?”
ผมถอนหายใจก่อนจะยกยิ้มบางให้ “ก็แบบ...
ถ้านายมีแรงติ๋งหนึ่งจริงจะมีปัญญาทำการบ้านกับภรรยามากแค่ไหนกันนะซาลซาอัล”
“...”
สาบานได้ว่าผมพูดอย่าง 'บริสุทธิ์ใจ' จริง ๆ นะ
[1]ฮิคิโคโมริ: อาการเก็บตัว ปลีกวิเวก ไม่สนใจสังคม
[2]ซึนเดเระ: ปากไม่ตรงกับใจ, รักนะแต่ไม่แสดงออก