ตอนที่ 20: หยกพกสลักลายและเช้าวันใหม่ที่เริ่มปะทุ
แสงจันทร์สลัวทาบทับลงบนโต๊ะไม้เก่าๆ ภายในเรือนพักรับรอง เฟิ่งหย่าวางถ้วยชาดินเผาที่ว่างเปล่าลงอย่างแ่เบา สีหน้าของนางกลับมามีเืฝาดอีกครั้ง พิษเหมันต์ที่เคยแช่แข็งเส้นชีพจรถูกกวาดล้างไปจนสิ้นด้วยปราณพฤกษาที่แฝงอยู่ในน้ำชา นางช้อนตามองชายหนุ่มในชุดศิษย์สายนอกที่กำลังนั่งเติมฟืนใส่เตาอั้งโล่อย่างเงียบเชียบ
"เกาทัณฑ์ทะลวงเกราะเมื่อครู่ อัดแน่นด้วยลมปราณสังหารเต็มสิบส่วน ทว่าเ้ากลับใช้เพียงฝ่ามือเปล่ารับเอาไว้จนมันแหลกละเอียด" สตรีชุดขาวเอ่ยทำลายความเงียบ น้ำเสียงของนางแฝงความเคารพอย่างลึกซึ้ง "ศิษย์พี่หลินอัน... ท่านซ่อนเร้นความสามารถไว้ลึกล้ำยิ่งนัก"
หลินอันเพียงแค่ขยับยิ้มบางๆ มือขวายังคงคีบถ่านไม้ใส่เตาอย่างใจเย็น "แม่นางเฟิ่งหย่ากล่าวเกินไป ข้าเพียงแค่มีรากฐานกระดูกที่หนาและทนทานกว่าคนทั่วไปแต่กำเนิด ประกอบกับโชคดีที่ลูกเกาทัณฑ์นั้นเสื่อมสภาพไปตามกาลเวลา หาใช่วิทยายุทธ์ลึกล้ำอันใดไม่"
คำตอบปัดที่แสนจะถ่อมตนนั้นไม่อาจหลอกลวงสติปัญญาของสตรีผู้เย่อหยิ่งได้ นางรู้ดีว่าคนผู้นี้ไม่ปรารถนาจะเปิดเผยตัวตน เฟิ่งหย่าจึงไม่คิดจะละลาบละล้วงให้ขุ่นข้องหมองใจ นางลุกขึ้นยืนแล้วประสานมือคารวะเขาอย่างเป็ทางการ
"บุญคุณช่วยชีวิตสองคราในวันเดียว เฟิ่งหย่าจะจดจำไว้ไม่ลืมเลือน หากวันหน้าศิษย์พี่มีเื่เดือดร้อนประการใด ขอเพียงนำสิ่งนี้ไปที่หอการค้าจันทราเร้นลับในเมืองหลวง ข้ายินดีทุ่มเททุกสิ่งเพื่อตอบแทน"
นางปลดหยกพกสีขาวบริสุทธิ์ที่สลักลวดลายวิหคเพลิงออกจากบั้นเอว ก่อนจะวางมันลงบนโต๊ะไม้อย่างนุ่มนวล หลินอันมองหยกชิ้นนั้นครู่หนึ่ง เขาััได้ถึงปราณคุ้มกันที่แผ่ออกมาบางเบา ชายหนุ่มพยักหน้ารับน้ำใจนั้นโดยไม่ปฏิเสธให้เสียมารยาท
รุ่งอรุณของวันใหม่มาเยือนพร้อมกับเสียงนกขานรับ แสงตะวันเบิกฟ้าขับไล่ความหนาวเย็น เฟิ่งหย่าอำลาหลินอันและเร้นกายจากไปอย่างรวดเร็วก่อนที่ศิษย์คนอื่นจะตื่นขึ้นมาพบเห็น
หลินอันเก็บหยกพกใส่สาบเสื้อ ก่อนจะหยิบไม้กวาดคู่ใจเดินออกจากเรือนพัก แสงแดดอุ่นๆ ทอด เงา ของหลังคาอารามลงบนลานหินกว้าง บรรยากาศยามเช้ายังคงสงบร่มรื่น ชายหนุ่มเริ่มกวาดพื้นอย่างเชื่องช้า ซึมซับความเงียบสงบหลังจากผ่านค่ำคืนอันวุ่นวาย
ทว่าความเงียบสงบนั้นอยู่ได้ไม่นานนัก
ตึง! ตึง! ตึง!
เสียงระฆังเตือนภัยของสำนักวิถีเมฆาดังกังวานขึ้นสามครั้งติดกัน มันคือสัญญาณเรียกประชุมฉุกเฉินระดับสูง!
ไม่กี่อึดใจต่อมา ศิษย์พี่หวังที่เคยหาเื่หลินอันเมื่อวันก่อน ก็วิ่งกระหืดกระหอบตรงเข้ามาหาเขาด้วยใบหน้าซีดเผือด
"หลินเทียน! เอ้ย หลินอัน! แย่แล้ว! ผู้าุโฝ่ายกฎระเบียบสั่งให้ศิษย์สายนอกทุกคนไปรวมตัวกันที่ลานบรรพชนเดี๋ยวนี้!" ศิษย์พี่หวังตะกุกตะกัก "มือสังหารชุดดำที่ถูกจับได้เมื่อคืนที่หอคัมภีร์... มันกลืนยาพิษฆ่าตัวตายคาคุกคุมขังไปแล้ว! แถมผู้าุโยังพบตราสัญลักษณ์ของ 'พรรคโลหิตทมิฬ' ซ่อนอยู่ในตัวมันด้วย สำนักเรากำลังจะเกิดาใหญ่แล้ว!"
หลินอันหยุดมือที่กำลังกวาดพื้น ค่ายกลผนึกกายาภายในร่างคล้ายจะตอบสนองต่อคำว่า 'า' ด้วยการสั่นไหวเล็กน้อย ชายหนุ่มทอดสายตามองไปทางยอดเขาหลักของสำนัก ดวงตาที่เคยสงบนิ่งดั่งผิวน้ำ บัดนี้ทอประกายลึกล้ำที่ไม่อาจคาดเดา
ดูเหมือนว่าวิถีชีวิตอันเงียบสงบที่เขาปรารถนา กำลังถูกคลื่นพายุลูกใหญ่พัดกระหน่ำเข้าเสียแล้ว