ตอนที่ 26
“เธอกำลังปิดบังอะไรพวกเราอยู่แน่ๆ แถมยังระมัดระวังมากด้วย” หลังสิ้นสุดการประชุมเหล่าผู้บัญชาการของสมาคมฮันเตอร์ต่างก็ตั้งโต๊ะประชุมกันอย่างจริงจังโดยไม่ได้คิดจะพักผ่อนแต่อย่างไร แนวทางในการเจรจาเป็นไปในทิศทางที่ดีก็จริง แต่พวกเขาก็ยังมีข้อกังขาอีกมากมายที่ยังไม่สามารถตัดสินใจได้ในทันที แถมพวกเขาก็ไม่ได้ใสซื่อพอจะเชื่อสิ่งที่จูนแสดงออกมาทั้งหมดด้วย
“สกิลตรวจสอบใช้ไม่ได้ผลแบบนี้มันชวนหงุดหงิดจริงๆ” เป็นไปอย่างที่จูนกังวลจริงๆ สาเหตุที่ทำให้พวกเขายังไม่ไว้ใจหลักๆก็มาจากสกิลตรวจสอบที่ไม่สามารถใช้งานได้ตามปกตินั่นเอง แม้เหล่าผู้บัญชาการและรองผู้บัญชาการจะไม่ใช่ฮันเตอร์แรงค์ S หรือ แรงค์พิเศษ แต่พวกเขาก็มีสกิลตรวจสอบที่สามารถตรวจสอบมอนสเตอร์แรงค์ A ได้สบาย ยิ่งพวกเขาบางคนที่ต้องทำงานร่วมกับฮันเตอร์มากหน้าหลายตาแล้วทักษะการมองผู้คนย่อมเหนือกว่าธรรมดามาก แต่พวกเขาก็ไม่สามารถใช้ทั้งสกิลและความสามารถพิเศษกับจูนหรือซอมบี้คนอื่นๆได้เลย
“แล้วคุณล่ะฮันเตอร์ยูเรนัส ผมได้ยินมาว่าสกิลตรวจสอบของคุณเป็นสกิลที่พิเศษมาก คุณสามารถตรวจสอบเธอคนนั้นได้หรือเปล่า” เกษมรองผู้บัญชาการหน่วยวิรูปักษ์ใช้ดวงตาที่ดูน่าหวาดกลัวมองลอดผ่านหน้ากากสีเงินไปยังใบหน้าของยูที่กำลังนั่งนิ่งอยู่ในวงประชุมโดยไม่ได้เสนอความคิดเห็นออกมาเลยแม้แต่คำเดียว ตัวเกษมนั้นเป็นฮันเตอร์สายตรวจสอบชั้นแนวหน้าที่มีสกิลพิเศษเป็นสายตรวจสอบเช่นกัน แต่ทั้งๆแบบนั้นผู้คนก็ยังร่ำลือว่าสกิลของฮันเตอร์ยูเรนัสนั้นเหนือกว่าตัวเขาเสียอีก
“สกิลของผมมีปฏิกิริยาตอนที่ได้พบพี่ครับ เธอคนนั้นคือพี่สาวของผมจริงไม่ผิดแน่ แต่นอกจากนั้นผมก็ไม่เห็นอะไรเลย” ยูหันกลับไปมองรองผู้บัญชาการเกษมด้วยสีหน้านิ่งเรียบไร้ซึ่งความเครียดใดๆ เพราะตัวเขาไม่เหมือนกับทุกคนในห้องประชุมแห่งนี้ที่กำลังถกเถียงว่าจะเลือกทางไหนดี ตัวเขาในตอนนี้ได้เลือกไปแล้วว่าจะสนับสนุนพี่สาวอย่างเต็มตัวจึงไม่จำเป็นต้องลังเลใดๆทั้งสิ้น
“เธอเป็นพี่สาวของคุณแน่ๆพวกเราไม่เถียงเรื่องนั้นแล้ว แต่ตอนนี้พวกเราต้องการข้อสรุปว่าพี่สาวของคุณกำลังคิดวางแผนจะทำอะไรอยู่กันแน่ต่างหาก น่าเสียดายที่แม้แต่สกิลของคุณก็ยังตรวจสอบอะไรมากกว่านี้ไม่ได้” เกษมส่ายหน้าช้าๆก่อนจะหันกลับไปเริ่มพูดคุยกับคนอื่นๆต่ออีกครั้ง แต่น่าเสียดายที่พวกเขามีข้อมูลน้อยเกินไปก็เลยยังไม่ทราบจุดประสงค์ที่แท้จริงของจูนก็เลยตัดสินใจจะใช้แผนการตรวจสอบโลกใบนี้ให้ละเอียดยิ่งขึ้นเท่าที่จะทำได้แทน
ตุบ
ร่างของฮันเตอร์ยูเรนัสทิ้งลงบนเตียงด้วยท่าทีหมดแรง พวกคนของสมาคมฮันเตอร์ตั้งใจจะยอมรับข้อเสนอของพี่แล้วแท้ๆแต่กลับมัวแต่หวาดระแวงจนการประชุมมันไม่จบไม่สิ้นสักที ทั้งๆที่ตัวเขาแอบหวังว่าจะไปหาพี่สาวหลังจากประชุมจบแท้ๆ ตอนนั้นเพราะต้องเริ่มการเจรจาก็เลยยังไม่ทันได้พูดคุยอะไรกันเลยด้วยซ้ำ แต่กว่าประชุมจะจบเวลาก็ล่วงเลยมาเกือบเที่ยงคืนแล้ว จะให้ไปรบกวนพี่สาวตอนนี้ก็คงไม่ดี..
ก๊อกๆ!
ระหว่างกำลังนึกเสียดาย อยู่ๆภายในห้องก็มีเสียงเคาะดังขึ้น เพียงแต่เสียงนั้นไม่ได้มาจากทางประตูแต่เสียงนั้นกลับมามาจากทางระเบียงต่างหาก
“...” ยูกะพริบตาปริบๆเหมือนไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง พอหันไปทางระเบียงที่มีกระจกบานใหญ่ปิดกั้นระหว่างภายในและภายนอกห้องเอาไว้ดวงตาของเขาก็พบเข้ากับร่างของพี่สาวที่กำลังโบกมือพร้อมยิ้มแป้นแล้นจนไม่เหลือท่าทีจริงจังภายในโต๊ะเจรจาก่อนหน้านี้เลย
“พวกสมาคมเนี่ยประชุมกันนานจังเลย พี่รอตั้งนานแนะกว่ายูจะออกมา” จูนยิ้มกว้างทันทีเมื่อน้องชายเดินมาเปิดบานกระจกให้เธอได้เข้าไปในห้อง ไม่ใช่แค่ยูหรอกที่อยากจะคุยกันอีกครั้งจนอดใจไม่ไหวเพราะฝั่งจูนเองก็มีเรื่องตั้งมากมายอยากจะคุยกับเขานี่นา
“พี่…” ใบหน้าของยูมีสีแดงระเรื่อผุดขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ แม้ก่อนหน้านี้ตัวเขาจะกอดพี่เต็มอ้อมแขนก็เถอะ แต่มันก็เปลี่ยนความจริงที่เขากับพี่เพิ่งจะเจอหน้ากันในรอบ 20 ปีไม่ได้อยู่ดี แถมท่าทีของยูตอนอยู่กับจูนตามลำพังก็ดูต่างออกไปจากตัวเขาที่อยู่ท่ามกลางเหล่าฮันเตอร์และคนของสมาคมฮันเตอร์อย่างเห็นได้ชัด เพราะตอนนี้ตัวเขารู้สึกเหมือนกำลังย้อนไปตอนเป็นเด็ก ในสมัยที่ตัวเขาทำได้แค่ยกมือขอให้พี่สาวช่วยอุ้มตัวเขาเข้าไปกอดเลย..
“น้องพี่โตแล้วจริงๆด้วย แล้วทำไมเราถึงสูงกว่าพี่อีกล่ะเนี่ย…” ดวงตาที่กำลังเปล่งประกายอย่างดีอกดีใจของจูนหยุดชะงักลงเล็กน้อยเมื่อพยายามจะยื่นมือเข้าไปลูบศีรษะของยู เมื่อเธอพบกว่าเธอต้องยื่นมือสุดแขนเพื่อลูบหัวเด็กคนนี้มันช่างน่าหดหู่ใจจริงๆ แถมข่าวร้ายก็คือตัวเธอที่ใช้เวลามาหลายร้อยปีนั้นกลับไม่สูงขึ้นเลย นั่นหมายความว่าเธอคงเลิกหวังเรื่องความสูงไปได้แล้วสินะ แต่ทำไมยูที่เป็นน้องชายของเธอแท้ๆถึงสูงขนาดนี้ได้ล่ะ ยีนก็มาจากพ่อแม่คนเดียวกันแท้ๆ
“อาจจะเป็นเพราะพี่เหมือนแม่มากก็ได้” ยูหัวเราะออกมาเบาๆก่อนจะย่อตัวลงแล้วดันศีรษะของตัวเองไปให้พี่สาวได้ลูบอย่างที่เธอตั้งใจเอาไว้ตั้งแต่แรก จะว่าไปในความทรงจำพี่สาวก็ชอบลูบผมของเขาประจำเลยนี่นา แถมในความทรงจำที่ได้รับมาก็มีภาพของพ่อและแม่อยู่ด้วย เหมือนจะมีบางครั้งที่เขาได้ยินแม่บ่นเรื่องความสูงของตัวเองให้ได้ยินซะด้วยสิ
“ยูต่างหากล่ะที่เหมือนแม่ ดูสิหน้าหวานขนาดนี้ได้แม่มาเยอะเลย” จูนยิ้มอย่างพึงพอใจระหว่างลูบเส้นผมของยูอย่างทะนุถนอม ความจริงที่จูนจำยูได้อย่างแม่นยำไม่ใช่เพราะเขาไม่เปลี่ยนไปจากตอนเด็กหรอก แต่เป็นเพราะใบหน้าของเขาตอนนี้เหมือนมีภาพของพ่อและแม่ผสมกันอยู่เลย โครงหน้าของเขาเหมือนกับพ่อมากส่วนดวงตาก็เหมือนกับแม่อย่างกับถอดกันมา เธอจึงมั่นใจมากตั้งแต่วินาทีแรกที่ได้เห็นรูปของเขาว่าเขาคือน้องชายของเธอจริงๆ
“ยู… พี่ขอโทษนะที่ทิ้งเธอเอาไว้ พี่พยายามจะกลับมาให้เร็วที่สุดแล้วจริงๆ” ยิ่งมองใบหน้าที่โตเป็นหนุ่มของน้องชายความรู้สึกต่างๆก็ยิ่งถาโถมเข้าภายในใจของจูน เธอพลาดช่วงเวลาที่เขาเติบโตไปเยอะมาก ทั้งๆที่เธอควรจะอยู่กับเขาและคอยดูแลเขาแท้ๆ
“พี่อย่าขอโทษเด็ดขาดเลย เพราะความเสียสละของพี่ผมกับคุณยายก็เลยได้รับการดูแลจากสมาคมฮันเตอร์เป็นอย่างดี พอได้รับการปลุกพลังผมก็ได้รับทุนศึกษาทันทีด้วย ที่ผมเป็นอย่างทุกวันนี้ได้ก็เพราะพี่ทั้งนั้น เพราะอย่างนั้นพี่ไม่ได้ทำอะไรผิดกับผมแม้แต่อย่างเดียว” อยู่ๆท่าทีของยูก็กลายเป็นจริงจังขึ้นมาทันที ตัวเขารู้สึกขอบคุณพี่มาตลอดก็เลยไม่มีทางยอมให้ใครมาดูถูกพี่สาวของเขาเด็ดขาด แม้แต่ตัวพี่สาวเองก็ตาม ถึงจะรู้สึกเหงาที่ครอบครัวเหลือแค่เขาและยายแต่เพราะเรื่องของจูนกลายเป็นข่าวและได้รับความสนใจจากประชาชนทำให้ครอบครัวของผู้เสียชีวิตในเรดเกทแรงค์ F ได้รับการดูแลอย่างดีจากสมาคมฮันเตอร์กันทุกครอบครัว และด้วยการผลักดันของเหล่าฮันเตอร์ก็มีครอบครัวอีกตั้งมากมายที่ได้รับการชดเชยเพิ่มเติมเพราะเรื่องของพี่ด้วย
“ท่าทาง ยูจะเข้มแข็งกว่าพี่แล้วสิเนี่ย” พอโดนน้องชายพูดแบบนั้น บ่อน้ำตาของจูนก็เริ่มเอ่อล้นออกมาอีกครั้ง น้องชายของเธอช่างเป็นเด็กดีจริงๆ ทั้งๆที่เขาจะต่อว่าเธอที่ทิ้งเขาเอาไว้ก็ได้แท้ๆ
“พี่นั่นแหล่ะทำไมขี้แยกว่าสมัยก่อนอีกล่ะ” ยูส่ายหน้าช้าๆก่อนจะเดินไปหยิบกล่องกระดาษทิชชู่มาให้จูนด้วยสีหน้ายิ้มๆ พอพ่อแม่เสียไปพี่สาวก็ฝืนตัวเองมาตลอดเลยไม่ค่อยร้องไห้ให้เขาเห็นเท่าไหร่ แต่ตอนนี้แค่วันเดียวเธอกลับร้องไห้ออกมาตั้ง 2 รอบเสียได้
“จริงด้วย ทำไมยูถึงจำเรื่องสมัยเด็กได้ล่ะ ตอนนั้นยูเพิ่งจะสองขวบเองนี่นา” จูนรับทิชชู่มาเช็ดน้ำตาก่อนจะหันไปถามยูด้วยความสงสัย มันก็ดีใจหรอกที่เขาจำเธอได้แต่จูนก็ยังสงสัยอยู่ดีว่าทำไมยูถึงมั่นใจนักว่าเธอเป็นพี่สาวของเขา แถมเมื่อครู่เขายังบอกด้วยว่าเธอขี้แยกว่าสมัยก่อน นั่นมันก็หมายความว่าเขาจำได้จริงๆสินะว่าสมัยที่อยู่ด้วยกันมันเป็นยังไง
“เรื่องนั้น… เป็นเพราะสกิลของผมน่ะสิ” ยูเกาแก้มเขินๆก่อนจะชี้ไปที่หน้าผากของตัวเอง สกิลเนตรวิเศษส่องสามภพของเขาเป็นสกิลที่ทำให้เขากลายเป็นฮันเตอร์แรงค์ S ได้อย่างรวดเร็วเลยก็ว่าได้ ในฐานะมือธนูดวงตาที่สามนี้สามารถสาดส่องไปรอบๆเพื่อระบุตำแหน่งของศัตรูและทำให้ยูสามารถเล็งโจมตีได้อย่างแม่นยำจนน่ากลัว แม้แต่เหล่านักสำรวจที่เชี่ยวชาญด้านการซ่อนเร้นตัวตนก็ไม่อาจพ้นสายตาของเขาได้ แถมดวงตาดวงนี้ยังสามารถทำการตรวจสอบความสามารถของเป้าหมายได้อย่างละเอียดและแม่นยำอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นความแข็งแกร่ง คุณสมบัติ จุดอ่อน รายละเอียดของวัตถุต่างๆที่แม้แต่ตัวยูก็เพิ่งเคยเห็นครั้งแรก แถมดวงตาดวงนี้ยังฉายภาพอดีตและอนาคตให้เขาได้เห็นในบางครั้งอีกต่างหาก เรียกได้ว่าเขารอดตายมาได้เพราะดวงตาดวงนี้อยู่หลายครั้ง แต่มัน…กลับมองอะไรจากพี่สาวของเขาในตอนนี้ไม่ได้เลยทั้งๆที่แม้แต่บอสของเกทแรงค์ S ก็ยังมองเห็นบ้างแท้ๆ
“สุดยอดเลย เพราะดวงตาดวงนี้นี่เองยูถึงจำพี่ได้ ต้องขอบคุณมันเลยนะพี่ถึงมานั่งคุยกับยูได้เร็วขนาดนี้” จูนมองดวงตาที่สามของยูอย่างยินดี หากไม่มีสกิลนี้เธอคงต้องเสียเวลาพิสูจน์ความจริงกับยูไปอีกเยอะแน่ๆ และช่วงเวลานั้นคงอึดอัดสุดๆเลย
“แต่น่าเสียดายนะครับที่ดวงตานี้ยังทำให้พวกผู้บัญชาการยอมเชื่อใจพี่ไม่ได้ ถ้าผมแบ่งความทรงจำให้พวกเขาเห็นได้พวกเขาก็น่าจะยอมเชื่อใจพี่แล้วเลิกระแวงแบบตอนนี้แน่ๆ” ยูถอนหายใจออกมาอย่างเสียดาย เพราะตัวเขาไม่สามารถอธิบายให้พวกเขาเข้าใจได้ว่าพี่สาวคนนี้ไม่มีทางวางแผนทำอะไรเลวร้ายกับโลกแน่ๆ
“แค่ยูเชื่อพี่ พี่ก็ดีใจแล้ว ตอนนี้พวกผู้บัญชาการคงวางแผนถ่วงเวลาอยู่ล่ะสิ ถ้าให้เดาพรุ่งนี้พวกเขาคงหาข้ออ้างถ่วงเวลาเพื่อดูสืบค้นความจริงในโลกนี้ก่อนแน่ๆ” อยู่ๆจูนก็พูดออกมาอย่างกับนั่งฟังอยู่ในห้องประชุมเดียวกันมาไม่มีผิด นี่เธอรู้อยู่แล้วเหรอว่าพวกผู้บัญชาการจะตัดสินใจยังไง
“แต่แบบนั้นก็ดีนะ ยูจะได้อยู่ที่นี่นานขึ้น ตอนพวกเขาออกไปตรวจสอบในเมืองยูก็ไปเที่ยวชมเมืองกับพี่ดีไหม จริงสิพี่พายูไปที่โรงตีเหล็กดีกว่า พี่น่าจะหาธนูกับชุดดีๆให้ยูได้นะ” จูนยิ้มกว้างอย่างกับไม่ได้กังวลเรื่องแผนการตรวจสอบของเหล่าผู้บัญชาการเสียเท่าไหร่ แม้จะกังวลอยู่บ้างว่าทุกอย่างจะเป็นไปตามแผนหรือเปล่า แต่เพราะจูนและพวกพี่ฝน พี่หยก ร่วมวางแผนเรื่องนี้เป็นอย่างดีเชียวนะ
“พี่จะปล่อยให้พวกเขาตรวจสอบจริงๆเหรอ หรือว่าพี่มั่นใจว่าไม่ได้เก็บซ่อนอะไรเอาไว้” ยูเลิกคิ้วอย่างประหลาดใจกับท่าทีสบายๆของพี่สาว ในหน่วยทั้ง 4 มีหน่วยวิรุฬหกที่ถนัดเชี่ยวชาญด้านการสืบสวนเป็นพิเศษ พวกเขาสามารถสืบหาหลักฐานที่ถูกเหล่าฮันเตอร์ใช้สกิลซ่อนเอาไว้เป็นอย่างดีได้อย่างน่าเหลือเชื่อ ยูมั่นใจเลยว่าคุณลุง พิศาล ผู้บัญชาการหน่วยวิรุฬหกจะต้องรื้อเมืองนี้ทั้งเมืองเพื่อหาจุดน่าสงสัยแน่ๆ
“หึหึ… พี่เตรียมสิ่งที่พวกเขาจะค้นเจอเอาไว้หมดแล้ว รับรองว่าพวกเขาจะต้องอยากทำข้อตกลงกับพี่มากขึ้นแน่นอนถ้ารู้ว่าพี่ซ่อนอะไรเอาไว้ แถมพี่น่ะ…ยังมีท่าไม่ตายซ่อนเอาไว้อีกนะ” จูนกระซิบเสียงเบาด้วยท่าทีมั่นอกมั่นใจเสียเต็มที่ ในเมื่อรู้อยู่แล้วว่าพวกเขาอยากจะตรวจสอบ เช่นนั้นก็ให้พวกเขาได้เจออะไรเข้าสักอย่างไปเลยก็สิ้นเรื่อง แกล้งทำเป็นถูกพวกเขาค้นพบความจริงที่ซ่อนเอาไว้แล้วให้พวกเขาเป็นฝ่ายเปลี่ยนแปลงสัญญาด้วยตัวเอง เท่านี้ก็มัดมือพวกเขาให้ทำข้อตกลงได้แล้ว
“เรื่องนี้…พี่ไม่ควรเอามาบอกผมไม่ใช่เหรอ” ยูก็ดีใจอยู่หรอกที่พี่สาวมีแผนรับมืออยู่แล้ว แต่พี่ลืมไปหรือเปล่าว่าตัวเขาก็ยังเป็นฮันเตอร์ภายใต้สังกัดของสมาคมอยู่
“ถ้าเป็นยูก็ไม่เป็นไรหรอก ในโลกพี่เหลือแค่ยูคนเดียวนี่นา ถ้าพี่จะเชื่อใจใครก็มีแต่ยูเท่านั้นแหล่ะ” จูนยิ้มหวานก่อนจะเลื่อนมือไปลูบศีรษะของยูอีกครั้ง เพราะเขาคือน้องชายของเธอ เธอก็เลยอยากจะเชื่อใจเขาที่สุด หากเขาเลือกที่จะหักหลังเธอและไม่อยากให้เธอกลับไป เธอก็พร้อมจะทำตามที่เขาต้องการ แต่จากความรู้สึกในดวงตาของเขาจูนมั่นใจเลยว่าเขาไม่มีทางทำแบบนั้นแน่ๆ