-BAD MASTER-
2
19.30 น.
ตอนนี้ฉันอยู่ที่ R PUB แต่ฉันไม่ได้มาเที่ยวนะคะฉันมาทำงานที่นี่ต่างหากก็อย่างที่บอกว่าฉันต้องใช้เงินในการเข้ามหาวิทยาลัยถ้าไม่ทำฉันก็คงจะไม่ได้เรียนต่อลำพังแค่งานแม่บ้านก็ไม่พอหรอกจะทำไงได้ในเมื่อเราเลือกเกิดไม่ได้ แต่เราก็สามารถกำหนดชีวิตของเราได้นี่นี่แหละชีวิตของฉัน
ความจริงอายุฉันไม่สามารถทำงานที่นี่ได้หรอกแต่เพราะฉันขอร้องเ้าของร้านและด้วยความสงสารเขาจึงให้ฉันเข้าทำงานที่นี่แต่เแค่ระยะเวลา่ปิดเทอมเท่านั้น
เมื่อพูดถึงR PUB คงจะไม่มีใครที่ไม่รู้จักผับนี้เพราะผับนี้ตั้งอยู่ใจกลางเมืองจึงไม่แปลกที่จะมีนักท่องเที่ยวมาเยอะมากๆอีกทั้งผับนี้ยังขึ้นชื่อเื่ความหรูหราอีกด้วยและต้องเป็คนที่มีบัตรสมาชิกของที่นี่เท่านั้นถึงจะเข้าได้ RPUB แบ่งออกเป็สองชั้นชั้นแรกก็สำหรับลูกค้าทั่วไปส่วนชั้นที่สองจะเป็โซนของลูกค้าวีไอพีซึ่งจะมีความเป็ส่วนตัวมากขึ้นความจริงแล้วผับนี้เปิดสองทุ่มแต่พนักงานของร้านต้องมาก่อนครึ่งชั่วโมงเพื่อมาเปลี่ยนชุดเตรียมตัวทำงานยูนิฟอร์มของพนักงานเสิร์ฟอย่างฉันคือเสื้อเชิ้ตสีขาวแขนยาวสวมทับด้วยเสื้อกั๊กสีดำกับประโปรงสีดำที่มีความยาวเลยเข่าขึ้นมานิดหน่อยแต่ก็ไม่ถึงกับโป๊อะไร
เมื่อร้านเปิดก็มีลูกค้าทยอยกันเข้ามาเรื่อยๆพนักงานแต่ละคนก็เริ่มทำหน้าที่ของตัวเองจนตอนนี้คนเริ่มแน่นร้านแล้ว
“ฟ้า ไปรับออเดอร์ โต๊ะ C โซนวีไอพีด้วยจ้ะ”
“ได้ค่ะ พี่ริต้า”
พี่ริต้า สาวสวยหนึ่งในตำแหน่งบิวตี้ของร้านอ้อ ฉันยังไม่ได้พูดถึงตำแหน่งนี้ใช่มั้ยคะ บิวตี้ คือตำแหน่งของสาวสวยที่มีหน้าที่ต้อนรับและดูแลลูกค้านั่นเองแต่ตำแหน่งนี้ไม่ได้เหมือนกับเด็กนั่งดริ๊งก์ทั่วไปพวกเธอก็แค่ไปนั่งเป็เพื่อนลูกค้าถ้าพวกเขา้าน่ะนะแต่กฎของที่นี่คือห้ามมีความสัมพันธ์ในเชิงชู้สาวกับลูกค้ายกเว้นกรณีที่พวกเขาจะไปทำความรู้จักกันทีหลัง
ฉันเดินไปที่โต๊ะC ทันทีเพื่อไม่ให้ลูกค้ารอนานแต่เมื่อไปถึงฉันก็ต้องชะงักเพราะลูกค้ารายนี้คือคนที่ทำให้ฉันอารมณ์เสียมาทั้งวันอย่างไอ้ผู้ชายที่นั่งจ้องหน้าฉันอยู่ตอนนี้ไง
“เธออีกแล้วเหรอ”
‘แล้วไงยะ เป็ฉันแล้วจะทำไม’
มันคือสิ่งที่ฉันอยากจะตอบกลับไปแต่ก็ทำได้แค่คิดในใจเพราะเขาคือลูกค้าและยังเป็เ้านายของฉันอีกด้วยขืนพูดไปแบบนั้นมีหวังฉันต้องถูกไล่ออกั้แ่วันแรกแน่เอ๊ะ! เขาไม่สบายอยู่ไม่ใช่เหรอไง
“นายหายป่วยแล้วเหรอ” ฉันถามออกไปเมื่อเห็นว่าหน้าเขายังซีดอยู่
“เื่ของฉัน”
“รู้แล้วว่าเื่ของนาย ฉันก็ถามไปอย่างนั้นแหละ ว่าแต่นายจะสั่งอะไร”
“ฉันไม่สั่งกับเธอ ไปเรียกพนักงานคนอื่นมา”
“ว่าไงนะ” ไปเรียกคนอื่นมางั้นเหรอทำไมเขาถึงชอบไล่ฉันนักนะฉันไปทำอะไรให้เขาไม่พอใจหรือไง
“ไปเรียกคนอื่นมาถ้าเธอไม่อยากโดนไล่ออก เธอเพิ่งทำงานที่นี่วันแรกไม่ใช่หรือไง”
“แต่ฉันก็เป็พนักงานของที่นี่เหมือนกัน ทำไมจะสั่งไม่ได้ล่ะ”
“เพราะมันคือเธอไง”
“นาย...”
“มีอะไรกันหรือเปล่า” ก่อนที่ฉันกับเขาจะเถียงกันไปมากกว่านี้พี่ริต้าก็เข้ามาได้ทันเวลาพอดีเธอมองหน้าฉันกับเขาสลับกันอย่าง้าคำตอบเพราะต่างฝ่ายต่างเงียบ “ฉันถามว่ามีอะไรกัน”
“ไปบอกให้ผู้จัดการร้านไล่ยัยนี่ออกซะ” เขาหันไปบอกพี่ริต้าก่อนจะชี้นิ้วมาที่ฉัน
“มันจะมากเกินไปแล้วนะ!”
“ใจเย็นก่อนแกปเปอร์” พี่ริต้าเดินเข้าไปจับไหล่ของ แกปเปอร์ เพื่อที่จะให้เขาใจเย็นลง ดูเหมือนเขาจะเกรงใจพี่ริต้าจึงไม่ได้พูดอะไรออกมาอีก “ส่วนฟ้า เธอไปรับออเดอร์โต๊ะอื่นไปเดี๋ยวทางนี้พี่จัดการเอง” เธอหันมาพนักหน้าให้ฉันทำตามที่เธอพูดก่อนจะยิ้มให้เพื่อให้ฉันมั่นใจว่าเธอจะจัดการเื่นี้เอง
“ขอบคุณค่ะพี่ริต้า” ฉันกล่าวขอบคุณพี่ริต้าและรีบเดินออกมาจากตรงนั้นทันทีถ้าให้ฉันอยู่ต่อคงจะได้ถูกไล่ออกจริงๆก็ได้โทษฐานที่ทำร้ายลูกค้ายังไงล่ะ ฮึ่ย!คิดแล้วแค้นฉันยังนึกไม่ออกเลยว่าไปทำอะไรให้เขาโกรธั้แ่เมื่อไหร่หรือว่าชาติที่แล้วฉันจะไปทำลายครอบครัวของเขาหมอนั่นระลึกชาติได้หรือไงถึงได้เกลียดฉันขนาดนี้
“ฟ้า ถ้าเปลี่ยนชุดเสร็จแล้วออกมาคุยกับพี่หน่อยนะเดี๋ยวพี่ไปรอที่รถ” พี่ริต้าเดินเข้ามาบอกฉันในห้องเปลี่ยนชุดของพนักงานเสิร์ฟก่อนที่จะเดินออกไป
ตอนนี้ผับปิดแล้วและฉันก็เปลี่ยนชุดมาเป็ชุดธรรมดาเรียบร้อยแล้วด้วย
ฉันกำลังเดินไปหาพี่ริต้าที่ลานจอดรถซึ่งอยู่หลังร้านฉันรู้จักกับพี่ริต้าใน่ที่มาฝึกงานที่นี่ เธอเป็คนสวยแล้วก็ใจดีมากๆเลยเธอคอยช่วยเหลือและแนะนำเื่การทำงานให้ฉันทั้งๆที่มันไม่ใช่หน้าที่ของเธอเลยพี่ริต้าคือคนที่ฉันไว้ใจที่สุดเวลามาทำงานที่นี่ถึงมันจะเป็เวลาแค่หนึ่งอาทิตย์ที่ฉันมาฝึกงานแต่ก็เราสนิทกันเร็วมากพี่ริต้ารู้เื่เกี่ยวกับฉันทุกอย่างแม้กระทั่งเื่ในครอบครัวของฉันเธอเป็เหมือนพี่สาวของฉัน ฉันจึงกล้าที่จะเล่าให้เธอฟัง
“ฟ้า ทางนี้จ้ะ” ฉันหันไปตามเสียงเรียกก็พบว่าพี่ริต้ายืนอยู่ตรงรถจาร์กัวสีแดงเพลิงคันโปรดของเธอ
“พี่ริต้ารอฟ้านานหรือเปล่า ขอโทษด้วยนะคะ” ฉันรีบกล่าวขอโทษเมื่อปล่อยให้พี่สาวคนนี้ต้องรอนาน
“ไม่หรอกจ้ะ พี่ก็เพิ่งมาถึงรถไม่นานเอง ขึ้นรถสิเดี๋ยวพี่ไปส่ง”
“ไม่เป็ไรหรอกค่ะ เดี๋ยวฟ้ากลับเองได้พี่ริต้ามีเื่อะไรจะคุยกับฟ้าเหรอคะ”
“ขึ้นรถเถอะทำอย่างกับว่าพี่ไม่เคยไปส่งอย่างนั้นแหละเดี๋ยวเราคุยกันระหว่างทางก็ได้” พูดจบพี่ริต้าก็ขึ้นไปนั่งบนรถทันทีก็จริงอยู่ว่าพี่ริต้าเคยไปส่งฉันหลายครั้งแล้ว่ที่ฝึกงานฉันถึงได้เกรงใจเธอยังไงล่ะ
“จริงๆเลย” ฉันส่ายหัวให้กับความเผด็จการของพี่ริต้าก่อนจะรีบขึ้นรถเมื่อพี่ริต้าสตาร์ทรถเรียบร้อยแล้ว
“พี่ริต้ามีเื่อะไรจะคุยกับฟ้าเหรอคะ” เมื่อรถเคลื่อนตัวมาได้สักพักแล้วก็ยังไม่เห็นพี่ริต้าจะพูดอะไรกับฉัน
“อ้อ พี่จะคุยเื่แกปเปอร์น่ะ” พี่ริต้าลดระดับความดังของเพลงลงก่อนจะพูด “ฟ้าคงจะโกรธเขาใช่มั้ย”
“ก็นิดหน่อยค่ะ” จริงๆแล้วฉันโกรธเขามากๆเลยต่างหากแต่จะให้พูดตรงๆก็เกรงใจพี่ริต้าเพราะดูเหมือนว่าสองคนนี้น่าจะรู้จักกัน “ฟ้ายังไม่รู้เลยว่าเขาไปโกรธอะไรมาถึงได้มาลงที่ฟ้า” ฉันหันไปทำหน้ามุ่ยใส่พี่ริต้าก่อนที่เธอจะหัวเราะออกมา
“ฮ่าๆๆ หมอนั่นบางทีก็ไม่มีเหตุผลหรอก แต่เขาก็ไม่ไช่คนเลวร้ายอย่างที่ฟ้าคิดหรอกนะ”
“ฟ้าก็ไม่ได้คิดแบบนั้นสักหน่อย”
“คิดว่าพี่จะดูเธอไม่ออกหรือไง เธอคิดอะไรก็ออกมาทางสีหน้าหมดนั่นแหละ”
“จริงเหรอคะ”
“จริงสิ เด็กน้อย” พี่ริต้าเอามือมายีหัวฉันก่อนจะหัวเราะชอบใจ “ว่าแต่ฟ้ารู้จักกับแกปเปอร์ด้วยเหรอ”
“เอ่อ...คือ” เอาแล้วไงฉันไม่ได้บอกพี่ริต้าเื่ที่ฉันไปทำงานเป็แม่บ้านเพราะถ้าบอกเธอเธอต้องไม่ยอมให้ฉันไปทำแน่ๆ “เปล่าค่ะ เราแค่เคยเจอกันโดยบังเอิญไม่มีอะไรหรอกค่ะ”
ขอโทษนะคะพี่ริต้าที่ไม่บอกความจริงกับพี่ฉันไม่อยากให้เธอรู้จริงๆถึงแม้ว่าเธอจะรู้ว่าฉันมีปัญหาเื่เงินแต่เธอก็ไม่อยากให้ฉันทำงานหนักเกินเพราะว่าฉันยังเด็กเกินไปทุกวันนี้เธอยังคะยั้นคะยอให้ฉันยืมเงินของเธอมาใช้หนี้อยู่เลยแต่ฉันก็ปฏิเสธเธอมาตลอด
“มีอะไรปิดบังพี่หรือเปล่า”
“เปล่านี่คะ ว่าแต่พี่ริต้ากับเขารู้จักกันเหรอคะ” เมื่อเห็นว่าเธอเริ่มสงสัยฉันจึงต้องรีบเปลี่ยนเื่ทันที “หรือว่าพี่กับเขาจะเป็...”
“หยุดเลย พี่รู้นะว่าเธอกำลังจะพูดอะไร” พี่ริต้าขัดขึ้นก่อนที่ฉันจะพูดจบ “เราเป็แค่เพื่อนกันจ้ะ”
“ก็เห็นว่าพวกพี่ดูสนิทกัน ฟ้านึกว่าจะเป็แฟนกันซะอีก” ก็ใครจะไปรู้ล่ะก็เห็นว่านายแกปเปอร์อะไรนั่นจะเชื่อฟังแต่พี่ริต้าแต่คนอย่างพี่ริต้าคงไม่เอาคนแบบนั้นมาเป็แฟนหรอก
“ไม่มีอะไรทั้งนั้นแหละจ้ะ” สายตาของพี่ริต้าดูหม่นลงเมื่อพูดประโยคนี้ออกมาแต่ก็แค่แวบเดียวก่อนที่มันจะกลับมาเป็เหมือนเดิม “ถึงบ้านเธอแล้ว รีบไปพักผ่อนเถอะ”
“ขอบคุณที่มาส่งนะคะ” ฉันกล่าวขอบคุณเมื่อรถมาจอดที่หน้าบ้านแล้วฉันก็รีบลงจากรถก่อนจะเดินไปฝั่งคนขับเพื่อที่จะบอกลาเธอ “ขับรถกลับดีๆนะคะ”
ฉันยิ้มให้เธอก่อนจะโบกมือลาเธอยิ้มตอบก่อนจะขับรถออกไป ฉันยืนมองรถของพี่ริต้าจนไกลลิบตาแล้วจึงเดินเข้าไปในบ้าน
วันรุ่งขึ้น
ออดออด ออด
ฉันยืนกดออดอยู่หน้าประตูมาสักพักแล้วแต่ก็ยังไม่มีท่าทีว่าเ้าของห้องจะมาเปิดประตูให้ฉันเลยเขามัวทำอะไรอยู่นะ หรือว่าเขากำลังทำอะไรบ้าๆนั่นอีก
ก๊อกก๊อก ก๊อก
“นี่นาย อยู่ข้างในหรือเปล่า” เมื่อกดออดแล้วไม่มีคนมาเปิดฉันจึงลองเคาะประตูดู “แกปเปอร์ เปิดประตูให้ฉันหน่อย”
ฉันลองหมุนลูกบิดประตูก็พบว่ามันล็อคอยู่
ก๊อกก๊อก ก๊อก
“นี่นาย...”
ฉันกำลังจะเคาะประตูอีกรอบแต่ก็ต้องรีบชักมือกลับเมื่อประตูเปิดออกก่อนพร้อมกับเ้าของห้องที่ยืนทำหน้าหงุดหงิดใส่ฉันอยู่และดูเหมือนว่าเขาจะเพิ่งตื่นด้วย
“เธออีกแล้วเหรอ” ทำไมเขาต้องพูดคำนี้เวลาเจอหน้าฉันตลอดเลยนะ
“ฉันมาทำงาน...”
ปัง!
เขาปิดประตูใส่หน้าฉันทั้งๆที่ฉันยังพูดไม่จบเลยด้วยซ้ำมันจะมากเกินไปแล้วนะ ฉันมาที่นี่เพื่อมาทำงานไม่ได้มาวุ่นวายกับเขาสักหน่อยเขาทำแบบนี้กับคนที่มาทำงานทุกคนเลยหรือไง
ปึงปึง ปึง
“แกปเปอร์ เปิดประตูให้ฉันเดี๋ยวนี้นะ” เมื่อเรียกกันดีๆแล้วไม่ชอบฉันจึงใช้วิธีทุบประตูซะเลย “แกปเปอร์ ถ้านายไม่ยอมเปิดประตูฉันก็จะยืนะโอยู่อย่างนี้แหละ”
ปึงๆๆๆๆ
“นี่มันเลยเวลางานของฉันแล้วนะ” ถ้าเขายังไม่รีบเปิดประตูล่ะก็อีกสักพักห้องข้างๆได้ออกมาด่าแน่ๆเลย “นายคงไม่อยากให้ข้างห้องนายออกมาว่าหรอกใช่มั้ย”
ปึงๆๆๆๆ
“แกปเปอร์...ว๊าย” ฉันร้องออกมาด้วยความใใจเมื่ออยู่ๆแกปเปอร์ก็เปิดประตูออกมาแล้วดึงฉันเข้าไปข้างในก่อนจะปิดประตูแล้วผลักฉันไปชนกับผนังห้อง
“ทำบ้าอะไรของเธอฮะ!” เขาตะคอกใส่ฉันด้วยความโกรธตอนนี้เขาดูน่ากลัวมากเลยทำให้ฉันที่ในตอนแรกอยากจะด่าเขาที่ทำรุนแรงแบบนี้ถึงกับพูดไม่ออกเลย
“ก็...ก็นายไม่ยอมเปิดประตูให้ฉัน”
“เธอ้าอะไร” เขายกมือขึ้นเสยผมพลางระงับอารมณ์ที่หงุดหงิดของเขานี่ฉันผิดมากหรือไงฉันแค่มาทำงานนะ ฉันไม่เข้าใจผู้ชายคนนี้จริงๆ
“ฉันมาทำงานของฉัน” ฉันบอกเขาด้วยความใจเย็นแกปเปอร์ทำหน้าครุ่นคิดก่อนที่เขาจะถอนหายใจออกมาแล้วหันมาสบตาฉัน
“ถ้าฉันไล่เธอออกเธอก็จะไม่มาที่นี่อีกใช่มั้ย”
“หา...นายพูดว่าอะไรนะ”
“เธอชื่ออะไร”
“หา...เอ่อคือ ฉันชื่อฟ้า” ฉันงงที่อยู่ๆเขาก็เปลี่ยนเื่
“เอาโทรศัพท์ของเธอมา”
“หา...”
“นี่เธอจะใอะไรนักหนาวะ”
“แล้วนะ...นายจะเอาไปทำไม”
“เอามา เดี๋ยว-นี้” เขาพูดพลางแบมือมาตรงหน้าฉันฉันค่อยๆหยิบโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋าก่อนที่จะทำให้เขาหงุดหงิดมากไปกว่านี้แต่ยังไม่ทันที่ฉันจะยื่นให้เแกปเปอร์ก็ฉกมันไปจากมือฉันซะก่อนเขาเอามันไปกดๆอะไรก็ไม่รู้ก่อนที่จะยื่นมันมาตรงหน้าฉันซึ่งหน้าจอแสดงชื่อและเบอร์โทรของบริษัทจัดหาแม่บ้านที่ฉันทำอยู่ตอนนี้
“ใช่เบอร์ของบริษัทเธอหรือเปล่า” เมื่อเขาเห็นว่าฉันไม่ตอบอะไรเพราะฉันไม่รู้ว่าเขา้าอะไรกันแน่เขาจึงกดโทรออกทันที
“นายจะทำอะไร”
“ก็โทรไปยกเลิกการจ้างยังไงล่ะ”
“ว่าไงนะ” นี่เขาจะไล่ฉันออกเหรอ “หยุดนะ นายจะไล่ฉันออกไม่ได้นะ”
ฉันรีบเข้าไปแย่งโทรศัพท์มาจากเขาทันทีแต่ก็ไม่ทันเมื่อเขาชูมันขึ้นเสียก่อนและด้วยความสูงของเขามันทำให้ฉันไม่สามารถเอาโทรศัพท์กลับมาได้ฉันไม่ได้เตี้ยนะฉันสูงตั้งร้อยหกสิบสามแต่เป็เพราะเขาสูงเกินไปต่างหากฉันจึงจับได้เพียงแค่แขนของเขาเท่านั้นเอง
“เอามือของเธอออกไป”
“ไม่ นายเอาโทรศัพท์ของฉันคืนมาก่อน” ฉันพยายามเขย่งเท้าอย่างสุดความสามารถแต่ก็ยังคว้าโทรศัพท์ไม่ถึงอยู่ดี “ฉันบอกให้เอามาไง”
“เฮ้ย! ทำบ้าอะไรของเธออีกฮะ” เมื่อเห็นว่าทำยังไงก็ไม่มีทางเอาโทรศัพท์กลับมาได้ฉันจึงพุ่งเข้าไปกอดเขาแทนทำให้เขาใไม่น้อยและพยายามแกะมือของฉันออก “เอามือของเธอออกไป”
ฉันส่ายหน้าให้เขาและยิ่งกอดเขาแน่นขึ้นกว่าเดิมอย่าว่าแต่เขาที่ใเลยฉันเองก็ใเหมือนกันที่ตัวเองกล้าทำเื่บ้าๆแบบนี้แต่จะให้ทำไงได้ในเมื่อฉันไม่มีทางเลือกนี่
“ขอร้องล่ะนะ อย่าไล่ฉันออกเลย”
“ปล่อย” เขาบอกเสียงเรียบ
“สัญญาก่อนสิว่านายจะไม่ไล่ฉันออก” ฉันเงยหน้าขึ้นไปมองหน้าเขาตรงๆพลางทำสายตาวิงวอนแบบสุดๆแต่มันเป็การตัดสินใจที่ผิดเพราะในขณะที่ฉันเงยหน้าขึ้นไปเขาก็ก้มหน้าลงมาพอดีทำให้ตอนนี้หน้าของเราอยู่ใกล้กันมากๆฉันสบตาเขาครู่หนึ่งก่อนจะรีบก้มหน้าลงเหมือนเดิม
“ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้”
“ไม่ ถ้านายไล่ฉันออกแล้วฉันจะเอาเงินที่ไหนไปเข้ามหาลัยล่ะ” ในเมื่อทำอย่างไรก็ไม่ได้ผลก็ต้องเอาปัญหาชีวิตมาขอร้องเขาแบบนี้แหละหวังว่าเขาจะเห็นใจฉันบ้างเถอะนะ
“ฉันไม่ได้เกิดมาบนกองเงินกองทองเหมือนนายนี่...โอ๊ย” ในเมื่อฉันไม่ยอมปล่อยตามที่เขาสั่ง เขาจึงผลักฉันออกจากตัวเขาแรงที่เขาผลักมานั้นส่งผลให้ฉันชนกับผนังห้องอย่างแรงและนั่นทำให้ฉันเจ็บจนแทบจะกลั้นน้ำตาไว้ไม่ไหวเลย
“ฉันเตือนเธอแล้ว” เขาพูดโดยไม่รู้สึกผิดเลยสักนิดที่ทำให้ฉันเจ็บตัวแบบนี้
“แกปเปอร์! ”
“ว้าย/เฮ้ย” ฉันตัดสินใจพุ่งเข้าไปกอดเขาอีกครั้งแต่ด้วยแรงที่ฉันใส่ไปนั้นทำให้แกปเปอร์ที่ยังไม่ทันได้ตั้งตัวล้มลงไปนอนที่พื้นรวมถึงฉันที่ล้มลงไปทับเขาอีกด้วย
“ทำบ้าอะไรของเธออีกฮะ!” เขาตะคอกใส่ฉันที่ยังอยู่บนตัวเขาที่ไม่คิดจะขยับไปไหนเพราะตอนนี้ฉันไม่มีแรงจะต่อกรกับเขาแล้ว
ตอนนี้แกปเปอร์ดูเหมือนจะหงุดหงิดขึ้นมาจริงๆส่วนฉันก็ไม่รู้จะทำยังไงตอนนี้ฉันไม่มีความหวังอะไรเลยถ้าเขายังยืนยันที่จะไล่ฉันออกฉันก็คงจะต้องยอมรับมันจริงๆ
“ยังไม่ยอมลุกหรือไง ฉัน...”
“ได้โปรด...ฮึก...อย่าไล่ฉันออกเลยนะ”
“นี่เธอ...” เขาดูจะใไม่น้อยที่อยู่ๆฉันก็ร้องไห้ออกมาแบบนี้ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าอะไรทำให้ฉันร้องไห้แต่แค่คิดว่าฉันจะไม่มีเงินเรียนต่อน้ำตามันก็ไหลออกมาเอง
“ข้อร้องล่ะนะ ฮือออ” ฉันพยายามที่จะไม่สะอื้นแต่ก็ทำไม่ได้ก็เลยได้แต่ปล่อยให้มันไหลออกมาตอนนี้เสื้อของเขาคงจะเลอะไปด้วยคราบน้ำตาของฉันแน่เลย
“รีบลุกก่อนที่ฉันจะไล่เธอออกจริงๆ ”
“ขอร้อง....นะ...นายว่าไงนะ!” ฉันถามอีกครั้งเพื่อให้มั่นใจว่าฉันฟังไม่ผิดฉันไม่ได้หูฝาดไปใช่มั้ย
“ออกไปจากตัวฉันซะ” เขาชี้นิ้วมาที่ฉันที่ยังคงนั่งอยู่บนตัวเขาอยู่ฉันจึงรีบลงมานั่งข้างเขาแทนพร้อมกับปาดน้ำตา
มันแปลกที่ตอนนี้ฉันหยุดร้องไห้แล้วทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ฉันห้ามมันไม่ได้เลยแกปเปอร์ลุกขึ้นมานั่งแล้วชันเข่าขึ้นมาข้างหนึ่งพลางถอนหายใจออกมาราวกับว่าเขาเหนื่อยกับฉันเต็มทีก่อนจะยกมือขึ้นเสยผมตอนนี้เขาดูเท่ห์มากๆเลย เอ้ย! ไม่ใช่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่ฉันจะมาคิดเื่แบบนี้นะ
“นายจะไม่ไล่ฉันออกแล้วใช่มั้ย”
“ถ้าเธออยากทำงานที่นี่ ข้อหนึ่งอย่ามายุ่งกับของส่วนตัวของฉัน” ฉันมองหน้าเขานิ่งๆเพื่อตั้งใจฟังในสิ่งที่เขากำลังพูด “ข้อสองอย่าเสียงดังในเวลาที่ฉันต้องใช้สมาธิ”
“ได้สิ” ฉันรีบพยักหน้าทันทีเพราะสองข้อนี้ฉันทำได้สบายอยู่แล้ว
“และข้อสามอย่ามายุ่งกับฉัน” พูดจบเขาก็ลุกขึ้นทันทีทำอย่างกับว่าฉันอยากยุ่งกับเขานักหรือไง “แล้วก็อย่ามาแตะต้องตัวฉันอีก” เขาก้มลงมามองหน้าฉันคล้ายกับกำลังกำชับว่าข้อนี้สำคัญที่สุดก่อนจะหันหลังเดินไป
“เนื้อตัวทำด้วยทองหรือไงถึงได้หวงนักหวงหนา” ฉันพูดกับตัวเองเบาๆและหวังว่าเขาจะไม่ได้ยิน
“อ้อ แล้วเวลาจะนินทาฉันน่ะ อย่าให้ฉันได้ยินด้วยล่ะ”
“เอ่อ...” ฉันคงจะพูดดังไปใช่มั้ย โธ่เอ๊ยฉันเอามือขึ้นมายีผมตัวเองก่อนจะค่อยๆเงยหน้าขึ้นไปมองหน้าเขาที่ตอนนี้ยืนกอดอกและมองฉันด้วยสายตาจับผิด “ขอโทษที ต่อไปฉันจะระวังให้มากกว่านี้” ฉันได้แต่ส่งยิ้มแห้งๆไปให้เขา “ตอนนี้ฉันไปทำงานได้แล้วใช่ไหม”
ฉันบอกก่อนจะลุกขึ้นเตรียมที่จะเดินหนี
“ข้อสุดท้าย”
“หา...นี่ยังไม่หมดอีกเหรอ” ก่อนที่ฉันจะเดินผ่านเขาไปเขาก็พูดขึ้นมาก่อน
“อย่าร้องไห้ให้ฉันเห็นอีก” เขาสบตาฉันครู่หนึ่งก่อนที่จะเดินหนีเข้าไปในห้องนอนของเขาทันทีทิ้งให้ฉันยืนงงกับท่าทางและสายตาของเขาที่มองมา
ความจริงแล้วฉันก็ไม่ชอบตัวเองตอนที่ร้องไห้เหมือนกันเพราะมันทำให้ฉันดูอ่อนแอและปกป้องใครไม่ได้ฉันจึงไม่ค่อยร้องไห้ให้ใครเห็นโดยเฉพาะแม่กับเมฆน้องชายของฉัน ั้แ่วันที่พ่อเสียทั้งสองคนนี้ก็ไม่เคยเห็นฉันร้องไห้อีกเลยแต่ถ้ามีเื่ที่ทำให้ฉันไม่สบายใจหรืออยากร้องไห้ออกมาจริงๆฉันก็เลือกที่จะแอบร้องไห้คนเดียวเงียบๆมากกว่าฉันไม่อยากให้แม่ไม่สบายใจไปด้วยและไม่อยากให้เมฆเห็นว่ามีพี่สาวอ่อนแอเพราะฉะนั้นกฎข้อนี้ฉันก็ทำได้อย่างแน่นอน
- TBC -