หนึ่งปีผ่านไป...
ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา พวกเขาทั้งสามยังคงเดินทางมายังโพรงถ้ำแห่งนี้แทบทุกวัน
ทุกเช้าออกจากหมู่บ้าน... ทุกเย็นกลับเข้าหมู่บ้าน...
ใช้ชีวิตราวกับเด็กหนุ่มธรรมดาสามคนที่ออกมาร่วมวิ่งเล่นในป่าเช่นเคย
ไม่มีผู้ใดในหมู่บ้านล่วงรู้เลยว่า ภายในโพรงถ้ำอันเงียบสงบแห่งนี้ มีผู้บำเพ็ญสามคนกำลังซุ่มฝึกฝนอย่างไม่หยุดยั้ง!
ดอกไอิญญาสองสียังคงแผ่ไอิญญาออกมาอย่างสม่ำเสมอ ส่วนหลี่ซวนก็ยังคงนั่งบำเพ็ญอยู่ข้างดอกไม้นั้นเช่นเดิม
ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา ห้วงลมปราณของเขาค่อย ๆ ขยายใหญ่ขึ้นทีละน้อย จนกระทั่งเข้าสู่เดือนที่เก้า... ห้วงลมปราณของเขาก็ขยายมาถึง ยี่สิบจั้ง
ทว่านับจากนั้น ไม่ว่าจะดูดซับพลังฟ้าดินเข้ามามากเพียงใด ห้วงลมปราณก็ไม่ขยายออกไปอีกแม้แต่น้อย เขาจึงเข้าใจได้ทันทีว่า... ตนเองได้บรรลุมาถึง จุดคอขวดของระดับลมปราณแรกเริ่มขั้นต้น แล้ว!
หลังจากนั้น หลี่ซวนจึงเริ่มศึกษาหนังสือเล่มที่สองอย่างจริงจัง วิชาที่บันทึกไว้ภายในนั้นก็คือ วิชาผนึกลมปราณ
เขาใช้เวลากว่าหนึ่งสัปดาห์ในการทำความเข้าใจและลองผิดลองถูกอยู่หลายต่อหลายครั้ง จนในที่สุดก็สามารถฝึกฝนได้สำเร็จ อีกทั้งยังอธิบายหลักการของวิชานี้ให้ถงจื่ออันและจี้อันฟังอย่างละเอียด เพื่อให้สหายทั้งสองนำไปใช้ในอนาคตเมื่อถึงเวลาของตน
หลังจากนั้น... หลี่ซวนก็ใช้วิชาผนึกลมปราณฝึกฝนเรื่อยมาตลอดสามเดือนเต็ม
ตลอดเวลาสามเดือน... ห้วงลมปราณของเขาไม่ได้ขยายขนาดขึ้นเลยแม้แต่น้อย ยังคงมีขนาดยี่สิบจั้งเช่นเดิม ทว่าลมปราณภายในกลับถูกบีบอัดซ้ำแล้วซ้ำเล่า จากเดิมที่กระจายตัวอยู่ทั่วห้วงลมปราณ กลับค่อย ๆ แ่าขึ้น บริสุทธิ์ขึ้น และเข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ
ทุก ๆ ครั้งที่ควบแน่นและอัดลมปราณเข้าไป ความอึดอัดทรมานภายในร่างก็ยิ่งรุนแรงขึ้น ราวกับห้วงลมปราณกำลังจะะเิออกทุกเมื่อ หลายต่อหลายครั้ง หลี่ซวนแทบอดใจไม่ไหว อยากปลดปล่อยลมปราณทั้งหมดออกมาระบายความเ็ป
แต่สุดท้ายเขาก็ฝืนกัดฟันอดทนไว้ เพราะเขารู้ดีว่า... หากปลดปล่อยพลังออกไปในเวลานี้ ความพยายามตลอดสามเดือนที่ผ่านมาคงต้องสูญเปล่า!
...
จนกระทั่งวันนี้
เช่นเดียวกับทุกวัน ทั้งสามนั่งบำเพ็ญอยู่รอบดอกไอิญญาสองสี
ทันใดนั้น... หลี่ซวนพลันลืมตาขึ้น! แววตาของเขาเปล่งประกายเจิดจรัส
"ในที่สุด... ก็มาถึงแล้ว!"
เขาััได้ว่า ห้วงลมปราณภายในร่างบรรลุถึงขีดจำกัดอย่างแท้จริง ลมปราณที่ถูกบีบอัดอัดแน่นมาตลอดสามเดือน บัดนี้ไม่อาจสะกดข่มไว้ได้อีกต่อไป!
วินาทีถัดมา... ลมปราณทั้งหมดก็ปะทุขึ้นพร้อมกัน!
ตูม!!
เสียงอู้อี้ดังะเิขึ้นจากภายในร่างของเขา ห้วงลมปราณที่เคยหยุดนิ่งอยู่ที่ยี่สิบจั้งมานานสามเดือน พลันเริ่มขยายทะลวงออกอย่างรวดเร็ว!
ยี่สิบสองจั้ง... ยี่สิบห้าจั้ง... ยี่สิบแปดจั้ง...
ก่อนจะพุ่งทะยานขยายกว้างจนถึง... สามสิบจั้ง!
"อ๊ากกกก!!"
หลี่ซวนแหงนหน้าร้องะโออกมาเพื่อปลดปล่อยความอัดอั้น แรงกดดันที่สั่งสมมาตลอดสามเดือนสลายไปจนหมดสิ้น
ไอิญญารอบด้านพลันหมุนเกลียวพุ่งเข้าหาตัวเขา หากมองจากภายนอก จะเห็นกระแสไอิญญาสีขาวบาง ๆ หมุนเวียนอยู่รอบกาย ราวกับสายหมอกกำลังโอบล้อมร่างของเขาไว้
ถงจื่ออันถึงกับลุกผาดขึ้นยืน "เกิด... เกิดอะไรขึ้นกับหลี่ซวน!"
จี้อันจ้องมองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง "หรือว่า... เขาสำเร็จขั้นต่อไปแล้ว!"
หลี่ซวนยังคงหลับตา ััถึงทุกสรรพสิ่งภายในร่างของตน...
ห้วงลมปราณที่เดิมทีมีเพียงยี่สิบจั้ง บัดนี้ขยายใหญ่ขึ้นเป็สามสิบจั้งอย่างสมบูรณ์ ลมปราณภายในหนาแน่นยิ่งกว่าเดิมหลายเท่า เพียงแค่กำหมัดเบา ๆ เขาก็ััได้ถึงพละกำลังที่เพิ่มพูนขึ้นอย่างมหาศาล ทั้งพละกำลังร่างกาย ความเร็ว และการควบคุมลมปราณ ล้วนก้าวล้ำเหนือกว่าตอนอยู่ขั้นต้นหลายเท่าตัว!
"สำเร็จแล้ว..." หลี่ซวนพึมพำกับตัวเอง "ลมปราณแรกเริ่มขั้นกลาง!"
เขาค่อย ๆ ลองดูดซับไอิญญาจากรอบด้าน พลังฟ้าดินยังคงไหลเข้าสู่ร่างตามปกติ ทว่าเมื่อพยายามดูดซับไอิญญาจากดอกไอิญญาสองสี... เขากลับััได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น น้อยเสียจนแทบไม่ต่างจากไม่มีเลย
หลี่ซวนขมวดคิ้วแน่น "แปลกจริง... เหตุใดดอกไอิญญาจึงให้พลังแก่ข้าได้น้อยเพียงนี้"
ถงจื่ออันรีบกล่าวขึ้น "เช่นนั้นข้าลองดูบ้าง!"
เขาหลับตาลง ก่อนจะเริ่มดูดซับไอิญญาจากดอกไม้ ไม่นานก็ลืมตาขึ้น "ของข้าก็ปกติดีนี่"
จี้อันทดลองดูบ้าง ซึ่งผลก็ไม่ต่างกัน ไอิญญาจากดอกไม้ยังคงไหลเข้าสู่ร่างของเขาได้ตามปกติ ทั้งสองจึงหันมามองหลี่ซวนพร้อมกันด้วยความประหลาดใจ
หลี่ซวนครุ่นคิดอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะพลันนึกบางอย่างขึ้นมาได้
"ข้าเข้าใจแล้ว... มิใช่ว่าดอกไอิญญาไม่ตอบสนองต่อข้า แต่เป็เพราะ... อัตราการปล่อยไอิญญาของมัน ไม่อาจทัดเทียมกับความเร็วในการดูดซับของข้าได้อีกต่อไป"
จี้อันพยักหน้าเบา ๆ อย่างเข้าใจ "เป็เช่นนี้เอง... มิน่าเล่า ในหนังสือจึงบันทึกไว้ว่า เมื่อผู้ฝึกตนมีระดับสูงขึ้น ดอกไอิญญาก็จะมีความสำคัญน้อยลง"
ถงจื่ออันทุบหมัดลงบนฝ่ามือ "เป็เช่นนี้ เข้าใจแล้ว! มิใช่ว่าดอกไม้ไม่มีไอิญญา แต่พลังของมันไม่อาจเพียงพอสำหรับเ้าแล้วต่างหาก"
หลี่ซวนพยักหน้า "น่าจะเป็เช่นนั้น ห้วงลมปราณของข้าใหญ่กว่าพวกเ้ามาก เพียงไอิญญาที่ดอกไม้ปล่อยออกมาในแต่ละครั้ง ย่อมไม่อาจเติมเต็มความ้าของข้าได้ แต่สำหรับพวกเ้า... ดอกไอิญญาสองสียังคงมีประโยชน์อีกมหาศาล"
ถงจื่ออันหัวเราะ "เช่นนั้นพวกเราสองคนก็ยังต้องพึ่งพามันต่อไป"
จี้อันยิ้มพลางพยักหน้า "ส่วนเ้า... ดูเหมือนจากนี้ไป คงจะต้องพึ่งพาตัวเองเสียแล้ว"
หลี่ซวนหันกลับไปมองดอกไอิญญาสองสี ก่อนจะเผยรอยยิ้มบาง ๆ ออกมา "ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา... มันช่วยพวกเราไว้มากจริง ๆ แต่ดูเหมือนว่าจากนี้ไป ข้าคงต้องก้าวต่อด้วยกำลังของตนเองแล้ว"
เมื่อเห็นว่าผืนฟ้าเบื้องนอกเริ่มมืดค่ำ หลี่ซวนจึงลุกขึ้นยืน "พวกเรากลับกันเถิด"
ถงจื่ออันและจี้อันพยักหน้าพร้อมกัน ทั้งสามดับแสงสว่างภายในโพรงถ้ำ ก่อนจะก้าวเดินออกจากถ้ำอย่างช้า ๆ
ไม่มีผู้ใดล่วงรู้เลยว่า... ในวันนี้ เด็กหนุ่มแห่งหมู่บ้านซีเหอผู้หนึ่ง ได้ก้าวเข้าสู่ ระดับลมปราณแรกเริ่มขั้นกลาง อย่างสมบูรณ์แล้ว!
...
หลังจากกลับถึงหมู่บ้าน ทุกคนต่างแยกย้ายกลับบ้านของตนเช่นเคย หลี่ซวนเดินกลับมายังบ้านของตน... ่นี้ปู่ของเขาดูเหมือนจะมีอาการไม่ค่อยดีนัก ด้วยวัยชราที่โรยรา ร่างกายของผู้เป็ปู่เริ่มทรุดโทรมลงทุกวัน
นับั้แ่ก้าวเข้าสู่เส้นทางผู้บำเพ็ญ หลี่ซวนก็รับหน้าที่ทำทุกอย่างภายในบ้าน ไม่ว่าจะเป็การตัดฟืน ตักน้ำ หรือออกล่าสัตว์ เขาไม่ยินยอมให้ปู่ต้องทำงานหนักอีกเลย งานที่เคยต้องใช้เวลาครึ่งวัน บัดนี้หลี่ซวนกลับจัดการเสร็จสิ้นภายในเวลาไม่นาน ส่วนผู้เป็ปู่ก็เพียงคิดว่าหลานชายเติบโตขึ้น จึงมีร่างกายแข็งแรงกำยำกว่าแต่ก่อน ทว่าแม้หลี่ซวนจะช่วยแบ่งเบาภาระทุกอย่างไปแล้ว แต่อาการป่วยของปู่ก็ไม่ได้ดีขึ้นเลย
ในเวลานี้ หลี่ซวนมายืนอยู่หน้าประตูบ้าน ก่อนจะร้องะโบอกความเคยชิน "ท่านปู่... ข้ากลับมาแล้วขอรับ!"
ทว่า...
เสียงตอบรับที่ดังแว่วมาจากภายในบ้านกลับแ่เบากว่าทุกครั้ง ราวกับเ้าของเสียงกำลังเค้นเรี่ยวแรงเฮือกสุดท้ายออกมาร้องเรียก
"เข้ามาเถิด... หลี่ซวน..."
เพียงได้ยินน้ำเสียงนั้น สีหน้าของหลี่ซวนก็เปลี่ยนไปทันที!
ด้วยััอันเฉียบคมของผู้บำเพ็ญ เขารับรู้ได้ในทันใดว่า... ลมหายใจของผู้เป็ปู่อ่อนโรยราลงยิ่งกว่าครั้งไหน ๆ
เขารีบผลักประตูบ้านไม้เก่า ๆ เข้าไปโดยไม่ลังเล และเมื่อสายตามองเห็นภาพเบื้องหน้า...
รูม่านตาของเขาก็หดเล็กลงเท่ารูเข็ม
เขารู้สึกเหมือนหัวใจกระตุกวูบ จนต้องยืนนิ่งอยู่กับที่ด้วยความตกตะลึง!
"ท่านปู่..."