ั้แ่วันที่แอปเปิ้ลแกล้งล้มใกล้โต๊ะทำงาน หลังจากนั้นมา จิตใจเค้าก็พะว้า พะวง ้าหาจังหวะเข้าใกล้ชิดเธออยู่เสมอและยิ่ง
วันไหนที่ฝ่ายข่าวไม่มีเรนิตา ตุ๋มติ๋ม และขนมอยู่ในออฟฟิศ จะเป็โอกาสดีมากที่เค้าจะได้มานั่งเจ๊าะแจ๊ะ แอบจับมือเธอ
หนักไปกว่านั้นวันนี้เธอแต่งตัวจัดเต็ม แบบสาวมั่น ใส่เสื้อคอกว้าง กระโปรงสั้นเลยเข่าเกือบคืบผ่าหลัง เวลานั่งกระโปรงถด มาถึง
หน้าขา แทบจะเห็น...
เธอรู้อยู่แก่ใจว่าคิมหันต์นั่งจ้องมองไม่ละสายตา กับการแต่งตัวสุดเร้าอารมณ์ เลยทำสายตากะลิ้มกะเหลี่ย ยั่วยวนมากขึ้นไปอีกทำเป็ปากกาตกพื้น เลยหมุนเก้าอี้มา เผยให้เห็นขาอ่อนไล่ขึ้นมาถึงหน้าขาขาวๆพร้อมก้มหยิบ เท่านั้นแหละคอเสื้อที่กว้าง ทำให้คิมหันต์ได้เห็นร่อง
อกคู่งามที่เบียดกันแน่นที่เธอปลดปล่อยให้เค้าชำเลืองอย่างตั้งใจ หนำซ้ำยังสับขาไขว่ห้าง อย่างจริตจะกร้านซึ่งไม่รู้ว่าเขาได้เห็นไปถึงไหน
ต่อไหน
แอปเปิ้ล – (เห็นคิมหันต์มองต่ำจ้องนิ่งเหมือนโดนสะกด) พี่คิม พี่คิมค่ะ
คิมหันต์- คะ ครับ เรียกพี่เหรอ
“ใช่ค่ะ เปิ้ลเรียกพี่คิมเป็อะไรค่ะ เห็นมองเปิ้ล ตาไม่กระพริบเลย” เธอถามไปงั้นๆ ทั้งๆ ที่รู้ว่าคิมหันต์เอาแต่จ้อง
“อ้อๆ เปล่าๆพี่กำลังคิดอะไรเพลินๆ อยู่นะ”
“ไม่ได้มองจริงอะแน่นะ มองก็บอกว่ามองเถอะค่า เปิ้ลไม่ได้ว่าอะไรหรอก”
พูดไม่ทันขาดคำช่างไวเสียจริง คิมหันต์เอามือทั้งสอง มาลูบไล้หน้าขา ลงมาถึงขาอ่อน ของเธออย่างเมามันส์ลูบขึ้น ลูบลง จนเธอ
หลุดปาก “อุ๊ย พี่คิม อย่าค่ะ หื้ม เปิ้ล จั๊กจี๋นะ”เธอปัดไม้ปัดมือของเขาออกแบบส่งๆ แต่จริงๆ แล้ว ชอบที่จะให้เค้าััเธอ แค่ไม่อยากให้ประเจิดประเจ้อนัก
“พี่อยากนั่งอยู่ตรงนี้กับเปิ้ลนานๆ เลย ได้มั้ย” คิมหันต์ทำหน้าร้องขอเหมือนเด็กหิวนม ส่วนกระถินที่นั่งอยู่ข้างๆ ก็ต้องเบือนหน้าหนี
ไม่อยากเห็นอะไรที่บาดตา แต่ถึงที่สุดแล้ว ก็ต้องออกปากปรามๆ แอปเปิ้ลไว้เหมือนกันว่าถ้าหัวหน้ามาเห็น จะเดือดร้อนกันหมด เธอเลยขอให้
เค้า กลับไปนั่งทำงานตามเดิม
ขณะที่ปราการก็รู้สึกว่า เพื่อนของตนเองเปลี่ยนไป เมื่อก่อนไม่เคยเข้าหาแอปเปิ้ลเลยหรือแทบไม่สนใจเลยด้วยซ้ำ แต่ตอนนี้ทุกอย่าง
กับตาลปัตรโดยสิ้นเชิง เพราะเค้าก็สังเกตคิมหันต์มาซักพัก เลยคิดว่าหลังเลิกงานเย็นนี้ต้องหาโอกาสถามกระถินดูบ้าง เผื่อได้คำตอบ
ปราการ -กระถิน กระถิน รอเดี๋ยว (รีบเรียกก่อนจะออกจากสำนักงาน)
กระถิน- มีอะไรเหรอ
“ว่าจะถามเธอหน่อยเื่คิมหันต์”
“อ่าว คิมหันต์ทำไมเหรอ” (ทำหน้าสะดุ้งนิดๆ)
“เห็นมันดูแปลกๆ่อาทิตย์ที่ผ่านมา มันไปนั่งคุยกับแอปเปิ้ลแทบทุกวัน เมื่อก่อนไม่เป็อย่างนี้”“มีก็แต่สนใจเรนิตามากกว่า เธอก็รู้
ใช่ปะ” “เธอพอบอกหน่อยได้มั้ยว่ามันมีอะไรกันมั้ยสองคนนี้” “เพราะเรากลัวมันเสียงาน ถ้าเป็อย่างนี้ต่อไป เดี๋ยวจะโดนไล่ออก”
(ทำอ้ำอึ้งซักพัก)“เออ อ่า คือว่า”“มันเป็อย่างนี้นะปราการ”
“เป็อย่างไง บอกมาสิ”เขาเร่งน้ำเสียงขึ้น
ปราการคะยั้นคะยอ จนได้รู้ความจริงจากกระถิน จึงมีสีหน้าเครียดทันทีกับเื่ที่เกิดขึ้นกระถินเองก็จำใจที่ต้องบอก แม้จะโดนแอปเปิ้ล
ห้ามไว้ จังหวะเดียวกันนั้น ป้านวลเดินมากำลังจะออกจากสำนักงาน ก็พอได้ยินที่สองคนนี้ กำลังคุยกัน เลยเข้าไปสมทบ
ป้านวล –จะกลับบ้านกันแล้วเหรอค่ะ ทั้งสองคน
“ใช่ครับ/ใช่ค่ะป้า”
เมื่อครู่ ป้าไม่ได้จะแอบฟังแต่เหมือนได้ยินหนูกระถิน บอกว่า เพื่อนหนูใช้น้ำมันอะไรซักอย่างทาที่แขนของคุณคิมประมาณนั้นไหม”
“อ่อๆ ค่ะ ใช่ค่ะป้าคืออาทิตย์ก่อน มีคนมาที่สำนักงาน บอกว่ามาติดต่อธุระ แล้วเค้าให้น้ำมันเล็กๆขวดหนึ่งกับแอปเปิ้ลไปใช้”
“ว่าแล้ว ป้าเห็นั้แ่คุณคิมพยุงคุณแอปเปิ้ลลุกขึ้นตอนล้มแล้วหละ” หลังจากนั้นคุณคิมก็ดูท่าทางแปลกๆส่ายหัวไปมา ป้าเคยเห็น
คนเป็อย่างนี้ ตอนที่ป้าเป็วัยรุ่น อยู่บ้านที่พะเยา อาการเหมือนคนโดนของทำนองนั้นเลยค่ะ”
ปราการได้ฟังที่ป้านวล บอก เค้าเองก็กังวลไม่ต่างจากกระถิน นึกคิดหาวิธีที่จะช่วยเพื่อนของเขาป้านวล เลยพูดเสริม “ทั้งสองคน
ไม่ต้องห่วง เดี๋ยววันหยุดนี้ ป้าจะไปทำบุญที่วัดแล้วขอน้ำมนต์จากหลวงพ่อมาให้นะ” “ขอบคุณครับ/ขอบคุณมากค่ะป้า” จาก
นั้นทั้งสามคนก็แยกย้ายกันกลับบ้าน
##########
เช้าวันอาทิตย์เรนิตา กับน้าแก้ว พากันไปวัดทำบุญ ถวายสังฆทาน ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบ้านพักเท่าใดนักสองน้าหลาน เดินพ้นซุ้มประตู
วัดเข้ามา ก็บังเอิญพบป้านวลที่กำลังเดินสวนออกมา
เรนิตา - หวัดดีค่ะป้านวล มาวัดเหรอค่ะ
ป้านวล – ใจ๊แล้ว แต่งตัวงามแต๊ๆเ้า “หนูเร” อุ้ยป้าลืมตัว นึกว่าอยู่บ้านที่พะเยา
น้าแก้ว - อ้าวป้าเป็คนพะเยา เหรอค่ะ นี่เฮาก็คนพะเยา “มาเมินแล้วกา”
“อ้อป้ามาเมินแล้ว จะปิ๊กบ้านแล้ว”
เรนิตาเลยปล่อยให้น้าแก้ว กะป้านวล อู้กำเมืองตามภาษาคนบ้านเดียวกัน ส่วนเธอปลีกตัวไปทำบุญ หยอดเงินตามตู้บริจาค จุดธูป
เทียน ไหว้พระตามจุดต่างๆ ภายในวัด จากนั้นก็เข้าไปถวายสังฆทานด้านในโบสถ์พร้อมกับคนอื่นๆ เธอถวายให้หลวงพ่อ เป็คน สุดท้าย
พร้อมก้มกราบและก่อนที่จะลุกขึ้นไป หลวงพ่อจึงได้ทัก “โยม หยุดสักประเดี๋ยว” เรนิตาจึงคุกเข่าลงอีกครั้ง “มีอะไรเหรอค่ะ หลวงพ่อ”
ท่านเพ่งพินิจ อยู่ซักครู่จึงหยิบน้ำมนต์ให้เธอไปหนึ่งขวด “ถ้ามีสิ่งของใดที่ไม่เป็มงคล เอาน้ำมนต์นี่ชำระล้างไป อย่าให้สิ่งที่ไม่ดีมา
อยู่กับตัวเรา” เธอค่อยๆยื่นมือขวาไปหยิบขวดน้ำมนต์ที่วางตรงหน้าหลวงพ่อ “ขอบคุณค่ะ หลวงพ่อ”พร้อมก้มกราบอีกครั้ง
เรนิตาเดินออกจากโบสถ์ ตาก็มองขวดน้ำมนต์ไปด้วย ทำให้ใจของเธอคิดเตลิดไปถึงเื่ที่ตอนช่วยผู้หญิงคนนั้นออกจากห้องพักของโรงแรมที่หัวหิน แล้วเก็บขวดแก้วเล็กๆมาด้วย และคมเพชรมาตามของสิ่งนั้นจากตัวเธอ ซึ่งเรนิตายังไม่รู้แน่ชัดว่ามันคือน้ำอะไร ที่อยู่ในขวด
หลังจากน้าแก้วคุยกับป้านวลเสร็จ ก็เดินหาหลานสาวทั่ววัด “อ้าว! มาอยู่นี่เอง น้าก็เดินตามหาอยู่ ว่าไปไหน” “อ๋อหนูเข้ามาถวายสังฆทานนี่แหละ” “อ้าว แล้วนี่ป้านวล กลับไปแล้วเหรอ” “อ้อ ใช่ป้าแกกลับแล้ว ว่าจะไปธุระของแกต่อนะ” และก่อนที่สองน้า-หลาน
จะออกจากวัดเพื่อกลับบ้าน น้าแก้วเลยขอตัวไปห้องน้ำก่อน จึงให้เรนิตา นั่งรออยู่ใต้ต้นโพธิ์ใหญ่
##########
ขณะเดินออกจากห้องน้ำแก้วตา ถึงกับหูผึ่ง และผงะ กับเสียงที่ได้ยิน “คีริน คีรินเอ้ย” “ครับ หลวงพ่อ”“เดี๋ยวกวาดเสร็จแล้ว
ฝากมาเช็ดถูบนกุฏิให้อาตมาทีนะ” “ได้ครับ หลวงพ่อ”
แก้วตาได้ยินถึงชื่อที่เรียก และน้ำเสียงที่ชายคนนั้นพูดเธอรีบเดินเข้าไปประชิดที่ตัวเขาทันที
แก้วตา – พี่ พี่คีรินพี่คีริน ใช่ไม๊
คีริน – (จากที่ก้มหน้ากวาดใบไม้ค่อยๆ หันหน้ามาตามเสียงที่เรียก และเผยหมวกไม้ไผ่สานขึ้นนิดนึง) แก้วตา แก้วตาจริงๆด้วย
(พูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น)
“หนูดีใจมากเลยที่มาเจอพี่ที่นี่” “เมื่อกี้ ที่ได้ยิน พระท่านเรียกชื่อพี่ หนูก็ภาวนาว่าขอให้เป็พี่จริงๆ”
“ชะ ใช่ๆพี่ก็ดีใจ ที่เจอแก้ว” “ว่าแต่มาทำอะไรที่วัด”
“อ๋อหนูมาทำบุญ และพี่รู้ไหมว่าหนู พาใครมาด้วย” (ชี้ไปทางต้นโพธิ์ ให้ดูเรนิตาที่ใส่เสื้อเชิ้ตขาวแขนยาว)พี่เห็นผู้หญิงเสื้อขาว
นั่นไหม
“อืมเห็นเป็ใครเหรอ”
“เค้าชื่อ“เรนิตา” ลูกของพี่กับณาดา ไง”“เค้ามีปานแดงรูปหัวใจตรงท้องแขนซ้ายเหมือนกับพี่เลย”
“จะจริงเหรอ แก้วตา”
คีรินได้ฟังดังนั้น ก็รู้สึกตื้นตัน แทบจะน้ำตาคลอ เผยรอยยิ้มออกทีละน้อย และค่อยๆ ถกแขนเสื้อข้างซ้ายขึ้นเพื่อดูรอยปานแดงรูป
หัวใจของเขา ซึ่งก็มีเหมือนกับเรนิตา ตามที่แก้วตาบอกไว้
เค้าเองแทบไม่เชื่อในสายตาว่า ลูกสาว ของเค้าจะเติบใหญ่และสวยไม่ต่างจากแม่ของเธอ และก่อนที่แก้วตา จะซักไซร้ถึงที่มาที่ไป
จากคีรินมากไปกว่านี้ เขาจึงฝากให้เธอดูแล เรนิตา ให้ดี แล้วเื่ที่ผ่านมาจะค่อยเล่าให้ฟังอีกที แต่ก็ได้ฝากไว้ว่า ถ้าจะสื่อสารอะไรให้
ตัวเขารู้ ให้เขียนใส่กระดาษมาเสียบไว้ที่ใต้ฐานรูปปั้นนกที่อยู่หลังโบสถ์ และจากนั้นคีริน ก็แยกตัวไปทำความสะอาดบนกฏิต่อ