แต่ความสงบสุขที่เพิ่งได้รับนั้นอาจเป็เพียงชั่วคราว...
ในเช้าวันหนึ่งที่สดใสมีกลุ่มคนแปลกหน้าปรากฏขึ้นที่ประตูเมืองหลงเหลียงพวกเขาดูผิดแผกไปจากชาวบ้านธรรมดาด้วยเครื่องแต่งกายที่เรียบหรูแต่แฝดไปด้วยความสง่างาม ทุกคนสะพาย กระบี่ เล่มยาวที่งามสง่าไว้ที่ข้างกายบ่งบอกว่าพวกเขาไม่ใช่คนธรรมดาอย่างแน่นอน
พวกเขาคือ ศิษย์ของสำนักกระบี่เมฆา หนึ่งใน สำนักใหญ่ ที่มีชื่อเสียงและทรงอิทธิพลที่สุดในยุทธภพการปรากฏตัวของพวกเขาในเมืองเล็กๆ อย่างหลงเหลียงจึงเป็เื่ที่น่าแปลกใจและดึงดูดความสนใจจากชาวเมืองเป็อย่างมาก
หัวหน้ากลุ่มคือชายหนุ่มรูปงามผู้หนึ่งนามว่า หลิงเทียน ใบหน้าของเขาหล่อเหลาคมคายดวงตาฉายแววเฉลียวฉลาดและเย่อหยิ่งเล็กน้อย ข้างกายของเขามีหญิงสาวผู้หนึ่ง นามว่า มู่หรงเยว่ นางมีใบหน้างดงามราวกับเทพธิดาการเคลื่อนไหวของนางพลิ้วไหวราวกับเมฆาที่ล่องลอย และดวงตาของนางดูเหมือนจะซ่อนเร้นความลึกล้ำบางอย่างไว้
พวกเขาเดินเข้าสู่เมืองอย่างสง่างามไม่ได้แสดงท่าทีโอ้อวดแต่กลับมีรัศมีของพลังที่แผ่ออกมาจากตัวอย่างยากจะซ่อนเร้นได้
พ่อค้าแม่ค้าในตลาดต่างพากันมองพวกเขาด้วยความสงสัยระคนยำเกรง
"นั่นใครกันน่ะดูท่าทางไม่ธรรมดาเลยนะ" เสียงซุบซิบดังขึ้น
"พวกเขาสวมชุดของสำนักกระบี่เมฆานี่นา! สำนักใหญ่ที่อยู่ทางเหนือโน่น!"
การมาถึงของ แขกไม่ได้รับเชิญ กลุ่มนี้ทำให้บรรยากาศในเมืองหลงเหลียงที่เคยสงบสุขกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง
หลิงเทียนและมู่หรงเยว่ไม่ได้สนใจสายตาของผู้คนพวกเขาเดินตรงไปยังโรงเตี๊ยมที่ใหญ่ที่สุดในเมือง และพักอยู่ที่นั่น
ในขณะที่พักอยู่ในโรงเตี๊ยมหลิงเทียนและมู่หรงเยว่ได้ยินเื่ราวเกี่ยวกับ หลี่เฟิ่ง จากชาวเมืองและนักเดินทางที่ผ่านไปมาอย่างต่อเนื่องเื่ราวของเด็กหนุ่มผู้โดดเดี่ยวที่สามารถโค่นล้มเ้าเมืองซ่งผู้เป็ถึงหัวหน้าองครักษ์เงาของพันธมิตรไร้เงาได้สำเร็จแพร่กระจายไปทั่วหลงเหลียง ราวกับตำนานบทใหม่ที่ถูกเล่าขานไม่รู้จบ
"ท่านหลิงเทียน... ท่านได้ยินเื่เด็กหนุ่มนามว่าหลี่เฟิ่งหรือไม่?"มู่หรงเยว่เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลแต่แฝงไว้ด้วยความสนใจ
หลิงเทียนวางถ้วยชาลงอย่างช้าๆ"ได้ยินมาบ้าง... ดูท่าเด็กคนนี้จะไม่ธรรมดาอย่างที่คิดสามารถโค่นล้มคนของพันธมิตรไร้เงาได้ด้วยตัวคนเดียว"
"ข้าได้ยินมาว่าเขาใช้มีดสั้นที่แปลกประหลาด และวิชาตัวเบาที่รวดเร็วราวกับเงา"มู่หรงเยว่กล่าว "และชาวเมืองเรียกเขาว่า "จอมยุทธพเนจร" ผู้ที่นำความยุติธรรมมาสู่พวกเขา"
หลิงเทียนขมวดคิ้วเล็กน้อย"มีดสั้นที่แปลกประหลาดงั้นรึ? ดูท่าจะน่าสนใจไม่น้อย"
สำนักกระบี่เมฆาเป็สำนักที่ให้ความสำคัญกับ กระบี่ เป็ที่สุดพวกเขาเชื่อว่ากระบี่คืออาวุธที่สง่างามและทรงพลังที่สุดในยุทธภพการที่ได้ยินเื่ราวของเด็กหนุ่มผู้ใช้ มีดสั้น ที่แปลกประหลาดแต่กลับมีฝีมือสูงส่งถึงขั้นโค่นล้มหัวหน้าองครักษ์เงาได้ย่อมเป็เื่ที่น่าจับตามองเป็พิเศษ
"เราควรจะสืบหาข้อมูลเกี่ยวกับเด็กคนนี้ให้ละเอียดกว่านี้"หลิงเทียนกล่าว "ดูเหมือนว่าเขาจะเป็คนที่มี ศักยภาพ ไม่ธรรมดา"
เจตนาบางอย่าง ของสำนักกระบี่เมฆาเริ่มปรากฏขึ้นพวกเขาไม่ได้มาหลงเหลียงเพียงเพราะความบังเอิญ แต่พวกเขาสังเกตเห็น ฝีมือและความสามารถของหลี่เฟิ่ง และอาจจะมีแผนการบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับเด็กหนุ่มผู้นี้
ในขณะที่หลิงเทียนและมู่หรงเยว่กำลังสืบหาข้อมูลเกี่ยวกับหลี่เฟิ่งพวกเขาก็ได้ยินเื่ราวเพิ่มเติมเกี่ยวกับ พันธมิตรไร้เงา และการที่เ้าเมืองซ่งเป็เพียงหมากตัวหนึ่งขององค์กรลับนี้
"ดูท่าพันธมิตรไร้เงาจะแผ่อำนาจไปทั่วถึงเพียงนี้เชียวหรือ"หลิงเทียนพึมพำด้วยความประหลาดใจ
"เป็ไปได้ว่าพวกเขาจะกำลังขยายอิทธิพลไปทั่วแผ่นดิน"มู่หรงเยว่กล่าวด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง"และเด็กหนุ่มนามว่าหลี่เฟิ่งผู้นั้น... อาจจะเป็ภัยคุกคามต่อแผนการของพวกเขา"
การสนทนาของพวกเขาเป็ดั่ง สายตาที่จับจ้อง หลี่เฟิ่งแม้เขาจะจากเมืองหลงเหลียงไปแล้ว แต่ชื่อเสียงของเขากลับเป็ดั่งหิ่งห้อยในความมืดที่ดึงดูดสายตาของทั้งผู้หวังดีและผู้ไม่ประสงค์ดี
หลิงเทียนและมู่หรงเยว่ตัดสินใจที่จะไม่เปิดเผยตัวตนที่แท้จริงของพวกเขาให้ใครรู้มากนักพวกเขายังคงสังเกตการณ์สถานการณ์ในเมืองหลงเหลียง และพยายามรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับหลี่เฟิ่งให้ได้มากที่สุด
วันหนึ่งหลิงเทียนได้ยินเื่ราวเกี่ยวกับ มีดสั้นปริศนา ที่หลี่เฟิ่งใช้ในการต่อสู้ชาวเมืองเล่าว่ามีดเล่มนั้นส่องประกายแสงสีเงินและสามารถตัดผ่านพลังปราณสีดำของเ้าเมืองซ่งได้อย่างง่ายดาย
"มีดสั้นที่สามารถทำลายพลังปราณได้งั้นรึ?"หลิงเทียนนึกสงสัยเขาััได้ถึงพลังที่มองไม่เห็นบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับมีดเล่มนั้น
มู่หรงเยว่ผู้ซึ่งมีญาณััที่เฉียบคมสามารถััได้ถึง ร่องรอยพลังงาน ที่หลี่เฟิ่งทิ้งไว้ในเมืองหลงเหลียงแม้จะเลือนราง แต่ก็บ่งบอกถึงพลังที่แข็งแกร่งและบริสุทธิ์
"พลังของเด็กหนุ่มคนนั้น... มันบริสุทธิ์และแข็งแกร่งยิ่งนัก"มู่หรงเยว่กล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความชื่นชม"ไม่เหมือนกับพลังของพันธมิตรไร้เงาที่มืดมิดและชั่วร้าย"
การมาถึงของศิษย์สำนักกระบี่เมฆาไม่ได้เป็เพียงการมาสังเกตการณ์เท่านั้น พวกเขาเริ่มมี เจตนาบางอย่าง ซ่อนเร้นอยู่เื้ัการปรากฏตัวในเมืองหลงเหลียง
สำนักกระบี่เมฆาเป็สำนักที่ยึดมั่นในคุณธรรมและ้ารักษาสมดุลของยุทธภพ แต่พวกเขาก็เป็สำนักที่มักจะสอดส่องหา ยอดฝีมือ ที่มี ศักยภาพ สูงเพื่อดึงตัวเข้าสู่สำนัก หรืออย่างน้อยก็เพื่อเฝ้าดูความเคลื่อนไหวของคนเ่าั้
"ถ้าเด็กคนนี้มีฝีมือสูงส่งถึงเพียงนี้... และสามารถต่อกรกับพันธมิตรไร้เงาได้... บางทีเขาอาจจะเป็ กุญแจสำคัญ ในการต่อต้านองค์กรลับนี้ก็เป็ได้"หลิงเทียนกล่าวกับมู่หรงเยว่
"แต่เขาก็เป็แค่เด็กหนุ่มที่ไม่ได้มีชื่อเสียงมาก่อน"มู่หรงเยว่กล่าว "การที่จะโน้มน้าวให้เขาร่วมมือกับสำนักกระบี่เมฆาคงไม่ใช่เื่ง่าย"
"นั่นสินะ..."หลิงเทียนพึมพำ "แต่เราต้องพยายาม"
พวกเขาตัดสินใจที่จะไม่รีบร้อนตามหาหลี่เฟิ่งในทันทีแต่จะใช้เวลาในเมืองหลงเหลียงเพื่อรวบรวมข้อมูลให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้เกี่ยวกับหลี่เฟิ่ง ประวัติของเขา และวิชาฝีมือที่เขาใช้ รวมถึงเบาะแสเกี่ยวกับ มีดสั้นปริศนา ที่เขาถือครอง
การมาถึงของ แขกไม่ได้รับเชิญ กลุ่มนี้เป็ดั่ง ระลอกคลื่น ลูกใหม่ที่กำลังจะซัดเข้าสู่เส้นทางของหลี่เฟิ่งและอาจนำพาเขาไปสู่การเผชิญหน้าครั้งใหญ่กว่าที่เคยคาดคิดไว้
หลี่เฟิ่ง ยังคงไม่รู้ว่ากำลังมี สายตา ของสำนักใหญ่แห่งหนึ่งจับจ้องเขาอยู่และ เจตนา ของพวกเขาอาจนำพาเขาไปสู่เส้นทางที่คาดไม่ถึงไม่ว่าจะเป็มิตรหรือศัตรู
กระบี่เงา เล่มนี้กำลังจะถูกทดสอบอีกครั้ง ในการเดินทางที่เต็มไปด้วยความลับ เบาะแสและการเผชิญหน้ากับอำนาจที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม...