สายลับทะลุมิติ

    สายลับทะลุมิติ : กงล้อเวลาเริ่มหมุน

     กงล้อเวลาเริ่มหมุน ภายในห้องนอนไม่ได้มีแค่หญิงสาวเจ้าของห้องเพียงเท่านั้นแต่กับปรากฎร่างโปร่งแสงสองร่างที่กำลังยืนมองหญิงสาวเจ้าของห้องอยู่บริเวณปลายเตียงของเธอ"ใกล้ได้เวลาของเจ้าแล้วลูกข้า เวลาที่เจ้าจะต้องกลับไปทำในสิ่งที่ควรจะทำ"หญิงสาวคนแรกผู้มีรูปร่างผอมบาง ผมสีเขียวมรกต ดวงตาสีเขียวที่เข้ากันกับสีผมได้อย่างลงตัวกำลังมองไปที่หญิงสาวเจ้าของห้องด้วยแววตาแห่งความรัก ความห่วงใย และความคิดถึงที่แสดงออกผ่านทางสายตาคู่นั้น "ท่านแน่ใจแล้วหรอว่านางพร้อมแล้ว"หญิงสาวอีกคนที่อยู่ในห้องนั้นพูดขึ้นเธอมีรูปร่างที่อวบกว่าหญิงสาวคนแรก ผมสีฟ้าดวงตาสีน้ำตาล ในแววตาฉายแววเมตตา แต่ก็มีความไม่แน่ใจปนอยู่ด้วยเวลาพูดถึงหญิงสาวที่กำลังนอนหลับอยู่ นางจึงเอ่ยถามเพื่อนของนางขึ้นมาเพื่อความแน่ใจ เพราะตอนนี้หญิงสาวอีกคนกำลังมองร่างหญิงสาวที่นอนหลับด้วยความสุขอยู่บนเตียงโดยไม่สนใจว่าจะมีคนอื่นอยู่ในห้องด้วยหรือไม่"เจ้าก็เห็นเหมือนกับที่ข้าเห็นไม่ใช่หรอ สหายข้าว่านางพร้อมแล้ว" "ใช่ข้าเห็น แต่ก็ไม่ได้แปลว่านางพร้อมที่จะทำมันแล้ว"หญิงสาวผู้เป็นสหายพูดค้านในทันทีที่หญิงสาวคนแรกพูดจบ“ทำไมเจ้าไม่ลองเปิดใจและเชื่อดูล่ะ ว่านางทำได้”เสียงหญิงสาวคนแรกยังดังขึ้นอีกครั้ง“ไม่ใช่ข้าไม่เชื่อและไม่เปิดใจแต่ข้ากลัวว่าทุกอย่างจะไม่เป็นอย่างที่เราคิดนะสิ”หญิงสาวคนที่สองยังคงค้านขึ้นมาด้วยความไม่แน่ใจว่าสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นมันดีแล้วหรอสำหรับหญิงสาวที่กำลังนอนอยู่บนเตียง"ข้าเชื่อว่านางต้องทำได้ ข้าเชื่อเช่นนั้นและจะเชื่อต่อไป"เสียงหญิงสาวคนแรกพูดเสร็จร่างของหญิงสาวก็เลือนหายไปเหลือไว้แต่หญิงสาวอีกคนที่ยังคงยืนอยู่ที่เดิมด้วยแววตาที่ไม่แน่ใจในสิ่งที่เพื่อนของเธอพูด“ข้าก็หวังว่านางจะพร้อมเหมือนที่เจ้าว่าแล้วกันสหายข้า ขอให้เจ้าโชคดี ข้าคงช่วยได้แค่อวยพรให้เจ้าเท่านั้นล่ะหลานข้า”แล้วร่างนั้นก็หายไปจากห้องนอนของหญิงสาว ทำให้ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบเหมือนไม่มีใครอยู่ตรงนั้นตั้งแต่แรก ฝ่ายหญิงสาวที่นอนอยู่นั้นก็ฝันว่าตัวเองอยู่ที่ไหนสักแห่งที่คล้ายกับตลาดมีผู้คนมากมายเดินผ่านไปผ่านมา“ที่ไหนเนี่ย”ฉันอุทานขึ้นด้วยความตกใจเพราะก่อนหน้านั้นฉันจำได้ว่ากำลังหลับอยู่ที่ห้องนอนของตัวเองแล้วตอนนี้ฉันมาโผล่ที่ไหนล่ะหรือนี้จะเป็นความฝัน“คุณคะ”ฉันพูดขึ้นหลังจากอยู่ในที่แห่งนั้นนานแล้วแต่กลับไม่สามารถออกจากที่แห่งนั้นได้แปลกมาก และดูเหมือนทุกคนที่ผ่านไปมาจะมองไม่เห็นและไม่ได้ยินฉันเลย แต่ฉันก็ยังคงพยายามพูดคุยกับคนที่ผ่านไปมาอยู่อย่างนั้นจนฉันเหนื่อยกับการพยายามคุยกับใครสักคนในที่แห่งนั้นเพราะผลลัพธ์ก็ยังเป็นเหมือนเดิมคือไม่มีใครคุยกับฉันเลยฉันได้แต่ถอดหายใจและคิดว่าไม่นานก็น่าจะตื่นจากความฝันบ้าๆนี่แล้ว แต่ซักพักภาพตรงหน้าก็เปลี่ยนไปผู้คนที่เคยเดินผ่านไปมาก็ค่อยๆหายไปจนฉันรู้สึกกลัว“นี่มันอะไรกันเนี่ย”ฉันอุทานออกมาด้วยความกลัวภาพตรงหน้าที่เคยเป็นเหมือนตลาดที่มีผู้คนเดินผ่านไปผ่านมากับเปลี่ยนไปเป็นภาพของทุ่งดอกไม้ที่สวยงามแทนและกลางทุ่งดอกไม้ตรงหน้าของฉันก็ปรากฏชายหญิงคู่หนึ่งกำลังพลอดรักกันอยู่ภายใต้ต้นไม้ใหญ่ในทุ่งดอกไม้แห่งนั้น“เฮ้พวกคุณได้ยินเสียงฉันไหมคะ ฉันอยากรู้ว่าที่นี้ที่ไหน”ฉันรีบวิ่งไปหาพวกเขาเพื่อจะถามว่าที่นี้ที่ไหนแต่ว่าสิ่งที่ฉันได้กลับมาก็คือความเงียบเมื่อตอนที่ฉันอยู่ในตลาดแห่งนั้นเลยพวกเขาไม่เห็นและไม่ได้ยินสิ่งที่ฉันพูดเลย“ข้ารักเจ้าเหลือเกิน”เสียงชายที่นั่งใต้ต้นไม้ดังขึ้นเมื่อเวลาผ่านไปสักพัก“ข้าก็รักเจ้าเช่นกัน”เสียงหญิงสาวอีกคนที่อยู่ที่นั้นพูดขึ้นหลังจากเสียงของชายคนนั้นจบลง หลังจากนั้นพวกเขาก็กอดกันด้วยความรัก“เจ้าจะรอข้าได้ไหม”อยู่ๆชายคนนั้นก็พูดขึ้นอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่จริงจังขึ้น“ข้าสัญญาว่าจะรอเจ้า”เสียงของหญิงสาวดังขึ้นอีกครั้งแต่ฉันไม่สามารถมองเห็นหน้าตาของพวกเขาทั้งคู่ได้เลยแต่บรรยายกาศรอบตัวของพวกเขาก็สามารถที่จะบอกกับฉันได้ว่าพวกเขารักกันมากแค่ไหน “ไม่ว่าต่อจากนี้จะเกิดเหตุการณ์ใดขึ้นเจ้าจงเชื่อใจว่าข้าจะรักเจ้าคนเดียว”เสียงของผู้ชายคนนั้นดังขึ้นอีกครั้งเพื่อให้สัญญากับหญิงคนรัก“ข้าสัญญาว่าจะเชื่อใจท่านไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม”หลังจากนั้นภาพตรงหน้าก็หายไปเปลี่ยนเป็นภาพห้อง ๆ หนึ่งทันทีและห้องนี้น่าจะเป็นห้องนอน ฉันเดินสำรวจไปรอบห้องนั้นทันทีจนไปพบกับเตียงที่บนนั้นปรากฏชายหญิงคู่หนึ่งกำลังนอนกอดกันโดยไร้เสื้อผ้าติดตัวแม้แต่ชิ้นเดียว แต่ทำไมฉันกับรู้สึกว่าชายคนที่อยู่บนเตียงคือคนๆเดียวกับที่อยู่ในทุ่งดอกไม้ก่อนหน้านั้นแต่ผู้หญิงที่อยู่บนเตียงกับให้ความรู้สึกที่ต่างจากผู้หญิงคนที่ฉันเจอในทุ่งดอกไม้ล่ะหรือว่าจะไม่ใช่คนเดียวกัน“อย่าบอกนะว่าผู้ชายคนนี้นอกใจผู้หญิงคนนั้น หรือว่าผู้ชายคนนี้นอกใจผู้หญิงบนเตียงว่ะ อะไรก็ชั่งยังไงผู้ชายคนนี้ก็นอกใจอยู่ดี สารเลว”ฉันพูดขึ้นด้วยอารมณ์ล้วนๆไม่มีสิ่งใดเจือปนเลยแม้แต่น้อยหลังจากนั้นบริบทรอบตัวของฉันก็เปลี่ยนไปอีกครั้งคราวนี้บริบทรอบตัวฉันเหมือนสนามรบสมัยก่อนที่ฉันเจอในละครจีนที่ชอบดูและตอนนี้ฉันก็กำลังยืนอยู่กลางซากศพมากมายเต็มไปหมดฉันมองเห็นใครคนหนึ่งกำลังเดินตรงมาหาฉันเหมือนกับว่าเห็นฉันยืนอยู่ตรงนี้เลย“คุณเห็นฉันหรอ”ฉันถามผู้หญิงคนนั้นออกไปด้วยความดีใจที่อย่างน้อยก็มีคนเห็นเธอแล้ว“ทำไมแกทำกับพี่แบบนี้”เสียงผู้หญิงคนนั้นดังขึ้นเมื่อเดินมาอยู่ตรงหน้าของฉันแล้ว แต่สายตาที่มองตรงมาที่ฉันบวกกับน้ำเสียงที่เอ่ยมาก่อนหน้านั้นกับเต็มไปด้วยความผิดหวัง ความเสียใจ และความเจ็บปวด“คุณกำลังพูดถึงเรื่องอะไร ฉันงงไปหมดแล้ว”ฉันพูดขึ้นด้วยความสงสัย เพราะฉันแน่ใจว่าไม่เคยรู้จักผู้หญิงคนนี้มาก่อนเลย“ข้าไม่ได้ตั้งใจท่านพี่”เสียงสะอื้นไห้ดึงฉันออกมาจากภวังค์ความคิดเสียงนั้นดังขึ้นจากข้างหลังของฉัน ทำให้ฉันต้องหันไปมองทันทีเมื่อเสียงนั้นเงียบลง ที่แท้หญิงสาวคนนั้นก็ไม่ได้มองเห็นและพูดกับฉันแต่เธอพูดกับผู้หญิงอีกคนที่อยู่ข้างหลังฉันต่างหาก“เจ้าบอกว่าไม่ได้ตั้งใจงั้นหรอ แต่สิ่งที่ข้าเห็นนั้นมันไม่ใช่เลยนะ เจ้าก็รู้ว่าเขาคือคนรักของข้าแต่เจ้ากับแย่งเขาไป เจ้าทำอย่างนี้กับข้าได้ยังไง ไหนเจ้าบอกว่ารักข้าและอยากให้ข้ามีความสุขไง แต่การกระทำของเจ้ามันตรงกันข้ามกับสิ่งที่เจ้าเคยพูดไว้ ข้าผิดหวังในตัวเจ้าเหลือเกิน”เสียงผู้หญิงคนแรกพูดขึ้นด้วยความเจ็บปวด“ท่านพี่ฟังข้าก่อนทุกอย่างมันไม่ใช่อย่างที่ท่านคิดเลยนะ ข้าสามารถอธิบายเรื่องนี้ได้”หญิงสาวอีกคนพยายามที่จะอธิบายเรื่องราวทั้งหมดแต่คนที่อีกฝ่ายรียกว่าพี่สาวกับไม่คิดจะฟังคำอธิบายของเธอเลยแม้แต่นิดเดียว“ต่อไปนี้ข้าไม่มีน้องชั่วอย่างเจ้า”เมื่อพูดจบหญิงคนนั้นก็เดินออกไปทันทีโดยไม่หันกับมามองแม้แต่น้อย“ทำไมใครๆก็ไม่เชื่อข้าเลยทำไมกัน”เสียงนั้นดังขึ้นอีกครั้งด้วยความเจ็บปวง แต่เหมือนกับว่าหญิงสาวคนนั้นคือฉันเพราะความเจ็บปวดนั้นเหมือนฉันจะรู้สึกถึงมันได้ความเจ็บปวดที่ไม่มีใครเข้าใจเธอไม่ยอมฟังในสิ่งที่เธอจะพูดไม่เชื่อใจเธอมันเป็นความโดดเดียวที่เจ็บปวดทั้งที่เธอไม่รู้ว่าเธอผิดอะไรทำไมทุกคนจะต้องทำร้ายเธอด้วยฉันรู้สึกเจ็บที่หน้าอกมันทรมาณ หายในไม่ออก จนฉันอดคิดไม่ได้ว่าถ้าฉันตายน่าจะดีกว่าต้องมาทรมาณแบบนี้        “เฮือก!”