เกิดใหม่ครานี้ข้าจะเหยียบย่ำพวกเจ้าเอง

    ตอนที่ 59 ความลับของหลี่เค่อซิน

    ตอนที่59 ความลับของหลี่เค่อซิน


    “แปลกจังที่จูบกันทำให้อาการเจ็บหัวใจหายไปได้”ซ่งเย่พึมพำเบาๆกับตัวเองอย่างประหลาดใจ


    “หลับฝันดีราตรีสวัสดิ์สาวน้อย” หลิวเย่ลูบหัวของเธอและกล่าวลาอย่างอ่อนโยน


    “อื้อราตรีสวัสดิ์” ซ่งเย่ตอบกลับหลิวเย่ด้วยท่าทางอ่อนลง


    จากนั้นเธอสะพายกระเป๋าเป้เดินเข้าบ้านอย่างอารมณ์ดีที่อาการเจ็บหัวใจหายไป


    พร้อมกับเกิดความรู้สึกอบอุ่นแปลกประหลาดจากอ้อมกอดของหลิวเย่


    หลิวเย่ขับรถกลับวิลล่าของตนเองอย่างมีความสุขเช่นกัน


    เขาค้นพบว่าสาวน้อยเรียนรู้ที่จะมีความรู้สึกอื่นนอกจากความเฉยเมยแล้ว


    และที่สำคัญคือการยอมรับเขาให้เป็นส่วนหนึ่งของเธอ


    เมื่อซ่งเย่เดินเข้าไปในห้องโถงรับแขกและพบกับพ่อแม่ที่ยังนั่งรอเธออยู่อย่างกระวนกระวายใจ


    เส้าม่านเอ๋อที่เห็นลูกสาวตนกลับบ้านอย่างปลอดภัย


    เธอลุกขึ้นเดินไปจับมือของลูกสาวด้วยความห่วงใยและทันใดนั้นเธอต้องตัวแข็งทื่อด้วยความตกตะลึงปนตื้นตันใจ


    เพราะว่าลูกสาวตนได้โผเข้ากอดเธอพร้อมกับพึมพำแปลกๆว่า


    “อื้มอ้อมกอดอบอุ่นแบบนี้นี่เอง”


    เส้าม่านเอ๋อสะอื้นไห้ด้วยความดีใจอย่างกลั้นไว้ไม่อยู่“เย่เอ๋อร์ เย่เอ๋อร์ลูกรักของแม่ ฮึกฮึก”


    ซ่งเย่ได้ทดสอบกอดแม่เพราะต้องการเปรียบเทียบความรู้สึกอบอุ่นจากการกอดกันซึ่งเธอได้รับจากหลิวเย่


    เธอพบว่าการกอดแม่ตนเองเป็นความอบอุ่นอีกแบบที่ไม่เหมือนได้รับจากหลิวเย่


    ซ่งซ่านจิงที่ตอนแรกนั่งอยู่บนโซฟา


    แต่เวลานี้เขายืนขึ้นและจ้องมองภาพการกอดกันระหว่างสองแม่ลูกด้วยความรู้สึกประหลาดใจ


    ทำให้เขายิ้มด้วยความปลาบปลื้มที่ลูกสาวเริ่มมีความรู้สึกเหมือนกับคนปกติทั่วไป


    “พ่อกอดลูกอีกคนได้ไหม?”ซ่งซ่านจิงถามอย่างมีความหวัง


    “ค่ะ”ซ่งเย่พยักหน้าตอบรับเพราะต้องการทดสอบอ้อมกอดจากพ่อว่าจะมีความรู้สึกอย่างไร?


    ซ่งซ่านจิงเดินปราดเข้าไปกอดสองแม่ลูกด้วยความตื้นตันใจที่ลูกสาวให้พ่อแม่สัมผัสตัวได้อย่างใกล้ชิด


    “เหนื่อยไหมเย่เอ๋อร์?ทานข้าวมาหรือยังจ๊ะ?”เส้าม่านเอ๋อปรับความรู้สึกได้แล้วและถามลูกสาวอย่างห่วงใย


    “ทานมาแล้วค่ะพ่อกับแม่อย่ากังวลเลย”ซ่งเย่ตอบกลับเสียงอ่อนลงและบอกพ่อแม่ด้วยความรู้สึกหลากหลาย


    เธอแปลกใจที่พบว่าอ้อมกอดจากพ่อและแม่ไม่เหมือนกับอ้อมกอดที่ได้รับจากหลิวเย่


    “แปลกจริงๆ”ซ่งเย่พึมพำกับตัวเองเบาๆ


    จากนั้นเธอเดินขึ้นชั้นบนกลับห้องนอนตนเอง


    ด้านเส้าม่านเอ๋อและซ่งซ่านจิงพูดคุยกันอย่างมีความสุข


    ทั้งสองคนปลาบปลื้มที่ลูกสาวตนเองมีอารมณ์และความรู้สึกเหมือนคนทั่วไป


    ซึ่งดีกว่าบุคลิกเย็นชาเฉยเมยของเธอ


    บุคลิกเยือกเย็นและไม่แยแสของเธอทำให้คนใกล้ชิดปฏิบัติตัวกับเธออย่างไม่เป็นธรรมชาติ


    ..........


    รุ่งเช้าซ่งเย่เจอหลิวเย่ที่หน้าวิลล่าและเขาได้บอกกับเธออย่างจริงจังว่า


    “ผมคงไม่ได้อยู่อีกหลายวันแล้วจะมารับไปทดสอบทักษะต่อสู้ของกองกำลังแผนกพิเศษอีกสองสัปดาห์และในวันนี้จะมี

    การคัดเลือกสมาชิกใหม่ตามปกติ”


    “แสดงว่าการคัดเลือกของฉันไม่ปกติหรือ?”ซ่งเย่ถามอย่างแปลกใจที่พบความผิดปกติจากคำพูดหลิวเย่


    “ใช่ สำหรับเธอเป็นกรณีพิเศษ”หลิวเย่ไม่กล้าบอกความจริงบางเรื่องกับเธอ


    เขาพูดคลุมเครือและคิดว่าสาวน้อยคงไม่สนใจมันมากนัก


    “เข้าใจแล้ว”


    ซ่งเย่พยักหน้าเข้าใจว่าเธอจำเป็นต้องเข้าร่วมกิจกรรมสำคัญของหน่วยงานที่ตนเพิ่งเข้าร่วมเป็นสมาชิกใหม่


    ที่สำคัญคือเธอได้เป็นสมาชิกระดับสูงหัวหน้าแผนกวิศวกรรมจักรกล ระดับ 9


    ซึ่งเป็นรองแค่หลิวเย่ที่เป็นผู้บัญชาการระดับ10


    จากนั้นทั้งคู่วิ่งอบอุ่นร่างกายและฝึกซ้อมทักษะต่อสู้ด้วยกันจนถึงเวลา06.00 น.


    ก่อนจากกันที่หน้าวิลล่าซิงฝูของซ่งเย่


    หลิวเย่กล่าวกระตุ้นบางอย่างกับเธออย่างหวังดีว่า


    “สาวน้อยถึงเวลาที่เธอต้องเรียนรู้ภาษาละตินกับอียิปต์โบราณได้แล้ว”


    ซ่งเย่ขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจที่เขาพูดกับเธออย่างจริงจังซึ่งหลิวเย่ไม่เคยทำมาก่อน


    “โอเค”ซ่งเย่ตอบรับในเจตนาที่ดีของเขา


    ซ่งเย่หันหลังเดินกลับเข้าวิลล่าเพื่อไปทานอาหารเช้าและอาบน้ำแต่งตัวไปโรงเรียน


    เมื่อเห็นแม่ตนเองกำลังจัดเตรียมอาหารเช้ากับแม่ครัวหลี่ด้วยท่าทางมีความสุข


    ซ่งเย่คิดถึงสัมผัสอ้อมกอดอบอุ่นจากแม่กับพ่อเมื่อคืนนี้


    เธอจึงเดินไปกอดแม่ทางด้านหลัง


    “อุ๊ย!”เส้าม่านเอ๋อตกใจที่จู่ๆมีใครมากอดด้านหนัง


    แต่เมื่อเธอเอี้ยวตัวหันหลังมาเหลือบมองและพบว่าเป็นลูกสาวตนเองที่เธอเหมือนกำลังกอดคล้ายอ้อนตนเอง


    ทำให้เส้าม่านเอ๋อใจอ่อนยวบลงทันทีอย่างมีความสุขและถามด้วยความรักห่วงใยว่า“ทานอาหารเช้าก่อนนะลูก”


    “ค่ะ” ซ่งเย่เริ่มรับรู้ว่าการกอดของเธอช่วยเยียวยาจิตใจของแม่ได้เป็นอย่างดี


    และเธอเองไม่ได้รู้สึกเคอะเขินเหมือนแต่ก่อน


    ..........


    เมื่อทานอาหารเสร็จแล้วลุงโจวขับรถไปส่งเธอที่หน้าโรงเรียนเช่นเคย


    ซ่งเย่เดินถึงหน้าห้องเรียนที่สาม


    เธอพบกับบรรยากาศแปลกประหลาดจากหลี่เค่อซิน


    ที่เช้านี้หลี่เค่อซินมีความเฉยเมยต่อซ่งเย่ซึ่งแตกต่างจากที่ผ่านมา


    ซ่งเย่เดินไปนั่งที่เก้าอี้ตนเองด้วยความแปลกใจ


    “ซ่งเย่วันนี้พวกเราติววิชาเคมีและเรียนทักษะต่อสู้ใช่ไหม?”ซูฉีถามเพื่อนสนิทตนเองย้ำอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ


    “ใช่”ซ่งเย่ยืนยันกำหนดการเดิมที่เคยแจ้งไว้กับเพื่อนๆก่อนหน้า


    “พวกเรารอที่จะเรียนรู้กับเธออยู่”


    เกาเฉินพูดขึ้นอย่างยินดีเพราะเขาต้องการทดสอบทักษะต่อสู้ของตนเองกับโถงราชาอีกครั้ง


    การเรียนในภาคเช้าของซ่งเย่เป็นการเรียนรู้ภาษาละตินโดยเสียบหูฟังบลูทูธเพื่อไม่ให้รบกวนเพื่อนคนอื่น


    ทางด้านหลี่เค่อซินที่เวลานี้เธอสงบนิ่งมากขึ้นเพราะได้รับคำแนะนำจากแม่ตนเอง


    แม่ได้ตักเตือนเธอให้ควบคุมพลังตนเองและเตรียมพร้อมเข้ารับการคัดเลือกเป็นสมาชิกกองกำลังแผนกพิเศษ


    เพื่อให้เธอได้รับการคัดเลือกเป็นหนึ่งในผู้แทนประเทศและร่วมกิจกรรมของสมาพันธ์เอสเปอร์นานาชาติ


    นั่นคือหน้าที่อันทรงเกียรติของเหล่าเอสเปอร์ทั้งมวล


    ดังนั้นหลี่เค่อซินในฐานะทายาทของเอสเปอร์พลังธารา


    ซึ่งเธอได้รับการถ่ายทอดพลังมาจากคุณยายของตนเองตั้งแต่ยังเด็ก


    แต่เธอเพิ่งจะสามารถควบคุมน้ำให้เคลื่อนไหวได้ดั่งใจเมื่อหนึ่งเดือนก่อน


    มีข้อความที่รับส่งต่อมาในทุกตระกูลที่เป็นเอสเปอร์คือคุณสมบัติของผู้ที่จะได้รับการคัดเลือกเป็นสมาชิกของกองกำลัง

    แผนกพิเศษจะมีดังนี้


    หนึ่งมีพลังเหนือธรรมชาติที่สามารถควบคุมได้อย่างมีประสิทธิภาพทั้งการป้องกันและโจมตี


    สองมีทักษะต่อสู้ที่สามารถเอาชนะเอสเปอร์คนอื่นได้


    สามพร้อมรับความเสี่ยงจากการถูกล่าสังหารขององค์กรชั่วร้ายหนึ่ง


    ซึ่งองค์กรชั่วร้ายนั้นต้องการกำจัดเอสเปอร์ทุกคนโดยเฉพาะผู้ที่มีทักษะตามตำนาน


    ดังนั้นเอสเปอร์ทุกตระกูลจึงพยายามมอบหมายหน้าที่ให้ลูกหลานได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกของกองกำลังแผนกพิเศษ


    เพื่อความภาคภูมิใจและเกียรติภูมิของครอบครัวถึงแม้ว่าจะมีความเสี่ยงต่อชีวิตก็ตาม


    “ซ่งเย่หลี่เค่อซินทำตัวแปลกไปเธอว่าไหม?” ซูฉีกระซิบถามซ่งเย่ด้วยความแปลกใจกับท่าทีของหลี่เค่อซิน


    “ตั้งใจเรียน”ซ่งเย่เตือนซูฉีอย่างหวังดีเพราะไม่ต้องการให้เธอพุ่งความสนใจออกนอกเรื่อง


    “โอเค โอเค”ซูฉีตอบรับเสียงเบาอย่างรู้สึกผิด


    ซ่งเย่เหลือบมองหลี่เค่อซินและพบเห็นพลังบางอย่างที่ทำให้เธอรู้จัก


    เพราะพลังบางส่วนที่หลี่เค่อซินควบคุมไม่ได้แต่มีเล็ดลอดออกมาเหมือนกับเล่ยหนีหนี่หัวหน้าแผนกเบญจธาตุ


    ที่ซ่งเย่เคยพบเธอนั่งเล่นน้ำอยู่ในมือขณะอยู่ในห้องประชุมของกองกำลังแผนกพิเศษ


    นั่นคือเอสเปอร์พลังธารา!


    “ก็แค่พลังธารา”ซ่งเย่ยกยิ้มมุมปากอย่างไม่แยแส


    นั่นเป็นเพราะว่าเธอสามารถเรียนรู้ทักษะนี้ได้อย่างง่ายดายตั้งแต่มองเห็นการเล่นน้ำในมือของเล่ยหนีหนี่


    เมื่อถึงเวลาทานอาหารกลางวัน


    ซ่งเย่ ซูฉีและเพื่อนชายอีกสี่คนเดินไปโรงอาหารเป็นกลุ่มใหญ่


    ด้านหลี่เค่อซินที่อดทนอดกลั้นเก็บกักอารมณ์อิจฉาริษยาซ่งเย่มาเป็นเวลานาน


    แต่ในที่สุดเธอทนความอึดอัดไม่ได้และแอบใช้พลังธาราเพื่อกลั่นแกล้งซ่งเย่


    ขณะที่ซ่งเย่และเพื่อนๆยืนต่อคิวเพื่อรับถาดอาหารจากแม่ครัวอยู่นั้น


    เกาเฉินเหลือบมองเห็นสายน้ำพุ่งเข้าหาซ่งเย่


    เขายืนเอาตัวเองบังซ่งเย่ทางด้านหลังโดยสัญชาตญาณ“พรึ๊บ ฟู่”


    ปรากฏว่าเมื่อน้ำสัมผัสร่างกายของเกาเฉินพลันสลายไปเหมือนน้ำถูกไฟแผดเผาจนระเหยหายไปจนหมดสิ้น


    “เอ๊ะ!เขาเป็นเอสเปอร์ด้วยเหรอ?”หลี่เค่อซินอุทานในใจอย่างตกตะลึงที่พบว่าเกาเฉินสลายพลังธาราของตนได้


    ด้านซ่งเย่ที่รับรู้เหตุการณ์ตั้งแต่ต้นจนจบ


    เธอขมวดคิ้วแน่นเมื่อพบว่าเกาเฉินเป็นเอสเปอร์อีกคนโดยที่ตนเองไม่รู้มาก่อน


    “เขาเพิ่งจะปลุกพลังที่แอบซ่อนของตัวเองได้หรือ?”ซ่งเย่ถามตัวเองในใจอย่างสงสัย


    ส่วนเกาเฉินตื่นตะหนกเช่นกันที่เขาพบว่าสายน้ำที่พุ่งปะทะตัวเองนั้นหายไปอย่างไร้ร่องรอยโดยที่เขาไม่รู้สึกถึงความผิด

    ปกติใดๆกับตัวเอง“เกิดอะไรขึ้นกับตัวฉันกันแน่?” เขาถามตัวเองอย่างงุนงง


    “แล้วซ่งเย่ล่ะเธอเป็นเอสเปอร์ด้วยหรือเปล่า?”


    หลี่เค่อซินคาดเดาตัวตนของซ่งเย่เมื่อเห็นการปกป้องของเกาเฉินที่แสดงออกมา


    “เธอคงไม่ได้เป็นเอสเปอร์หรอกนะแค่เป็นอัจฉริยะที่เรียนเก่งเท่านั้นเอง” หลี่เค่อซินปลอบใจตัวเอง


    ซ่งเย่รับถาดอาหารจากแม่ครัวและเดินไปนั่งทานอาหารที่โต๊ะกับเพื่อนๆ


    เกาเฉินสอบถามซ่งเย่ด้วยความห่วงใยว่า“เธอไม่เป็นอะไรใช่ไหม?”


    “ไม่ต้องกังวล”ซ่งเย่เงยหน้าสบตาเกาเฉินและตอบตามจริงด้วยเสียงเรียบเฉย


    “ผมรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้เรียนทักษะต่อสู้สักที”หวางอ้ายพูดขึ้นอย่างตื่นเต้นดีใจ


    “นายวิ่งได้เร็วแค่ไหนแล้วล่ะ?”เทาเอ้อถามพลางเชิดคางคล้ายเยาะเย้ยเพื่อนในที


    “ชิ!เร็วกว่านายแล้วกัน” หวางอ้ายพูดตอบกลับด้วยความหมั่นไส้เพื่อนตัวเอง


    “เย็นนี้เดี๋ยวก็รู้แล้วว่าใครจะรอดหรือจะร่วง”เป่ยกวงพูดยิ้มๆพลางมองหน้าสลับกันระหว่างเทาเอ้อและหวางอ้าย


    “พอได้แล้ว”เกาเฉินเอ่ยเตือนเพื่อนทุกคนด้วยความรำคาญที่พวกเขาชอบกัดกันบ่อยครั้ง


    ด้านซ่งเย่ที่ครุ่นคิดถึงพฤติกรรมแปลกๆของหลี่เค่อซินและคิดในใจด้วยความอยากรู้ว่า


    “ทำไมวันนี้หลี่เค่อซินเก็บอาการไม่ได้?”


    เพราะการกระทำของหลี่เค่อซินมีบางอย่างที่แตกต่างไปจากหรูเพ่ยเพ่ย


    ถึงแม้ว่าจะเป็นความแตกต่างที่เล็กน้อยเท่านั้น


    แต่ทว่าสิ่งนั้นได้จุดประกายความสนใจของเธอที่ทำให้อยากรู้เรื่องราวของหลี่เค่อซินมากขึ้น


    “หวังว่าจะไม่ใช่สายลับจากองค์กรKAหรอกนะ” ซ่งเย่คาดเดาในใจ


    ……….


    เมื่อถึงวิชาอิสระที่ซ่งเย่จะติววิชาเคมีเป็นวันแรก


    ปรากฏว่ามีเพื่อนนักเรียนต่างห้องได้ยกเก้าอี้มานั่งเรียนในห้องสามจนเต็มพื้นที่ว่างในห้อง


    ซ่งเย่แปลกใจที่พบว่าหลี่เค่อซินนั่งเรียนอยู่ในห้องอย่างสงบเงียบ


    เธอไม่ได้สนใจหรือหวงแหนวิชาดังนั้นจึงมองข้ามหลี่เค่อซินโดยตรง


    “วันนี้เรียนวิชาเคมีการเรียนรู้จากห้องเรียนจะสู้เรียนรู้จากภาคปฎิบัติไม่ได้”ซ่งเย่ย้ำกับเพื่อนนักเรียนทุกคน


    จากนั้นเธอเริ่มทบทวนวิชาเคมีตั้งแต่ชั้นมัธยมปลายปีที่หนึ่งเพื่อปูพื้นฐานความเข้าใจ


    หลี่เค่อซินเบ้ปากเล็กน้อยที่พบว่าซ่งเย่สอนเรื่องเดิมที่ผ่านไปแล้วเพราะเธอคิดว่าทุกคนน่าจะเข้าใจตั้งแต่ปีหนึ่ง


    ทำให้เธอเสียบหูฟังบลูทูธเพื่อฟังเพลง


    อันที่จริงเธอต้องการทดสอบทักษะการสอนของซ่งเย่ว่าจะดีจริงเหมือนที่เพื่อนคนอื่นๆพูดหรือไม่?


    แต่วันนี้เมื่อพบว่าเนื้อหาการสอนของซ่งเย่เป็นความรู้ของชั้นปีหนึ่ง


    ทำให้เธอหมดความสนใจลงทันทีและไม่สนใจการสอนของซ่งเย่อีก


    โดยหลี่เค่อซินนั่งฟังเพลงและจ้องมองออกนอกหน้าต่าง


    เธอไม่กล้าที่จะลุกเดินหนีออกไปทันที


    เนื่องจากวันนี้มีนักเรียนห้องอื่นมาร่วมเรียนเป็นจำนวนมากจนทำให้ที่ว่างในห้องสามเต็มไปหมด


    ซึ่งทำให้เธอไม่สามารถก้าวเดินออกไปได้“เฮ้อ น่าเบื่อจริงๆ” หลี่เค่อซินพึมพำเบาๆกับตัวเอง


    เมื่อซ่งเย่สอนถึงเวลา15.30 น. เพื่อนๆในห้องสามเพิ่มเก็บของใช้ส่วนตัวเข้ากระเป๋า


    ส่วนเพื่อนห้องอื่นยกเก้าอี้กลับไปเก็บห้องเดิมของตนก่อนรีบเก็บของใช้ส่วนตัวและมาร่วมวิ่งกับห้องสาม


    ณลู่วิ่งสนามกีฬาโรงเรียนมัธยมอันดับหนึ่งเมืองกรีน


    ตันจิ่วหัวหน้าห้องสามที่เวลานี้ทำหน้าที่เป็นผู้จัดการเรื่องระเบียบการวิ่งท่องจำสูตร


    เมื่อเขามองเห็นเพื่อนนักเรียนอบอุ่นและยืดเหยียดกล้ามเนื้อของร่างกายได้ครู่หนึ่ง


    เขาตะโกนถามความพร้อมของเพื่อนนักเรียนที่วันนี้มีมากถึง70 คนว่า “พร้อมหรือยังทุกคน?”


    “พร้อมแล้ว”นักเรียนส่งเสียงบอกเขาพร้อมกัน


    “เริ่มได้”ตันจิ่วตะโกนบอกเพื่อนๆพร้อมกับที่ตัวเขาเองเริ่มวิ่งเหยาะๆนำหน้าทุกคน


    “หนึ่งกฎความปลอดภัยและทักษะในการปฏิบัติการเคมี ว่าด้วย.....”


    “สอง การวัดปริมาณสารว่าด้วย.....”


    “สาม หน่วยวัดทางเคมีว่าด้วย.....”


    “สี่แบบจำลองอะตอม ว่าด้วย.....”


    “ห้าอนุภาคในอะตอมและไอโซโทป ว่าด้วย.....”


    “หก การจัดเรียงอิเล็กตรอนในอะตอมว่าด้วย.....”


    “เจ็ดตารางธาตุและสมบัติของธาตุหมู่หลัก ว่าด้วย.....”


    “แปดธาตุแทรนซิชัน ว่าด้วย.....”


    “เก้าธาตุกัมมันตรังสี ว่าด้วย.....”


    “สิบการนำธาตุเคมีไปใช้และผลกระทบ ว่าด้วย.....”


    เพื่อนนักเรียนวิ่งจนถึงเวลา16.30 น.และยังคงมีนักเรียนอีกสิบกว่าคนที่ท่องจำเนื้อหาและประเด็นหลักไม่ได้


    แต่ทว่าซ่งเย่ซูฉี เกาเฉินและเพื่อนชายอีกสามคนไม่ได้อยู่วิ่งด้วยอีกต่อไป


    ทั้งหกคนสะพายกระเป๋าเป้และวิ่งมุ่งหน้าตรงไปยังป่าหลังโรงเรียนที่เชื่อมต่อกับพื้นที่กำลังก่อสร้างอพาร์ตเมนท์


    ……….


    หลี่เค่อซินที่ไม่ได้ร่วมวิ่งท่องจำเนื้อหาวิชาเคมี


    แต่เธอออกไปทานขนมกับเพื่อนต่างห้องที่ไม่ชอบซ่งเย่เหมือนกัน


    ขณะที่เธอเดินกลับมาหน้าโรงเรียนเพื่อรอขึ้นรถของทางบ้านที่จะมารับ


    ทำให้เธอพบเห็นกลุ่มของซ่งเย่ทั้งหกคนวิ่งสะพายกระเป๋าออกจากหน้าโรงเรียนและมุ่งตรงไปยังตรอกเล็กข้างโรงเรียน

    อย่างรวดเร็ว


    “นั่นพวกเขาจะไปที่ไหนกัน?”


    หลี่เค่อซินแปลกใจที่พบว่าทุกคนมีท่าทางกระตือรือร้นเหมือนกับกำลังจะไปทำสิ่งที่สำคัญมาก


    ท่าทางของคนทั้งห้าที่เหมือนกันซึ่งยกเว้นซ่งเย่ได้กระตุ้นความสนใจของหลี่เค่อซิน


    และเธอตัดสินใจที่จะตามไปดูซ่งเย่และเพื่อน


    เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาคนขับรถและแจ้งให้เขามารับตนเองในอีกครึ่งชั่วโมงถัดไป


    จากนั้นหลี่เค่อซินวิ่งตามกลุ่มของซ่งเย่ไปทางตรอกเล็กนั้น


    ปรากฏว่าหลี่เค่อซินวิ่งมาเจอป่าหลังโรงเรียนแต่เธอกลับไม่พบใครสักคน“เอ๊ะ! หายไปไหนกันหมด?”


    เธอกวาดสายตามองรอบตัวและไม่ได้ความผิดปกติหรือได้ยินเสียงใดๆจึงถอนหายใจด้วยความเสียดาย


    “หายไปเร็วเสียจริงฉันต้องรู้ให้ได้ว่าพวกเขาไปทำอะไรกัน?”หลี่เค่อซินกำมือแน่นและหันหลังวิ่งกลับทางเดิม


    อีกด้านหนึ่งในป่าซึ่งอยู่คนละฟากกับหลี่เค่อซิน


    เวลานี้ซ่งเย่ให้ทุกคนฝึกนั่งม้าอย่างสงบนิ่งพร้อมกับฝึกลมหายใจที่เธอสอนให้กับเพื่อนๆ


    ซ่งเย่ต้องการทดสอบสภาพความแข็งแกร่งของร่างกายทุกคนอีกครั้งก่อนเริ่มทักษะต่อสู้บทแรก


    บังเอิญว่าเป็นจังหวะที่หลี่เค่อซินพยายามใช้สัมผัสตนเองตรวจสอบหาทุกคนแต่ไม่พบและเธอได้ล่าถอยไป


    “คิดจะมาสอดแนมหรือ?”ซ่งเย่ยกยิ้มมุมปากขณะยืนดูอยู่ด้านหลังของเพื่อนทั้งห้าคน


    สิบห้านาทีผ่านไป


    ซูฉี เกาเฉินเทาเอ้อ เป่ยกวง หวางอ้ายต่างมีเหงื่อออกท่วมตัวและพยายามกัดฟันสู้สุดฤทธิ์


    ทุกคนขาสองข้างเริ่มสั่นเทาและมีใบหน้าแดงกันถ้วนหน้า


    “เอาล่ะพอแล้ว”ซ่งเย่ส่งสัญญาณเมื่อประเมินความแข็งแกร่งของเพื่อนๆได้แล้ว


    “โอ๊ะ โอ้แฮ่กแฮ่ก” แต่ละคนล้มตัวลงนอนแผ่หลาบนพื้นหญ้าและส่งเสียงเหนื่อยหอบอย่างหมดแรง


    “ทำได้ดีทีเดียวเอาล่ะมาเริ่มท่าแรกกันได้แล้ว” ซ่งเย่พยักหน้าพอใจกับความอดทนของเพื่อน


    เธอส่งเสียงเรียกให้ทุกคนลุกขึ้นยืนแยกขาเล็กน้อยเพื่อเริ่มฝึกทักษะต่อสู้ท่าแรก


    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ครานี้ข้าจะเหยียบย่ำพวกเจ้าเอง ที่คุณอ่าน

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    มหามรรคาไร้เทียมทาน

    มหามรรคาไร้เทียมทาน

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    423K 812
    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    ราชันธาตุผ่ามิติเซียน

    ราชันธาตุผ่ามิติเซียน

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    364K 318
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.85M 1262
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 2 สยบสวรรค์)

    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 2 สยบสวรรค์)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.13M 1288
    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    นิยาย รัก
    3.84M 3388