บทที่ 16 ฝันร้ายที่น่ากลัว
เถ้าแก่จ้าวครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดติดตลกว่า “ฉันรู้แค่ว่าเขตหมี่ซีกำลังจะถูกพัฒนาเป็เขตเศรษฐกิจใหม่ อนาคตไกลทีเดียว ไม่คิดเลยว่าเด็กน้อยคนหนึ่งจะรู้ข่าวสารรวดเร็วกว่าฉันเสียอีก ก่อนหน้านี้ก็มีคนมาสืบเื่นี้กับฉัน ถามฉันว่าเขตหมี่ซีจะสร้างสนามบินหรือเปล่า ที่แท้ก็เป็แบบนี้นี่เอง งั้นเอาอย่างนี้ พรุ่งนี้ราคาบ้านที่ ‘ไจ้สุ่ยอีฟาง’ จะปรับราคาขึ้นเป็ 8,800 หยวนต่อตารางเมตร ยกเว้นร้านของฟ่านซีซี ร้านอื่นก็ปรับราคาขึ้นเหมือนกัน พวกเธอได้สิทธิ์ซื้อในราคาพนักงานเฉพาะหลังแรก หลังที่สองลดห้าสิบเปอร์เซ็นต์หลังที่สามลดยี่สิบเปอร์เซ็นต์”
แววตาของหลินเยี่ยนเป็ประกายในทันที เธอชมฟ่านซีซีอยู่ในใจไม่หยุด
เด็กน้อยคนนี้ช่างยอดเยี่ยมจริง ๆ เธอยังไม่ได้จ่ายเงินซื้อบ้าน ราคาบ้านก็ขึ้นแล้ว
……
คืนนั้น ฟ่านซีซีนอนหลับไม่ค่อยสนิท เพราะเธอฝันร้าย
ในฝัน เถียนซือซือย้ายมาอยู่ที่ ‘ไจ้สุ่ยอีฟาง’ แถมยังอยู่ชั้นบนของบ้านเธออีก เถียนซือซือจะแกล้งเดินผ่านบ้านของเธอทุกวัน แอบมองเข้ามาในบ้าน บางครั้งก็ใส่ชุดนอนเซ็กซี่ออกมาเดินเพ่นพ่านตอนดึกดื่น พยายามเจอพี่จิ่นเฉิงโดยบังเอิญ...
แค่ฝันถึงตรงนี้ เธอก็รู้สึกแย่มาก ๆ แล้ว แต่หลังจากนั้นเธอกลับฝันเห็นภาพที่น่ากลัวยิ่งกว่า ในฝันเถียนซือซือผลักเธอตกตึกจากบนดาดฟ้า...
ขณะที่เธอกำลังได้รับการช่วยเหลืออยู่ในโรงพยาบาล เถียนซือซือในฝันก็ปลอมตัวเป็หมอ ดึงสายออกซิเจนและเครื่องช่วยหายใจของเธอออก...
เธอสะดุ้งตื่นขึ้นมาในตอนนี้เอง ทั้งตัวของเธอเต็มไปด้วยเหงื่อ
ฟ่านเจวียนเจวียนกำลังจะลุกไปเข้าห้องน้ำ เธอได้ยินเสียงดังมาจากห้องของฟ่านซีซี จึงผลักประตูเข้าไป แล้วเปิดไฟ
เธอเห็นน้องสาวตัวชุ่มไปด้วยเหงื่อ หน้าซีดเผือด นั่งพิงหัวเตียง ดวงตาแดงก่ำ ราวกับกำลังจะร้องไห้ เธอใมาก
“ซีซี เธอเป็อะไรไป?”
เมื่อได้ยินเสียง น้ำตาของฟ่านซีซีก็ไหลรินออกมาทันที
“ซีซี อย่าทำให้ฉันกลัวสิ! เธอฝันร้ายเหรอ? หรือว่าเป็อะไร บอกฉันมาสิ!”
ฟ่านเจวียนเจวียนพูดเสียงดังขึ้น จนเฉินเยว่อิงที่อยู่ในห้องได้ยิน
เธอรีบลุกขึ้นแล้ววิ่งมาดู
เมื่อเห็นลูกสาวคนกลางหน้าซีด เธอก็ใ “ซีซี บอกแม่มาลูก เป็อะไร?”
“ไม่...ไม่เป็ไร” ฟ่านซีซีตอบทั้งสะอื้น
เธอรู้ว่าตัวเองแค่ฝันร้าย แต่ความรู้สึกที่เหมือนจริงในฝันหลังจากตื่นขึ้นมานั้น ทำให้เธอกลัวมาก
เพราะตอนที่เธอตกลงมาจากดาดฟ้า เธอรู้สึกว่าร่างกายทั้งร่างของเธอเ็ป
ตอนที่ถูกถอดเครื่องช่วยหายใจ เธอรู้สึกราวกับว่าหัวใจของเธอมันหยุดเต้นไปแล้วจริง ๆ
ฟ่านเจวียนเจวียนขมวดคิ้ว “จะไม่เป็ไรได้ยังไง”
พอพูดจบ เธอก็หันหลังเดินออกไป สวมเสื้อคลุมแล้วไปเคาะประตูบ้านของฟ่านจิ่นเฉิง
ถึงแม้จะไม่รู้ว่าน้องสาวฝันเห็นอะไร แต่สัญชาตญาณของเธอรู้สึกว่าในเวลานี้ มีเพียงฟ่านจิ่นเฉิงเท่านั้นที่สามารถปลอบน้องสาวของเธอได้
ห้องของฟ่านจิ่นเฉิงอยู่ไม่ไกลจากประตู เมื่อได้ยินเสียงเคาะ เขาก็รีบลุกขึ้นทันที
หลังจากได้ยินฟ่านเจวียนเจวียนพูดว่าฟ่านซีซีฝันร้ายและร้องไห้ไม่หยุด เขาก็รู้สึกกระวนกระวายใจ ก่อนจะรีบตรงเข้าไปในห้องของฟ่านซีซี
เฉินเยว่อิงเห็นฟ่านจิ่นเฉิงเดินเข้ามา เธอก็พูดด้วยน้ำเสียงที่ค่อนข้างอ่อนใจ “เด็กคนนี้ฝันร้าย ฉันจะไปอุ่นนมร้อนให้แก้วหนึ่ง เธออยู่เป็เพื่อนซีซีสักพักนะ”
“ครับ”
ฟ่านจิ่นเฉิงยกมือขึ้นเช็ดคราบน้ำตาบนใบหน้าของเด็กน้อยอย่างเบามือ พลางเอ่ยด้วยความสงสาร “ฝันเห็นอะไรเหรอ?”
ฝันอะไรกัน ถึงทำให้เธอหน้าซีดขนาดนี้
ฟ่านซีซีกลั้นน้ำตาและความรู้สึกไม่สบายใจ แล้วดึงชายเสื้อเขาเบา ๆ
“ฉันฝันเห็นเถียนซือซือ”
“เธอเหรอ?” ฟ่านจิ่นเฉิงประหลาดใจเล็กน้อย “แค่ฝันเอง อย่ากลัวไปเลย!”
เฉินเยว่อิงที่กำลังรินนมอยู่ในห้องนั่งเล่น ได้ยินลูกสาวเอ่ยชื่อ ‘เถียนซือซือ’ ก็ชะงักไป เธอเพิ่งได้ยินชื่อนี้จากลูกสาววันนี้เอง ตอนแรกนึกว่าจะเป็แค่เื่เด็กผู้หญิงอิจฉากัน แต่ดูเหมือนจะไม่ใช่เสียแล้ว
ลูกสาวของเธอต้องเจอเื่ร้ายแรงอะไรมาแน่ ๆ ไม่งั้นแค่ฝันเห็นเด็กผู้หญิงน่ารังเกียจคนนั้น คงไม่หวั่นกลัวถึงขนาดนี้
ั้แ่เล็กจนโต ซีซีเป็เด็กกล้าหาญ ไม่เคยสะดุ้งตื่นเพราะฝันร้ายมาก่อน
ดูเหมือนเธอต้องคอยสังเกตให้มากกว่านี้
ฟ่านเจวียนเจวียนที่คอยฟังเสียงในห้องอยู่ตลอด ก็ได้ยินชื่อ ‘เถียนซือซือ’ เช่นกัน ในใจพลันครุ่นคิดถึงเื่บางอย่าง
ฟ่านซีซีไม่รู้ว่าทุกคนกำลังคิดอะไร เพียงหลับตาลงแล้วพูดว่า “เธอย้ายมาอยู่ชั้นบนของบ้านเรา… เธอ...ผลักฉันตกตึก... เธอ...ดึงสายออกซิเจนกับเครื่องช่วยหายใจออกจากตัวฉันที่โรงพยาบาล...”
เปรี้ยง!
ฟ่านจิ่นเฉิงถึงกับยืนนิ่ง ตัวแข็งทื่อราวกับถูกฟ้าผ่า
สิ่งที่ซีซีฝันเห็น ล้วนเป็เื่ที่เกิดขึ้นในชาติที่แล้วทั้งหมด ครั้งหนึ่งเถียนซือซือเคยพลั้งมือผลักซีซีตกจากดาดฟ้า แต่ว่าดาดฟ้านั้นเตี้ยมาก ซีซีจึงแค่ข้อเท้าแพลง ยังไม่ถึงขั้นต้องช่วยชีวิต
ตอนที่ซีซี้าความช่วยเหลือจริง ๆ คืออุบัติเหตุทางรถยนต์ในครั้งนั้น...
วันนั้น เขาเพิ่งขอซีซีแต่งงาน และซีซีก็ตอบตกลง
แต่ฝันร้ายก็มาเยือนอย่างรวดเร็ว เขาสูญเสียซีซีไป ส่วนต้นเหตุคือเถียนซือซือ เธอเป็คนดึงสายออกซิเจนและเครื่องช่วยหายใจออกจากตัวซีซี ตัดขาดลมหายใจของซีซี
ฝันร้ายของซีซีคือฝันร้ายของเขาเช่นกัน เขาไม่มีวันลืม่เวลาที่หัวใจสลายในตอนนั้นได้เลย
“ไม่ต้องกลัวนะ! ฉันจะไม่ยอมให้เถียนซือซือทำร้ายเธอได้” เสียงของฟ่านจิ่นเฉิงสั่นเล็กน้อย เขาโอบเด็กน้อยที่หลับตาปี๋ไว้ในอ้อมแขน แล้วลูบหลังเธอเบา ๆ
ชาตินี้ เขาจะไม่ยอมให้เถียนซือซือมีโอกาสทำร้ายซีซีได้อีก แน่นอนว่าจะไม่มีวัน
ฟ่านซีซีไม่ได้ลืมตาขึ้นมา แต่เหมือนได้รับพลังบางอย่างจากคำพูดของฟ่านจิ่นเฉิง ก่อนจะหลับไปอย่างรวดเร็ว
ฟ่านจิ่นเฉิงเฝ้าดูเธออยู่แบบนั้นตลอดทั้งคืน
เฉินเยว่อิงถอนหายใจ แต่ไม่ได้พูดอะไรออกมา
เช้าวันต่อมา ฟ่านซีซีที่นอนหลับไม่สนิทตื่นสาย ฟ่านจิ่นเฉิงจึงไปโรงเรียนสายพร้อมกับเธอ
หลิ่วซิ่งฟางไม่ได้ตำหนิอะไรลูกชาย เมื่อพวกเขาไปโรงเรียนแล้ว เธอก็ถามถึงเื่เมื่อคืน
เฉินเยว่อิงแทบจะไม่ได้นอนทั้งคืน ดังนั้นเธอจึงเล่าเื่ที่ซีซีฝันร้ายให้ฟังด้วยความรู้สึกสับสนวุ่นวาย
หลิ่วซิ่งฟางฟังแล้วรู้สึกสงสารจับใจ เธอครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดเบา ๆ “ไม่รู้ว่าเป็อะไรเหมือนกัน แต่ฉันรู้สึกไม่ค่อยดีเลยตอนที่เห็นเด็กผู้หญิงคนนั้น รู้สึกขยะแขยงบอกไม่ถูก ตอนแรกฉันคิดว่าเป็เพราะคำพูดของซีซี แต่ตอนนี้คิดดูอีกที เหมือนจะไม่ใช่เสียทีเดียว”
เฉินเยว่อิงได้ยินแบบนั้นก็รู้สึกเหมือนเจอเพื่อนร่วมอุดมการณ์ แล้วรีบพูดอย่างตื่นเต้น “ฉันก็เหมือนกัน พอเห็นหน้าเด็กผู้หญิงคนนั้น ฉันก็โกรธ โกรธแบบไม่มีเหตุผล รู้สึกเหมือนเธอเป็ศัตรูกับฉัน”
“นี่...” หลิ่วซิ่งฟางนิ่งไป “หรือว่าที่ซีซีฝันร้ายจะเกี่ยวข้องกับเื่นี้ด้วยหรือเปล่า?”
แปลกจริง ๆ คนคนเดียวรู้สึกแบบนี้ก็ว่าไปอย่าง แต่นี่พวกเธอตั้งสามคนต่างก็รู้สึกแบบเดียวกัน มันต้องมีอะไรผิดปกติ
แน่นอน ปัญหามันอาจจะไม่ได้อยู่ที่พวกเธอ แต่ปัญหาอยู่ที่เด็กผู้หญิงชื่อเถียนซือซือต่างหาก
สิ่งที่ทำให้พวกเธอแน่ใจมากขึ้นว่าเถียนซือซือเป็ปัญหา คือตอนเที่ยงที่หลินเยี่ยนจากสำนักงานขายมาซื้อพลาสเตอร์ปิดแผลและพูดกับพวกเธอ
“วันนี้ซวยจริง ๆ เจอผู้หญิงบ้าคนหนึ่ง ป้าเฉิน ต่อไปอย่าให้ซีซีไปยุ่งเกี่ยวกับคนที่ชื่อเถียนซือซือเด็ดขาดนะคะ ครอบครัวนั้นบ้ากันทั้งบ้าน ไร้เหตุผลสิ้นดี”
“เกิดอะไรขึ้นเหรอ?” เฉินเยว่อิงได้ยินชื่อเถียนซือซืออีกครั้ง จิตใต้สำนึกก็รู้สึกรังเกียจขึ้นมาทันที