จัสติน ในตอนนี้มองไปที่ยูริและเด็กหนุ่มหน้าใหม่ที่เขาไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน เขาในตอนแรกเข้ามาในโดมนี้ก็สังเกตุเห็นเด็กหนุ่มเป็คนแรกแทนที่จะเป็ยูริเหมือนปกติที่เคยเป็
ตัวตนของเด็กหนุ่มนั้นทำให้เขารู้สึกแปลกๆ เขารู้สึกราวกับว่าเขานั้นต่ำต้อยกว่าอย่างบอกไม่ถูก แต่ทว่าด้วยความทรนงของเขา เขาปฏิเสธที่จะยอมรับ เขาทำเป็ไม่สนใจและจัดการกับการสอนเหมือนกับปกติ
ตอนนี้สิ่งที่เขาทำเป็ปกตินั้นไม่เป็ปกติอีกต่อไป ในห้องตอนแรกนั้นมีนักเรียนเป็เลขขี้ทำให้เขานั้นสามารถใช้ข้ออ้างได้ว่าขาดนักเรียนไปหนึ่งคนที่จะจับคู่ ยูรินั้นเป็หญิงสาวที่ไม่มีคนไหนกล้าเป็คู่หูด้วย เพราะเธอนั้นออมมือในการฝึกไม่เป็
ทุกครั้งที่มีการจับคู่ขึ้น คู่ของเธอมักจะาเ็อยู่เป็ประจำ ด้วยโอกาศนี้จัสตินจึงเข้าเสียบที่แทน ด้วยข้ออ้างว่าหากไม่ใช่เขา ก็ไม่มีใครสามารถต่อสู้กับยูริได้อย่างสูสี แน่นอนว่าเขาเองก็เป็ผู้ที่มีพลังวิเศษเหมือนกัน
พลังของเขานั้นสามารถที่จะต่อกรกับยูริได้เป็อย่างดี พลังของเขาคือการมองเห็นอนาคตได้ภายในระยะเวลาหนึ่ง ซึ่งเขาสามารถจับได้ว่ายูริจะโจมตีใส่เขายังไงตรงไหน ความเร็วของเขาไม่เท่ากับยูริ แต่ก็ไม่ได้ช้าอะไรเหมือนกัน
เขาในตอนนี้มองไปที่ยูริ เธอนั้นปฏิเสธเขา แถมยังควงแขนกับเด็กหนุ่มหน้าใหม่ที่เขาไม่รู้จักอีกด้วย แบบนี้มันเหมือนกับการตบหน้าเขา เขาไม่มีทางยอมอยู่แล้ว แต่การจะมาโกรธและแสดงออกต่อหน้าเหล่านักเรียนที่อาจจะมาจากครอบครัวใหญ่ๆนั้น เขาไม่ทำอย่างแน่นอน
เขามีวิธีการของเขา
“ยูริ แน่ใจแล้วอย่างนะที่จะจับคู่กับ…”
จัสตินมองไปที่เด็กหนุ่ม เขาไม่รู้จะเรียกเด็กหนุ่มว่ายังไงดี เขาพยายามจะเรียกเด็กหนุ่มด้วยชื่อที่น่าอาย แต่พอมองไปที่เด็กหนุ่มแล้ว เขามองไม่ออกว่าจะใช้คำไหนดีอธิบายเด็กหนุ่ม
หน้าตาอันขาวสะอาดงดงามราวกับชนชั้นสูง ผมสีดำขลับมันไร้ตำนิ กริยาท่าทางอ่อนช้อยแต่หนักแน่นและเต็มไปด้วยความสง่างาม ไม่ว่าจะดูยังไงเด็กหนุ่มนั้นไม่ใช่คนที่จะมาจากตระกูลยากจนอย่างแน่นอน แถมดวงตาคู่นั้นอีกที่มองมาที่เขาราวกับเขานั้นต่ำกว่าตน ความรู้สึกที่ถูกดูถูกเพียงแค่ถูกมองนั้น นี่เป็ครั้งแรก ไม่เคยมีใครมองเขาด้วยแววตาแบบนั้นมาก่อน
เด็กหนุ่มไม่รอให้จัสตินได้คิดชื่อของเขา เขาลุกขึ้นจากที่นั่งบนอัฒจันทร์ที่อยู่ในโดมก่อนที่จะใช้มือแตะไปที่หน้าอกข้างซ้ายและแนะนำตัว เยี่ยงผู้สูงศักดิ์
“เรามีชื่อว่ายูดาส เวสเมอร์-วารารี่ บุตรแห่ง ไมดาส เวสเมอร์ และ ยูเรีย วารารี่”
จัสตินได้ยินชื่อและนามสกุลนั้นคิ้วขมวดเข้าด้วยกัน เขาไม่เคยได้ยินชื่อและนามสกุลแบบนี้มาก่อน แต่ที่แน่ๆการใช้นามสกุลทั้งของฝั่งพ่อและฝั่งแม่ของตนนั้น มีแต่เหล่าขุนนางชั้นสูงในอดีตเท่านั้นที่ใช้กัน เพื่อสืบทอดชื่อสกุลต่อไป
จัสตินไอกระแอ่มออกมาเล็กน้อย ดูเหมือนเด็กหนุ่มจะรู้ว่าเขานั้นพยายามคิดชื่อที่จะทำให้เขาเสียหายอยู่
เขาหันไปมองยูริอีกครั้งก่อนที่จะพูดขึ้น
“แน่ใจแล้วนะที่จะจับคู่กับเขา เธอรู้ใช่ไหมว่าเธอออมมือไม่เป็”
ยูดาสไม่ปล่อยให้ยูริเป็คนตอบ เขานั้นอยากรู้ว่าจัสตินนั้นวางแผนที่จะจัดการกับเขายังไง
“ไม่ต้องห่วงครูฝึก เราแข็งแกร่งมาก ไม่มีความจำเป็ที่จะต้องเป็ห่วงในเื่ที่ไม่สำคัญ กรุณาดำเนินการสอนต่อด้วย”
ยูดาสใช้สรรพนามว่าเราแทนการใช้คำว่าฉัน ด้วยการพูดเช่นนี้ทำให้เขานั้นดูสูงศักดิ์มากกว่าปกติ การพูดด้วยสรรพนามแบบนี้เหมือนกับเหล่าเชื้อพระวงค์ใช้พูดกับเหล่าสามัญชน
จัสตินคิ้วขมวดเข้าไปใหญ่ แต่เขานั้นก็ไม่สามารถพูดอะไรได้ เขาได้แต่หึมออกมาเท่านั้น ก่อนที่จะเริ่มการสอนของเขา
เขาก่อนที่จะเริ่มสอนมองไปที่ยูดาสแววตาของเขาเต็มไปด้วยความชั่วร้าย
“คอยดูเถอะ หึม จะทำตัวสูงส่งได้อีกนานแค่ไหน”
เขายิ้มออกมา เขาคิดแผนไว้แล้วว่าเขานั้นจะทำอะไรกับยูดาสบ้าง