Chapter 7
บังเอิญเดท
หลังจากทานมื้อกลางวันกับป๊าม๊า และสะสางกับเตชินที่เข้ามาหาเพื่ออัปเดตงานต่าง ๆ จนเสร็จเรียบร้อย ผมจึงขอตัวปลีกวิเวกขึ้นมาบนห้องนอนส่วนตัว เพื่อพักเอาความเมื่อยล้าที่สะสมมาตลอดทั้งอาทิตย์ ด้วยการอาบน้ำชำระร่างกายให้สดชื่นพร้อมทั้งเปิดเพลงจรรโลงใจตัวเองไปด้วย ก่อนจะหยิบมือถือที่วางชาร์จแบตทิ้งไว้มาดูโดยเปิดเข้าไปยังหน้ารายชื่อผู้ติดต่อแล้วกดเบอร์โทรหาคุณเชฟคนสวย
‘ฮาโหลครับ’ ปลายสายขานรับอย่างสุภาพ
“ฮาโหลครับที่รัก เธอทำอะไรอยู่เหรอ..คิดถึงจังเลย” ผมรีบเปิดบทสนทนาด้วยคำว่าคิดถึงหลังจากที่ห่างกันมาได้ครึ่งวัน
‘หื้ม? ใครครับหรือว่า...’ เ้าของสายยังคงไม่รู้ว่าเป็ผมที่โทรไป เนื่องจากครั้งก่อนเราโทรคุยกันผ่านแอปพลิเคชัน แต่เมื่อตอนเที่ยงผมได้ขอเบอร์ต้องตามจากเตชิน
“ห่างกันแค่ครึ่งวันทำเป็จำว่าที่แฟนไม่ได้แล้วเหรอเนี่ย..มันน่าน้อยใจนัก ไอ้เราก็อุตส่าห์โทรหาเพราะคิดถึง”
‘มึงไปเอาเบอร์มาจากไหน..พูด!?’ ปลายสายตวาดดุผมเล็กน้อย
“เอามาจากเตชิน” ผมตอบพร้อมกับหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ
‘จะให้ไปทำไมวะเนี่ย ฮึ่ย!’ คูณเชฟบ่นงึมงำไม่พอใจที่ลูกพี่ลูกน้องของตนเป็คนให้เบอร์โทรเขามากับผม แต่ทำไงได้รายนั้นเป็ลูกน้องผมนะครับ หึ ๆ
“เอาน่า..อย่าไปโกรธเตชินเขาเลย เออ! เค้กที่ซื้อไปวันนี้ป๊ากับม๊าฝากชมด้วยนะ..ว่าอร่อยมากพวกท่านชอบสุด ๆ ” ได้ทีผมจึงเปลี่ยนเื่เพื่อให้คุณเชฟเลิกสนใจเื่เมื่อครู่
‘…แล้ว?’
“ก็ไม่แล้วยังไงครับ แค่อยากบอกเฉย ๆ” ผมตอบกลับกวน ๆ
‘ถ้าไม่มีแล้ว..งั้นก็แค่นี้นะ ยุ่งอยู่’ ปลายสายรีบเอ่ยตัดบททันที
“เดี๋ยว ๆๆ อย่าเพิ่งวางสิครับ..นะเธอ”
‘อะไรอีก?’ คุณเชฟขานรับด้วยน้ำเสียงติดรำคาญนิดหน่อยแต่ก็ยังยอมถือสายรอ
“คิดถึงนะครับ”
‘แค่นี้นะ!’ ประโยคเมื่อครู่ที่ฟังเผิน ๆ เหมือนเขาจะรำคาญผมเอามาก ๆ แต่กลับรู้สึกว่าอีกคนกำลังเขินอยู่เสียอย่างนั้น
“เดี๋ยว ๆๆ” ผมยังคงรั้งเขาไว้เพื่อให้ถือสายต่ออีกนิด
‘อ..อะไรอีก!?’
“รักเธอนะครับคุณเชฟ”
ตู๊ด! ตู๊ด! ตู๊ด!
สายถูกตัดไปแบบไม่ให้สัญญาณใด ๆ ทั้งสิ้นแต่นั่นกลับทำให้ผมยิ้มไม่หุบ อ๊ากกกกก น่ารักฉิบเป๋งเลยคุณเชฟฟฟ
“ยังไงเนี่ย..พวกมึงถึงไหนกันแล้ววะ?” ่เย็นผมมีนัดกับพวกไอ้กายว่าจะไปดูหนักเื่กี่หยดด้วยกัน เนื่องจากเป็หนังที่สร้างมาจากเื่เล่าในรายการ The Goblin Radio ซึ่งผมกับเพื่อนอยากดูกันมาก ๆ แต่พอใกล้ถึงเวลากลับไม่เห็นวี่แววของไอ้สองผัวเมียเลยสักตัวจึงรีบกดเบอร์โทรหาพวกมันอย่างร้อนใจ
‘เอ่อ..โทษทีมึง กูสองคนน่าจะไปไม่ได้แล้วอะจินมันอยู่ดี ๆ ก็รัทว่ะนี่ก็เพิ่งช่วยมันเสร็จไปรอบหนึ่ง..แต่อาการก็ยังไม่ดีขึ้นเลย’ น้ำเสียงของไอ้กายดูเป็กังวลเอามาก ๆ เพราะเื่อาการ ‘รัท’ สำหรับอัลฟ่านั้นเป็เื่ใหญ่มาก ถ้าอัลฟ่าคนนั้นมีคู่ชีวิตที่เป็โอเมก้าก็ถือว่าโชคดีไป แต่เนื่องจากคู่ของพวกมันต่างเป็อัลฟ่าด้วยกันทั้งคู่ทำให้เวลาเข้า่รัทจึงค่อนข้างลำบากเสียหน่อย
“เออ..ก็คงต้องตามนั้นแหละ ไงก็..ดูแลไอ้จินดี ๆ ล่ะ”
‘โอเคได้เลยมึง แค่นี้นะ’ เอาไงดีละทีนี้จะเข้าไปดูคนเดียวในโรงก็ไม่กล้า เพราะถึงผมจะชอบดูหนังแนว Horror สยองขวัญก็ใช่ว่าผมจะไม่กลัวผีเสียเมื่อไร
แต่ในจังหวะนั้นเองสายตาผมพลันก็เหลือบไปมองยังโซนขายอุปกรณ์เบเกอรี่ ก่อนจะเห็นร่างที่คุ้นตากำลังยืนเลือกซื้ออุปกรณ์ทำขนมอยู่ไม่ไกลจึงรีบเดินเข้าไปหาแบบไม่ให้เขารู้ตัว
“เธอมาซื้อของคนเดียวเหรอครับ?” คุณเชฟสะดุ้งโหยงแต่ก็ไม่ถึงเอะอะเสียงดังอะไรมีเพียงแค่ร่างกายเท่านั้นที่สะดุ้งใ เ้าตัวจะหันมามองผมด้วยแววตาดุ ๆ เหมือนอยากจะถามว่า
‘มาทำบ้าอะไรแถวนี้วะ ฮะ!’
“ไม่มีอะไร..แค่ผ่านมาเห็นพอดีเลยเข้ามาทักเฉย ๆ” ผมรีบแก้ตัวพร้อมกับเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยก่อนจะยิ้มหวานไปให้อีกคน
“ถ้าทักเสร็จแล้วก็เชิญ..กูจะซื้อของ” ตามพูดตัดบทอย่างไม่มีเยื่อใยแล้วทำทีเป็หันกลับไปมองข้าวของต่อ แต่มีเหรอที่ผมจะถอยรู้จักไอ้โยน้อยไปเสียแล้วล่ะ ผมเอาแต่ยืนมองเขาอยู่แบบนั้นพอเ้าตัวหันมามองก็ส่งยิ้มหวานกระชากใจไปให้
“อ้าว! ไล่ขนาดนี้แล้วยังไม่ไปอีก..งั้นกูไปเอง” ไม่พูดเปล่าเ้าตัวกลับตั้งที่จะเดินหนีผมทันที แต่ผมก็เดินตามเขาพร้อมกับคว้าเข้าข้อมือแทบไม่ทัน
“เดี๋ยวก่อนสิ โยไม่ได้จะทักเธอแค่นี้สักหน่อย..ใจร้ายชะมัดเลย คนเขาเพิ่งโดนเทมานะเนี่ย” ผมเดินเข้าไปใกล้แล้วจับมือเขาเขย่าไปมา พลางบอกถึงสาเหตุด้วยน้ำเสียงหงอย ๆ
“หึ! นัดใครไว้แล้วโดนเทนี่เอง” ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่าแต่ประโยคที่แสนธรรมดานั่นซึ่งพอมันออกมาจากปากของอีกคนกลับทำให้ผมรู้สึกเสียวสันหลังวาบแบบแปลก ๆ พูดจบคุณเชฟก็ดึงแขนกลับแล้วเดินหนีไปทันที ผมจึงคว้าแขนเขาไว้อีกครั้งเพื่อรั้งไม่ให้เดินไปไหน
“ใช่ที่ล่ะ เพื่อนต่างหากล่ะ..เพื่อนน” ผมรีบชี้แจง
“แล้ว..จะมาบอกทำไมล่ะ ไม่ได้อยากรู้ซะหน่อย” ต้องตามชะงักไปครู่หนึ่งพลางหันมาเลิกคิ้วใส่ผมสีหน้าดูจะแอบโล่งใจนิด ๆ เมื่อได้ฟังคำอธิบายของผม
“อ้าว! ก็กลัวเธอจะเข้าใจผิดไง..เลยรีบบอกไว้ก่อน”
“แล้วยังไง โดนเพื่อนเทนัด..แล้วมันเกี่ยวอะไรกับกูมิทราบ?” คุณเชฟเปลี่ยนเื่คุยทันที พลางทำเป็หยิบนั้นจับนี่ไปเรื่อยเหมือนรอฟังอยู่ว่าผมจะพูดอะไรต่อ
“เกี่ยวสิ..ก็โยคิดถึงเธอไง หันไปทางไหนก็เห็นแต่หน้าเธอจนนึกว่าตัวเองตาฝาดไปหมดแล้วเนี่ย” ผมว่าพลางเดินเข้าไปใกล้แล้วเกาะแขนของอีกคนก่อนจะเอาคางไปเกยที่ไหล่เล็ก ๆ นั่น
“อย่ามารุ่มร่ามได้ป่ะ!” จู่ ๆ มือเรียวบางกลับออกแรงผลักผมจนเกือบเสียหลักโดยที่คนผลักเองก็ยังแอบใอยู่นิด ๆ
“.....” รู้แหละว่าเขาไม่ได้ตั้งใจ (โยเอ่ยหนูคิดเองเออเองเก่งไปไหมลูก) แต่ผมก็นึกอยากจะดัดนิสัยเ้าคนปากไม่ตรงกับใจเสียหน่อยจึงทำทีเป็เงียบและตีหน้าเศร้าใส่อีกคน
“ฮ..เฮ้ย! ทำไมทำหน้างั้นอะ กูขอโทษที่ผลักแรงไป..แต่มึงก็ไม่เห็นต้องซึมขนาดนี้ไหมล่ะ?” ดูเหมือนว่ามุกนี้จะได้ผลแฮะเพราะคนตรงหน้ารีบเดินมาหาหน้าเสียพร้อมกับกล่าวขอโทษเสียงอ่อย
“คนที่ถูกชอบกับคนที่ชอบเขาความรู้สึกมันต่างกันนะ..พอโดนแบบนี้บ่อย ๆ ก็น้อยใจเป็เหมือนกันนะ” ทีนี้ผมก็ใส่ดราม่าเข้าไปเลยครับชอบทำเป็รำคาญผมดีนัก พูดจบผมก็เดินหนีคุณเชฟออกมาจากร้านเสียเลยในใจก็แอบกลัวอยู่นิด ๆ นะ ว่าคุณเขาจะไม่ตามมาง้อ..แต่ก็นะไปให้สุดเว้ยไอ้โย!!
“เดี๋ยวดิวะ..โย เฮ้ย! โกรธจริงเหรอเนี่ย!?” กลับกลายเป็ว่าต้องตามเดินตามผมออกมาจากร้านจริง ๆ พลางเข้ามาจับแขนแล้วรั้งผมไม่ให้เดินหนี..ผมจึงตีหน้าเศร้าดราม่าต่อไปอีกหน่อยเพื่อเรียกความสนใจ
“เปล่าหรอก โยไม่มีสิทธิ์โกรธเธออยู่แล้ว ก็แค่น้อยใจเฉย ๆ”
“เออ ก็ขอโทษไปแล้วนี่ไง...ใครใช้ให้เข้ามาจู่โจมแบบนั้นล่ะ” คุณเชฟเอ่ยด้วยน้ำเสียงฟังดูรู้สึกผิดสุด ๆ
“ไม่เป็ไรหรอก โยทำตัวน่ารำคาญเองด้วยแหละ..ไม่ต้องขอโทษหรอก” ผมยังคงย้ำเข้าเส้นเื่เดิม เพราะหวังจะตะล่อมชวนคุณเชฟไปเดทแบบอ้อม ๆ
“หึ! มึงพูดแบบนี้กูคงหายรู้สึกผิดเลยดิ ฮะ?” แต่ไป ๆ มา ๆ ไหงคุณเชฟกลายฝ่ายหงุดหงิดผมซะแล้วล่ะนั่น ไม่ได้การละผมต้องรีบพลิกสถานการณ์ด้วยการทำหน้าเศร้าราวกับจะร้องไห้นิด ๆ
“งั้นเอางี้ มึงอยากทำอะไรกูให้เลยหนึ่งอย่าง..วันนี้วันเดียวนะ” จู่ ๆ ประโยคที่ผมรอคอยก็มาถึงต้องตามเอ่ยปากยอมตามใจผมทำเอาในอกเต้นเร่า ๆ ด้วยความดีใจ
“ดูหนัง!” ผมตอบสวนกลับไปทันทีพร้อมทำตาเป็ประกายแล้วยิ้มให้อีกคนอย่างบอกเป็นัยว่า ‘คุณหลงกลผมแล้วละครับที่รัก หึๆ’
“ไอ้โย!” และก็ดูเหมือนคุณเชฟจะรู้ตัวเสียแล้วครับ เพราะเ้าตัวหันมามองผมแบบดุ ๆ แต่ก็ดูไม่ได้จริงจังอะไรเท่าไรก่อนจะตีมาที่แขนผมทีหนึ่งเพื่อแก้แค้น ฮ่าา เธอไม่ทันโยหรอก..ยัยเชฟ
หลังจากที่ตกลงกันได้ผมกับโยก็เดินมายังโรงหนังเพื่อหาซื้อตั๋วสำหรับดูหนังเื่ที่เ้าตัวสนใจอยากดู น่าแปลกที่นักเรียนนอกอย่างไอ้หมอนี่จะชอบดูหนังแนวผี ๆ แนวไสยศาสตร์กับเขาด้วย แต่พอนึกถึงก่อนหน้านี้แล้วก็แอบเจ็บใจอยู่เหมือนกัน..เพราะผมดันไปหลงกลลูกไม้หมาน้อยของไอ้หมอนี่เข้าเต็ม ๆ
แต่ที่แปลกไปกว่านั้นคือผมดันรู้สึกเอ็นดูท่าทีที่เ้าตัวรีบตอบผมเมื่อกี้ว่าตนอยากดูหนังแถมทำแววตาดีใจเหมือนเ้าหมาน้อยได้ของเล่นอย่างไรอย่างนั้น
“มึงชอบดูหนังแนวนี้ด้วยเหรอวะ?” พอนั่งประจำที่ก่อนหนังจะฉายผมจึงกระซิบถามเ้าตัวด้วยความอยากรู้
“ใช่ แต่โยไม่ค่อยกล้ามาดูคนเดียวเท่าไรอะ..กลัวผี” โยมันว่าพร้อมกับทำท่าลูบแขนเหมือนกำลังขนลุกขนพอง ผมที่กำลังมองท่าทีของหมอนั่นก็อดขำไม่ได้ หลังจากนั้นเราทั้งคู่ก็นั่งดูหนังด้วยกันส่วนตัวผมไม่ค่อยเชื่อว่าผีเท่าไรหรอกครับ หากแต่ดูเพื่อความบันเทิงซะเป็ส่วนใหญ่
ระหว่างกำลังนั่งดูเพลิน ๆ หนังก็เข้าสู้่ Jump scare ทำเอาทุกคนในโรงใกันสนั่นรวมทั้งไอ้คนข้าง ๆ ผมด้วยที่สะดุ้งใไปด้วยโดยเ้าตัวหันมากอดแขนผมพลางหลับตาปี๋ไม่กล้ามองไปยังจอโรงหนัง และที่มันดูตลกเข้าไปอีกคือโยมันค่อย ๆ หรี่ตาขึ้นมาดูทีละข้างด้วยความกล้า ๆ กลัว ๆ ทำเอาผมหัวเราะร่วนออกมาอย่างอดกลั้นไม่ได้
“ฮ่า ๆ ผีไปแล้ว..เปิดตาได้แล้วมึง” ผมบอกคนข้าง ๆ พร้อมกับกลั้วหัวเราะชอบใจไปด้วยโยค่อย ๆ ลืมตาขึ้นแล้วจึงทำหน้าโล่งใจที่ฉากน่ากลัวได้ผ่านไปแล้ว
“มึงแม่งตลกว่ะ..กลัวผีแต่เสือกชอบดู หึ!” ผมว่าส่วนอีกคนก็ทำหน้ายู่นิด ๆ ที่ถูกผมแซว
ฟอด!
“เชี่ยโย! มึง..” ผมหันไปตวาดขึ้นเสียงใส่โยด้วยความใหากแต่ถูกอีกคนเอามือมาปิดปากไว้เพื่อกันไม่ให้ผมเสียงดังรบกวนคนอื่น
“ชู่วว˜ อย่าเสียงดัง..รบกวนคนอื่นเขา” ถึงปากจะพูดเื่มารยาทในโรงหนังแต่สีหน้าของไอ้บ้านี่กลับกำลังยิ้มร่าเพราะขโมยหอมแก้มผมได้สำเร็จ
ตุบ!
“อุก! โอ๊ยย..เจ็บนะ” โยพูดพลางเอามือกุมสีข้างตัวเองแล้วหันมากระซิบบอกผมด้วยสีหน้าเ็ป หึ..โวยวายไม่ได้ก็ใช่ว่าจะตีศอกใส่ไม่ได้สักหน่อย
*****
“บี๋คะ..เค้าขอโทษนะที่ไม่ได้อยู่ดูแล” ผมคุยกับปลายสายด้วยความรู้สึกผิดเนื่องจากเมื่อคืนจนถึงตอนนี้อยู่ ๆ จินก็มีอาการรัทขึ้นมากะทันหันแต่ผมก็กลับต้องทิ้งเขาเพราะดันมีงานด่วนที่ต้องเข้ามาจัดการอย่างช่วยไม่ได้
‘แค่ก ๆ ไม่เป็ไรเลย เค้าดีขึ้นแล้ว..บี๋ก็ดูแลเขาั้แ่เมื่อคืนแล้วไง’ ปลายสายว่าพลางกระแอมไอออกมาเพราะนอกจากอาการรัทแล้วเ้าตัวยังมีไข้อ่อน ๆ ที่เกิดจากความเหนื่อยสะสมจนไม่สบาย
“งั้นแค่นี้ก่อนนะคะ..เค้าถึงออฟฟิศแล้ว เดี๋ยวคุยงานเสร็จจะรีบกลับไปหาทันทีเลยค่ะ” ผมว่าก่อนจะวางสายจากสุดที่รักแล้วหยิบกระเป๋าทำงาน เพื่อเตรียมตัวลงจากรถแล้วตรงเข้าออฟฟิศทันที พอมาถึงเรวัตก็ตรงเข้ามาอธิบายเนื้องานแบบคร่าว ๆ ให้ผมฟังก่อนจะเข้าไปพบลูกค้าที่้าจะดิลงานกับผมโดยตรง
“คุณปริ๊นซ์รออยู่ด้านในครับ” เรวัตว่า
“ใครนะ!?” พอได้ยินชื่อผมก็ถึงกลับต้องหันไปทวนถามเรวัตด้วยความใ
‘ปริ๊นซ์’ คืออดีตคู่หมั้นที่ผมได้ถอนหมั้นกับเขาไปเมื่อหลายปีก่อน หลังจากที่ผมตัดสินใจเข้าไปบอกกับป๊าม๊าว่าผมชอบอัลฟ่าด้วยกัน ซึ่งหลังจากเ้าตัวได้รู้ถึงเหตุผลของการถอนหมั้นก็ดูเหมือนจะไม่พอใจเอามาก ๆ อีกทั้งยังตามมาราวีผมกับจินไม่เลิก จนเมื่อตอนที่ผมกับจินตามไอ้โยไปเรียนต่อที่ฝรั่งเศสปริ๊นซ์มันก็เงียบหายไปไม่มาก่อความวุ่นวายให้อีก ซึ่งนั่นก็ทำให้เราสองคนรู้สึกโล่งใจเอามาก ๆ เพราะคิดว่ามันคงเลิกสนใจพวกเราแล้ว
“มาสักทีนะ” ร่างสะโอดสะองยืดตัวขึ้นจากโซฟาโดยยังคงนั่งไขว่ห้างแล้วเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงเย่อหยิ่ง
“มีอะไรก็รีบ ๆ พูดมา?”
“อะไรกันพูดจากับลูกค้าไม่มีเยื่อใยแบบนี้ได้ยังไง นี่ฉันเป็ถึงลูกค้ากระเป๋าหนักเชียวนะ..พูดจาให้มันน่ารักหน่อยสิ” ปริ๊นซ์พูดพลางลุกเดินเข้ามาใกล้แล้วยื่นมือมาจับที่ปกคอเสื้อทำเป็จัดระเบียบให้ แล้วโน้มหน้าเข้ามาแถว ๆ ต้นคอเพื่อดมกลิ่นที่ตัวแล้วแสยะยิ้ม
“กลิ่นอีมาเฟียนั่นติดเต็มตัวเธอขนาดนี้..อย่าบอกนะว่าเอากันก่อนมาคุยงานกับฉันน่ะ ไม่ทุเรศไปหน่อยเหรอ?” เ้าตัวว่าพร้อมกับปล่อยมือออกจากปกคอเสื้ออย่างไม่พอใจ หากแต่พยายามคีพลุคให้ตัวเองดูแพงทั้งที่ความเป็จริงมันตรงกันข้าม
“เรวัต เดี๋ยวแกคุยงานกับปริ๊นซ์ต่อแล้วกันนะ..ฉันต้องกลับไปดูแลบอสจิน มีอะไรก็คุยกับเลขาฯแล้วกัน” ผมผุดลุกจากที่นั่งก่อนจะหันไปสั่งงานกับเลขาฯแล้วหมุนตัวเดินออกจากห้องไปทันที
“ครับนาย” เรวัตรับทราบ
“ทำไม! อีมาเฟียนั่นมีดีตรงไหนเหรอฮะ!? ถึงได้หลงเอามันอยู่นั่นแหละ..อัลฟ่ายังไงก็ต้องคู่กับโอเมก้าไหม เธอจะขัดโชคชะตาแบบนี้ไม่ได้หรอกนะ” ปริ๊นซ์ะโไล่หลังทำเอาผมโคตรจะหงุดหงิดโชคชะตาบ้าบออะไร..กูกำหนดชีวิตตัวเองได้เว้ย! ผมจิ๊ปากตัวเองด้วยความหงุดหงิดก่อนจะหันไปพูดตอกใส่หน้าอดีตคู่หมั้นให้เจ็บใจเล่น
“ต่อให้ขัดไม่ได้ แต่โอเมก้าที่กูจะคู่ด้วยก็ไม่ใช่มึงอยู่ดี!”
*****
รถยนต์ Mercedes-Benz C-Class Estate ขับมาจอดยังหน้าบ้านสไตล์โมเดิร์นแบบไทย ๆ หลังไม่ใหญ่ไม่เล็กจนเกินไป ก่อนที่ผมจะเตรียมหยิบของเพื่อจะลงจากรถ หลังจากที่กลับจากห้างสรรพสินค้าโดยไอ้บ้าโยเป็คนขับรถมาส่ง
“เธอ” ระหว่างนั้นโยมันก็เรียกผมให้หันไปสนใจตัวเองที่นั่งมองด้วยสายตาละห้อย
“อะไร?” คราวนี้กูไม่หลงกลแววตานั่นของมึงแน่!
ผมทำทีจะเปิดประตูรถเพราะเห็นว่าอีกคนไม่ยอมพูดอะไรสักที ซึ่งก็ทำให้อีกคนยอมพูดออกมาจนได้
“ขอ..ขอเข้าห้องน้ำหน่อย” จะมาไม้ไหนของมันอีกวะเนี่ย..
สุดท้ายผมก็ยอมให้เ้าตัวเข้ามาในบ้านครับ คือผมก็ไม่ใจร้ายพอที่จะปล่อยให้คนปวดหนักเบากลับบ้านไปทั้งแบบนั้น ซึ่งไอ้เ้าบ้านั่นก็รีบวิ่งเข้าห้องน้ำอย่างเร็วแสง เพราะก่อนกลับผมก็บอกให้มันไปเข้าห้องน้ำซะแต่มันก็รั้นไม่ยอมเข้าอ้างว่ายังไม่ปวดถึงเข้าไปก็ไม่ออกอยู่ดี
ผมนำพวกอุปกรณ์ทำขนมที่ซื้อมาจัดเก็บเข้าที่ พลางเปิดตู้เย็นหยิบขวดน้ำกับแก้วออกมาเทแล้วดื่มเพื่อดับกระหาย
“เตชินไม่อยู่เหรอ?” โยถาม
“เห็นบอกว่าจะกลับชลบุรีน่ะ ป้าวิไม่สบายพรุ่งนี้เช้าถึงกลับ” ผมบอกพลางวางแก้วน้ำลงบนโต๊ะ ก่อนจะเดินไปหาไอ้คุณบอสเพื่อเตรียมส่งแขก “ว่าแต่มึงเหอะ เข้าห้องน้ำเสร็จแล้วก็กลับไปได้ละ”
“โหยย อะไรอะ..อุตส่าห์ขับรถมาส่งถึงที่ ใจคอจะไม่หาน้ำหาท่าให้กินหน่อยเหรอ?” ไอ้บ้านี่โวยวายแถมทวงบุญคุณผมอีกทั้งที่ก่อนหน้านี้ ผมก็บอกมันไปแล้วว่ากลับบ้านเองได้ไม่ต้องมาส่ง
“ก็ไม่ได้ขอซะหน่อยป่ะ รีบ ๆ กลับไปได้แล้วคนจะพักผ่อน”
“รำคาญกันขนาดนั้นเลยเหรอ?” โยว่าด้วยน้ำเสียงเริ่มนอยด์ใจคอมึงใช้มุกนี้กับกูตลอดไม่ได้นะเว้ย
“ก็เปล่า..กูแค่เหนื่อย ๆ ไงเดินซื้อของมาทั้งวัน” ผมเผลอแก้ตัวออกไปโดยไม่รู้ตัว จู่ ๆ คนตรงหน้ากลับเดินเข้ามาประชิดตัวพร้อมกับยื่นมือทั้งสองข้างเข้ามาจับที่ข้อศอก เพื่อกันไม่ให้ผมสามารถเดินหนีเขาได้ ก่อนที่ริมฝีปากได้รูปจะค่อย ๆ เคลื่อนเข้ามาประทับยังริมฝีปากผมช้า ๆ ทำเอาผมใอยู่ไม่น้อย แต่ไม่สามารถถอยหนีไปได้จนครู่หนึ่งก็เริ่มรู้สึกเหมือนตัวเองถูกฟีโรโมนของอีกคนเหนี่ยวรั้งไว้ไม่ให้ยอมปล่อยจูบนั่นไป
“อืออ..อึก อืมม” เสียงครางในลำคอดังสลับกับเสียงจาบจ้วงที่อีกคนจูบเข้ามา แล้วเพิ่มความหนักหน่วงจนผมรู้สึกร้อนหน้าร้อนท้องไปหมด ก่อนที่โยก็ปล่อยมือจากข้อศอกผมให้เป็อิสระแต่กลับเปลี่ยนเป็มาคว้าเข้ามาที่เอวแล้วออกแรงดึงเบา ๆ ให้ตัวเราแนบชิดกัน
ลิ้นร้อนของอีกคนสอดใส่เข้ามาในโพล่งปากเขากวัดแกว่งล้อเล่นไปตามไรฟัน ก่อนจะดูดลิ้นผมเบา ๆ จนเกิดเสียงดังจ๊วบจ๊าบน่าอาย ร่างหนาดันตัวผมให้หลังไปชิดติดกับเสาร์ซึ่งอยู่หน้าห้องครัวพลางยื่นต้นขาแน่น ๆ มาเสียดสีถูไถที่หว่างขาจนผมเสียววาบั้แ่ส่วนกลางลำตัวไปยันท้องน้อย
“ฝันดีนะครับเธอ..ฝันถึงโยด้วยนะ ฟอด!” อยู่ ๆ วาโยก็ถอนจูบออกก่อนจะบอกฝันดีพลางโผเข้ามาหอมแก้มแล้วเดินออกจากบ้านไปทั้งอย่างนั้น “อ..ไอ้บ้าโย!! ไอ้...ชั่ว!!” >////<
โปรดติดตามตอนต่อไป..
--เ้าโยแกแกล้งลูกฉัน!!55555--