ชิงเว่ยเว่ยเองก็รู้สึกสงสัยในความแปลกประหลาดของป่าบนเขาไข่ัเมื่อลงมาหอสมุดนางมองกลับไป ข้างหลังมีเพียงสนามหญ้าเล็กๆ จากนั้นเป็ ป่าทึบนางรู้สึกสนใจเื่ค่ายกลอย่างมาก จึงรีบกินอาหารแล้วขอตัวไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเข้าห้องนอนดีที่ท่านแม่ของนางวันนี้ต้องดูแลท่านพ่อจึงมิได้สนใจไถ่ถามเื่เรียนหนังสืออย่างทุกวัน
มารดาของชิงเว่ยเว่ยเป็อนุภรรยาคนที่สองของใต้เท้าชิงที่ยามนี้ดำรงตำแหน่งเ้ากรมกลาโหมพี่ชายคนโตชิงหลวนซานเกิดจากอดีตฮูหยินซิวซีชวน พี่สาวคนรองคือพระชายาเอกชิงหลานที่อภิเษกสมรสไปกับท่านอ๋องสิบห้า ชิงหลานเป็บุตรีที่เกิดจากจังฮูหยินอดีตภรรยาที่ถูกทอดทิ้งภายหลังจึงได้แต่งงานกับใต้เท้าชิงเว่ยอีกครั้งด้วยการพระราชทานสมรสจากิฮ่องเต้ตอนนี้ทั้งคู่ก็มีบุตรชายที่เกิดใหม่ซึ่งกลายเป็น้องเล็กของนางผู้หนึ่งอายุเพิ่งได้สองขวบชื่อชิงเฉิง อนุภรรยาคนแรกคืออนุผังบุตรชายที่อายุมากกว่านางสี่ปีปีนี้ชิงเสี้ยวอายุสิบห้าแล้ว เขาคร่ำเคร่งในการเรียนเพราะหวังจะสอบซิ่วไฉ่ให้ได้ตามความหวังของบิดา
“คุณหนูเ้าคะยังจะแอบอ่านตำราตอนกลางคืนอีก ประเดี๋ยวท่านแม่ก็ดุเอาหรอกเ้าค่ะคุณหนูควรจะรีบเข้านอนแล้วตื่นแต่เช้ามาอ่านนะเ้าคะ”
“วันนี้ท่านแม่ต้องดูแลท่านพ่อไม่มีเวลามาดุข้าหรอกน่า”
นางค้นเอาหนังสือจากบนตู้ที่ซื้อไว้นานแล้วออกมาปัดฝุ่นก่อนจะนั่งอ่านที่มุมทำการบ้านหนังสือรวมค่ายกลนี้แต่เดิมชิงเว่ยเว่ยอ่านเพียงผ่านๆ เพราะนางสนใจตำราฝึกวรยุทธ์มากกว่าแต่วันนี้หลังจากพลัดหลงเข้าไปในค่ายกลร้อยทางแยกนางก็กระตือรือร้นที่จะกลับมาค้นหาความลับของค่ายกลในเขาไข่ัขึ้นมา
“จ้งซู จ้งหนิงเื่วันนี้พวกเ้าสองคนห้ามบอกท่านพ่อกับท่านแม่เด็ดขาด เข้าใจหรือไม่?”
“เ้าค่ะ ข้าไม่กล้าพูดหรอก พูดไปข้าก็โดนโบยสิเ้าคะโทษฐานไม่ดูแลคุณหนูให้ดี นี่หากอาจารย์ใหญ่หวังไม่ไปช่วยพวกท่านออกมาล่ะก็เห็นทีหลังของข้าสองคนคงจะขาดแน่ๆ เ้าค่ะ”
สาวใช้แซ่จ้งทั้งสองมองสาวน้อยที่นั่งอ่านตำราด้วยท่าทางเคร่งขรึมแล้วไม่กล้ารบกวนพวกนางที่ดูแลชิงเว่ยเว่ยมาั้แ่เยาว์วัยรู้สึกว่าหลังจากที่นางฟื้นจากความตายมาได้ก็ทำตัวราวกับผู้ใหญ่นางคร่ำเคร่งร่ำเรียนเขียนอ่านและยังมุ่งมั่นฝึกอาวุธเพราะหวังจะเป็จอมยุทธ์ที่เก่งกาจอย่างคุณหนูรองที่ยามนี้ไปเป็พระชายาเอกของท่านอ๋องสิบห้าชิงเว่ยเว่ยที่ยามนี้อายุสิบเอ็ดปี มักจะออกคำสั่งกับพวกนางอย่างชัดเจนและสั่งสอนพวกนางให้รู้และเข้าใจเื่รอบตัวได้ราวกับเป็ฮูหยินเอก
“ดีแล้ว!เื่นี้ดูเหมือนจะมีลับลมคมในอยู่มากนักให้ข้าสืบสาวราวเื่ให้ชัดเจนเสียก่อนค่อยเอาเื่นี้ไปเล่าให้ท่านพ่อฟัง”
สาวใช้สองคนจึงขอตัวกลับไปห้องนอนที่อยู่ติดกับห้องคุณหนู ด้วยความที่ชิงเว่ยเว่ยเคยป่วยหนักใต้เท้าชิงจึงไม่ยอมให้สาวใช้ทั้งสองอยู่ห่างกายบุตรสาวแม้ว่ายามนี้นางจะหายดีสุขภาพแข็งแรงแล้วก็ตาม
เด็กหญิงก้มหน้าก้มหน้าตรวจสารบัญเพื่อหาดูว่ามีหัวข้อที่เกี่ยวกับค่ายกลร้อยทางแยกหรือไม่?ในตำรานี้บอกเล่าค่ายกลที่จอมยุทธ์ลู่อัจฉริยะผู้สร้างค่ายกลเป็อันดับหนึ่งของยุทธภพได้รังสรรค์เอาไว้แต่กลับไม่ปรากฏชื่อค่ายกลร้อยทางแยก
“ทำไมไม่มี?หรือว่าจะเป็ค่ายกลที่สร้างขึ้นในภายหลัง” ชิงเว่ยเว่ยเข้านอนด้วยความปวดใจนางอยากจะรู้เื่ให้กระจ่างในคืนนี้ เมื่อพลิกกายไปมาบนฟูกได้หลายตลบก็พลันนึกถึงหน้าคนผู้หนึ่ง
‘อ๋า! จริงสิ! ข้าลืมคุณชายจินไปได้อย่างไรกัน?คนที่สามารถแก้ไขค่ายกลได้เก่งกาจในแคว้นิก็คือเ้าของสำนักข่าวนกกระจิบข้าลืมเขาไปได้อย่างไร?’
คิดได้เช่นนั้นชิงเว่ยเว่ยก็รู้สึกสบายใจขึ้น พรุ่งนี้นางจะขออนุญาตท่านแม่ใหญ่ออกไปหาพี่รองที่สำนักข่าวนกกระจิบแล้วขอคำแนะนำจากคุณชายจินแบบนี้คงจะง่ายกว่าการหาอ่านเองเยอะเลย
เช้าวันต่อมาสาวใช้จากเรือนใหญ่ก็มาเชิญชิงเว่ยเว่ยไปร่วมรับประทานอาหารบนโต๊ะใหญ่ท่านแม่ของนางรีบคะยั้นคะยอให้ไปด้วยความยินดี
ในครอบครัวสกุลชิงยามนี้รักใคร่ปรองดองกันอย่างยิ่งแม้ท่านพ่อจะรักใคร่ในตัวจังฮูหยินยิ่งกว่าภรรยาทุกคนแต่เพราะอนุผังกับท่านแม่อยู่รับใช้ด้วยความซื่อสัตย์มานานจึงมิได้ทอดทิ้งจนไม่ดูดำดูดีในรอบสัปดาห์ท่านพ่อก็จะมาเยือนเรือนของพวกนางคนละหนึ่งวันอีกห้าวันจะไปอยู่ที่เรือนใหญ่เพราะยามนี้ท่านพ่อกำลังเห่อในตัวน้องชายคนล่าสุดยิ่งนักต้องคอยช่วยท่านแม่ใหญ่ดูแลน้อง ชิงเว่ยเว่ยเองก็ชอบไปเล่นกับเสี่ยวเฉิงเช่นกัน ท่านปู่กับท่านย่าที่เคยมีอคติกับจังฮูหยินก็เปลี่ยนท่าทีมาเมตตาเอ็นดูลูกสะใภ้ทั้งยังปลาบปลื้มใจที่ได้หลานชายมาแทนพี่ใหญ่ชิงหลวนซานบัดนี้ได้เปลี่ยนแซ่ไปใช้ของท่านตาแล้ว
“เว่ยเว่ยเ้ามานั่งข้างน้องสิ!” ท่านพ่อร้องเรียก
ชิงเฉิงตัวน้อยได้เก้าอี้ที่ท่านพ่อสั่งทำเป็พิเศษทำให้ได้นั่งร่วมอยู่ในโต๊ะกินข้าวข้างๆท่านพ่อ ตัวนางก็เข้าไปนั่งประกบท่านแม่ใหญ่รีบหยิบเอาถ้วยข้าวกับตะเกียบมาส่งให้นาง
“ขอบคุณเ้าค่ะท่านแม่ใหญ่”
“เสี่ยวเฉิงกินไปแล้วล่ะปล่อยให้นั่งเล่นไปเถอะ เ้าก็รีบกินเสียดูสิบนโต๊ะวันนี้มีของโปรดเ้าตั้งหลายอย่าง”
ชิงเสี้ยวนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับนางตำแหน่งใกล้ท่านย่าผู้ซึ่งเดิมทีรักใคร่ในตัวพี่ใหญ่ชิงหลวนซานยิ่งนัก แต่เพราะพี่ใหญ่ละอายที่มีมารดาทำผิดคิดชั่วต่อสกุลชิงจึงได้กราบขอลากลับไปใช้สกุลเดิมของมารดาเพื่อช่วยดูแลท่านตาท่านย่าได้พี่สามชิงเสี้ยวคอยดูแลปรนนิบัติจึงค่อยๆคลายความเศร้าโศกและหันมารักใคร่เมตตาพี่สามทุกวันหยุดเรียนชิงเว่ยเว่ยกับชิงเสี้ยวจะถูกเรียกให้มารับประทานอาหารที่โต๊ะใหญ่บางครั้งท่านแม่ใหญ่ก็ให้เรียกท่านแม่เล็กทั้งสองของพวกเขามาด้วย
ชิงเว่ยเว่ยก้มหน้าก้มตากินจนอิ่มแล้วก็หันไปหยอกน้องชายคนเล็กบนเก้าอี้ที่มีที่คั่นกันตกชิงเฉิงที่เพิ่งพูดได้ประโยคสั้นๆ ก็คุยกับนางด้วยน้ำเสียงอ้อแอ้
“เว่ยเว่ยเล่นนี่ด้วยกัน” เด็กน้อยหยิบเอาไม้ท่อนเล็กๆ ที่ขัดจนเงาวับหลายชิ้นมายื่นให้ชิงเว่ยเว่ยก็ช่วยต่อขึ้นสูงให้น้องดูบนเก้าอี้ของชิงเฉิงมีแผ่นรองอยู่ข้างหน้าเพื่อเป็ที่วางถ้วยข้าวในยามป้อนพอกินข้าวเสร็จท่านแม่ใหญ่ก็จะวางท่อนไม้ขัดเกลี้ยงมาให้เขาเล่น
เมื่อทุกคนรับประทานอิ่มกันหมดแล้วท่านพ่อก็เข้ามาอุ้มชิงเฉิงและพาเดินไปยังลานหน้าเรือนกลางที่นั่นจะมีดินทรายกองเอาไว้เพื่อให้ชิงเฉิงได้เล่น
“ท่านพ่อเ้าคะวันนี้ข้าขอไปหาท่านพี่รองที่สำนักข่าวนกกระจิบได้หรือไม่?”
“เ้าไม่มีเรียนนี่?อยากไปก็ไปสิ แต่อย่าไปนานนักเล่า? วันนี้พ่อหยุดงานก็อยากจะอยู่กับพวกเ้าบ้าง”
“เ้าค่ะข้าจะไปแค่หนึ่งชั่วยาม”
***************************

