วันเวลาผ่านเลยไปจนกระทั่งถึงปีสุดท้าย ทั้งจอมทัพและเพียงฟ้าต่างใช้ชีวิตปกติอย่างมีความสุขในฐานะคู่รักที่มีแต่คนอิจฉา ทั้งสองเดินทางไปกลับพร้อมกัน ไปเดทกันตามร้านต่างๆเป็นครั้งคราวในวันหยุด นัดเที่ยวกับเพื่อนในวันว่างเป็นครั้งคราว และไปมาหาสู่ระหว่างสองครอบครัวอย่างที่เคยเป็นมา
ความสัมพันธ์ของทั้งคู่เป็นไปได้ด้วยดี ไม่มีการทะเลาะเบาะแว้ง รักๆเลิกๆเหมือนคู่รักคู่อื่น ที่จริงพวกเขาใช้ชีวิตหวานชื่นอย่างมีความสุขทุกวันเหมือนคู่รักใหม่จนหลายคนอิจฉา
โดยเฉพาะจันผาที่ตอนนี้กำลังเดินหน้าจีบรุ่นน้องหนุ่มที่ตนเองหมายตามาตั้งแต่ปีหนึ่งแต่ยังไม่สำเร็จ...
"ทัพกินนี่สิ อร่อยมากเลย"
"อืม..อร่อย อันนี้ทัพก็ว่าอร่อยนะ ลองสิ"
จันผามองสองหนุ่มสาวที่คบกันมานาน 2 ปีด้วยสีหน้าเบื่อหน่าย ถึงขนาดที่กลอกตาเป็นรอบที่ล้านเมื่อเห็นทั้งสองแสดงความรักหวานชื่นด้วยการผลัดกับป้อนขนมหวาน
ขนมเค้กชาเขียวแสนธรรมดากับเครปเย็นแสนเรียบง่าย แต่กลับทำให้จันผารู้สึกหวานเลี่ยนจนจิบคาปูชิโน่หวานน้อยของตัวเองไม่ลงด้วยซ้ำ
"นี่พวกแกสองคนช่วยหยุดหวานใส่กันสักวันได้ไหม"จันผาอดไม่ได้ที่จะเอ่ยประชดด้วยสีหน้าปลาตาย เธอเห็นฉากนี้มาตลอดสองปีจนเอียน ถึงขนาดเลิกดูหนังรักมาเป็นปีเพราะคู่นี้ด้วยซ้ำ
"ทำไมล่ะ..."เพียงฟ้าเอ่ยด้วยสีหน้าใสซื่อ ก่อนจะดึงมือหนาที่สวมแหวนสีเงินเรียบๆราคาถูกวงหนึ่งไว้บนนิ้วขึ้นมาจูบเบาๆ "ก็เรารักกันนี่นา..."
จอมทัพอดไม่ได้ที่จะหน้าแดงด้วยความเขินอาย แต่ก็ห้ามตัวเองไม่ให้ยิ้มด้วยแววตาที่เปี่ยมด้วยความรักความเอ็นดูไม่ได้
เขาหัวเราะในลำคอ ก่อนจะประสานนิ้วเข้ากับฝ่ามือเรียวบาง ดึงเข้าหาตัวเองเพื่อจูบตอบลงที่หลังมือบางที่สวมแหวนสีเงินบนนิ้วเช่นกัน
การกระทำนี้ทำให้เหล่าคนที่แอบชำเลืองมองอยู่อดไม่ได้ที่จะหน้าแดงด้วยความเขินอาย โดยเฉพาะบรรดาหญิงสาวที่หันไปกระซิบกระซาบกันอย่างตื่นเต้น แม้แต่บรรดาคู่รักที่แอบมองอยู่ก็อดไม่ได้ที่จะนับถือใจของคู่รักคู่นี้ที่กช้าพอที่จะแสดงความรักออกมาอย่างกล้าหาญเช่นนี้
"ให้มันน้อยๆหน่อย นี่มันในมหาลัยนะ..."
"ช่างเถอะ"จันผากลอกตาอีกรอบอย่างช่วยไม่ได้ รู้สึกว่าคาปูชิโน่หวานน้อยของตัวเองจู่ๆก็หวานเลี่ยนเพิ่มขึ้นมาอีกหลายระดับ
ครั้งหน้าเธอคงต้องสั่งเอสเปรสโซ่แทนแล้วล่ะ....
"เอาล่ะๆ สรุปวันนี้ไปเลี้ยงฉลองสอบเสร็จไหม"จอมทัพเอ่ยขัดจังหวะ "พวกไอ้คินก็จะมาด้วย เห็นว่ามีเรื่องจะบอก"
จันผาพยักหน้าตอบรับอย่างไม่ใส่ใจ เท้าคางมองคู่รักตรงหน้าที่กลับมาพูดคุยหยอกล้ออย่างหวานชื่นด้วยแววตาเหม่อลอย
"รักกันขนาดนี้อย่าบอกว่าจะแต่งงานกันเลยหลังเรียนจบนะ"
ใครจะคิดว่าคำพูดเล่นๆของเธอจะทำให้ทั้งจอมทัพและเพียงฟ้านิ่งงันไปในพริบตา ก่อนที่ดวงตาสองคู่หนึ่งกลมโตหนึ่งคมกริบหันมาจ้องเธออย่างกระทันหันจนตั้งตัวไม่ทัน
เพียงฟ้าใช้นิ้วพันผมตัวเองเล่นด้วยสีหน้าอึดอัด ขณะที่จอมทัพเองก็มีท่าทีอึกอักลังเลอย่างเห็นได้ชัด
"ไม่ถึงขั้นจบก็จะแต่งกันเลยหรอก คงรอให้หางานทำได้ก่อนแล้วค่อยแต่งนั่นแหละ"
คำตอบนี้ต่างอะไรกับการบอกว่าเรียนจบก็จะแต่งงานเลยตรงไหนกัน...
"แต่งเมื่อไรก็อย่าลืมชวนล่ะ"จันผาเอ่ยอย่างท้อแท้ใจ พลางนึกถึงสถานะโสดสนิทของตัวเอง
เธอคงไม่ขึ้นคานหรอกใช่ไหม...
.
.
.
"ทางนี้ๆ!!"เสียงทุ้มดังขึ้นจากหน้าร้าน
ภาคินโบกมือเรียกจอมทัพกับเพียงฟาที่พึ่งก้าวลงจากรถด้วยรอยยิ้มเต็มใบหน้า ข้างๆเขามีหญิงสาวแปลกหน้าสองคนยืนอยู่พร้อมกับเมธัสและอรัญที่ยืนอยู่ถัดออกไป
หญิงสาวคนแรกเป็นหญิงสาวร่างสูงโปร่งราวกับนางแบบพร้อมด้วยใบหน้าสวยคมที่ทำให้ดูทั้งเท่ทั้งสวยในคราวเดียว ผมสีดำสนิทถูกมัดเป็นหางม้าสวมเสื้อผ้าเป็นแบบสบายๆทั่วไป
ส่วนอีกคนเป็นหญิงสาวสวมแว่นกลมหน้าตาน่ารักดูขี้อายที่ยืนก้มหน้าทำตัวไม่ถูกอยู่ข้างๆภาคิน
จอมทัพสังเกตุเห็นว่าฝ่ามือเรียวสวยของเธอกุมมือเมธัสที่หันไปพูดคุยด้วยรอยยิ้มสดใสไว้แน่นไม่ยอมปล่อย แสดงออกชัดเจนถึงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ
"แฟนเหรอ"จอมทัพเลิกคิ้วถามเพื่อนตัวเล็ก
เมธัสไม่ได้คิดปิดบังเขาพยักหน้าตอบรับด้วยรอยยิ้ม "ใช่แล้ว! นี่แฟนกูเอง ชื่อพี่รสริน อายุมากกว่าพวกเราสองปี"
จอมทัพเลิกคิ้วนึกแปลกใจกับแฟนสาวที่โผล่มากระทันหันทั้งที่พวกเขาก็เรียนด้วยกันตลอด
"กูก็สงสัยเหมือนกันว่ามันไปเจอกับพี่เขาได้ยังไง แต่มันไม่ยอมบอก เอาแต่ยิ้มเจ้าเล่ห์แล้วบอกให้รอให้ทุกคนมากันครอบก่อน"ภาคินที่อยู่ด้านข้างแทรกขึ้นมาด้วยสีหน้าเอือมระอา
จันผามองคู่รักสามคู่ที่แสดงความรักอย่างหวานชื่นด้วยความรู้สึกขมขื่น รู้สึกอิ่มอาหารสุนัขที่ถูกเทใส่ปากถึงสามชามเต็มด้วยความรู้สึกท้อแท้
"มากันครบแล้วก็เข้าไปกันเถอะ ฉันจองห้องไว้แล้ว เราฉลองกันให้เต็มที่ไปเลย"ภาคินเอ่ยพลางจับมือดึงหญิงสาว
ทั้งหมดจึงเดินเข้าไปภายในร้านที่เต็มไปด้วยเสียงเพลงและฝูงชน ก่อนจะถูกนำทางไปยังห้องส่วนตัวที่อยู่บนชั้นสองที่เงียบสงบกว่า
ภายในห้องถูกประดับด้วยสีสันและอุปกรณ์ความบันเทิงอย่างครบครัน ทั้งแปดนั่งลงสั่งอาหารเครื่องดื่ม ก่อนจะเริ่มพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน พัดพาความเศร้าใจของจันผาออกไปจนหมด
พวกเขาเลี้ยงฉลองคุยเล่นกันอยู่นานเกือบชั่วโมงก็เริ่มกรึ่มๆ ภาคินในฐานะแฟนหนุ่มต้องรับหน้าที่ขับรถไปส่งแฟนสาวที่หอพักจึงขอตัวกลับเป็นคนแรก ขณะที่เมธัสที่ปล่อยตัวปล่อยใจจนเมาหนักก็ถูกรุ่นพี่สาววัยทำงานพยุงตัวจากไปในเวลาไล่เลี่ยกัน
เหลือเพียงจอมทัพ เพียงฟ้า จันผาและอรัญที่ยังคงนั่งอยู่ในห้อง
"ผมขอตัวกลับก่อนนะ พรุ่งนี้จะกลับบ้านด้วย"อรัญเอ่ยปากขึ้น ก่อนจะขอตัวแล้วเดินออกไปอีกคน
"แล้วเรื่องกวินทร์เป็นไงบ้าง เห็นว่าจะสารภาพรักนี่"จอมทัพกล่าวเปลี่ยนเรื่อง
จันผาชะงักมือที่กำลังยกแก้วขึ้นแตะริมฝีปาก ริมฝีปากฉ่ำน้ำคว่ำลงทันที เธอวางแก้วกระแทกลงบนโต๊ะอย่างแรงด้วยแววตาดุดันราวกับนางมารร้ายจนจอมทัพกับเพียงฟ้าสะดุ้งด้วยความตกใจ
"ไอ้เด็กนั่น!! ตอนฉันไปสารภาพ มันบอกฉันต่อหน้าเลยว่าไม่สนใจคนไร้เสน่ห์มีแต่กล้ามเหมือนกอลิล่าสาวแบบฉัน!!"น้ำเสียงที่ลอดไรฟันออกมาดูดุดันราวกับเสียร้ายจนจอมทัพยังอดไม่ได้ที่จะตัวสั่น
ไอ้เด็กนี่ใจกล้าจนบ้าบิ่นไปแล้วมั้งเนี่ย....
"แถมมันยังเอาเรื่องฉันไปคุยลับหลังกับคนในชมรมว่าฉันเป็นทอมไร้เสน่ห์สู้พวกสาวๆคนอื่นที่มันคบมาไม่ได้ เฮอะ!... คอยดูแล้วกันว่าสัปดาห์หน้าที่เจอกันฉันจะจัดการซ้อมมันยังไง"
จอมทัพอดไม่ได้ที่จะไว้อาลัยให้กับกวินทร์ในใจ เขารู้ดีว่ายัยนี้รักแรงเกลียดแรง มีหวังเจ้าเด็กปากเสียนั่นคงได้มีปากไว้แค่หยอดข้าวต้มแน่ๆ
"เอ่อ..ใจเย็นๆก่อนนะ น้องเขาอาจจะแค่ล้อเล่น"เพียงฟ้าพยายามปลอบใจเสียงหวาน กลัวเหลือเกินว่าจันผาจะขย้ำกวินทร์จนตายไปจริงๆ
เธอพึ่งเห็นกวินทร์กำลังเต้นนัวเนียกับผู้หญิงในโซนด้านล่าง ตอนเดินไปเข้าห้องน้ำเมื่อครู่นี่เอง...
"ช่างเถอะ...ฉันรู้ดีน่า ไม่ทำเกินเลยไปขนาดนั้นหรอก แค่จะเลิกออมมือนั่นแหละ"จันผาบ่นอย่างหัวเสีย
เพียงฟ้ากับจอมทัพมองรอยยิ้มเหี่ยมเหมือนนางยักษ์ด้วยความหนางสั่นจนถึงกระดูก
"เอ่อ...เรากลับบ้านกันไหม นี่ก็ดึกมากแล้วเดี๋ยวหอพักปิด...ป่ะ เดี๋ยวฟ้ากับทัพขับรถไปส่ง ตอนนี้ดึกแล้วไม่มีรถรับหรอก"เพียงฟ้าเอ่ยพลางช่วยประคองเพื่อนสนิทที่เริ่มเมาได้ที่ออกมาจากห้องส่วนตัว
"โอเค ขอบใจนะ รอแปบนะ...เดี๋ยวไปเข้าห้องน้ำก่อน"
เพียงฟ้ามองตามแผ่นหลังที่เดินโซเซไปทางห้องน้ำอย่างนึกห่วง หลังจากยืนรออยู่ครู่ใหญ่ก็ยังไม่เห็นจันผาเดินมา ทั้งสองจึงตัดสินใจเดินไปที่ห้องน้ำเพื่อตามหา ใครจะคิดว่าจะเจอจันผาฟุบหลับอยู่ตรงกำแพงหน้าห้องน้ำอย่างสิ้นท่า
จอมทัพหัวเราะเบาพลางลูบหลังปลอบโยนแฟนสาว "ดีแล้วที่ไม่เกิดอะไรขึ้น ดึกแล้วกลับเถอะ"
ทั้งสองช่วยกันพยุงจันผาที่เมาหลับมาขึ้นรถ ก่อนจะขับรถพาไปส่งยังหอพักที่อยู่ไม่ไกล โชคดีที่รูมเมทของเธอยังไม่หลับจึงสามารถโทรให้ลงมารับตัวจันผาที่หลับคอพับอยู่ได้สำเร็จ
"ฝากด้วยนะ"เพียงฟ้าเอ่ยด้วยรอยยิ้มขอโทษกับรูมเมทสาวตัวโตกล้ามล่ำที่อยู่ชมรมเดียวกับจันผา
อีกฝ่ายส่ายหน้าด้วยรอยยิ้มกว้าง "ไม่เป็นไรๆ เรื่องปกติ คราวก่อนฉันก็เมาพับแบบนี้ ได้รูมเมทอีกคนกับจันผาช่วยแลกขึ้นห้องเหมือนกัน"
เมื่อแผ่นหลังแข็งแรงของสองสาวหายลับไปจากสายตา จอมทัพกับเพียงฟ้าถึงได้ยอมจับรถจากมา กว่าจะเดินทางกลับถึงบ้านก็เป็นเวลาเกือบ 5 ทุ่ม
ทันทีที่รถจอดสนิทอยู่ในโรงรถ สีหน้าที่แสร้งทำเป็นนิ่งสนิทของจอมทัพก็พังทลายลงในที่สุด เขารีบดึงใบหน้าหวานที่นั่งอยู่ข้างๆมากดจูบอย่างรุนแรง สอดลิ้นเข้าไปกวาดต้อนในโพรงปาก เกี่ยวกระหันพัวพันจนเกิดเสียงที่ชวนให้ใบหน้าร้อนผ่าว
"อืม..."จอมทัพส่ฃเสียงคำรามต่ำๆในลำคอ ใบหน้าของเขาฉายแววดุดันที่ผสมกับความต้องการที่แทบระเบิดออกมา
เพียงฟ้าถูกจูบจนแทบหมดลมหายใจ เธอทุบกำปั้นลงบนหน้าอกแกร่งเบาๆหลายครั้ง กว่าจะสามารถผละออกมาหายใจเข้าเต็มปอดราวกับปลาขาดน้ำ
"รีบร้อนจังเลยนะ"เธอเอ่ยแซวด้วยรอยยิ้มเปี่ยมเสน่ห์ ทั้งที่ยังหอบหายใจอย่างตะกละตะกลาม
จอมทัพกัดฟันกรอด ดวงตาฉายแววดุดันขึ้นเล็กน้อยแต่ก็ไม่ยอมเอ่ยอะไรออกมา ทว่ากางเกงที่โป่งนูนขึ้นมากลับมอบคำตอบที่ชัดเจนยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด
"ในฐานะที่อดทนได้จนถึงบ้าน วันนี้ฟ้าจะปล่อยให้ทีพทำตามใจชอบได้เต็มที่เลย ดีไหม"เพียงฟ้าเอ่ยเย้าเสียงหวาน นิ้วมือค่อยๆกรีดกรายไปตามขาจอมทัพเบาๆจนหยุดอยู่ตรงส่วนกลางลำตัวที่ร้อนผ่าวอย่างชัดเจน
จอมทัพคำรามเสียงต่ำอย่างถึงขีดจำกัด เขาดึงเธอเข้ามาจูบอย่างร้อนแรงอีกครั้ง ยกร่างของเธอขึ้นมาคร่อมบนตัวพลางบีบเค้นบั้นท้ายกลมกลึงราวกับต้องการระบายความอึดอัดที่ส่วนกลางกาย
เบาะรถถูกปรับเอนลงจนนอนราบกับตัวรถ ร่างทั้งสองนอนทาบกันอย่างแนบแน่นพัวพันไม่ยอมห่าง ขณะที่ริมฝีปากทั้งสองยังคงประกบกันอย่างร้อนแรง กางเกงของจอมทัพถูกรูดเปิดออกอย่างง่ายๆ เช่นเดียวกับเพียงฟ้าที่เพียงถอดกางเกงในตัวจิ๋วออกเท่านั้น
ส่วนสำคัญทั้งสองสอดประสานกันจนแนบสนิท เสียงเนื้อกระทบกันดังเบาๆแต่กลับดํร้อนแรงเป็นพิเศษในพื้นที่คับแคบที่ขยับตัวไม่ถนัด ทว่ากลับไม่มีใครสนใจ ทั้งสองจมอยู่ในห้วงแห่งความสุขสมและตื่นเต้น กว่าที่ศึกรักครั้งนี้จะสิ้นสุดลงร่างกายทั้งสองก็ฉุ่มไปด้วยเหงื่อและถุงยางหลายชิ้นที่ถูกมัดวางกระจัดกระจายอยู่บนเบาะข้างคนขับ
ทั้งสองหอบหายใจถี่ หน้าอกทั้งสองกระเพื่อมขึ้นจนจนสัมผัสแนบชิดกัน ดวงตาทั้งสองสบกันนานหลายนาทีก่อนจะหลุดยิ้มให้แก่กัน
เพียงฟ้าก้มลงจุมพิตริมฝีปากที่แดงเล็กน้อยไม่ต่างจากตัวเอง "รักทัพนะ"
"อืม...รักนะ"จอมทัพเอ่ยตอบรับ
เมื่อความต้องการได้รับการเติมเต็ม ดวงตาทั้งสองคู่จึงพอมีสติมองเห็นสภาพเละเทะที่เกิดขึ้น ทั้งสองมองหน้ากันพลางยิ้มแห้งด้วยความรู้สึกผิดเล็กน้อย แต่ความเหนื่อยล้าก็ทำให้ไม่มีใครอยากฝืนตัวเองมาทำความสะอาด "เราไปนอนกันก่อนแล้วกัน แล้วพรุ่งนี้ค่อยมาจัดการ..."
แน่นอนว่าสุดท้ายทั้งสองก็ยังไม่มีใครทำใจปล่อยสภาพเละเทะนี้ไว้ได้ และต้องฝืนตัวเองช่วยกันทำความสะอาดจนถึงเที่ยงคืนถึงได้ล้มลงบนที่นอนแล้วหลับไปพร้อมกัน