หน้าต่างบานนั้นสูงหนึ่งเมตรครึ่งกว้างหนึ่งเมตร นอกจากหน้าต่างบานกระจกแล้วด้านนอกยังมีหน้าต่างมุ้งลวดสีเขียวทำจากพลาสติกขณะนี้มุ้งลวดถูกนกฮูกเจาะทะลุอย่างง่ายดาย มันใช้กรงเล็บที่แหลมคมเกาะร่องกรอบเหล็กของหน้าต่างไว้ชูคอเกาะนิ่งอยู่ แทบจะอุดหน้าต่างกว่าครึ่งบาน
สำหรับนกขนาดใหญ่อย่างนี้ ไม้ง่ามหนังสติ๊กทำอะไรไม่ได้ถ้าเป็ปืนแก๊ปหรือปืนลูกซองคู่ที่ใช้ล่าสัตว์ก็จะกำจัดมันได้
นักชีววิทยาคนหนึ่งเคยกล่าวไว้ว่านกฮูกคล้ายกับนกที่กินของเน่าเปื่อยอย่างอีแร้งและนกอินทรี จะสามารถได้กลิ่นอายของความตายในอากาศทันทีที่มีคนตาย ร่างกายจะมีกลิ่นพิเศษกระจายออกไป สามารถดึงดูดสัตว์ประเภทนี้มา
พอคิดเช่นนี้ผมก็รู้สึกเศร้าแทนปู่“ปู่กำลังจะตายจริงๆ หรือ”
“ข้ามองเห็นความลับแห่ง์แล้วข้ามองเห็นความลับแห่ง์แล้ว...” ปู่พูดซ้ำๆ เสียงเบา
ปู่เลิกกลอกตาแล้ว แต่แนบกับใจกลางฝ่ามือของผมแน่น
“ขอโทษครับปู่เส้นลายมือผมเป็อย่างนี้ั้แ่เด็ก ปู่ก็รู้” ผมนึกละอายใจจนน้ำตาแทบไหล
ผมเป็คนที่มีความรับผิดชอบและมีคุณธรรมเมื่อผมรู้ว่าคนอื่นฝากความหวังทั้งหมดไว้บนตัวผม ผมได้แต่นึกหวั่นใจตลอดเวลาแต่เส้นลายมือผม หัตถลักษณ์ของผมกลับบอกต่อโลกอย่างชัดเจนว่าผมก็แค่คนธรรมดาคนหนึ่งไม่อาจแบกรับภารกิจใหญ่ได้ ทำได้เพียงมีชีวิตไปวันๆ เท่านั้น
แม้ว่าหัตถลักษณ์จะมีมาั้แ่เกิดไม่มีใครเลือกได้ แต่ผมยังคงรู้สึกผิดต่อปู่ รู้สึกผิดต่อพี่ใหญ่เซี่ยเทียนเฉิง รู้สึกผิดต่อบรรพชนสกุลเซี่ย
ในฐานะที่เป็คนสุดท้ายของสกุลเซี่ยผมกลับทำให้ทุกคนผิดหวัง
“ไม่ใช่ความผิดของหลานหรอกฝืนฟ้าเปลี่ยนชะตา...บนฟ้าไม่อาจมีตะวันสองดวง ใต้ฟ้าก็ไม่อาจมีวีรบุรุษสองคน เดิมปู่คิดว่าภาระที่หนักของตระกูลเซี่ยเราตกอยู่บนตัวเทียนเฉิงแต่ปู่ผิดไปแล้ว ปู่ผิดไปแล้ว ปู่รู้ว่าหลานเป็เด็กดี สิบกว่าปีมานี้ทำให้หลานลำบากแล้ว...ถ้าไม่ใช่เพราะปู่ถูกหนอนพิษย้ายิญญาของสมาคมเจ็ดอ๋อง ปู่คงจะไม่โง่งมมาถึงเดี๋ยวนี้...” ปู่เริ่มร้องไห้
“ปู่ครับ ผมไม่เข้าใจว่าปู่พูดอะไรหนอนพิษย้ายิญญาคืออะไร แล้วฝืนฟ้าเปลี่ยนชะตาหมายความว่าอย่างไรใครจะฝืนฟ้าเปลี่ยนชะตาให้ใครครับ” ผมเหมือนจะตระหนักถึงอะไรบางอย่างจึงซักถามทันที
“นั่นก็คือความลับแห่ง์...ถ้าหากเป็ความลับแห่ง์แล้วย่อมไม่อาจเปิดเผยได้” ปู่ปล่อยมือผม
ปู่ไม่ได้ลืมตา ลูกตาใต้หนังตาเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วน่าจะกำลังคิดปัญหาบางอย่าง
ผมก้มมองกลางฝ่ามือตัวเองบนฝ่ามือยังรู้สึกถึงความเย็นและเปียกชื้นจากดวงตาของปู่
ถ้าหากมีใครสามารถฝืนฟ้าเปลี่ยนชะตาได้ผมยอมสละทุกอย่างเพื่อแลกกับโอกาสที่จะเปลี่ยนหัตถลักษณ์ เปลี่ยนให้เหมือนกับปู่และพี่ใหญ่ทำเช่นนี้เพื่อยืนยันว่าผมเป็ลูกหลานผู้สืบสกุลที่แท้จริงของตระกูลเซี่ย
สำหรับเื่นี้นั้น ผมเคยไปสอบถามหมอดูในจี่หนานเกือบร้อยคนนอกจากหลายคนที่เป็พวกนักต้มตุ๋นแล้ว คนอื่นๆต่างบอกว่าการเปลี่ยนลักษณ์เปลี่ยนชื่อ เป็การละเมิดกฎ์ จะถูก์ลงทัณฑ์ไม่มีใครกล้าทำเพื่อเงิน
“สือโถวโชคชะตาอยู่ในกำมือของตัวเองตลอดไป ถ้าหลานเข้มแข็งพอ ชะตาที่เปลี่ยนแล้วก็ยังจะพลิกจากความวุ่นวายกลับมากลับมาบนเส้นทางที่ถูกต้อง ชีวิตนี้จะเป็ัหรือหนอน ขึ้นกับตัวหลานเอง ชะตาฟ้าขึ้นกับฟ้าไม่ใช่ปู่ชะตาปู่ขึ้นกับปู่ไม่ใช่ฟ้า... ไปเถอะ เดินไปตามเส้นทางของตัวเอง เดินไปข้างหน้าให้ดีถ้าเป็ัก็จงบิน เป็ัก็จงบินให้สูง...” ปู่พูดเร็วขึ้นเรื่อยๆเสียงกลับเบาลง
“ผมจะพยายามสุดชีวิตครับ” ผมพูด
“งั้นปู่ก็วางใจแล้ว” ปู่ลืมตาขึ้น
ผมชี้ไปที่หน้าต่าง ปู่หันไปมอง
“เร่งชีวิต มาเร่งเอาชีวิตถึงที่แล้ว สหายอย่ารังแกกันเกินไป” ปู่กำหมัดแน่น ตวาดด้วยความโมโห
นกฮูกตัวนั้นไม่รู้สึกรู้สายังคงเกาะนิ่งอยู่ที่เดิม
ผมผละจากเตียงคนป่วยคว้าม้านั่งสี่เหลี่ยมขึ้นมา
“ฉันตายไม่เป็ไร แต่ขอสั่งเสียให้จบก่อน”ปู่พูดขึ้นอีก
นกฮูกส่งเสียง “ฮูกๆ...ฮูกๆ” เบาๆ ใบหน้าที่เหมือนแมวหดเข้าแล้วกางออกกางออกแล้วหดเข้า ราวกับหัวเราะเยาะเราปู่หลาน
“ตายซะเถอะ” ผมตั้งท่าพร้อมแล้วพุ่งไปที่หน้าต่าง ฟาดม้านั่งลงไป
ผมเห็นชัดๆ ว่าฟาดถูกมัน แต่นกฮูกตัวนั้นขยับถอยในชั่วพริบตาแล้วกางปีกบินไป
ม้านั่งฟาดถูกขอบหน้าต่าง เว้าเข้าไปในกรอบหน้าต่างเหล็กทันที
“ปู่ครับ ไม่มีอะไรแล้ว” ผมหันกลับมา มองปู่แล้วยิ้ม
ไม่รู้ว่าเพราะอะไรขณะนี้ใบหน้าปู่ดูราวกับสีขี้เถ้า ขนคิ้ว หนวดเคราและผมบนหัวตั้งชันขึ้นหมด
“ปู่กำลังจะไปแล้ว เื่ที่สั่งเสียขอให้หลานพยายามทำ ทำทุกเื่ให้ดี อนาคตของสกุลเซี่ยต้องอาศัยหลานแล้วเสี่ยวสือโถว...จำไว้ แม้จะประสบความสำเร็จแล้วก็อย่าเหลิง จะพูดอะไรจงคิดให้ดีทำอะไรจงทุ่มเทเต็มที่...ฉลาดสิบส่วนใช้แค่เจ็ดส่วนเหลือสามส่วนไว้ให้ลูกหลาน...ตามหาหมากรุกโอรส์ชนะพนันให้เจอแต่อย่าคิด เพราะนั่นไม่ใช่สมบัติของสกุลเซี่ย...จงเป็ขุนนาง เป็ขุนนางอย่า...อย่าละโมบตำแหน่งโอรส์...ที่บ้านเก่า ที่บ้านเก่า...” เสียงปู่แหบแห้งลงทุกทีสุดท้ายแม้ปากจะยังขยับ แต่ไม่มีเสียงพูดออกมาแม้แต่คำเดียว
ผมโผเข้าไปหา กุมมือปู่ไว้
“บ้านเก่า...บ้านเก่า...”ผมดูรูปปากของปู่ ปู่พูดคำนี้ซ้ำๆ
“ปู่ครับ อดทนหน่อย” ผมยื่นมือไปกดกริ่งเรียกพยาบาล
ก่อนหน้านี้ปู่เคยมีอาการวิกฤตสองสามครั้งแต่ถ้าได้ฉีดยากระตุ้นหัวใจจะรอดแน่นอน
ที่นี่เป็โรงพยาบาลผมมั่นใจว่าหมอจะสามารถรับมือกับเหตุฉุกเฉินได้ทุกเื่
กริ่งเรียกพยาบาลดังขึ้นสองครั้ง ที่โถงทางเดินนอกห้องกลับไม่มีเสียงวิ่งมาของหมอหรือพยาบาล
“เวรเอ๊ย! ทำไมไม่มีใครมา” ผมสบถออกมาปล่อยปู่ไว้แล้ววิ่งไปที่ประตู เปิดประตูออก
ปกติพอผมออกจากห้องก็จะะโเรียกให้หมอช่วยไม่จำเป็ต้องวิ่งไปที่เคาน์เตอร์พยาบาล ขณะที่พยาบาลเวรที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างดีจะมาถึงห้องผู้ป่วยภายในหนึ่งนาทีแล้วฉีดยาช่วยชีวิตปู่
ผมเปิดประตูแล้วกระโจนออกมานอกห้อง พบทันทีว่านอกห้องห่างออกไปราวสามเมตรทั้งด้านซ้ายและขวามีคนยืนอยู่ข้างละคน
ถังหว่านยืนอยู่ทางซ้ายมือของผมบนทางที่จะไปยังเคาน์เตอร์พยาบาลมือซ้ายเธอถือถาดสี่เหลี่ยมที่หมอใช้ ในถาดมีเข็มฉีดยา สำลีและขวดยาฆ่าเชื้อมือขวาเธอใช้ห้านิ้วแตะบนเข็มฉีดยา อยู่ในท่าเตรียมจะยกเข็มฉีดยาขึ้น
สายตาเธอมองตรงไปข้างหน้าจ้องมองคนที่อยู่ทางขวามือของห้องห่างออกไปสามเมตร
เป็คนประหลาดที่สวมชุดดำ ใส่หมวกไอ้โม่งสีดำมีเพียงดวงตาที่เผยออกมาข้างนอก ขณะนี้ใช้สองมือกุมอยู่ที่ด้ามกระบี่ยาวสี่นิ้วที่เอว
ผมเชื่อว่าที่เขาจับอยู่เป็กระบี่อ่อนเล่มหนึ่งส่วนของคมกระบี่ซ่อนอยู่ในเข็มขัดสีเดียวกันนอกชุดดำ
นับแต่โบราณ บรรดาช่างตีกระบี่และดาบฝีมือเยี่ยมได้คิดค้นเทคนิคพิเศษในการหลอมเหล็กให้อ่อนโค้งได้ช่วยให้สามารถปลอมอาวุธสังหารให้เป็เข็มขัดที่อ่อนโค้งกลมกลืนกับเสื้อผ้าได้อย่างแยบยล
ทั้งสองน่าจะประจันหน้ากันเช่นนี้พักหนึ่งแล้วพอผมออกจากห้องก็กลายเป็เบี้ยไม่รู้อีโหน่อีเหน่ที่ปรากฏขึ้นในการเผชิญหน้าของสองฝ่าย
“ปู่ผมอาการหนัก เร่งด่วนมาก”ผมไม่ใส่ใจอะไรแล้ว รีบบอกถังหว่าน
ถังหว่านไม่ตอบ เพียงแต่พยักหน้าพร้อมกับยิ้ม
“แกคือเซี่ยเทียนสือหรือ มอบของสิ่งนั้นออกมา!”คนชุดดำพูดเสียงเบาด้านหลังของผม
ผมไม่ใส่ใจ เดินไปหาถังหว่านรับถาดจากมือเธอ
ท่ากระทำที่เหมือนเป็ไปเองนี้ที่จริงแล้วเป็การที่ผมใช้ตัวบังถังหว่านไว้ ทำให้เธอมีเวลาพอที่จะเลือกว่าจะหนีหรือสู้
ถังหว่านฉลาดเป็กรดขณะที่สายตาเราประสานกัน เธอก็เข้าใจเจตนาของผมแล้ว มือขวาเธอคว้าเข็มฉีดยาทันทีแล้วโน้มตัวมาชิดผม
มีเสียงแหวกลมดังขึ้นข้างหลังผมได้ยินเสียงกระบี่อ่อนถูกชักออกจากฝัก แล้วเสือกแทงออกไปดัง “เฟี้ยว”ราวกับอสรพิษแลบลิ้นออกมาในความมืด
ถังหว่านยื่นสองแขนสอดเข้าใต้รักแร้ผม เธอบิดตัวทันทีเกร็งกำลังที่แขนขวา จากไหล่ถึงข้อศอก ไปถึงข้อมือและปลายนิ้วรวดเร็วปานสายฟ้าแล้วขว้างเข็มฉีดยาออกไปทันที
จากนั้นเธอก็เกี่ยวเอวผม ใช่ร่างผมเป็แกนหมุนตัวเร็วจี๋ ดึงให้ผมพลอยหมุนอยู่กับที่ร้อยแปดสิบองศา
มีเสียงดังสวบเธอปล่อยมือพร้อมกับร่างพุ่งทะยานออกไป
กระบี่อ่อนของคนชุดดำไม่ทันได้แทงใส่หลังผมเพราะเข็มฉีดยาอันนั้นแทงทะลุหว่างคิ้วเขาแล้ว ทำให้เขาร้องโอยเสียงดังด้วยความโกรธเกรี้ยวแต่คนชุดดำแคล่วคล่องว่องไวมาก ขณะที่ถังหว่านพุ่งเข้าหานั้น เขาก็ถอยไปทั้งที่าเ็จากนั้นก็ะโออกไปนอกหน้าต่างด้านตะวันออกที่ปลายสุดของโถงทางเดิน
ถังหว่านตามไปถึงริมหน้าต่างเกาะขอบหน้าต่างมองลงไป
ผมเดินตามไป ไม่เห็นเงาของคนชุดดำในความมืดยามค่ำคืนแล้ว
ที่นี่เป็ชั้นห้าห่างจากพื้นเกือบยี่สิบเมตร แต่ดูจากการที่ฝ่ายตรงข้ามะโออกไปจากหน้าต่างจะต้องเป็ยอดฝีมือที่ชำนาญวิชาตัวเบาเคลื่อนที่ไปบนที่สูงได้คล่องแคล่วความสูงเท่านี้ย่อมไม่สร้างความลำบากให้เขา
ถังหว่านถอยออกมา แล้วยกนิ้วชี้ขึ้นแตะปากส่งสัญญาณให้ผมอย่าส่งเสียง จากนั้นเธอจึงร้องเรียกพยาบาลหลี่ “เสี่ยวหลี่ขอไซริงค์อันใหม่หน่อย...”
ผมคลายความวิตก แล้วสูดจมูกได้กลิ่นหอมจากเส้นผมของถังหว่านลอยอบอวลในโถงทางเดิน
“เมื่อกี้เป็เื่ที่คาดไม่ถึงโปรดอย่าบอกใครนะคะ” เธอพูด
ผมพยักหน้า “อืม เข้าใจครับขอเพียงปู่ไม่เป็ไรก็พอ”
เดิมแค่คำพูดตามมารยาทแต่ถังหว่านกลับตอบอย่างจริงจังว่า “คุณเซี่ย ฉันคงทำให้คุณผิดหวังแล้ว ปู่คุณไม่เพียงจะมีเื่ทั้งคงไม่สามารถอดทนผ่านเจ็ดสิบสองชั่วโมงได้”
พยาบาลหลี่ว่องไวมาก เราพูดเพียงสองประโยคเธอก็ยกถาดยาเดินมาถึงแล้ว “ฉีดยากระตุ้นหัวใจให้ท่านผู้เฒ่าเซี่ยเตียงหนึ่ง ให้โดสสูงสุดเปิดออกซิเจนเต็มที่ อีกอย่างคอยพูดคุยกับแก อย่าปล่อยให้แกหมดสติ”ถังหว่านพูดกับผมและพยาบาลหลี่ สีหน้าเธอเคร่งขรึมมาก
พยาบาลหลี่ขานรับแล้วเข้าไปในห้องผู้ป่วยทันที
“คุณรู้ได้ยังไงครับวิเคราะห์จากความรู้ทางการแพทย์ใช่ไหม” ผมถาม
ทางโรงพยาบาลมักจะมีการแจ้งสภาพวิกฤตของผู้ป่วยอาการหนักให้ญาติรู้แต่ผมไม่เชื่อว่าปู่จะอยู่ในสภาพวิกฤต ไม่อาจยอมรับความจริงเื่นี้ได้
“ไม่ใช่ค่ะ” ถังหว่านสั่นหัว
“งั้นเพราะอะไรครับ คุณใช้อะไรมาตัดสินว่าปู่ผม....อาการหนัก”ผมไม่อยากฟังคำว่าอาการหนัก ทั้งๆ ที่รู้ว่าเป็การโกหกตัวเองและโกหกคนอื่นก็ตาม ยังคงดึงดันว่าจะเกิดเื่มหัศจรรย์ขึ้น
ถังหว่านนิ่งเงียบไปสองสามวินาที เธอก้าวมาข้างหน้าหนึ่งก้าวแล้วคว้ามือขวาผมไว้
“อะไรหรือครับ”ผมไม่รู้ว่าเธอ้าบอกอะไร
“คุณเซี่ยคุณเองก็เป็ผู้เชี่ยวชาญนรลักษณ์ศาสตร์ ดังนั้นฉันขอพูดตรงๆ กับคุณ ฉันเคยฝึกวิชาคลำกระดูก”ถังหว่านตอบ
ผมเข้าใจที่เธอพูดแต่กลับไม่อยากเชื่อว่าเด็กสาวตรงหน้าที่ทั้งสวย สุขุม อ่อนโยนและน่ารักจะเป็คนในแวดวงเดียวกัน