บทที่ 38
หาพิษ
“ แยกแยะของที่อยู่ภายในน้ำพวกนี้อย่างงั้นหรือเจ้าคะ ” ซูฉีอุทานขึ้นอย่างตกตะลึง
แม่ทัพหนุ่มพยักหน้า “ ใช่แล้วข้าเคยได้ยินว่าผู้ฝึกฝนพลังวิญญาณ สิ่งที่พวกเขาสามารถทำได้มีมากมาย”
“ รวมไปถึงการแยกแยะของเล็กๆด้วยเช่นเดียวกัน แล้วถ้าเป็นผู้ฝึกฝนพลังวิญญาณอย่างเจ้า คงจะสามารถแยกแยะสิ่งที่อยู่ภายในน้ำพวกนี้ได้อย่างแน่นอน”
“ ตามการคาดการณ์ของค่ายแล้วคงจะมีคนบางคนนำเอาของแปลกปลอมลงมาใส่ภายในน้ำ”
“ ในยามนี้ถ้าอยากจะรักษาเหล่าชาวเมือง คงจะต้องระบุให้ได้ว่าสิ่งที่อยู่ภายในน้ำพวกนี้มันคืออะไร ”
แม่ทัพหนุ่มบอกจุดประสงค์ ยามนี้เขาเพียงต้องการให้คุณหนูตระกูลซูผู้นี้ช่วยแยกแยะของที่อยู่ภายในน้ำ
เพราะว่าหมอภายในเมือง ไม่สามารถระบุสิ่งที่เป็นต้นตอของสาเหตุ เพราะว่ามันอยู่ภายในน้ำ จึงสามารถระบุและแยกแยะประเภทของมันได้อย่างยากเย็น
การที่สามารถแยกแยะของพวกนั้นได้ยากเย็น ก็ทำให้ไม่สามารถล่วงรู้ได้ว่ามันคืออะไร ขั้นตอนการรักษาเลยไม่ก้าวหน้า
แม่ทัพหนุ่มเพียงอยากให้นางลองแยกแยะของที่อยู่ภายในน้ำพวกนี้ดู เพราะเห็นว่านั้นเองก็เป็นอีกหนึ่งความสามารถของผู้ฝึกฝนพลังวิญญาณ
ซูฉีคิดในใจ ‘ เคยอ่านมาอยู่หรอกว่ามันสามารถทำแบบนั้นได้ แต่ว่าตอนนี้ระดับพลังวิญญาณของเรา สามารถทำได้เพียงแค่การเคลื่อนย้ายสิ่งของหรือแปรเปลี่ยนสารบางชนิดเท่านั้น’
‘ ในตอนนี้จะมาให้แยกแยะของที่อยู่ภายในน้ำพวกนี้เนี่ยนะว่ามีอะไรบ้าง บ้าไปแล้วเห็นตัวของเราเป็นเครื่องแยกแยะวัตถุสารหรือยังไง ’
ซูฉีไม่มั่นใจว่านางจะทำได้ เห็นแบบนี้แต่การแยกแยะศาลหรือว่าของที่ผสมอยู่ภายในน้ำมันก็ไม่ใช่เรื่องง่าย
การเคลื่อนย้ายของแข็ง มันเป็นวัตถุที่สามารถจับต้องได้ เพราะแบบนั้นเลยสามารถทำได้เพราะมีรูปร่างที่แน่นอน
แต่ว่าสำหรับของเหลวแตกต่างกันออกไป นางเพิ่งเข้ามาภายในร่างกายนี้มาอยู่ภายในโลกใบนี้ ศึกษาพลังวิญญาณเพียงแค่บางส่วนเท่านั้น
ยังไม่บรรลุไปถึงขณะที่สามารถแยกแยะของรอบกายได้อย่างผู้ฝึกฝนระดับสูง “ คือว่าแม่ทัพคือข้าเพียงแค่รู้พลังวิญญาณเล็กน้อยเท่านั้น..”
“ จะสามารถแยกแยะพิษที่อยู่ภายในนี้ได้อย่างไร ”
นางหันกลับไปตอบด้วยท่าทางไม่มั่นใจ ถึงแม้ว่านางจะเป็นคนเฉลียวฉลาด แต่การทำเรื่องที่เกินกำลังของตนนั้นย่อมไม่มั่นใจอยู่แล้ว
แม่ทัพหนุ่มแสดงใบหน้าเรียบเฉย เขาใช้แววตาหันมามองคุณหนูตระกูลซู “ ถ้าเจ้าทำไม่ได้พวกเราก็จะตายกันทั้งหมดภายในสถานที่แห่งนี้ ”
“ ว่าอย่างไรนะเจ้าคะ? ”
“ ดูสินี่เป็นเพียงแค่น้ำแห่งเดียวที่เข้ามาหล่อเลี้ยงภายในเมือง แล้วในตอนนี้น้ำพวกนี้มันเองก็ไม่สามารถกินเข้าไปได้”
“ น้ำที่เหลืออยู่ภายในเมืองก็มีเพียงแค่น้อยนิด เมืองตอนนี้ปิดตัวลงเพราะว่าไม่ให้ผู้คนออกไปนอกเมือง”
“ ถ้าเกิดว่าเจ้าไม่สามารถแยกแยะยาพิษที่อยู่ภายในน้ำพวกนี้ได้ อย่างไรเสียพวกเราก็ต้องตายอยู่ภายในสถานที่แห่งนี้ ” แม่ทัพหนุ่มพูดเรื่องความเป็นความตายด้วยใบหน้าเฉยชา
ซูฉีรู้ได้แล้วว่าอย่างไรเสียนี่มันก็คือการบังคับ ไม่ว่านางจะยินยอมหรือไม่นางก็ต้องทำเรื่องนี้ให้สำเร็จ
“ เข้าใจแล้วเจ้าค่ะในเมื่อไม่มีทางเลือกแบบนั้นข้าคงต้องลงมือทำ ” แม้ว่าจะไม่มั่นใจแต่ก็ต้องรับปากไป เพราะว่านี่เป็นทางเลือกสุดท้ายสำหรับนาง
“ ข้าจะให้ทหารรักษาการณ์พื้นที่บริเวณรอบๆเอาไว้ ถ้าเจ้าอยากเดินทางมาเมื่อไหร่ก็สามารถเดินทางมาได้ทุกเมื่อ ”
ซูฉีพยักหน้าตอบรับ หลังจากนั้นนางก็เดินทางกลับไปที่พักของตนเพื่อไปครุ่นคิดหาวิธี
เมื่อเดินทางกลับมาถึงคุณหนูตระกูลซูนั่งขบคิดเก็บตัวอยู่ภายในห้อง
‘ มองดูแล้วมันก็น่าแปลกนะ ภายในเมืองก็มีผู้คนกินน้ำจากภายในนั้นอยู่จำนวนมากรวมไปถึงเราด้วย ’
‘ แต่ว่าบางคนเองก็ไม่ได้ล้มป่วย แสดงว่าบางคนอาจจะมีภูมิต้านทานสินะ… ’
นางขบคิดในใจเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นในยามนี้ เพราะว่ามันมีเรื่องที่น่าแปลกประหลาด ผู้คนภายในเมืองทั้งหมดไม่ได้ป่วยจากการดื่มน้ำ
ถ้ามองถึงจำนวนคนที่ดื่มน้ำพวกนั้น ผู้คนทั้งเมืองล้วนแล้วใช้น้ำพวกนั้นทั้งหมด แต่ว่าก็มีบางคนที่ไม่ล้มป่วย อย่างเช่นนางและก็มีพวกชาวเมืองอีกบางส่วนด้วยเช่นเดียวกัน
มันเป็นเรื่องที่น่าแปลกประหลาดเป็นอย่างมาก ยามนี้นางกำลังขบคิดอย่างจริงจังกับสิ่งที่เกิดขึ้น
‘ การแยกแยะสารภายในน้ำ ส่วนประกอบของวัตถุของเหลวสามารถล่วงรู้ได้ยากเย็นกว่าของแข็ง เพราะว่ามันมีรูปลักษณ์ที่ไม่แน่นอน ’
‘ ถ้าเกิดว่าอยากจะแยกแยะมันจำเป็นจะต้องใช้สมาธิระดับสูง ไม่เพียงเท่านั้นเรายังต้องขัดเกลาความคุ้นชินของพวกพลังวิญญาณให้มากขึ้นกว่านี้อีก’
‘ ที่ผ่านมาการแปรเปลี่ยนพลังวิญญาณของเรา ทำการแปรเปลี่ยนเพียงแค่วัตถุสสารด้วยการใส่มันเข้าไปเท่านั้น ’
‘ ได้แก่และการจำแนกมันออกมาเป็นประเภทมันยากเย็นกว่านั้นหลายเท่า ซูฉีนะซูฉีเหตุใดเจ้าต้องมารับภาระหนักหนาขนาดนี้ด้วย ’
นางตัดพ้อกับตน เพราะในยามนี้นางต้องแบกรับภาระอันใหญ่หลวงที่เป็นชีวิตของผู้คนทั้งเมืองเอาไว้ ราวกับว่ามันเป็นการยกภูเขาทั้งลูกมาตั้งเอาไว้บนไหล่ของนาง
ซูฉีมีเวลาตัดพ้อไม่มากนัก นางเริ่มฝึกฝนการแยกแยะส่วนประกอบภายในน้ำ เริ่มจากน้ำที่นางนำกลับมาด้วยจากบ่อน้ำส่วนรวม
นางน้ำใสถ้วยเล็กๆเอาไว้และเริ่มแยกแยะมันอย่างช้าๆ สิ่งแรกที่นางทำคือการเพ่งสมาธิและใส่พลังวิญญาณเข้าไป
เมื่อเริ่มใส่พลังวิญญาณเข้าไป ก็เริ่มแปรเปลี่ยนพลังวิญญาณพวกนั้นให้กลายเป็นเหมือนประสาทสัมผัส
มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยการแปรเปลี่ยนพลังวิญญาณให้กลายเป็นประสานสัมผัส นางไม่รู้ด้วยซ้ำว่าต้องใช้เวลามากขนาดไหนที่สามารถทำสำเร็จ
สองวันผ่านไปเต็มๆ
ซูฉีนอนต่อวันเพียงแค่ไม่กี่ชั่วยามเท่านั้น นางใช้เวลาส่วนใหญ่ในการศึกษาพลัง ความเข้าใจกับมันมากขึ้นเรื่อยๆ
ในยามนี้นางเริ่มแปรเปลี่ยนพวกพลังวิญญาณของนางให้กลายเป็นประสานสัมผัสได้มากขึ้น
ในวันแรกอาจจะไม่รู้อะไรเลย แต่ในวันที่สองนางเริ่มสัมผัสได้ถึงส่วนประกอบของน้ำ ยามนี้มันก็เริ่มชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ
สามารถกล่าวได้ว่ามันคือการพัฒนาอย่างก้าวกระโดด การฝึกฝนควบคุมพลังวิญญาณเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาในการฝึกฝน
ซูฉีไม่คิดว่าตัวเองจะทำสำเร็จในระยะเวลาเพียงแค่หนึ่งหรือสองวัน นางอาจจะต้องการเวลามากกว่านั้น
ประสาทสัมผัสแทรกแซงเข้าไปภายในน้ำ น้ำที่สงบนิ่งเริ่มกระเพื่อมอย่างช้าๆ ร่างของหญิงสาวที่นั่งอยู่ด้านหน้าถ้วยน้ำอยู่ในท่าทางพับปิดดวงตาทั้งสองข้าง
พลังอันแข็งแกร่งที่ไม่มีรูปร่างแผ่ซ่านออกมาจากร่างกายของนาง ‘ ใกล้แล้ว ใกล้ความจริงเข้าทุกที ยามนี้เริ่มค่อยๆสัมผัสถึงส่วนประกอบของน้ำได้’
‘ อีกไม่นานอาจจะใช้เวลาอีกสักหนึ่งหรือสองวันอาจจะสามารถล่วงรู้ได้ว่าพวกยาพิษที่อยู่ภายในน้ำมันคืออะไร’
หลังจากนั้นเวลาก็ผ่านไปอีกสองวัน
ซูฉียังคงนั่งอยู่ในท่าเดิม สมาธิของนางยังคงเพ่งไปที่น้ำภายในถ้วยที่กระเพื่อม การกระเพื่อมของน้ำเริ่มรุนแรงมากขึ้น ยามนี้มันเคลื่อนไหวราวกับว่าเป็นคลื่นเล็กๆด้านใน
เกิดจากการสั่นสะเทือนของพลังวิญญาณที่แทรกแซงเข้าไปภายในวัตถุของเหลว ดวงตาที่พับปิดอยู่ค่อยๆเปิดขึ้นมาอย่างช้าๆ
น้ำภายในถ้วยที่กระเพื่อมไปมาค่อยๆหยุดลง ซูฉีบนใบหน้าของนางเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อ แสดงลมหายใจเหนื่อยหอบ
“ คุณหนูเป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ ” ลี่ถังบ่าวรับใช้คนสนิทเคลื่อนที่เข้ามาหา
มองเห็นคุณหนูของนางท่าทางเหนื่อยล้าคล้ายว่าจะฝืนร่างกายของตนเองเกินไป ซูฉียกยิ้มขึ้นที่มุมปาก“ ข้ารู้แล้ว”
“ ในที่สุดก็สามารถทำมันจนสำเร็จ การแยกแยะสัดส่วนประกอบของน้ำ ”
นางทำมันสำเร็จจนได้ สี่วันเต็มๆนางนอนยังไม่ถึงเจ็ดชั่วยามด้วยซ้ำ ในยามนี้การอดหลับอดนอนของนางมันสำเร็จผล
เพราะว่านางสามารถแยกแยะของที่อยู่ภายในน้ำพวกนี้ได้แล้ว และก็สามารถหาคำตอบได้แล้วว่ายาพิษที่อยู่ภายในน้ำพวกนี้มันคืออะไร
“ ไปเร็วไปบอกเรื่องนี้กับแม่ทัพหวง ” นางรีบร้อนเดินทางออกไปจากบ้านของนางมุ่งตรงไปยังกองทัพเพื่อแจ้งข่าวเกี่ยวกับสิ่งที่นางรู้มา
จบบท