“ดูจากจดหมายของประมุขสกุลโม่ก็ชื่นชมในฝีมือและการทำงานของเ้า อีกทั้งเว่ยเว่ยก็ยอมรับในวรยุทธ์ เช่นนั้นเ้าก็ไม่ต้องทดสอบแล้ว ข้าตกลงรับเ้าเป็องครักษ์หญิงคนแรกของสกุลชิง”
หว่านอิ๋งอิ๋งรีบประสานมือค้อมศีรษะขอบคุณใต้เท้าชิงและคุณหนูสี่
“พวกเรารีบออกไปบอกข่าวดีนี้ให้องครักษ์คนอื่นๆ รู้กันเถอะ” ชิงเว่ยเว่ยเอ่ยอย่างตื่นเต้น นางเดินนำหน้าหว่านอิ๋งอิ๋งกับไห่ฮ่าวออกไป
หลิวเฉิงที่ยืนรอด้วยความกระวนกระวายหันมาเห็นใบหน้ายิ้มๆ ของไห่ฮ่าวก็รู้ได้ในทันทีว่าเ้านายของตนคงจะถูกใจในตัวหว่านอิ๋งอิ๋งเป็แน่ เช่นนั้นเขาจะทดสอบวรยุทธ์ในแบบที่นางไม่อาจทานทนได้ ให้นางร้องไห้ออกไปจากสกุลชิงด้วยตนเอง
“หัวหน้าหลิว ท่านพ่อของข้ายินดีรับหว่านอิ๋งอิ๋งเข้าเป็องครักษ์หญิงสกุลชิงแล้ว เื่การทดสอบให้ละเว้นไปได้”
“เอ่อ! ไม่ดีกระมังขอรับ ทุกคนที่คิดจะมาเป็องครักษ์ควรจะยอมรับการทดสอบความสามารถทั้งการอ่านเขียนและวรยุทธ์ คุณหนูจะละเว้นนางหรือ?”
“เหตุใดจะละเว้นไม่ได้เล่า? ข้ากับท่านพ่อตัดสินใจแล้ว นี่หัวหน้าหลิว ใช่ว่าท่านไม่เคยรู้จักนาง ฝีมือของหว่านอิ๋งอิ๋งข้าว่าดีเลยทีเดียว เื่การเขียนอ่านนางก็มิได้ด้อย ข้ารู้ว่านางอ่านคล่องเขียนเก่งเพราะพี่จางลีเป็คนรับรอง”
หน้าของหลิวเฉิงบึ้งตึง ชิงเว่ยเว่ยมองใบหน้าหัวหน้าองครักษ์หนุ่มกับองครักษ์หญิงคนใหม่แล้วก็รู้สึกว่าทั้งสองน่าจะเคยมีเื่กันมาก่อน
‘ถ้าท่านกับนางเคยมีเื่กัน...ข้าจะทำให้คืนดีกันเอง’
จ้งหนิงเดินนำหว่านอิ๋งอิ๋งไปยังเรือนพัก จ้งซูเห็นองครักษ์หญิงคนใหม่ก็ยิ้มกว้าง รีบไปหาเตาเล็ก น้ำชาและขนมมาต้อนรับ พวกนางเคยพบกันที่จวนเ้าเมืองในฉู่จิ้งมาแล้ว เมื่อได้พบกันอีกครั้งก็ตั้งวงพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน
“ดีแล้วที่เป็เ้า พวกเราจะได้สบายใจ เดี๋ยวข้าเขียนวิธีดูแลคุณหนูให้เ้าก็แล้วกัน”
หว่านอิ๋งอิ๋งเข้าไปเก็บของในห้องพัก จ้งซูที่เดินตามมาข้างหลังมองเห็นสมุดบันทึกหล่นออกมาก็รีบเดินไปเก็บ
“นี่เ้าก็ชื่นชมหัวหน้าหลิวด้วยหรือ? ถึงกับซื้อบันทึกของเขามาอ่าน”
ใบหน้าขององครักษ์แดงก่ำ “มิได้ๆ แม่นางผู้หนึ่งยัดใส่มือข้า”
“เฮ้! เ้าไม่ต้องอายหรอก สตรีย่านนี้ต่างก็พากันชอบหัวหน้าหลิวกันทั้งนั้น คราวหน้าเ้าไม่ต้องไปซื้อเลยนะ ในฐานะที่เ้าเป็สหายสนิท ข้าจะให้เ้าเปล่าๆ หนึ่งเล่ม เ้ารู้หรือไม่ว่าบันทึกของหัวหน้าหลิวนี่เป็เล่มที่สิบแล้ว?”
“เอ๋? ขายดีถึงเพียงนั้นเชียวหรือ?”
“ใช่ เ้าไม่รู้หรอกว่าเขียนออกมาเท่าใดก็ไม่พอขาย ตอนนี้จ้งหนิงต้องไปหาซื้อเล่มเก่าๆ มาคัดลอกเพื่อจะได้นำออกมาขายอีกครา”
“มีสตรีชอบหน้าศิลาเยี่ยงนั้นเยอะเชียวหรือ?”
“ฮ่าๆ เ้าพูดได้ดีนักถูกใจข้า” เสียงของจ้งหนิงมาก่อนตัว นางก้าวเท้าเข้ามาในห้องนอนของหว่านอิ๋งอิ๋ง
“พวกข้าสองพี่น้องก็เคยนึกสงสัยแต่ต่อมาก็คิดว่าความสงสัยเช่นนี้ไม่มีประโยชน์ สู้ดีพวกเราอยู่ใกล้เห็นเขาอยู่ทุกวันควรจะใช้ชื่อเสียงและหน้าตาของหัวหน้าหลิวสร้างเงินทองจะดีกว่า”
หว่านอิ๋งอิ๋งหัวเราะชอบใจ สองพี่น้องสกุลจ้งสมกับเป็คนสนิทของคุณหนูสี่ พวกนางคิดแตกต่างจากสาวใช้คนอื่นๆ จะว่าไปก็คงเหมือนกับเ้านายของนางที่เป็เด็กหญิงผู้แสนแปลก
แปะ! แปะ!
มือของจ้งหนิงตบสองครั้งบนบ่าของหว่านอิ๋งอิ๋ง
“ในเมื่อเ้าคิดเหมือนพวกเรา ถ้าเช่นนั้นก็มาร่วมมือหาเงินด้วยกันดีกว่า การเดินทางไกลของคุณหนูครานี้พวกเราไม่อาจร่วมติดตาม คงต้องอาศัยเ้า”
“อาศัยข้าหรือ?”
“บันทึกของหัวหน้าหลิวเล่มที่สิบเอ็ด คงต้องเป็ฝีมือของเ้าเสียแล้วนะ เ้าเป็คนบันทึก ข้าจะแบ่งส่วนให้เ้าสามในสิบส่วนก็แล้วกันดีหรือไม่?”
ได้ยินจำนวนที่พวกนางขายได้ทั้งหมด เมื่อคำนวณจากส่วนแบ่งที่จะได้แล้ว หว่านอิ๋งอิ๋งก็พยักหน้ารับโดยไม่รู้ตัว
“ถ้าอย่างนั้น เ้าต้องบันทึกลำดับงานของหัวหน้าหลิวให้ละเอียด แล้วก็อย่าลืมว่าต้องพยายามสืบด้วยว่าสตรีในดวงใจเขาคือผู้ใด?”
“ข้าจะต้องสืบเื่ของเขาด้วยหรือ?” หว่านอิ๋งอิ๋งถามแล้วก็หันไปรินน้ำชาขึ้นมาจิบ
“แน่นอนสิ เ้าคงจะไม่รู้ว่าข้าแอบเก็บจดหมายที่เขาเอาไปเผาไว้ได้ ในนั้นเขียนว่าเขามีคู่หมั้นแล้ว”
พรวด!
“อิ๋งอิ๋ง เ้าจะพ่นน้ำชาออกมาทำไมกัน? เขามีคู่หมั้นที่บิดาเตรียมไว้ให้แล้ว เพียงแต่จดหมายนั้นไม่ได้บอกว่าเป็ผู้ใด?”
หว่านอิ๋งอิ๋งลอบถอนหายใจโล่งอก นางหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาเช็ดปากและเสื้อผ้าที่เลอะเทอะ ดีที่หันหน้าหนีได้ทัน ไม่เช่นนั้นคงจะพ่นเต็มหน้าจ้งหนิงไปแล้ว
“นี่คือสาเหตุที่เราสองพี่น้องอยากให้ช่วยสืบว่าเขามีสตรีในดวงใจหรือยัง? และถ้ามีนางคือผู้ใด? รับรองว่าข่าวดีต้องขายดีแน่นอน”
“ได้ๆ ข้าจะพยายาม”
คืนแรกของการนอนพักในจวนสกุลชิง หว่านอิ๋งอิ๋งนอนหลับตาปริบๆ บนเตียง ทบทวนเื่ราวที่เกี่ยวข้องกับหลิวเฉิงั้แ่ต้น นึกไปนึกมาก็อดจะคิดถึงร่างเกือบเปลือยของเขาไม่ได้
...จะว่าไปบุรุษผู้นี้ก็ดูดีทั้งภายนอกและภายในร่มผ้าจริงๆ....
ขบวนรถม้าของอาจารย์ใหญ่หวังเริ่มเคลื่อนตัวออกจากเมืองหลวงมุ่งหน้าไปตะวันตก แม้หว่านอิ๋งอิ๋งจะรู้ว่าหวังต้าจิ้งคิดจะพาชิงเว่ยเว่ยไปฝึกวิชาแต่ก็ไม่รู้ปลายทาง
“อันดับแรก อาจารย์ใหญ่หวังบอกว่าพวกเราต้องไปเมืองฉู่จิ้งก่อน”
ในขบวนรถม้ามีอาจารย์ใหญ่หวังกับภรรยา อาจารย์ไต้กับอาจารย์จง และชิงเว่ยเว่ย คนที่ติดตามไปดูแลเ้านายทั้งหลายนั้นมีเพียงคนของสกุลหวังกับสกุลชิง
หัวหน้าองครักษ์หลิวเป็ผู้รับผิดชอบการรักษาความปลอดภัยในครั้งนี้ หว่านอิ๋งอิ๋งรู้สึกสบายใจที่เขามิได้ขี่ม้าอยู่ใกล้รถม้าของชิงเว่ยเว่ย หากแต่นำขบวนอยู่ด้านหน้าคู่กับไห่ฮ่าว
“เ้าเอาแต่มองไปด้านหน้าด้วยเหตุใด?”
“ข้าสงสัยว่าสกุลหวังก็พอจะมีคน เหตุใดอาจารย์ใหญ่หวังจึงนำคนมาด้วยเพียงสองคนเองเ้าค่ะ?”
“การเดินทางครั้งนี้เต็มไปด้วยอันตราย อาจารย์ใหญ่จึงให้คัดเพียงคนที่วรยุทธ์ค่อนข้างดีมาด้วย”
หว่านอิ๋งอิ๋งพยักหน้ารับ นางพอจะรู้ว่าการเดินทางครั้งนี้น่าจะเต็มไปด้วยอันตรายเพราะสกุลชิงถึงกับยอมรับองครักษ์เป็ครั้งแรก เมื่อครั้งใต้เท้าชิงกับชิงเว่ยเว่ยไปเมืองฉู่จิ้งก็ยังมีจ้งซูกับจ้งหนิงไปด้วย นับว่าคราวนี้ไม่ปกติจริงๆ
กระทั่งถึงเมืองฉู่จิ้ง องครักษ์หญิงก็เข้าไปคารวะเสิ่นฮูหยิน เจียงลี่จังองครักษ์หญิงอีกคนของสกุลโม่ซึ่งเป็เพื่อนสนิทของหว่านอิ๋งอิ๋งที่ใจนักที่นางผ่านมายังเมืองฉู่จิ้ง
เจียงลี่จังสังเกตเห็นว่าหว่านอิ๋งอิ๋งมักจะคอยสังเกตหัวหน้าหลิวก็คิดว่าหว่านอิ๋งอิ๋งต้องชอบหัวหน้าองครักษ์หนุ่มเป็แน่ นางจึงเอาเื่นี้ไปบอกกับเสิ่นฮูหยิน สตรีทั้งสองจึงได้เย้าหว่านอิ๋งอิ๋งในเื่นี้
“ตกลงว่าที่เ้าขอลาออกจากสกุลโม่เพราะหัวหน้าหลิวใช่หรือไม่?”
“ข้ายอมรับว่าข้ามาเป็องครักษ์หญิงสกุลชิงก็เพราะเขา ข้ามาตามเขา”
“ไอหยา! ไม่คิดว่าเลยว่าสหายของข้าจะทุ่มเทเพื่อบุรุษถึงเพียงนี้”
เสิ่นฮูหยินเห็นหว่านอิ๋งอิ๋งก้มหน้ายอมรับก็อมยิ้ม
“เอาน่าลี่จัง เ้าอย่าไปต้อนคนให้จนมุมสิ ทำเช่นนี้ไม่สมควรยิ่ง”
เสิ่นฮูหยินพูดคุยอยู่ครู่หนึ่งก็รีบออกไปรอรับสามีที่เพิ่งกลับมาจากศาลาว่าการเมือง เสิ่นฮั่นเหลียงเ้าเมืองฉู่จิ้งเคยได้รับความช่วยเหลือจากชิงเว่ยเว่ยจึงได้เชิญนางและเหล่าอาจารย์มาพักในจวน
“นี่ๆ เ้าไปนอนห้องเดียวกับข้าดีหรือไม่? อุตส่าห์ได้กลับมานอนที่นี่ทั้งที” เจียงลี่จังรีบดึงแขนหว่านอิ๋งอิ๋งสะบัดไปด้วยความดีใจ
“ตกลงๆ แต่ข้าต้องไปแจ้งคุณหนูสี่ก่อน”
ระหว่างที่อยู่ในจวน เจียงลี่จังสังเกตเห็นว่าสหายองครักษ์หญิงของนางมักจะลอบมองหลิวเฉิงจากนั้นก็ไปแอบนั่งจดบันทึกใส่สมุด
“อิ๋งอิ๋ง ข้าเห็นเ้าจดบันทึก เหมือนจะเป็เื่ของหัวหน้าหลิวใช่หรือไม่?”
“ข้าก็แค่บันทึกภารกิจของเหล่าองครักษ์น่ะ”
เจียงลี่จังอมยิ้ม นางรู้แล้วว่าสหายของตนโกหกจึงได้นำเื่นี้ไปหารือกับเสิ่นฮูหยิน
“เ้าไม่ต้องกังวล ข้าว่าหว่านอิ๋งอิ๋งสารภาพหมดแน่แค่เราใช้สุรา”
“อ๋า! จริงด้วยเ้าค่ะ ถ้าอย่างนั้นพวกเรานัดนางมาดื่มสุรากันดีกว่า”
“สุราแสงจันทร์ของข้า ได้เวลาต้องออกโรงแล้ว”
*********************
