ทิดวัฒน์ยังคง
ยืนเหวออยู่หน้าโรงพิมพ์ของเฮียฮั้ว
แต่ตอนนี้เขารู้ตัวแล้วว่าตนเองถูกเถ้าแก่เ้าของโรงพิมพ์ลืมไปแล้วเรียบร้อยชายหนุ่มจึงตัดสินใจเดินไปจ่ายเงินค่ากระดาษให้กับฝ่ายการเงินของโรงพิมพ์และรับใบเสร็จหลักฐานการจ่ายเงินก่อนจะขี่รถออกมาพร้อมกับกระดาษตัดขอบที่จะเอาไปขายในวันนี้
ไตเติ้ลรู้สึกว่ามอเตอร์ไซค์พ่วงคันนี้ต่อเติมไว้อย่างดีมากกระบะข้างกว้างขวางและแข็งแรง บรรจุน้ำหนักได้ถึงห้าร้อยกิโลอยู่คนที่นำมาถวายให้วัดนั้นคงเจตนาจะให้วัดใช้ขนปูนทรายอุปกรณ์สำหรับก่อสร้างในการพัฒนาวัดต่อไปแน่ๆ
"อ้าว ทิดวัฒน์ แวะก่อน ๆ”
ขี่รถอยู่ดี ๆภานุวัฒน์ก็เห็นเจ๊พรโบกมือเรียกอยู่ริมถนน อารมณ์แบบนี้ไม่น่าจะ ‘อ้าว…บังเอิญเจอกัน’ อย่างปากว่า น่าจะมาดักรอเขาอยู่แน่ ๆ เลย
"สวัสดีครับเจ๊พร มาทำอะไรแถวนี้เอ่ย"
ทิดวัฒน์จอดรถ ยกมือไหว้ทักทายไปตามน้ำ
"จะทำอะไร ก็มาเดินเล่นน่ะสิร้านเจ๊อยู่ในข้างในนี้เองออกมาเดินเล่นหน้าตลาดมันแปลกนักเหรอ” เจ๊พรว่า
'แปลกมากเลยเจ๊ เดินเล่นตอนสิบโมงที่หน้าปากตลาดในขณะที่ร้านเพิ่งจะเปิดเนี่ย'
"มีอะไรให้ผมช่วยเหรอครับเจ๊"
ไตเติ้ลถามทั้งยังแอบหัวเราะอยู่ในใจเจ๊พรมาดักรอเขาในเวลานี้คงไม่ได้แค่มาเดินเล่นและอยากเห็นหน้าเฉย ๆ อย่างแน่นอน
"กำลังจะเอาของเก่าไปขายเหรอ" เถ้าแก่เนี้ยร้านขายลูกชิ้นถาม
"ครับเศษกระดาษตัดขอบหนังสือได้มาจากโรงพิมพ์เฮียฮั้วครับ" ทิดวัฒน์ตอบ
"เออ ดี ๆ แวะเข้ามาเอาขยะที่ร้านเจ๊ไปขายด้วยมีขวดพลาสติกกับกระป๋องน้ำอัดลมเยอะแยะเต็มไปหมด เด็ก ๆแถวนี้กินแล้วก็ไม่ทิ้งถังขยะกันเลย แย่ ๆ”
เจ๊พรบ่นแล้วก็กวักมือเรียกทิดวัฒน์ให้เข้าซอยตามไปที่ร้านยังทำสีหน้าเหมือนกับรำคาญเด็กแถวนี้ที่ไม่ยอมทิ้งขยะให้ถูกที่ทั้งที่จริง ๆแล้วเจ๊พรแอบประกาศบอกกับเด็ก ๆแถวนี้ว่าให้เก็บขวดพลาสติกกับกระป๋องน้ำอัดลมมาขายต่อเธอในราคาห้าใบหนึ่งบาทแต่ถ้าล้างขวดกับกระป๋องมาด้วยให้สะอาดเจ๊ก็จะให้ในราคาสามใบหนึ่งบาท
พอเจ๊พรออกนโยบายแบบนี้พวกเด็ก ๆ ในชุมชนก็ดีใจพวกเขาไม่จำเป็ต้องไปคุ้ยขยะหาขวดพลาสติกหรือกระป๋องน้ำอัดลมอะไรเท่าไหร่นักหรอกแค่ทุกคนเข้าไปในบ้านตัวเองแล้วเก็บขวดกับกระป๋องที่เป็ขยะของคนในบ้านเอาไปล้างให้สะอาดแล้วเอามาขายให้กับเจ๊พรเพียงแค่นี้เด็ก ๆ ก็ได้กำไรมากแล้ว เพราะทั้งถูกพ่อกับแม่ชมว่าทำให้บ้านสะอาดทั้งยังได้เงินค่าขนมอีกด้วย
ภานุวัฒน์เลี้ยวมอเตอร์ไซค์พ่วงข้างเข้าซอยไปพอถึงหน้าร้านของเจ๊พรก็เห็นถุงขวดพลาสติกและถุงกระป๋องอะลูมิเนียมแยกเอาไว้อย่างดีเปิดถุงดูพลาสติกแล้วก็เห็นว่าทั้งขวดและกระป๋องสะอาดมากแบบนี้ไม่ใช่ขยะเหลือที่คิดจะโยนทิ้งแน่ ๆแต่เป็ขยะที่เจ๊พรเจตนาจะเก็บเอาไว้ให้เขาโดยเฉพาะ
เห็นแล้วก็ให้รู้สึกตื้นตันใจ
ไอ้เ้าเดชนี่นะ… อยู่ในชุมชนที่ล้อมรอบไปด้วยคนดีๆ แบบนี้มากมายทุกคนมีน้ำใจและพร้อมจะให้ความช่วยเหลือให้ชีวิตมันเป็ไปในทางที่ดีแท้ ๆแต่ทำไมถึงทำตัวเป็สวะ ใช้ชีวิตเป็เศษขยะก่อกวนคนในชุมชนอยู่ได้ตั้งนาน…นานจนถึงวันตายของตัวเองเลยด้วยซ้ำ
น่าเศร้าตรงที่คนแบบนี้มีเยอะแยะอยู่ในโลกเสียด้วยสิแล้วโดยส่วนใหญ่คนพวกนี้แทนที่จะคิดได้ ลุกขึ้นมาปฏิวัติตนเอง ทำตัวให้ดีก็กลับโทษโลก โทษสังคม หาว่าเป็เพราะโลกมันโหดร้ายเป็เพราะความเห็นแก่ตัวของคนในสังคมที่ทำให้ตัวเองต้องตกต่ำ
ไอ้พวกที่ชอบพูดเรียกร้องหาน้ำใจจากสังคมวิพากษ์ว่าคนในเมืองแล้งน้ำใจเห็นแก่ตัวกันนั่นน่ะบางครั้งเขาก็สงสัยอยู่เหมือนกันว่าคนพวกนั้นเคยมีน้ำใจให้กับโลกให้กับสังคมบ้างแล้วหรือยังก่อนที่จะมากล่าวหาว่าคนอื่นเห็นแก่ตัวแล้งน้ำใจอะไรแบบนั้น
ก็ถ้าเราไม่เคยคิดที่จะให้ไม่เคยคิดที่จะมีน้ำใจให้กับคนอื่นแล้วเราจะได้รับสิ่งเ่าั้ตอบแทนจากคนอื่นได้อย่างไร มันเป็กฎของการช่วยเหลือการอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างง่าย ๆ แท้ ๆแต่คนโดยส่วนใหญ่กลับไม่เข้าใจในจุดนี้กันเลย
"พวกนี้มันขยะทั้งนั้นเจ๊เก็บเอาไว้ก็ไม่มีประโยชน์ทิดเอาไปเถอะอย่างน้อยก็ถือว่าเป็ค่าขนมของเ้าหนูลูกพลับ จะได้มีขนมดี ๆกินเหมือนเด็กอื่น ๆ เขาบ้าง"
"ลูกพลับมีขนมดี ๆ กินนะครับเมื่อวานนี้ป๊ะป๋าพาลูกพลับไปกินลอดช่องแตงไทย หวาน ๆ เย็น ๆ อร่อยมาก ๆเลยครับ"
เด็กชายได้ยินผู้ใหญ่พูดถึงชื่อของตัวเองก็ออกตัวขึ้นมาแต่ก่อนลูกพลับเคยทานแต่ลอดช่องแตงไทยที่หลวงตารับบิณฑบาตมา น้ำกะทิข้น ๆแต่ไม่เย็นเพราะไม่มีน้ำแข็ง แค่นั้นก็อร่อยแล้วแต่ตอนไปทานที่ร้านอาหารเมื่อคืนนี้ลอดช่องแตงไทยมีน้ำแข็งใส่มาด้วย หวานแล้วก็เย็นเจี๊ยบ เป็ลอดช่องแตงไทยที่อร่อยที่สุดในโลกไปเลย
เจ๊พรก้มลงมองเ้าเด็กตัวน้อยที่ยืนเกาะขาพ่อหน้ายิ้มแป้นลูกพลับตอนนี้ดูเป็เด็กที่มีความสุขผิดกับตอนที่มีพ่อเป็ไอ้ขี้เมาเดชาอย่างกับคนละคน
ถ้าเป็ก่อนหน้านี้นะเหรอเ้าหนูลูกพลับนี่ก็จะเอาแต่เดินก้มหน้า พอมีใครเข้าใกล้หน่อยก็หลบมุดใต้โต๊ะบ้างแอบอยู่หลังเสาบ้าง ไม่มีทางที่จะกล้ามายืนเผชิญหน้ากับเจ๊พรพูดคุยยิ้มแย้มท่าทางร่าเริงได้ขนาดนี้หรอก
"หึ! แค่ลอดช่องแตงไทย อร่อยสู้ขนมจันอับ[1]ของเจ๊ไม่ได้หรอก"เจ๊พรแกล้งทำหน้าเบ้ใส่เด็กน้อย
พอเจ๊พรพูดอย่างนั้นลูกพลับก็อ้าปากจะตอบโต้ว่าลอดช่องของป๊ะป๋าอร่อยกว่าแต่ก็ค้างอยู่แค่นั้นเพราะ…..
ขนมอะไรอ่ะ? จันอับ? ลูกพลับไม่เห็นเคยได้ยินชื่อเลยชื่อฟังดูอับ ๆ เหมือนคำว่าอับโชคเลย เป็ขนมที่กินได้ด้วยเหรอ?
และจากที่อ้าปากจะตอบประโยคของเจ๊พรก็กลายเป็ขมวดคิ้วและแหงนขึ้นมองหน้าพ่อตัวเองด้วยสายตาถามหาคำตอบ
"อะไร เ้าหนูไม่รู้จักขนมจันอับเหรอ?"เจ๊พรซัก
"ไม่รู้จักครับ ทำไมชื่อแปลกจังเลย"ลูกพลับตอบเจ๊พรทำตาปริบ ๆ
"อ้อ…เป็คนไทยนี่เนอะ เลยไม่เคยกินจันอับเป็ขนมของจีนอร่อยนะ"
เจ๊พรว่าพร้อมกับหันไปหยิบกระปุกโหลเล็กขนาดใหญ่กว่ากำปั้นเพียงเล็กน้อยข้างในมีขนมจันอับใส่อยู่เต็มกระปุก
"อ่ะ เจ๊ให้เอาไปกินจะได้รู้ว่ามันอร่อยขนาดไหน"
เถ้าแก่เนี้ยส่งกระปุกขนมให้เด็กชายซึ่งอันที่จริงเจ๊พรแบ่งขนมใส่กระปุกเอาไว้เตรียมจะให้ลูกพลับอยู่แล้ว
"เจ๊ครับ…" ภานุวัฒน์ลากเสียงยาว
"ทิดวัฒน์อย่าปฏิเสธ เจ๊ให้ลูกพลับไม่ได้ให้ทิดวัฒน์"
เจ๊พรรีบดักคอทั้งยังจ้องตาเขม็งทำเอาชายหนุ่มถึงกับกลืนน้ำลายไปเฮือกใหญ่
"ครับ… ลูกพลับขอบคุณเจ๊พรด้วยนะครับ"ภานุวัฒน์สั่งสอนลูกชาย
ลูกพลับพยักหน้าก่อนที่จะยกมือไหว้เถ้าแก่เนี้ยร้านลูกชิ้นก้มหัวลงงาม ๆ แล้วเอ่ยคำขอบคุณ
"ขอบคุณพี่เจ๊พรมากครับ"
เด็กน้อยพูดเสียงหวานทำเอาเจ๊พรแทบจะใจละลายลงไปถึงตาตุ่ม
"น่ารักนะเนี่ย ลูกชายทิดน่ารักมาก ๆ"เจ๊พรยิ้มหน้าบานทันที
โดนเรียกว่าเจ๊เป็เื่ปกติ แต่ถูกเด็กเจ็ดขวบเรียกว่าพี่แบบนี้อยู่ดี ๆ เจ๊พรก็รู้สึกว่าหน้าตาตัวเองอ่อนวัยลงไปได้ถึงกว่ายี่สิบปี
อันที่จริงแล้วลูกพลับไม่รู้ว่าคำว่าเจ๊นั้นคือคำเรียกนำหน้าว่าพี่สาวเด็กชายได้ยินแต่คนเรียกเจ๊พรว่าเจ๊พรก็นึกว่าเป็ชื่อทั้งหมดหากให้ถูกต้องตามวัยแล้วลูกพลับก็ควรจะเรียกเจ๊พรว่าป้าเจ๊พรแต่ลูกพลับก็รู้อีกนั่นแหละว่าผู้หญิงไม่ค่อยอยากให้เรียกตัวเองว่าป้าสักเท่าไรนักจึงเจตนาเรียกเจ๊พรว่าพี่ ทำเอาซะพี่พรตัวแทบจะลอยขึ้นไปถึงเพดานได้อยู่แล้ว
'ไอ้เ้าลูกคนนี้…จะประจบประแจงเก่งได้โล่เกินไปแล้วนะ'
ไตเติ้ลได้แต่คิดหมั่นไส้อยู่ในใจพร้อมกับขยี้หัวลูกชายเบาๆ ด้วยความเอ็นดู
"ผมเกรงใจเจ๊นะครับ ทั้งรวบรวมขวดพลาสติกมาให้แล้วก็ยังเอาขนมแพง ๆ มาให้ลูกพลับอีก"
"ทิดก็คิดมากเกินไปจันอับมันแพงซะที่ไหนกันแล้วขวดพวกนี้ก็มีไม่เยอะ เอาไปขายได้เงินมาจะพอยาไส้ไหมเถอะ"
'ไม่เยอะ?' ทิดวัฒน์แอบตะลึงอยู่ในใจ
'ขยะเฉพาะขวดพลาสติกของบ้านคนธรรมดาทั่วไปที่ไม่ใช่โรงเรียนหรือโรงงานแต่มีไม่ต่ำกว่าห้ากิโลกรัมนี่เจ๊แกยังว่าไม่เยอะอีกเร๊อะ!? แถมยังกระป๋องอะลูมิเนียมอีกสามกิโลกรัมถ้าเยอะมากกว่านี้คงเป็เบาหวานเพราะน้ำอัดลมตายกันทั้งบ้านแล้วแน่ ๆ'
"เยอะมากเลยครับเจ๊ปริมาณนี้ได้ค่าข้าวให้ผมกับลูกพลับถึงสามสี่มื้อเลยนะครับ" ทิดวัฒน์ตอบเจ๊พร
"ดี ๆ ๆทิดขายของไม่ดูถูกเงินน้อยแบบนี้ทำอะไรก็มีแต่เจริญ" เจ๊พรชมเปาะ
ภานุวัฒน์ยกมือไหว้ขอบคุณแล้วก็ขนขยะขวดพลาสติกกับกระป๋องอะลูมิเนียมพวกนั้นขึ้นรถมอเตอร์ไซค์พ่วงข้างไปมีลูกพลับช่วยหิ้วขนถุงเล็ก ๆ ตามไปด้วยอย่างทุลักทุเล
ถุงใส่ขวดพลาสติกของร้านเจ๊พรใบค่อนข้างเล็กหน่อยค่อยเหมาะสมกับขนาดตัวของเด็กที่จะช่วยป๊ะป๋าหิ้วได้บ้างถึงแม้ว่ามันจะค่อนข้างหนักจนลูกพลับเน้นใช้ลากเอามากกว่าหิ้วก็ตามแต่พอเด็กชายรู้สึกว่าตัวเองได้ทำตัวมีประโยชน์สามารถช่วยงานป๊ะป๋าได้อย่างจริงจังแล้วลูกพลับก็รู้สึกภูมิใจในตัวเอง
ลูกพลับเก่งขนาดนี้ป๊ะป๋าจะต้องรักลูกพลับมากขึ้นอีกเยอะๆ เลยอย่างแน่นอน
เจ๊พรมองของที่ตนเองถวายวัดไปและได้ใช้ประโยชน์ตรงตามเจตนาก็ให้รู้สึกปลื้มปีติจนเผลอ
ยิ้มหน้าบานออกมาอย่างไม่มีหุบ.
[1]จันอับ(เครื่องจันอับ) ขนมหวานอย่างแห้งของจีน เรียกพ้องเสียงมาจาก 'จังอั๊บ' มีหลายอย่างรวมกัน คือ ถั่วตัด งาข้าวพอง ถั่วลิสงเคลือบน้ำตาลสีขาว-แดง และฟักเชื่อม คนจีนใช้ขนมนี้ในเทศกาล เช่นไหว้เ้า งานแต่งงาน, ไหว้บรรพชน, ใช้ประกอบพิธีกงเต๊กในงานศพ ฯลฯ