บทที่ 26 การต่อสู้ครั้งแรกกับปีศาจราตรี!
ยี่สิบนาทีก่อนขึ้นสนาม
คู่ต่อสู้ของหลี่มู่ได้รับการยืนยันแล้ว
เป็นักรบระดับสาม โดยเขาใช้ชื่อว่า ‘เยี่ยหมัว*[1]’
ปัจจุบันมีสถิติชนะติดต่อกันสามครั้ง
แต่จำนวนการแข่งขันนั้นมีมากกว่ายี่สิบครั้งแล้ว
และว่ากันว่าเขาเคยได้รับชัยชนะติดต่อกันถึงห้าครั้ง!
เหตุผลที่มีการกำหนดและประกาศข้อมูลเหล่านี้ล่วงหน้า
ก็เพราะ้าเปิดรับพนัน
เื่นี้เองก็เป็แหล่งรายได้หลักของสังเวียนมวยใต้ดิน
เฝินมู่ 1:3
เยี่ยหมัว 1:1.3
อัตราต่อรองไม่ได้ตายตัว
นี่เป็เพียงอัตราต่อรองเริ่มต้นที่ผู้เชี่ยวชาญประเมินเอาไว้
เมื่อจำนวนคนและจำนวนเงินเดิมพันของทั้งสองฝ่ายเปลี่ยนแปลงไป
อัตราการต่อรองของทั้งสองฝ่ายก็จะมีการปรับเปลี่ยนตามเวลาจริงด้วยเช่นกัน
"ผู้ชมที่รักทั้งหลาย!"
"การต่อสู้ที่กำลังจะมาถึงนี้ เป็การประลองระหว่างนักรบระดับสามด้วยกัน!"
"โดยเยี่ยหมัวที่ชนะมาแล้วสามศึกติดต่อกันจะปะทะกับเฝินมู่ นักสู้มือใหม่ของพวกเรา!"
"เราจะเปิดรับพนันแล้ว ผู้ชมทั้งหลายสามารถวางเดิมพันได้อย่างเต็มที่!"
หลังจากการต่อสู้ครั้งก่อนจบลง พิธีกรสาวสวยในชุดวาบหวิวก็เดินเข้าสู่สนาม
เธอยั่วยวนผู้ชมให้วางเดิมพันด้วยท่าทางยั่วเย้า
หลี่มู่อยู่ในพื้นที่รอการต่อสู้ ซึ่งเป็ห้องเล็ก ๆ ใต้อัฒจันทร์ผู้ชมและอยู่ริมสนามตรงกลาง
คล้ายกับสถานที่ขังสัตว์ร้ายในสังเวียนการต่อสู้
ที่นี่ค่อนข้างมืด และมีเพียงหลี่มู่คนเดียว
ที่นี่คือสถานที่ซึ่งเรียกว่าพื้นที่รอการต่อสู้ และหากมองผ่านช่องว่างของประตูเหล็ก ก็จะสามารถมองเห็นสถานการณ์ภายนอกได้อย่างคลุมเครือ
มันคือการจัดวางแบบวงกลม คล้ายสนามประลองสัตว์
พื้นที่วงกลมตรงกลางคือสถานที่ต่อสู้ และมีเส้นผ่านศูนย์กลางราวห้าสิบเมตร
โดยรอบเป็ที่นั่งผู้ชมเรียงซึ่งเป็วงกลมซ้อนกันหลายชั้น
มีที่นั่งนับพันที่ แต่มีคนเข้าไปนั่งไม่ถึงครึ่ง
อย่างไรก็ตาม ดูเหมือน้าจะมีห้องรับรองพิเศษอยู่บ้าง
บริเวณรอบสนามยังมีจอภาพขนาดใหญ่ติดตั้งอยู่ในแต่ละด้าน
บนจอแสดงอัตราการเดิมพันระหว่างเยี่ยหมัวและเฝินมู่
บนแถบแสดงความคืบหน้าของอัตราการเดิมพัน ฝั่งของเยี่ยหมัวมีท่าทีเหนือกว่าอย่างท่วมท้น มันมากกว่าหลี่มู่อย่างมากมาย
แม้อัตราการเดิมพันของเยี่ยหมัวจะค่อนข้างต่ำ โดยที่หนึ่งหมื่นเหรียญัจะสามารถทำกำไรได้เพียงสามพันเหรียญั
แต่ในสายตาของคนจำนวนมาก นี่เป็การค้าที่ได้กำไรอย่างแน่นอน
แม้อัตราการเดิมพันของเฝินมู่จะต่ำ แต่ก็ต้องชนะให้ได้สิ
เมื่อเห็นเช่นนี้ มุมปากของหลี่มู่ก็ยกขึ้นเล็กน้อย
เขาหยิบเครื่องมือเดิมพันที่เ้าหน้าที่เพิ่งให้มา แล้วเดิมพันเงินสามหมื่นเหรียญัของตัวเอง
นักสู้ก็สามารถเดิมพันได้เช่นกัน
หากไม่ใช่เพราะทุนการศึกษาจากมหาวิทยาลัยนักรบฉู่หนานยังไม่มาถึง หลี่มู่คงจะเอาเงินหนึ่งล้านนั้นมาเดิมพันด้วย
ตอนนี้อัตราต่อรองของคนทั้งสองยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง
สาเหตุหลักเป็เพราะจำนวนเงินเดิมพันทั้งหมดไม่มากนัก
ผู้ชมส่วนใหญ่มักจะเลือกระมัดระวัง เมื่อเผชิญหน้ากับนักสู้หน้าใหม่
นี่คือประสบการณ์
สิบกว่านาทีต่อมา
จอภาพขนาดใหญ่รอบ ๆ แสดงผลการปิดรับพนัน
พิธีกรสาวสุดเซ็กซี่ถือไมโครโฟนพลางประกาศเสียงดัง
"หมดเวลาแล้ว ขอเชิญนักสู้ทั้งสองฝ่ายขึ้นสังเวียน!"
เอี๊ยด...
เสียงเหล็กเสียดสีดังจนแสบหู
ประตูเหล็กทั้งสองด้านของสนามค่อย ๆ ยกขึ้น
"เยี่ยหมัว! เยี่ยหมัว! เยี่ยหมัว!"
บนอัฒจันทร์ ผู้ชมบางคนที่วางเดิมพันไว้ต่างะโด้วยความตื่นเต้น
ผู้ชมที่มาดูการชกมวยใต้ดิน ส่วนใหญ่มาเพื่อแสวงหาความตื่นเต้น
พวกเขาชอบการต่อสู้ที่ดุเดือด ชอบการต่อสู้ที่เต็มไปด้วยเื
เหล่าผู้ที่เคยสูงส่งในอดีต!
ตอนนี้กลับมาต่อสู้เอาชีวิตเป็เดิมพันต่อหน้าพวกเขา!
แย่งชิงความเป็ความตาย!
สิ่งนี้ทำให้ผู้ชมเหล่านี้ตื่นเต้นเป็พิเศษ!
ดังนั้นแม้ราคาบัตรเข้าชมจะค่อนข้างแพง แต่ก็ยังมีคนจำนวนไม่น้อยแห่แหนกันมา
ชายร่างกำยำที่สวมเสื้อกล้ามเดินออกมาด้วยการก้าวเท้ายาว ๆ
ใบหน้าของเขาสวมหน้ากากสีดำ ทั่วร่างเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ และมีส่วนสูงเกินหนึ่งร้อยเก้าสิบเิเ
ในขณะเดียวกัน ทั่วร่างยังแผ่กลิ่นอายอำมหิตออกมา
เมื่อเห็นชายคนนั้นเดินเข้าสู่สนาม
ผู้ชมทั้งหลายก็ตื่นเต้นมากขึ้นทันที
"เยี่ยหมัว! เยี่ยหมัว! เยี่ยหมัว!"
"เฮ้!"
เยี่ยหมัวชูแขนขวาอันแข็งแกร่งของเขาขึ้นสูง ราวกับกำลังเพลิดเพลินกับเสียงโห่ร้องของผู้คน
อีกด้านหนึ่ง หลี่มู่เดินออกมาอย่างสงบ
ปัง!
ประตูเหล็กทั้งสองด้านปิดลงพร้อมกันอย่างแรง
นี่หมายความว่าพวกเขาไม่มีทางถอยอีกต่อไปแล้ว
"เฝินมู่บ้าอะไรกัน?"
"ฉันนึกว่าคนที่ตั้งชื่อยิ่งใหญ่ขนาดนี้ต้องไม่ธรรมดาแน่ ๆ แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับเป็แค่สุนัขตัวเล็ก ๆ!"
"ฮ่า ๆ ๆ ใครใช้ให้นายโง่ขนาดนั้นล่ะ ถึงกับกล้าเดิมพันกับคนใหม่"
...
เพียงแค่มองความแตกต่างระหว่างรูปร่างของทั้งสองฝ่าย ผู้ชมก็แทบจะไม่มีใครมองว่าหลี่มู่มีโอกาสชนะเลย
หากพูดถึงรูปร่างของหลี่มู่ เขาก็ถือว่าไม่เลวเหมือนกัน
เมื่อเทียบกับเยี่ยหมัวแล้วก็ไม่ได้เตี้ยกว่ามากนัก
ความแตกต่างระหว่างหนึ่งร้อยเก้าสิบเิเ กับหนึ่งร้อยแปดสิบเิเไม่ค่อยเห็นชัดนัก
แต่กล้ามเนื้อของเยี่ยหมัวนั้นดูเกินจริง ร่างกายของเขาดูน่าเกรงขามเป็อย่างมาก
ส่วนหลี่มู่ รูปร่างของเขากลับดูผอมบางเกินไปหน่อย
นี่เป็เพราะกลืนกิน์และโลกและประตูแปดทิศ ได้ขัดเกลาร่างกายของหลี่มู่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
กลางสนาม คนทั้งสองยืนห่างกันราวยี่สิบเมตร
พวกเขาประจันหน้ากันจากระยะไกล
"เยี่ยหมัว..."
หลี่มู่หรี่ตาลง
เขารู้สึกถึงแรงกดดันเล็กน้อย
ทั้ง ๆ ที่ฝ่ายตรงข้ามก็เป็เพียงนักรบระดับสาม!
แต่กลับทำให้เขารู้สึกถึงแรงกดดันได้!
ในอดีต เขาเคยเห็นแม่ทัพระดับสี่และระดับห้ามาแล้ว
กระทั่งแม่ทัพระดับหกที่แข็งแกร่งที่สุด!
แม้เยี่ยหมัวตรงหน้านี้จะเทียบไม่ได้กับพลังของชางมู่และจางเชียนสวิ่นเลยก็ตาม
แต่ตอนนั้นแม่ทัพระดับหกสองคนไม่ได้มุ่งเป้ามาที่ตน
แต่ขณะนี้ หมอนี่กลับส่งพลังกดข่มมาที่เขาโดยตรง!
แรงกดดันนี้รุนแรงยิ่งกว่าตอนนั้นซะอีก!
เพียงแค่เผชิญหน้ากับนักรบระดับสามก็เป็แบบนี้แล้ว!
ถ้าเขาต้องเผชิญหน้ากับแม่ทัพระดับสี่ ระดับห้า และระดับหกจะเป็อย่างไร?
หรือแม้กระทั่งาาแห่งการต่อสู้?
หรือว่าเมื่อถึงตอนนั้น เขาจะไม่มีแม้แต่ความกล้าที่จะลงมือ?!
ไม่!
พลังกดข่มนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับระดับเพียงอย่างเดียว! ทว่ายังต้องอาศัยการบ่มเพาะด้วยตนเอง!
การต่อสู้จริงสามารถเพิ่มพูนพลังในการต่อสู้! ฝึกฝนจิตใจ และบ่มเพาะพลังกดข่มได้!
ผู้คนพบกันในทางแคบ ผู้กล้าย่อมชนะ!
นักรบต่อสู้ดิ้นรน แม้ตายก็ไม่ยอมถอย!
การต่อสู้ของนักรบไม่ใช่แค่เื่ของพละกำลัง! แต่เป็เื่ของลมหายใจด้วย!
ใช้การต่อสู้หล่อเลี้ยงพลัง! ร้อยศึกไม่มีวันพ่าย!
ใช้การต่อสู้หล่อเลี้ยงจิตใจ! หัวใจนักรบไม่มีวันดับ!
"ฉันต้องต่อสู้..."
สิ่งที่เขาต้องฝึกฝนไม่ใช่แค่ความสามารถในการต่อสู้จริงเท่านั้น
แต่ยังรวมถึงสภาพจิตใจของตนเองด้วย!
เขาต้องไปให้ถึงจุดที่แม้เผชิญหน้ากับเทพแห่งการต่อสู้ ตนก็จะไม่ถอยแม้แต่ก้าวเดียว!
หลี่มู่เลียมุมปากของตัวเอง
เขาไม่ได้มาผิดที่!
"เฝินมู่..."
แม้ตอนนี้จะสวมหน้ากาก แต่มันเป็เพียงหน้ากากที่ปิดเฉพาะรอบดวงตา และครึ่งบนของใบหน้าเท่านั้น
ตอนนี้ชายร่างกำยำกำลังแสดงรอยยิ้มโหดร้าย
การอยู่ในสถานที่เช่นสังเวียนใต้ดินเป็เวลานาน
ทำให้คนเรากลายเป็คนที่โหดร้ายมากขึ้นเรื่อย ๆ ได้อย่างง่ายดาย
การเผชิญหน้ากันดำเนินไปไม่ถึงหนึ่งนาที
ทันใดนั้นก็มีเสียงประกาศดังขึ้น
"เริ่มการต่อสู้!"
ทันทีที่เสียงจบลง เยี่ยหมัวย่อเข่าทั้งสองข้าง ร่างของเขาพุ่งตรงไปทางหลี่มู่อย่างบ้าคลั่ง
ท่าทางนี้เหมือนกับวัวตัวผู้ที่กำลังวิ่งอย่างบ้าคลั่ง!
"เฝินมู่ตายแน่! ว่ากันว่าพลังของเยี่ยหมัวนั้นมีมากถึงหกพันหน่วยเลยทีเดียว!"
"หลายครั้งก่อนหน้านี้ เยี่ยหมัวได้พุ่งชนคู่ต่อสู้จนาเ็สาหัส!"
"ฉันชอบดูฉากที่เยี่ยหมัวพุ่งชนคู่ต่อสู้จนลอยกระเด็น แล้วกระอักเืออกมามากที่สุดเลย!"
…
ผู้ชมต่างตื่นเต้นขึ้นมาทันที
พวกเขามาที่นี่เพื่อหาความตื่นเต้น พวกเขากระหายภาพที่เต็มไปด้วยเื!
เมื่อเผชิญหน้ากับเยี่ยหมัวที่กำลังพุ่งเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง หลี่มู่ก็ค่อย ๆ ผ่อนลมหายใจออกมา
"ไม่หลบงั้นเหรอ! ตายซะ!"
เมื่อเห็นหลี่มู่ไม่ขยับเขยื้อน เยี่ยหมัวก็แสดงรอยยิ้มโเี้ยิ่งขึ้นทันที
เมื่อเข้าใกล้แล้ว กำปั้นขวาขนาดเท่ากระสอบทรายของเขา ก็พุ่งเข้าใส่ศีรษะของหลี่มู่อย่างรุนแรง
คนที่คลุกคลีอยู่ในสังเวียนใต้ดินย่อมไม่รู้จักความปรานี!
เมื่อหมัดใกล้ถึงตรงหน้า ลมหายใจของหลี่มู่ก็รัวเร็วขึ้นเล็กน้อย เขารีบถอยหลังอย่างรวดเร็ว เพื่อหลบหมัดที่พุ่งมาพร้อมกับแรงลมที่ปะทะใบหน้า
[1] เยี่ยหมัว หมายถึง ปีศาจราตรี