"ออกมาได้แล้วครับ"
หนึ่งในเ้าหน้าที่ระดับปฏิการทั่วไปเดินมาไขกุญแจห้องขังให้สองหนุ่มหล่อโดยไร้เงาของสารวัตรหนุ่มทั้งสองที่พาช่างสักมาในตอนแรก
ยอโบคิดว่าพวกนั้นคงพากันไปโรงพยาบาลเพราะดูท่าจะอาการหนัก
"โอเคผมจัดการให้เรียบร้อยคราวหลังอย่าดื่มแล้วขับรถอีกนะครับดื่มที่ร้านก็ได้ถ้าไม่เบื่อ"
"ขอบคุณนะครับบอสพวกผมรบกวนั้แ่หัววันเลย"
"ไม่เป็ไรครับวงการสักลายในเกาหลีก็แบบนี้คราวหลังก็ดูแลตัวเองให้มากนะครับ..โดยเฉพาะคุณนะยอโบฝีมือคุณไปได้อีกไกลอายุยังน้อยใจเย็นลงอีกหน่อยแล้วกันนะ"
" ครับ"
"อิจฉาลูกรักบอสว่ะหน้าตาท่าทางก็กวนตีนทำไมบอสดูเอ็นดูมึงเป็พิเศษวะ"
"..."
"หมั่นไส้!"
แม้เบื้องหน้าช่างสักแต่ละคนจะดูปกติธรรมดาทั่วไป มีความชอบคือศิลปะสร้างลวดลายบนผิวกาย ถ้าอยากเป็ช่างก็แค่ลงสมัครเรียนหรือมีครูฝีมือดีสักคนเป็คนถ่ายทอดให้
แต่ในเชิงจิตวิทยาคนที่ใช้ของแหลมคมกรีดไปตามร่างกายสร้างความเ็ปให้ผู้ร้องขอคือคนที่มีสัญชาติญาณดิบสูง
มีความเป็ผู้นำในการโน้มน้าวให้ผู้ถูกโดนกรีดเืกรีดเนื้อเ็ปแสนสาหัสด้วยความเต็มใจและรู้สึกดีกับสิ่งนั้น
กลิ่นคาวเืน้ำเหลืองคละคลุ้งชวนคลื่นใส้กลายเป็กลิ่นที่กระตุ้นให้จิตใจสงบมือและปลายเข็มที่วาดลวดลายอย่างแน่วแน่เส้นแล้วเส้นเล่าจนกว่าทุกอย่างจะจบลง
..ไม่ใช่แค่เป็สิ่งที่ต้องทำ..ไม่ใช่แค่เพื่อเงิน..
มันเป็การเติมเต็มความ้าของตนเอง
หลังจากวันนั้นที่มีเหตุการณ์ไม่คาดฝันซ้อนกันอย่างการเผชิญหน้ากับรอยสักที่แสนน่ากลัวของช่างสักปากเสียท่าทางเถื่อนถ่อยจนเผลอจินตนาการไปว่าคน ๆ นี้อาจจะเป็ลูกหลานของคนที่ทำร้ายเขากับพี่ชายจนต้องไปพบแพทย์ประจำตัวเร็วกว่ากำหนด
สารวัตรหนุ่มพยายามหลีกเลี่ยงการมองรอยสักมาตลอดยี่สิบปีหลายครั้งพยายามเผชิญหน้ากับสิ่งที่ตามหลอกหลอนด้วยการลองมองร่างกายที่เต็มไปด้วยรอยสักผ่านหน้าจอในเว็บสักลายต่างๆ ไม่มีครั้งไหนเลยที่จะทำใจให้มองมันได้นาน เขาอาเจียนทุกครั้งที่ได้ดูมัน
ยิ่งเมื่อเจอมันใกล้ชิดบนิัอาการช็อคหมดสติไร้เรี่ยวแรงฉับพลันทำให้ร่วงลงไปกองที่พื้นโดยง่ายดังเช่นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับช่างสักร่างใหญ่วันนั้น
ยิ่งเป็การสักแบบกรีดผิวให้เป็รอยแผลเป็มันเหมือนกับวิธีการสักที่พี่ชายของตนโดนกระทำเมื่อยี่สิบปีก่อนและถูกคนคนนั้นจู่โจมจูบอย่างจาบจ้วงแม้จะแปลกใจที่มันไม่ได้เ็ปทรมาณอย่างที่เคยจินตนาการไว้ แต่อาการใจเต้นแรงหลังจากนั้นมันทำให้เขาสับสนไม่น้อยกับสภาพจิตใจตนเอง
วันนี้สารวัตรหนุ่มจึงมาพบจิตแพทย์เพื่อประเมินอาการและรับยาที่ใช้ระงับความเ็ปทางจิตใจหรือที่เรียกกันว่า ptsd อีกครั้ง
"คุณว่าไงนะครับสารวัตร คุณไม่คลื่นไส้อาเจียนเมื่อเห็นลายสักที่กลัว มีอาการช็อคหมดแรงแต่ไม่หมดสติมีอาการใจเต้นแรงเพราะถูกคนคนนั้นจูบเหรอครับ?"
"มันผิดปกติมากไหมครับหมอ?"
"ไม่.. ไม่เลยครับ นี่เป็สัญญาณที่ดีว่าคุณอาจจะหายจากอาการนี้ได้"
"คุณเปิดใจมีคนรักเป็สาวที่มีลายสักเหรอครับ?"
"เปล่าผมไม่ได้เปิดใจรักใครโดยเฉพาะกับคนสักลายและอีกอย่างคนที่มาจูบผมเขาเป็ผู้ชายและอาจจะแค่เมาก็เท่านั้น"
"หือ? แล้วคุณสามารถพาเค้ามาร่วมพูดคุยกับเราได้มั้ยครับ"
"ขอโทษด้วยนะครับคงไม่มีทาง"
ในขณะที่นั่งคุยกับคนไข้ไประจำอยู่นั้นก็มีเสียงดังใกล้เข้ามาจนประตูห้องถูกเปิดออก
"ขอโทษนะคะ คุณหมอติดคนไข้ค่ะเข้าไม่ได้นะคะ!"
"ผมมีเื่ด่วนจะคุยกับเค้าคุณไปทำงานได้แล้วไป"
ชายหนุ่มร่างใหญ่มีรอยสักั้แ่คอเจาะคิ้วเจาะปากเดินอาดเข้ามาอย่างไร้มารยาทเพื่อจะคุยกับพี่ชายคนสนิทอย่างคุณหมอ ปาค โบรา หมอจิตเวชผู้เชียวชาญด้านจิตวิทยาชื่อดังคนหนึ่งในย่านคังนัม
"ยอโบพี่บอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าหุนหันเข้ามาเห็นมั้ยพี่มีคนไข้เนี่ย"
"ผมต้องคุยกับพี่โดยไวที่สุด ..อ้าวสารวัตร? โลกกลมจังเลยเพิ่งเจอกันเมื่อวันก่อนเจออีกแร้ะพรมลิขิตแน่เลยว่าไหม?"
"หมายความว่ายังไงยอโบนายกับสารวัตรชากีรู้จักกันเหรอ"
"ใช่ก็เขาพาผมไปที่สถานีตำรวจ แล้วก็บังเอิญล้มทับปากแตะกันนานไปหน่อย เท่านั้นเอง ~ ปากร้าย ๆ นี่โคตรนิ่มเลย"
"ยอโบอย่าจาบจ้วงคนไข้พี่"
"ผมลากลับก่อนนะครับ"
สารวัตรหนุ่มที่เห็นหน้าคนคนนี้ก็หมดแรงเอาดื้อ ๆ จึงขอลาคุณหมอทั้งที่ยังพูดคุยไม่จบ
"เดี๋ยวครับสารวัตรผมมีเื่จะขอ ถ้าคุณอยากให้อาการของคุณดีขึ้นหรือหายขาดช่วยนั่งคุยและทดลองบางอย่างกับเราเถอะนะครับ"
คนสองคนนั่งข้างกันแต่หน้าบอกบุญไม่รับมองตรงไปยังหมอจิตเวชชื่อดังโดยที่ไม่มีใครรู้ว่าคุณหมอจิตเวชเคยอยู่ในหมู่บ้านเดียวกับช่างสักหนุ่มมาก่อน
"ช่วยนั่งหันหน้าเข้าหากันหน่อยครับ"
คุณหมอวัยกลางคนลุกขึ้นมายืนด้านข้างระหว่างคนสองคนถือสมุดปากกาเพื่อจดผลการทดลองเริ่มทำการรักษาผู้ที่มีภาวะตื่นกลัวของสารวัตรหนุ่มด้วยการบอกให้มองคนตรงหน้า
ยอโบผู้ที่เป็หุ่นทดลองให้ด้วยความอยากรู้ว่าทำไมสารวัตรคนเก่งจึงมีอาการเช่นนั้นหันหน้าเข้าหาอีกคนทันทีแต่อีกคนกลับเม้มปากแน่นหลุบตาลงต่ำค่อย ๆ หันมาเเล้วเลื่อนสาายตาไปมองที่คนตนช้า ๆ โดยมีคุณหมอรอลุ้นดูอาการอยู่
"คุณมองรอยสักที่โผล่พ้นออกมาจากเสื้อผ้าเ้ายอโบแล้วบอกความรู้สึกกับผมหน่อยที่คอที่ข้อมือที่มีหมึกสีดำมันทำให้ลมหายใจของคุณสะดุดไหม?"
"ยังได้อยู่ครับเพราะผมต้องเจอผู้ต้องหาหลายคนที่มีมันโผล่ออกมาให้เห็นบ้าง"
"ลองแตะมันผ่านเนื้อผ้าแล้วบอกผมหน่อยว่าคุณรู้สึกอย่างไร?"
สารวัตรชากีหายใจเข้าหายใจออกลึก ๆ แล้วเริ่มใช้ปลายนิ้วััไปตามท่อนแขนแข็งแรงของคนเด็กกว่าเเผ่วเบาโดยมีเ้าของลายสักตัวโตลอบมองไม่วางตา
"ผมสักทั้งตัวจับตัวด้วยสิ"
น้ำเสียงและท่าทางทะเล้นราวกับล้อเลียนนั้นทำให้คุณหมอต้องคอยห้ามปรามเพราะเกรงว่าผู้ป่วยจะวิตกยิ่งกว่าเดิม
"ยอโบช่วยเงียบให้พี่หน่อย ..พี่ขอ"
"ผมเริ่มรู้สึกอึดอัดอัดครับในหัวผมมันจินตนาการไปเองไม่หยุดเลย"
"ถ้าเห็นของจริงล่ะคุณจะลองไหมครับสารวัตร"
คุณหมอผู้ใจเย็นลองเพิ่มระดับการทดลองด้วยการขอให้สารวัตรหนุ่มมองของจริง
"ลอง...ดูครับ"
"ยอโบถอดเสื้อหน่อย"
พรึ่บ!
ไม่ต้องรอให้พี่หมอสั่งซ้ำยอโบถอดเสื้ออกทันที
"พี่หมอผมขอถามเขาเองผมจะพยายามถามดีๆ"
ช่างสักหนุ่มเอ่ยออกมาเพราะคิดว่าเขาน่าจะจี้ตรงจุดคนคนได้ดี
"...อืม"
"ถ้ามองตาผมแต่แตะที่ลายสักผมรู้สึกยังไง?"
"ไม่ชอบ"
"ไม่ชอบรอยสัก?"
"ไม่ชอบนาย"
คุณหมอวัยกลางคนถึงกับแอบเบี่ยงตัวหลุดขำในการเบรคคำพูดของคนหน้ากวนที่ทำท่าหมั่นเขี้ยวคนตรงหน้าเสียเต็มประดา สารวัตรหนุ่มหล่อมีอัคติกับคนมีรอยสักขนาดนั้นไม่แปลกที่เขาจะพูดตรงๆ ออกมา
"เออ! ไม่ชอบก็ไม่ชอบดิ ถ้าลูบทั้งตัวแบบนี้รู้สึกอะไรไหม? อย่าบอกว่าไม่ชอบนะจะกัดลิ้นให้!"
ยอโบทาบทับมือลงบนหลังมือคนหน้าหยิ่งบังคับมือนิ่มนั้นให้ลูบหน้าอกเปลือยเปล่าของตนช้าๆ พลางถามออกมา
"ไม่รู้สึกดี...แต่ไม่ได้อยากอาเจียน"
"ถ้ากอดล่ะจะรู้สึกอะไรมั้ย?"
ไม่รู้ว่าคนตัวโตอยากช่วยหรือหมั่นเขี้ยวคนตรงหน้ากันแน่ถึงเอ่ยอะไรแบบนั้นออกมาทั้งที่แอบอมยิ้ม
"ไม่กอด"
"ลองดูหน่อย"
หมั่บ!!
เป็อีกครั้งที่ถูกช่างสักเถื่อนดึงไปกอดโดยไม่ขออนุญาตพยายามดิ้นออกจากอ้อมกอดท่อนแขนหน้าอกก็แข็งเหลือเกินยิ่งดินก็ยิ่งรัดจึงต้องยอมจำนน
"...ผมใจเต้น"
"ไม่เต้นก็ตายแล้วล่ะ"
คนตัวโตทำหน้างงว่าทำไมคุณสารวัตรพูดคำนี้ออกมา
"แต่นายเต้นเเรงกว่า"
แต่พอคนตัวขาวเอ่ยคำต่อมากลับทำให้ยอโบอ้าปากพะงาบ ๆ พูดลิ้นรัวร้อนลนขึ้นมา
"เอาตัวเองก่อนดิวะมาสังเกตชาวบ้านทำไม!"
ช่างสักจอมกวนทำเสียงดังกลบเกลื่อนแต่คนพี่ก็สังเกตุเห็นว่าคนตัวโตหูเเดงเทือก เมื่ออีกคนดูตื่นเต้นก็เหมือนจะมีกลิ่นบางอย่างขับออกมาจนนายตำรวจหนุ่มถามขึ้น
"รอยสักนี่มีกลิ่นไหม?"
"กลิ่นอะไรอีกล่ะ?"
"กลิ่น น้ำทะเล"
"กลิ่นเค็มเหรอ..อาบน้ำแล้วนะทำไมมีกลิ่น"
"เปล่า กลิ่นเย็นๆ .. กลิ่นลม..กลิ่นแดด"
สารวัตรหนุ่มพูดไปตามความรู้สึกที่ััได้
"ดีมั้ย?"
ช่างสักมองตาสารวัตรหนุ่มถามเสียงเบาลง คำพูดคนตัวขาวคล้ายกับกำลังชมว่ารู้สึกดีกับกลิ่นของเขามันทำให้เขารู้สึกพิเศษอย่างบอกไม่ถูก
"ก็...อือ"
คณหมอจิตเวชที่ยืนอยู่ไม่ไกลได้ยินเสียงพูดคุยเบาๆ ของคนสองคนแว่วมาแล้วรู้สึกคล้ายกับว่าตัวเองเป็อากาศธาตุอยากจะทำตัวกลมกลืนกับกำเเพงเมื่อคนที่ขู่กันเมื่อครู่กอดกันกลมคุยโต้ตอบเื่ไร้สาระได้อย่างเป็ธรรมชาติ
เขาเจอเเล้วคนที่จะรักษาโรคให้คุณสารวัตรผู้จิตใจด้านชา คนคนนั้นอยู่ใกล้แค่เอื้อมเขาเคยพยายามมาตลอดเกือบสิบปีที่พ่อของสารวัตรหนุ่มฝากให้ช่วยดูแลอาการทรงจิตของลูกชาย
ไม่ใช่วิธีนี้เขาจะไม่เคยทำทั้งที่คนอื่นดูสุภาพพูดดีท่าทางดีกว่าสักลายน้อยกว่ายอโบด้วยซ้ำยังทำให้ชากีผ่อนคลายขนาดนี้ไม่ได้เลย ไอ้เด็กช่างสักปากดีหน้าตากวนตีนนี่มันมีดีอะไร
รอยสักด้านหน้าของช่างสักหนุ่มเป็การใช้หมึกดำล้วนเรียกว่างานประเภทแบลคแอนด์เกรย์เป็ลวดลายรวมสารพัดปีศาจในตำนานกรีกโบราณใส่ลูกเล่นแบบดอทไล่สีจืดไปทางด้านหลังเพื่อความกลมกลืนเพราะงานด้านไหลังไม่มีสีหมึกมีแต่รอยแผลเป็รูปร่างเทพในตำนานกรีกโบราณเช่นกันซึ่งมันเป็ควมหมายที่ดีมากถ้าลองทำความเข้าใจมัน
เื้ัเทพเบื้องหน้าปีศาจ
แขนซ้ายเป็สัตว์ของเทพแขนขวาเป็สัตว์ของปีศาจ
ขาซ้ายเป็อาวุธและตัวหนังสือบทสวดในพระคัมภีร์ขาขวาเป็อาวุธและตัวหนังสือบูชาปีศาจ
ซึ่งมันหมายถึงความเป็จริงของมนุษย์เราไม่มีใครดีหรือร้ายร้อยเปอร์เซ็นเรามีทั้งร่างเทพและร่างปีศาจรวมอยู่ในคนคนเดียว
....