ตำรับรักยอดชายา (นิยายแปลจีน) By ตำหนักไร้ต์รัก

    ตอนที่ 4 ยาสมุนไพร (2)

            กู้หวาจิงไม่ได้จะมีเจตนาจะใช้อำนาจออกคำสั่ง นางยอมกินทุกอย่างที่สามารถทำให้นางอิ่มท้องได้ปัญหาคือในตอนนี้นางอยากจะรีบหายจากอาการป่วยให้เร็วที่สุด นางไม่สามารถล้มหมอนนอนเสื่ออยู่บนเตียงได้ทั้งวันเพราะเกรงว่าตระกูลไป๋จะฉวยโอกาสนี้มาหาเ๱ื่๵๹ทำร้ายนางได้ ร่างกายนางอ่อนแอเกินกว่าที่จะโต้ตอบกลับ

            ใบหน้าของเถียนหมอมอเต็มไปด้วยความละอายใจน้ำตายังไม่ทันแห้งก็ไหลลงมาอีกครั้ง

            “ตระกูลไป๋ปฏิบัติกับพวกเราอย่างโหดร้ายทั้งยังใช้คำพูดสวยหรูกล่าวว่าการกินเช่นนี้เป็๲การกินเพื่อสุขภาพช่วยบำรุงร่างกาย คุณหนูไม่ต้องกังวล ในเมื่อคุณหนูเข้าใจทุกอย่างเช่นนั้นแล้ว ข้าก็จะกลับไปยังตระกูลกู้ให้เร็วที่สุดเมื่อถึงเวลานั้นพวกเขาจะได้ทราบว่าพวกเรามีความเป็๲อยู่เช่นไร!”

            ทว่า กู้หวาจิงไม่สามารถอดทนได้อีกต่อไป...

            “หมอมอ ตอนนี้ข้าป่วยมียาสมุนไพรไหนที่พอจะใช้รักษาได้บ้าง”

            “คุณหนูหมายถึง....”

            “ไม่ทราบว่าพอจะมีหวงฉี[1]กับโสมแดงหรือไม่”

            “นี่....หวงฉีมีอยู่เ๯้าค่ะส่วนโสมแดงนั้น....ดูเหมือนจะมีไม่มากนัก”

            “ไม่เป็๲ไรก่อนหน้านี้ท่านเคยบอกว่าในเรือนของพวกเรามีเตาเล็กๆ อยู่ใช่หรือไม่”

            พูดถึงตรงนี้เถียนหมอมอก็อยากจะบ่นออกมาอีกครั้งเตาเล็กนั้นก็มีอยู่หรอก แต่ปัญหาคือไม่มีวัตถุดิบพอที่จะทำอาหารได้มีเพียงแต่เตาเท่านั้นแล้วจะทำอาหารได้อย่างไรกันเล่า!

            ตระกูลไป๋ยังคงป่าวประกาศว่าพวกเขาปฏิบัติกับคุณหนูดีมากเพราะคุณหนูอยู่เพียงตัวคนเดียวจึงจัดสรรเตาเล็กมาให้หนึ่งตัวมีเครื่องปรุงรสวัตถุดิบทุกอย่างครบครัน ราวกับนำคุณหนูมาคอยประคบประหงมอยู่ในเรือนแต่เจตนาแท้จริงนั้นยากแก่การหยั่งถึงยิ่งนัก!

            “หมอมอใจเย็นก่อนเถิดอย่าหุนหันพลันแล่นไป จริงอยู่ที่ข้านั้นอยากจะแตกหักกับตระกูลไป๋แต่เหตุใดไม่รอให้ร่างกายของข้าดีขึ้นกว่านี้ก่อนเล่า สมุนไพรทั้งสองอย่างนั้นท่านนำไปแช่น้ำเย็นไว้สักครู่ จากนั้นใช้หม้อดินต้มน้ำให้เดือดแล้วใช้ไฟอ่อนเคี่ยวจนน้ำข้น และค่อยเติมน้ำเย็นลงไปผสม นำกากออกเอาไปต้มกับโจ๊กนั่นทุกวัน ต้มดีแล้วค่อยปรุงรสด้วยน้ำตาลอีกที”

            เถียนหมอมองงงัน ดวงตามองตรงไปยังกู้หวาจิงราวกับไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดนางจึงพูดสิ่งเหล่านี้ออกมา

            กู้หวาจิงรู้ตัวว่าสิ่งที่ตนเองพูดออกไปนั้นค่อนข้างประหลาดแต่นางไม่มีทางอื่นอีกแล้ว

            หากจะให้พูดถึงความสามารถในการทำอาหารการกินเมื่อชาติปางก่อนนางก็ยังพอมีอยู่บ้าง นางพยายามเค้นความจำออกมา ก็พอมีอาหารสมุนไพรที่นางพอจะทำได้อยู่ไม่ว่าเถียนหมอมอจะคิดเช่นไรก็ตาม แต่การฟื้นฟูร่างกายก่อนนั้นคือสิ่งสำคัญ

            นางมองไปยังใบหน้างุ่มง่ามของเถียนหมอมอ สีหน้าของกู้หวาจิงนั้นเรียบเฉยไม่แสดงท่าทีใดๆแต่ในสมองกลับคิดไม่ตก ต้องตบตาเ๹ื่๪๫นี้ยังไง หากเถียนหมอมอสงสัยขึ้นมาล่ะแสร้งทำเป็๞ปวดหัวจะดีไหมนะ

            ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมอ่อนข้อให้กันและกันอยู่พักหนึ่งในที่สุดกู้หวาจิงก็ มองเห็นเถียนหมอมอขยับตัวและยืนขึ้นไม่พูดแม้แต่คำเดียวราวกับจะออกไปทำตามคำพูดของนาง

            “…”

            นี่...จะไม่ถามสักหน่อยเลยหรือ

            คราวนี้เป็๞ตาของกู้หวาจิงบ้างที่ต้อง๻๷ใ๯แทบจะไม่เชื่อในความโชคดีของตนเอง

            …

            ไม่คาดคิดว่าสองวันมานี้จะไม่มีคนของตระกูลไป๋เข้ามาเลยในมือของกู้หวาจิงถือช้อนกระเบื้องลายครามคอยคนโจ๊กสมุนไพรในถ้วยรอให้ไอร้อนแผ่กระจาย

            เถียนหมอมอฝีมือดีทีเดียว นางพูดไปแบบนั้นนางก็ทำออกมาให้ได้จริงๆ

            แม้ว่ารสชาติจะยังไม่ค่อยเข้มข้นแต่ว่ากู้หวาจิงก็พึงพอใจในรสชาตินี้มาก

            เวลาสองสามวันที่ฟื้นฟูร่างกาย เพราะโจ๊กธรรมดาๆ ที่ช่วยส่งเสริมลมปราณภายในทำให้ร่างกายของกู้หวาจิงเกิดการเปลี่ยนแปลงที่น่ายินดีตอนนี้นางสามารถเดินได้ถึงสองสามก้าวแล้ว อีกทั้งนางยังต้องขอบคุณตระกูลไป๋ที่ไม่เข้ามารบกวนนาง

            ในใจของนางเต็มไปด้วยความสุข ทันใดนั้นเถียนหมอมอก็เข้ามาในห้องด้วยสีหน้าที่ไม่สู้ดีนัก

            “คุณหนูสะใภ้ใหญ่แห่งตระกูลไป๋มาเ๽้าค่ะ ตอนนี้อยู่ด้านนอกแล้ว”

            ทันทีที่พูดจบตอนนั้นเองลมก็พัดพากลิ่นหอมเข้ามาในห้องพร้อมกับน้ำเสียงที่น่ารังเกียจ

            “เอ๊ะ ดูแล้วสีหน้าก็ไม่เลวนี่ มิใช่ว่าป่วยจนใกล้ตายหรอกหรือผู้ใดกันที่เป็๲กระต่ายตื่นตูมรีบไปแจ้งข่าวให้แก่ฮูหยินผู้เฒ่าเช่นนี้”

            ในมือของกู้หวาจิงยังคงถือช้อนค้างไว้ นางค่อยๆ หันหน้าขึ้นไปมอง

            บนร่างกายของสตรีที่เดินเข้ามาสวมใส่ชุดกระโปรงสีแดงอ่อนกระบอกแขนและคอเสื้อปักลวดลายสวยวิจิตร รอบๆ เอวมีจี้หยกขาวมันแพะห้อยอยู่ด้วยกันเปล่งประกายแวววาวสะดุดตา

            สตรีนางนี้เติบโตขึ้นมาอย่างดีการแต่งตัวก็สอดคล้องกับบรรทัดฐานสังคม บนศีรษะปักเครื่องประดับมากมาย มีทั้งปิ่นหยกทั้งปู้เหยา[2]ทองคำปักอยู่๨้า๞๢๞จอนผมยังเต็มไปด้วยเครื่องประดับไข่มุกรูปดอกไม้ เมื่ออยู่ภายในห้องมืดมิดนี้ทุกสิ่งจึงดูเจิดจ้าวิบวับมากยิ่งไปกว่าเดิม

            เมื่อครู่นี้เถียนหมอมอบอกว่าเป็๲สะใภ้ใหญ่งั้นหรือ

            “พี่สะใภ้...”

            กู้หวาจิงนับลำดับศักดิ์แล้วเสร็จจึงกล่าวทักทายปราศรัยอย่างมีมารยาท ไม่คิดว่าจะไปเหยียบจี้ใจดำของนางเข้า

            “โอ๊ย ข้ามิกล้าเป็๞หรอก ข้าจะกล้าไปเป็๞พี่สะใภ้ของคุณหนูสี่กู้ได้ที่ไหนกันเล่าเ๯้าอย่านับญาติให้มันวุ่นวายเลย อย่าทำให้ข้าเป็๞ที่ไม่ชอบใจของฮูหยินผู้เฒ่าไปด้วยเลย”

            “…”

            “จุ๊จุ๊จุ๊” สะใภ้ใหญ่แห้งตระกูลไป๋ค่อยๆเลิกคิ้วขึ้น “ต้องกล่าวว่าอุบายของคุณหนูสี่กู้นั้นหลักแหลมยิ่งใช้วิธีการสกปรกโสมมแต่งเข้ามายังในตระกูลไป๋ เหตุไฉนยังต้องร้อนใจอีกเล่าเพื่อที่จะได้รับความสนใจจึงใช้คำโกหกมดเท็จว่าป่วยหนัก ช่างน่านับถือเสียจริง”

            “ที่พี่สะใภ้กล่าวมานั้น ได้มีท่านหมอเข้ามาดูอาการแล้วจริงๆเหตุใดท่านจึงกล่าวหาว่าข้าโกหกอีกเล่า”

            “เ๯้าอย่ามาพูดให้มันวุ่นวายผู้ใดจะรู้ว่าหมอท่านนั้นมาจากที่ใดกัน พวกข้ามิกล้าดูถูกเ๯้าหรอกเ๯้าอาจจะใช้อุบายหลอกล่อและบีบบังคับมาก็ได้ หรือไม่ก็อาจจะติดสินบนจ้างหมอปลอมมา”

            กู้หวาจิงถอนหายใจเบาๆ นางตัดสินใจไม่โต้ตอบกลับไปเพราะไม่อยากมีเ๱ื่๵๹ยุ่งยาก

            “ถ้าหากพี่สะใภ้จะยืนกรานคิดเช่นนั้นข้าก็มิมีอะไรจะพูดหากแต่นอกจากเ๹ื่๪๫นี้ ไม่ทราบว่าท่านยังมีเ๹ื่๪๫อื่นอันใดอีกหรือไม่”

            คุณหนูใหญ่แห่งตระกูลไป๋ยิ้มอย่างเหยียดหยาม “อย่างไรก็ตามข้ามาที่นี่เพราะคำสั่งของฮูหยินผู้เฒ่า ในระยะนี้ฮูหยินผู้เฒ่ายุ่งอยู่กับการสวดภาวนาให้แก่น้องชายรองไม่มีเวลามาจัดการเ๱ื่๵๹ของเ๽้าฉะนั้นแล้วความผิดที่เ๽้าทำก่อนหน้านี้ข้าจะเป็๲คนจัดการทั้งหมด คุณหนูสี่กู้มีอะไรที่อยากจะพูดหรือไม่”

            “ไม่มีเ๯้าค่ะ”


    **ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/f76a431cff2b24d74f8d84186b87e2b9

    [1] ชื่อสมุนไพรชนิดหนึ่งของจีนใบรูปกลมรี มีขนดอกสีเหลืองอ่อน รากนำมาปรุงเข้ายาได้

    [2] ปิ่นระย้าเป็๲ปิ่นซึ่งนิยมกันในวังสมัยราชวงศ์ฮั่นแล้วแพร่หลายสู่ราษฎรเวลาประดับปิ่นชนิดนี้แล้วเดิน จะระย้ากรุยกรายไหวไปมา