บทที่17.เข้าเมืองซื้อของ
วันนี้เหยาเหยาจะเข้าเมืองกับท่านพ่อและพี่รองส่วนท่านแม่และพี่ใหญ่จะช่วยกันถางหญ้าที่หลังบ้านก่อนและอยู่เป็เพื่อนท่านปู่เ้าตัวน้อยถูกท่านแม่จับแต่งตัวน่ารักถักเปียแล้วมวยผมเป็ก้อนซาลาเปาพร้อมทั้งผูกเชือกสีเหลืองอ่อนเข้ากันกับชุดที่ใส่ให้ทั้งสองข้าง
การเดินทางเข้าเมืองไม่ลำบากเพราะมีรถม้าอยู่แล้วเ้ากูกูกับเ้าจูจูก็รู้ความดียิ่งนัก พวกมันแข็งแรงมากขึ้นราวกับม้าศึกร่างกายแข็งแรงกล้ามเนื้อก็ดูแข็งแรงราวกับเป็ม้าคนละตัวกับตอนที่ซื้อมาใหม่ๆเลยทีเดียว ดูเหมือนน้ำผึ้งหยกจะทำให้มันฉลาดกว่าม้าทั่วไป
เมื่อเดินทางเข้าเมืองมาแล้วท่านพ่อก็เอารถม้าไปฝากไว้ที่รับฝากเสียเงิน5 อีแปะจากนั้นเหยาเหยาก็เดินจูงมือกับท่านพ่อส่วนพี่รองก็เดินจูงมือเหยาเหยาอีกข้างไว้เหมือนเป็องครักษ์พิทักษ์เหยาเหยาเลย
“ท่านพ่อจะซื้ออันใดบ้างหรือขอรับ”ลู่หยางเอ่ยถามขึ้น
“พ่อว่าจะซื้อข้าวสารและเครื่องปรุงแล้วก็เนื้อหมูไปสักหน่อยน่ะ”
“เมล็ดปักด้วยเ้าก่ะ”
“ได้ๆพ่อไม่ลืมเมล็ดผักของเหยาเหยาแน่นอน ลู่หยางเ้าอยากได้อันใดก็ให้บอกพ่อนะ”
“ขอรับท่านพ่อ”จากนั้นสามคนพ่อลูกก็เดินเข้าร้านขายข้าวและธัญพืช ได้ข้าวมา 50 ชั่งพร้อมเครื่องปรุงรส ทั้งเกลือ น้ำตาลและผงปรุงรสเหยาเหยาจึงขอให้ท่านพ่อซื้อแป้งต่างๆ ไปด้วยเพื่อเอาไว้ทำขนมหรือซาลาเปากินกัน
“ท่านพ่อเอาตั่วเขียวกับตั่วเหลืองไปด้วยนะเ้าก๊ะ”เมื่อได้ยินคำขอจากบุตรสาวลู่ฮันก็ซื้อให้ทันที เพราะถั่วเขียวกับถั่วเหลืองชั่งละ5 อิแปะเท่านั้นปกติคนเอาไปบดผสมเป็อาหารสัตว์เท่านั้นจึงราคาถูกมาก
เมื่อซื้อเสร็จก็ออกจากร้านข้าวและธัญพืชโดยฝากของไว้ที่ร้านก่อนค่อยวนรถม้ามารับทีหลังก็เดินเข้าร้านขายเนื้อหมูมีทั้งหมูตัวสีชมพูธรรมดาและหมูป่าเขาดำที่เป็สีดำทั้งเข้าทั้งตัวซึ่งเป็สัตว์อสูริญญาที่มีคนจับได้ในปาอสูรแล้วนำมาแล่เนื้อขายแบบเห็นๆ เลยราคาแพงมากยิ่งนักเห็นว่ากินแล้วจะสามารถเพิ่มพลังปราณณิญญาได้
เหยาเหยาได้แต่มองตามตาไม่กะพริบเพราะไม่เคยเห็นหมูมีเขาและสีดำเช่นนี้มาก่อนหมูอันใดมีเขาด้วย ผู้คนที่มีกำลังเงินก็ต่างรุมล้อมกันเข้าไป เพื่อแย่งกันซื้อทั้งส่งเสียงกันดังลั่นแทบจะตีกันเลยทีเดียว
“อยากกินหรือน้องเล็ก”
“หยักลองเ้าก่ะแต่มันแปงต้องรอให้รวยๆ ก่อนเ้าก่ะ” หากเหยาเหยารวยจะซื้อเหมาคนเดียวทั้งตัวเลยอยากรู้จริงๆ ว่าจะอร่อยสักเพียงไหนถึงได้แย่งกันขนาดนั้น
เมื่อได้ยินคำตอบเช่นนั้นจากเ้าตัวน้อยพร้อมรอยยิ้มที่สดใสที่ส่งมาให้ทั้งลู่ฮันและลู่หยางก็อดหัวเราะไปด้วยไม่ได้
“แต่ถึงน้องเล็กยังไม่รวยแล้วตอนนั้นพี่รองเก่งขึ้นมากๆแล้ว พี่รองจะไปหาหมูป่าเขาดำมาให้น้องเล็กกินเองดีหรือไม่”
“ดีเ้าก่า~” ปากจิ้มลิ้มตอบรับพร้อมยิ้มให้พี่รองจนตาหยี มีพี่ชายมันดีแบบนี้นี่เองดีจังเลยน้า~ ส่วนลู่ฮันได้ฟังลูกทั้งสองคุยกันก็นึกเอ็นดูหากเขามีพลังปราณก็คงจะพอหามาให้ลูกๆและภรรยากินได้บ้างคงจะดีหรือไม่อย่างงั้นก็ต้องหาเงินให้ได้มากๆจะได้รวยๆแล้วค่อยไปหาซื้อมาเหมือนที่บุตรสาวว่าไว้
เมื่อซื้อหมูธรรมดามาได้ 5 ชั่งทั้งสามคนก็เดินไปที่ร้านขายพันธุ์พืชผักมีเมล็ดผักไม่มาก เพราะคนนิยมกินแต่ผักป่ากันนั่นเป็เพราะว่าผู้คนต่างคิดว่าอย่างน้อยก็เป็ผักที่เกิดขึ้นในป่าที่มีไอปราณิญญาหล่อเลี้ยงส่วนผักธรรมดานั้นไม่มีไอปราณ ดังนั้นน้อยคนนักที่จะปลูกหรือซื้อหามากินนั้นเองแต่ก็ใช่ว่าผักธรรมดาจะขายไม่ได้เลยเพียงแต่น้อยกว่าผักป่าก็เท่านั้น
“สนใจเมล็ดผักชนิดใดหรือขอรับ”หลงจู๊เอ่ยถามลู่ฮันอย่างสุภาพ
“ว่าอย่างไรเหยาเหยาอยากปลูกหลายอย่างเลยหรือไม่”ลู่ฮันก้มลงถามบุตรสาวที่ตอนนี้ยืนกำชายแขนเสื้อของเขาไว้แน่นไม่ปล่อย
“เ้าก่ะเอาเยอะๆ”
“เช่นนั้นเอาเมล็ดไป๋ซ่าย(ผักกาดขาว),หลัวโป(หัวไชเท้า) ,คงซินซ่าย(ผักบุ้ง),เปาซินซ่าย(กะหล่ำ) แล้วนั้นคือเมล็ดอันใดหรือหลงจู๊”
“สิ่งนั้นเถ้าแก่พึ่งได้มาขอรับข้าก็ไม่เคยเห็นมาก่อนเช่นกันว่าหน้าตามันเป็ผักแบบใดเห็นเถ้าแก่บอกว่ามันชื่อผักซีหงซือ(มะเขือเทศ) น่ะขอรับ”เมื่อได้ฟังลู่ฮันก้มลงมองบุตรสาวตัวน้อยที่เงยหน้ามองเขาจนคอตั้งบ่าเลยทีเดียวแก้มขาวๆกลมๆที่เงยขึ้นมานั้นน่าบีบยิ่งนัก
“ข้าเอาด้วยขอรับหลงจู๊”เมื่อเห็นสายตาของบุตรสาว ก็หันกลับมาสั่งซื้อผักที่ชื่อซีหงซือนั้นทันที
“ได้ขอรับนอกจากผักแล้ว้าผลไม้ด้วยหรือไม่ขอรับแต่มีไม่มากเพราะคนปลูกกันไม่ค่อยขึ้นน่ะขอรับ”
“เช่นนั้นมีอันใดบ้าง”
“ตอนนี้มีซีกวา(แตงโม) ,ลี่จือ(ลิ้นจี่) แล้วก็ลูกขนขอรับซึ่งไอ้เ้าลูกขนนี้ข้าก็เรียกตามเถ้าแก่เพราะไม่ทราบชื่อเช่นกันเห็นว่าเป็ผลไม้จากต่างแดนขอรับ”
เหยาเหยาได้ฟังแล้วก็งงๆซีกวากับลี่จืออ่ะนางรู้จัก แต่ไอ้ลูกขนนี้มันผลไม้อันใดกัน ผลไม้อันใดมีขนบ้างนะไม่เป็ไรเอามาก่อนดีกว่าเผื่อเป็ของอร่อย
“เอาด้วยเ้าก่ะท่างพ่อ”
“ได้ๆเช่นนั้นเอาผลไม้ทั้งสามอย่างมาด้วยขอรับ”
“ได้ขอรับๆข้าน้อยจะจัดเตรียมให้รอสักครู่ขอรับ”จากนั้นรอไม่นานก็ได้ห่อกระดาษที่บรรจุเมล็ดพันธุ์ผักผลไม้ชนิดต่างๆ มาหลายห่อเมื่อจ่ายเงินไปแล้วทั้งสามพ่อลูกก็เดินออกจากร้านเพื่อซื้อของต่อทันที
แต่ยังไม่ทันที่ลู่ฮันจะเอ่ยถามลูกๆทั้งสองว่า้าซื้ออันใดบางหรือไม่เสียงใสๆก็เอ่ยขึ้นมาก่อน
“ท่างพ่อข้าหยักจินถังลู่เ้าก่ะ”
“เ้าหมายถึงถังหูลู่หรือเหยาเหยา”
“เ้าก่ะ”เหยาเหยาพยักหน้าตอบรับทันทีที่ท่านพ่อเข้าใจในสิ่งที่นางพูดออกไป ท่านพ่อเนี่ยเก่งจริงๆเลยน้า กิ กิ
“หึ หึ หึเช่นนั้นพ่อจะซื้อให้เอาไปฝากพี่ใหญ่เ้าด้วย”จากนั้นเหยาเหยาและลู่หยางก็มีถังหูลู่ในมือคนล่ะไม้เดินกินไปอย่างเอร็ดอร่อยเรียกสายตาเอ็นดูจากผู้คนที่เดินตลาดในเมืองผ่านไปมา มองเด็กหญิงตัวน้อยที่จับจูงมือท่านพ่ออีกมือก็ถือไม้ถังหูลู่กินจนแก้มตุ่ยทั้งสองข้างเหมือนกระรอกน้อย
ก่อนจะพากันเดินมาถึงร้านผ้าแพรพรรณ“เดี๋ยวซื้อผ้ากลับไปให้ท่านแม่เ้าเสียหน่อยท่านแม่เ้าฝากพ่อซื้อผ้าเอาไปตัดชุดให้พวกเราและท่านปู่ของเ้าด้วย”
“เ้าก่ะ/ ขอรับ”
ลู่ฮันซื้อผ้าฝ่ายเนื้อดีมา 6 พับ ผ้าฝ่ายเนื้อหยาบปานกลางอีก 3พับ และซื้อผ้าห่มเพิ่มอีก 5 ผืนหมอนและฟูกนอนตามจำนวนคนตอนนี้บ้านสกุลเซี่ยมีห้องนอนอยู่ 3 ห้อง ห้องโถงรับแขกห้องครัว และห้องน้ำ ถึงจะไม่เล็กแต่ก็ไม่ใหญ่ซึ่งลู่ฮันคุยกับท่านพ่อแล้วว่าเมื่อมีเงินพร้อมจะปรับปรุงบ้านให้ใหญ่ขึ้น
จากนั้นลู่ฮันก็ไปเอาเกวียนมารับของที่ฝากไว้ทีละร้านไม่นานก็พากันกลับ ระหว่างทางเหยาเหยาก็เปิดหน้าต่างวางคางแปะไว้ท่าเดิมนางชอบท่านี้มันสบายดี สองข้างทางมีแต่ป่าและเนินเขา บางที่ก็เป็ทุ่งโล่งๆมีเนินหญ้าเตี้ยๆ น่าไปนั่งเล่นหรือเอาของกินไปนั่งกินเล่นดูพระอาทิตย์ขึ้นหรือพระอาทิตย์ตกมากมีแต่ความเขียวชอุ่มอุดมสมบูรณ์ ช่างสบายตายิ่งนัก ลมเย็นๆ คอยพัดผ่านตีใส่หนากลมๆทำให้ลูกผมน้อยๆ ละข้างแก้มขาวกลมๆ ปลิวไปมาโดยมีพี่รองคอยจับตัวของนางไว้ไม่ให้ล้มไว้อยู่ด้วย
เหยาเหยาได้แต่คิดว่ากลับไปจะหาดินมาเป็ก้อนกลมเอาไว้เพาะเมล็ดผลไม้พอโตแล้วค่อยเอาไปปลูก ส่วนผักก็หว่านลงในแปลงได้เลย
ใช้เวลาไม่นานก็ถึงหมู่บ้านป่าหยกปราณตอนนี้คนที่มาผลัดเปลี่ยนกันเฝ้าที่หน้าหมู่บ้านรู้เื่และคุ้นเคยกับคนบ้านลู่ฮันกันแล้วจึงเพียงแค่ทักทายแล้วปล่อยผ่านให้เข้าไปในหมู่บ้านได้ทันที
เมื่อรถม้าจอดหน้าบ้านสกุลเซี่ยแล้วเหยาเหยาก็รอให้พี่รองลงไปก่อนส่วนนางก็ยืนรอให้พี่รองอุ้มลงอีกที
“ขอบคุณเ้าก่ะพี่รอง”
“อืม”รับคำในลำคอเบาพร้อมยื่นมือไปบีบแก้มนุ่มเด้งดึ๋งของน้องเล็กอย่างอดใจไม่ได้จริงๆ
ไม่นานท่านแม่กับพี่ใหญ่ก็เดินเข้ามาจากหลังบ้านเพื่อช่วยขนของเข้าไปเก็บก่อน
“ซื้อมาเยอะมากเลยเ้าค่ะท่านพี่”เฟยเฟยเห็นของเต็มรถม้าเลยทีเดียว
“จะได้ไม่ต้องเข้าไปในเมืองบ่อยๆพี่เลยซื้อตุนไปเสียเยอะเลย”
“ดีแล้วเ้าคะขนหมดแล้วก็ไปกินข้าวกันก่อนเถิด ข้าทำไว้รอท่านพี่กับลูกๆแล้วท่านพ่อก็รอทานข้าวพร้อมท่านอยู่เ้าค่ะ”
“ได้ๆ เหยาเหยา หยางเอ๋อร์ไปกินข้าวกลางวันกันลูกท่านปู่รออยู่”
“ขอร้าบ/เ้าก่าา”จากนั้นทั้งหมดจึงเดินเข้าที่ห้องครัวเพื่อกินข้าวกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา…………….