เช้าวันต่อมา...เตชัสที่เพิ่งหลับไปได้ไม่ถึงสองชั่วโมงต้องผุดลุกขึ้นเมื่อได้ยินเสียงกริ่งหน้าห้องพักดังมา ชายหนุ่มบิดกายอย่างเกียจคร้านแม้จะไม่อยากลุกแต่ก็จำต้องดึงตัวเองให้ลืมตาตื่นเพราะรู้ว่าใครมากดกริ่งรบกวนเวลาพักผ่อนของเขายามเช้าแบบนี้
“ขอบคุณมากครับป้า” เสียงทุ้มเอ่ยเบาๆ หลังจากเปิดประตูห้องแล้วรับเอาเดรสสั้นสีขาวในไม้แขวนที่คนกดกริ่งยื่นให้ แม่บ้านวัยกลางคนมองแขกหนุ่มเห็นสีหน้ายังงัวเงียบ่งบอกว่ายังไม่ตื่นดีก็รีบเอ่ยขอโทษและขอตัวกลับด้วยไม่อยากรบกวนเวลาพักผ่อน เตชัสพยักหน้ารับรู้แล้วปิดประตูห้องหมุนกายเดินกลับเข้าไปด้านใน มองดูชุดสีขาวสะอาดตาในมือแล้วช้อนสายตามองไปยังห้องนอน ป่านนี้เ้าหล่อนจะตื่นหรือยัง
ชายหนุ่มครุ่นคิดชั่วอึดใจก็เดินเอาชุดไปพาดไว้กับพนักโซฟาตัวเล็กอีกตัวก่อนเดินเข้าห้องน้ำไปล้างหน้าขับไล่ความง่วงงุนเพราะรู้ตัวว่าต่อให้ล้มตัวลงนอนต่อก็คงข่มตาหลับไม่ลงเพราะใจมันเต้นตึกตักแปลกๆ สายตาก็วนเวียนจดจ่ออยู่แต่ประตูห้องนอนขนาดกะทัดรัดนั่น
ภายในห้องนอนสีขาวสะอาดตาเ้าของร่างอรชรที่นอนหลับใหลมาตลอดทั้งคืนค่อยๆ ขยับบิดกายวาดแขนขาเหยียดไปตามความกว้างของเตียงนุ่มขับไล่ความเมื่อยล้า เมื่อเริ่มรู้สึกตัวตื่นดีก็ปรือเปลือกตาบางขึ้นปรับรับแสงสีนวลอ่อนๆ จากโคมไฟบนโต๊ะข้างหัวเตียง เพียงสายตาสบเข้ากับสภาพแวดล้อมภายในห้อง เ้าของร่างอ้อนแอ้นก็สะดุ้งวาบ ใจดวงน้อยเต้นระส่ำหลังจากทะลึ่งพรวดลุกขึ้นนั่งแล้วพบว่าตนไม่ได้นอนอยู่ที่ห้องพักของตัวเอง และในทันทีนั้นความใก็พุ่งพรวดขึ้นอีกรอบเมื่อพบว่าตนสวมใส่เพียงเสื้อคลุมหลวมโคร่ง ภายในไร้ซึ่งอาภรณ์ห่อหุ้ม
พลอยชมพูรีบดีดตัวเองลงจากเตียงทันที หญิงสาวลงมายืนหันรีหันขวางมองไปรอบด้านก็ไม่พบผู้ใด หัวใจสาวแกว่งไกว พยายามตั้งสติมั่นทบทวนความทรงจำและสำรวจความผิดปกติของตัวเอง แม้จะรู้สึกโล่งใจที่ไม่มีอาการใดผิดแผกไปนอกจากการมานอนอยู่ในห้องนอนแปลกที่และรอยจ้ำแดงตรงลำคอด้านซ้ายซึ่งเธอเห็นจากภาพสะท้อนในกระจก แต่เพียงเท่านั้นก็ทำให้เธออกสั่นขวัญแขวนไม่น้อย แม้จะไม่เคยผ่านประสบการณ์อย่างว่ามาก่อน แต่เธอก็ไม่ได้ไร้เดียงสาถึงขนาดจะไม่รู้ว่ารอยแดงนั่นคืออะไร
“ไม่หรอกน่า เราอาจโดนตัวอะไรกัดเอาก็ได้”
แม้จะบอกตัวเองแบบนั้นแต่ก็ไม่ได้ทำให้สบายใจนัก ยิ่งได้เห็นเสื้อผ้าของบุรุษในตู้หลังจากสาวเท้าเข้าไปเปิดดูแล้วพลอยชมพูยิ่งรู้สึกหัวใจหล่นไปอยู่ตรงตาตุ่ม
เธออยู่ในห้องผู้ชาย
ไม่มีปณิตา
ไม่ได้สวมใส่เสื้อผ้า มีแค่เสื้อคลุมตัวเดียว ซ้ำยังมีร่องรอยจ้ำแดงตรงลำคอ
จะให้ตีความอย่างไร ถ้าไม่ใช่...
“ไม่ๆ อย่าเพิ่งคิดแบบนั้น มันไม่น่าจะมีอะไร เราคิดมากไป เราคิดมากไป” พลอยชมพูพยายามหยุดความคิดและดึงสติให้กลับคืน บางทีปณิตาอาจตื่นก่อนเธอและออกไปนั่งเล่นอยู่ด้านนอกก็ได้ แต่ลึกๆ ก็ค้านว่าแล้วเธอกับเพื่อนรักจะมานอนอยู่ในห้องผู้ชายแบบนี้ทำไม นั่นยิ่งทำให้พลอยชมพูมือไม้สั่นไปหมด
พลอยชมพูหยุดความคิดย้อนแย้งของตัวเองไว้เพียงเท่านั้นแล้วสาวเท้าตรงไปยังประตูห้องนอนทันที เธอต้องออกไปดู ต้องเห็นด้วยตา รู้ด้วยสติ ทุกอย่างมีคำตอบเสมอ
ทางด้านเตชัสหลังจากจัดการล้างหน้าล้างตาเสร็จ ชายหนุ่มก็ออกจากห้องน้ำเดินไปหยุดยืนดูเดรสสั้นสีขาวที่พาดไว้บนพนักโซฟา ดวงตาคมกริบจ้องมองนิ่งอย่างครุ่นคิด เอาไปวางไว้ในห้องก่อนเธอตื่นน่าจะดีกว่า เพราะหากตื่นมาเจอตัวเองในสภาพแบบนั้นแถมยังหาชุดไม่เจอ คาดเดาได้เลยว่า เ้าของดวงตากวางคู่นั้นจะต้องตื่นตระหนกแน่นอน
คิดดังนั้นก็คว้าไม้แขวนจับชุดพาดไว้กับท่อนแขนแกร่งแล้วหมุนกายหมายเดินไปยังห้องนอน แต่ทว่ายังไม่ทันได้ขยับเท้าก้าวไปยังจุดหมาย เตชัสก็ต้องตรึงปลายเท้าหยุดยืนอยู่กับที่เมื่อประตูห้องนอนถูกเปิดออกพร้อมเรือนร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อคลุมตัวโคร่งก้าวตามออกมา
ดวงตาคู่คมฉายแววตื่นตะลึงวูบหนึ่งเมื่อเห็นดวงหน้าหวานล้อมกรอบด้วยปอยผมหยักสลวยคลอเคลียพวงแก้ม พวงผมหยักศกทิ้งตัวสยายดูยุ่งเหยิงน้อยๆ บ่งบอกว่าเ้าของเพิ่งตื่นนอน เขาคาดเดาไม่ผิดจริงๆ ว่าเ้าหล่อนต้องตกอกใเมื่อตื่นมาเจอตัวเองอยู่ในห้องแปลกตาแบบนี้ ซ้ำยังอยู่ในชุดที่ชวนให้คิดไปได้ไกลแสนไกล ดูดวงตาตื่นกลัวคู่นั้นก็รู้ว่าตอนนี้เธอกำลังใมากกว่าเดิมหลายเท่านัก
พลอยชมพูไม่รู้ว่าเสียงตัวเองหายไปไหน หัวใจที่เต้นรัวเร็วและแรงอยู่แล้วยิ่งเร่งจังหวะถี่ยิบขึ้น ความรู้สึกหนึ่งคล้ายจะวูบล้ม แข็งขาแทบสิ้นเรี่ยวแรงเมื่อเห็นบุรุษเรือนร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อคลุมตัวโคร่งไม่ต่างจากเธออยู่ในโถงนั่งเล่นแทนที่จะเป็ปณิตาตามความคิดปลอบใจตัวเอง เห็นเต็มสองตาแบบนี้แล้วเธอจะหลอกตัวเองอยู่อีกอย่างนั้นหรือว่าเธอเพียงแค่มานอนในห้องนี้แล้วถูกแมลงกัดคอไม่ได้มีอะไรมากไปกว่านั้น