พริบตาเดียวก็ผ่านไปครึ่งเดือนแล้วในที่สุดก็มาถึงวันสุดท้ายของฉีเล่ออัน
ฉากสุดท้ายคือฉีเล่ออันแสดงฉากหลิงตังตาย ฉากนี้ใช้เวลาถ่ายสองชั่วโมงเต็มหลังจากถ่ายจบผู้กำกับมอบอั่งเปาให้กับฉีเล่ออัน หูปิงก็วิ่งเข้ามากอดฉีเล่ออัน
บริษัทจองตั๋วรถไฟให้ฉีเล่ออันเวลาบ่ายสองโมงวันเดียวกันทำให้ไม่มีโอกาสแลกเบอร์ติดต่อกับทุกคน หลังจากฉีเล่ออันกล่าวลาคนที่สนิทด้วยแล้วก็กลับโรงแรมเก็บสัมภาระเขาไปถึงสถานีรถไฟก่อนเวลาหนึ่งชั่วโมง ต้องรอรถอีกสักพัก
และตอนรอขึ้นรถในร้านกาแฟนอกสถานีรถไฟนั้นเขาพบคนที่ทำให้ฉีเล่ออันเกลียดอีกคนหนึ่ง
ฉู่เฉิงหย่วน!
ใบหน้าที่เด็กลงห้าปีของฉู่เฉิงหย่วนเต็มไปด้วยความตื่นเต้นเขาคุยอะไรบางอย่างกับคนข้างๆ อย่างสนุกสนาน ฉีเล่ออันนึกขึ้นมาได้ว่าชาติก่อนเคยดูการสัมภาษณ์รายการหนึ่งฉู่เฉิงหย่วนเคยพูดว่า เขาอยากเป็นักแสดงั้แ่เด็ก แต่การตัดสินใจเดินทางนี้จริงๆเป็การไปเที่ยวโรงถ่ายหนังครั้งหนึ่งการเที่ยวครั้งนั้นเขาถูกผู้กำกับคนหนึ่งมองเห็นความสามารถและให้แสดงเป็ตัวประกอบจากนั้นก็เดินเข้าสู่เส้นทางบันเทิง
คือการท่องเที่ยวครั้งนี้หรือ?
ชาติก่อนฉันไม่เคยเอาเปรียบนายแต่นายกลับแทงข้างหลัง ฉันไม่รู้ว่าคนขับรถบรรทุกคันนั้นเกี่ยวข้องกับนายหรือไม่แต่การทรยศของนายทำให้ฉันหวาดกลัว
ถ้าหากให้นายทำสำเร็จจะเป็เหมือนชาติก่อนหรือไม่?
ฉู่เฉิงหย่วนนั่งอยู่ตรงข้ามกับคนที่คุยด้วยฉีเล่ออันคล้ายตัดสินใจอะไรได้ เขาปรับสีหน้าตัวเองเรียบร้อยก็เดินไปด้านหน้าตบบ่าของฉู่เฉิงหย่วนอย่างแรง "เสี่ยวติง!นายมาทำอะไรที่นี่!"
"นายเป็ใคร!"ฉู่เฉิงหย่วนหันหน้ามามองฉีเล่ออันอย่างโกรธเคือง เขาลูบบ่าของตัวเองที่เจ็บ
ฉีเล่ออันที่เพิ่งจะเอาผมลงมาปรกหน้าแสดงอาการใและขอโทษว่า"โทษทีๆ ผมจำผิด...มองจากด้านหลังคล้ายเพื่อนผมมาก!"
ฉู่เฉิงหย่วนกลอกตาอย่างอารมณ์เสียด่าเขาว่าประสาทแล้วหันไปคุยกับเพื่อนต่อ
ฉีเล่ออันยิ้มเ็าหลังจากเดินกลับมาที่โต๊ะเขาก็จัดผมใหม่
ฉันไม่มีความสามารถที่จะทำลายเส้นทางในวงการบันเทิงของนายแต่ฉันสามารถขัดขวางการเลือกของนายได้
คืนนั้นหลังจากฉีเล่ออันกลับห้องพักก็เข้าสู่ระบบไนท์แมร์เพื่อสร้างความฝันเป็อุบัติเหตุตกม้าที่เกิดขึ้นขณะถ่ายทำให้ฉู่เฉิงหย่วน
แม้ฉีเล่ออันได้ร่วมแสดงละครแล้วแต่สถานะของเขาในบริษัทกวงเย่ายังคงเป็นักเรียนความจริงแล้วนักเรียนที่เหมือนกับเขาในบริษัทมีมากเกินไป เขาไม่มีกระทั่งคนช่วยจัดการเื่ให้ตอนกลับเข้ามา
กระทั่งวันที่สองฉีเล่ออันเข้าเรียนคาบเช้า เขาจากที่นี่ไปครึ่งเดือน มีเพื่อนบางคนเ็ากับเขามากขึ้นแต่ก็มีบางคนดีกับเขา ฉีเล่ออันมีวิธีแสดงออกกับพวกที่เข้ามาประจบหรือเยาะเย้ยเขาคนอื่นเสแสร้งมา เขาก็เสแสร้งตอบ คนอื่นเยาะเย้ยมา เขาก็เยาะเย้ยตอบ
อาจารย์หลี่ชื่นชมความคิดนี้ของเขาตอนทานอาหารด้วยกันกับฉีเล่ออัน อาจารย์หลี่ยังย้ำแล้วย้ำอีกว่าเขาต้องอ่อนน้อมถ่อมตนถ้ามีโอกาสดีจะต้องแนะนำฉีเล่ออันแน่
เหยียนหล่างที่เป็รูมเมทไม่รู้อยู่ไหนฉีเล่ออันต้องอยู่ในห้องเพียงคนเดียว เขาดูภาพยนตร์ต่างประเทศขณะอยู่คนเดียวในห้องเนื่องจากในชาติก่อนเขามีความรู้น้อยและอ่อนแอ เขารู้จักภาพยนตร์ที่มีชื่อเสียงไม่น้อยตอนนี้มีเวลาฉีเล่ออันจึงศึกษาเพิ่มเติม
พริบตาเดียวก็ถึงวันหยุดวันนี้ตอนฉีเล่ออันกลับมาจากข้างนอก เขาพบลุงมาดักรออยู่หน้าบริษัท
คล้ายกับลุงมองมาที่ฉีเล่ออันอยู่ก่อนแล้วเพียงเห็นเขาปรากฏตัวก็กระชากคอเสื้อของฉีเล่ออัน ตะคอกว่า "ไอ้เด็กเปรต!ปีกกล้าขาแข็งแล้วใช่ไหม!"
รปภ.ที่อยู่รอบๆ ก็เข้ามายุ่งมากไม่ได้ หน้าบริษัทกวงเย่ามีเื่แบบนี้เกิดขึ้นทุกวันแม้ลุงลงมือแล้วก็ไม่อาจดึงดูดความสนใจของคนรอบข้างได้ ฉีเล่ออันจึงทำใจดีสู้เสือ เขาพูดกับลุงว่า"ลุงใหญ่!"
ลุงแค่นเสียงเย็น"ตอนนี้ยอมเรียกฉันว่าลุงแล้ว? ไอ้เด็กเวร แกกล้ามาก!"
ฉีเล่ออันรีบแก้ตัวว่า"ลุง! เข้าใจผิดแล้ว! ตอนอยู่โรงถ่ายทำแบบนั้นเพราะถูกคนของบริษัทบังคับผม!ผมอยากติดต่อลุงมาตลอด!"
ฉีเล่ออันแกล้งทำท่าทางน่าสงสารลุงถามอย่างสับสนว่า "บังคับ? เกิดอะไรขึ้น?"
ฉีเล่ออันเห็นว่าลุงไม่คิดลงมือแล้วก็โล่งใจเวลานี้ใบหน้าของเขามีค่ามากที่สุด ถ้าลุงทำให้ใบหน้าเขามีาแ มันไม่ใช่เื่เล็กเขาอธิบายให้ลุงฟังว่า "อาจารย์ในบริษัทไม่ให้ผมไปพบญาติข้างนอกลุงเป็ลุงของผม ผมจะลืมลุงได้เหรอ? วันนี้เป็วันหยุด ผมเพิ่งออกไปซื้อของเตรียมอั่งเปาให้ลุง"
ลุงแค่ได้ยินว่ามีอั่งเปาสีหน้าของเขาอ่อนลงไม่น้อย ไอ้เด็กนี้ปกติใช้เวลานานก็คิดอะไรไม่ออกสักเื่ท่าทางไม่กล้าหลอกตนแน่ ลุงเลิกคิ้วถามว่า "อั่งเปาล่ะ?"
ฉีเล่ออันรีบหยิบอั่งเปาออกมาจากกระเป๋าเสื้ออั่งเปาเป็ของที่ผู้กำกับให้มา ด้านในมีเงิน 3000 หยวน วันนี้เหลือเพียง 500 หยวน
ลุงใหญ่เลียนิ้วแล้วเปิดซองนับเงินที่อยู่ด้านในแล้วพูดอย่างขัดใจว่า "มีแค่นี้ ไม่ใช่ว่าแกเป็ดาราดังแล้วเรอะ!"
ฉีเล่ออันพูดอย่างขมขื่นว่า"ผมก็อยากจะให้มากกว่านี้แต่เงินส่วนใหญ่ถูกบริษัทหักไปแล้วเงินนี้ผมแอบเก็บไว้"
แม้ลุงเชื่อคำพูดของฉีเล่ออันแต่ปากก็บ่นว่า "แค่ 500 หยวน ค่ารถยังไม่พอ! ป้าสะใภ้อยู่บ้านลำบากมากแกต้องขยันหาเงิน!"
ฉีเล่ออันหัวเราะในใจแต่ปากกลับพูดว่า "ลุงครับ ความจริงวันนี้ดึกมากแล้วถ้าผมยังไม่กลับไปเซ็นชื่อ เกรงว่าบริษัทจะลงโทษ ผมจองโรงแรมให้ลุงก่อนพรุ่งนี้ผมลาหยุดมาหาลุง"
ลุงแค่ได้ยินคำว่า‘ลงโทษ’ ก็กลัว เขารีบบอกว่า "ยังต้องโดนลงโทษ? รีบหาโรงแรมพักเร็ว!"
โรงแรมที่อยู่ใกล้บริษัทกวงเย่าล้วนเป็โรงแรมหรูหราฉีเล่ออันพยายามหาโรงแรมที่เขาจำได้ว่าราคาถูกที่สุด แต่ค่าห้องก็ยังทำให้เขาขมวดคิ้วครั้งนี้เขาวางแผนไว้แล้ว และไม่เปลี่ยนแปลง เขารีบเปิดห้องเข้าไปแทนลุง
ลุงพอใจกับโรงแรมที่เข้าพักมากฉีเล่ออันถอดกรรไกรตัดเล็บที่ห้อยอยู่กับกุญแจหอพักออกมาส่งให้ลุงใหญ่ พูดว่า"ลุงใหญ่ กรรไกรตัดเล็บนี่มีคนมอบให้! ได้ยินว่าแพงมาก!ลุงเอากลับไปให้ป้าสะใภ้เถอะ"
ลุงเห็นฉีเล่ออันมอบของขวัญให้ก็ดีใจมากเขารับกรรไกรตัดเล็บมาตัดเล็บทั้งห้านิ้ว หลังจากตัดเสร็จยังชมว่า "อืมคมมาก! กรรไกรตัดเล็บนี้ดีมาก! แกต้องถูกลงโทษไม่ใช่เหรอ? รีบกลับไปเถอะ!ฉันจะไปเข้าห้องน้ำ!"
ฉีเล่ออันหัวเราะคิกคักรอลุงเข้าห้องน้ำไปแล้ว รีบก้มเก็บเศษเล็บบนพื้น
กรรไกรตัดเล็บราคา2 หยวนที่ซื้อมาจากข้างทาง ฉันเองก็คิดว่ามันคมมาก
เวลากลับเข้าบริษัทคือสองทุ่มตอนนี้หกโมงกว่าแล้ว รอลุงออกมาจากห้องน้ำ ฉีเล่ออันก็กล่าวลา "ลุง ผมกลับก่อนนะพรุ่งนี้พวกเราจะพบกันไหม?"
ลุงถือเงินโบกไปมาอย่างอารมณ์ดีเขาพยักหน้าพูดว่า "รีบไปเถอะ! ระวังถูกลงโทษ!"
ฉีเล่ออันเดินออกมาจากห้องตอนเดินเข้าไปในลิฟต์ บังเอิญพบกับเว่ยฉางเฟิง
เว่ยฉางเฟิงสวมหมวกแก็บใบหนึ่งสวมเสื้อยืดสีขาวสะอาดตากับกางเกงยีน แต่บรรยากาศรอบตัวเขาราวกับเ้าชาย
เว่ยฉางเฟิงปรากฏตัวที่นี่ทำให้ฉีเล่ออันในี่เป็ถิ่นของบริษัทกวงเย่า บวกกับโรงแรมนี้ไม่ได้ดีมากทำไมเว่ยฉางเฟิงมาพักที่นี่? แต่เขาก็สังเกตเห็นว่าเว่ยฉางเฟิงคล้ายกับ...เมา?
เว่ยฉางเฟิงที่ดื่มจนเมาแอ๋มองฉีเล่ออันอย่างขบขันฉีเล่ออันลองทักเขาว่า "พี่เว่ย?"
"เสี่ยวอัน"ดวงตาเว่ยฉางเฟิงฉายแววขบขัน เขาลูบหัวฉีเล่ออันแล้วพูดว่า"ไม่เจอกันนาน"
ฉีเล่ออันพูดอย่างประหลาดใจว่า"พี่เว่ย พี่...เป็อะไร?"
เว่ยฉางเฟิงเอาแขนพาดบ่าของฉีเล่ออันพูดว่า "ฉันไม่เป็อะไร? เสี่ยวอัน อยากดื่มสักแก้วไหม? ผิดๆ นายยังเด็ก ดื่มเหล้าไม่ได้!"
เห็นชัดว่าเว่ยฉางเฟิงเมาแล้วลิฟต์ลงมาถึงชั้น 1 ฉีเล่ออันปล่อยให้าาแห่งวงการบันเทิงออกไปคนเดียวไม่ได้จึงรีบกดชั้น 12
ลิฟต์ปิดประตูและเลื่อนขึ้นเว่ยฉางเฟิงไม่มีปฏิกิริยาแม้แต่น้อย เขามองฉีเล่ออันอย่างยิ้มแย้ม แต่ไม่พูดอะไร
"พี่เว่ยพี่พักห้องไหน? ผมไปส่งพี่ที่ไหน?"
ร่างกายส่วนใหญ่ของเว่ยฉางเฟิงอยู่บนตัวฉีเล่ออันในฤดูร้อนสวมเสื้อผ้าชั้นเดียว ฉีเล่ออันก็สวมเสื้อยืดบางๆ จึงรับรู้ถึงความอบอุ่นของร่างกาย
แม้เว่ยฉางเฟิงไม่พูดเขาคล้ายกับฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดี ฉีเล่ออันหมดคำพูด เมื่อลิฟต์ถึงชั้น 12 แล้ว ทำได้เพียงยื่นมือเข้าไปล้วงกระเป๋าของเว่ยฉางเฟิง
หาอยู่นานแม้ฉีเล่ออันดึงคีย์การ์ดออกมาจากกระเป๋าของเว่ยฉางเฟิงได้ ฉีเล่ออันเห็นแล้วแทบอยากร้องไห้เป็คีย์การ์ดของโรงแรมข้างๆ
เว่ยฉางเฟิงไม่ได้เมาจนเดินเข้ามาผิดที่ใช่ไหม?
ฉีเล่ออันรู้สึกลำบากใจตนไม่อาจพาเว่ยฉางเฟิงกลับโรงแรมได้? ตนกับเว่ยฉางเฟิงมองประตูลิฟต์ เว่ยฉางเฟิงกอดฉีเล่ออันคล่องแคล่วราวกับกอดแฟนสถานการณ์แบบนี้ดูไม่ดีสักนิด
ลิฟต์เริ่มเคลื่อนลงฉีเล่ออันลองถามเว่ยฉางเฟิงว่า "พี่เว่ย พี่ยืนเองได้ไหม?"
เว่ยฉางเฟิงไม่เข้าใจฉีเล่ออันเขายังคงฮัมเพลงอย่างมีความสุข ลิฟต์เคลื่อนลงมาถึงชั้นล่าง เห็นประตูกำลังจะเปิดฉีเล่ออันกำลังคิดว่าจะผลักเว่ยฉางเฟิงออกดีหรือไม่ แต่ขณะที่ประตูกำลังจะเปิดออกนั้นเว่ยฉางเฟิงก็ยืนนิ่งแล้ว!
ฉีเล่ออันหันไปมองเว่ยฉางเฟิงอย่างสงสัยสรุปแล้วเขาเมาหรือไม่เมากันแน่!
ถ้าไม่เมาละก็หน้าด้านเกินไปแล้ว!
******ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/d2046ddc3319552b928779826a7f3833
***เวลาแชร์หรือเมาท์มอยนิยายเื่เปลี่ยนเทพบุตรคนนั้นเป็สามีที่ไหนขอฝากแฮชแท็ก #เปลี่ยนเทพบุตรคนนั้นเป็สามี #readAwriteด้วยน้า