แกร๊ก!
เสียงกลอนประตูรั้วเหล็กที่ถูกปิดลงดังสนั่น
เป็เหมือนสัญญาณตัดขาดจากโลกภายนอกที่เต็มไปด้วยเสียงกรีดร้องและความตาย
ทั้งสองคนยืนพิงประตูหอบหายใจอย่างหนักหน่วง
อะดรีนาลีนที่เคยพลุ่งพล่านค่อยๆ ลดระดับลง เหลือเพียงเสียงหัวใจที่เต้นรัวอยู่ในอก
สำหรับเจสสิก้า มันไม่ใช่เวลาที่จะพัก
เธอเข้าสู่โหมดปฏิบัติการในทันที
หญิงสาวทำสัญลักษณ์มือให้เบอร์รี่เงียบและหลบเข้าที่กำบังหลังเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ที่ถูกทิ้งร้าง
ดวงตาคมกริบของเธอสแกนไปทั่วโถงทางเข้าที่เปิดโล่งอย่างรวดเร็ว
กล้องวงจรปิดบนเพดานไฟดับสนิทดี
คราบเืแห้งกรังบนพื้นบ่งบอกทิศทางที่ฝูงนรกนั่นเคยผ่านมา
น่าสนใจ แต่ที่สำคัญที่สุด
โถงโล่งๆ แบบนี้มันคือคิวบ็อกชัดๆ
เป็จุดตายที่ง่ายต่อการถูกซุ่มโจมตีที่สุด
“เรา้าห้องที่ป้องกันได้ มีทางเข้าออกทางเดียว และมีทรัพยากร” เจสสิก้าสรุปสถานการณ์เสียงเรียบ
ก่อนจะหันไปทางเบอร์รี่ “ตามฉันมา”
เธอนำทางไปตามทางเดินของโรงพยาบาลอย่างเงียบเชียบและรวดเร็วราวกับเงา
เบอร์รี่ที่วิ่งตามไปก็อดทึ่งไม่ได้ ผู้หญิงคนนี้
เธอเหมือนเครื่องจักรสังหารที่ถูกตั้งโปรแกรมมาเพื่อการเอาชีวิตรอดโดยเฉพาะ
มันทำให้เบอร์รี่รู้สึกวางใจได้อย่างน่าประหลาด
เจสสิก้ามาหยุดอยู่หน้าประตูไม้บานหนึ่งที่มีป้ายเขียนว่าห้องพักแพทย์เวร
เป้าหมายที่สมบูรณ์แบบ
แต่ประตูใช้ระบบคีย์การ์ดอิเล็กทรอนิกส์ และแน่นอนว่าไฟดับสนิท
เหลือเพียงรูกุญแจสำรองสำหรับเปิดแบบแมนนวลเท่านั้น
“เป็แม่กุญแจนิรภัยสูง ต้องใช้เวลาหน่อย คุ้มกันให้ฉัน” เจสสิก้าพูด
พร้อมกับหยิบชุดเครื่องมือสะเดาะกุญแจขนาดเล็กแต่ดูไฮเทคออกมาจากซอกเสื้อสูทของเธอ
ขณะที่หญิงสาวกำลังจะลงมือ เบอร์รี่ก็สังเกตเห็นบางอย่างที่เจสสิก้ามองข้ามไป
“เดี๋ยวก่อน...” เธอชี้ไปที่ช่องระบายอากาศเล็กๆ ที่อยู่เหนือกรอบประตู
“โรงพยาบาลเก่าๆ แบบนี้ ระบบสายไฟมักจะเดินรวมกันอยู่ข้างบนนั่น ฉันอาจจะพอมีวิธี”
เจสสิก้าเลิกคิ้วมองเธอ แต่ก็ยอมถอยออกมา
“ขอยืมบ่าหน่อย” เบอร์รี่พูดสั้นๆ
เจสสิก้าไม่ได้ตอบอะไร แต่เธอย่อตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้เบอร์รี่ปีนขึ้นไปบนบ่าของเธอได้อย่างถนัด
กลิ่นแชมพูอ่อนๆ จากผมสีชมพูของเบอร์รี่ลอยมาแตะจมูกของเจสสิก้าอย่างไม่ตั้งใจ
ทำให้หัวใจที่เ็าของเธอเผลอกระตุกไปแวบหนึ่ง
เบอร์รี่เปิดฝาช่องระบายอากาศออก ก่อนจะล้วงเข้าไปขยับสายไฟสองสามเส้นด้วยความชำนาญ
เธอใช้ความรู้ด้านอิเล็กทรอนิกส์พื้นฐานที่เคยเรียนมาทำการต่อสายตรง
ติ๊ด!
ไฟที่แผงคีย์การ์ดสว่างวาบขึ้นมาชั่วครู่ พร้อมกับเสียงปลดล็อกที่ดังขึ้น
เจสสิก้ามองเบอร์รี่ที่ปีนลงมาจากบ่าของเธอด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน
ไม่ใช่แค่ความทึ่ง แต่เป็แววตาของการยอมรับในสกิลแฝง
เจสสิก้าเก่งเื่กลไก แต่เบอร์รี่ฉลาดเื่ระบบ
บางทีพวกเธออาจจะเป็ทีมที่ไม่เลวนักก็ได้
ทันทีที่เข้ามาในห้องและล็อกประตูจากข้างใน
ความตึงเครียดที่เจสสิก้าแบกรับไว้ก็คลายลงในที่สุด
ราคาของการต่อสู้ก่อนหน้านี้ปรากฏผล
ร่างของเธอทรุดลงเล็กน้อย
มือข้างหนึ่งกุมไปที่สีข้างลำตัว สีหน้าซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด
เบอร์รี่ที่เห็นอาการนั้นก็เข้าสู่โหมดพยาบาลเต็มตัวทันที
“ถอดเสื้อสูทออก”
“แผลแค่นี้เอง ไม่ตายหรอกน่า” เจสสิก้าปฏิเสธเสียงแข็ง
เบอร์รี่เดินเข้าประชิด
ยืนค้ำร่างของเจสสิก้าที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ด้วยแววตาที่เด็ดเดี่ยว
“ถ้าแผลติดเชื้อแล้วคุณไข้ขึ้นจนเพ้อ ใครจะปกป้องฉัน? หรือถ้าคุณตายขึ้นมา ฉันต้องลากศพคุณหนีซอมบี้ไปด้วยรึไง? อย่าทำตัวเป็ภาระจะได้ไหม”
คำพูดนั้นเหมือนมีดที่กรีดลึกลงไปในใจของเจสสิก้า
เธอเงียบไป ก่อนจะยอมถอดเสื้อสูทสีดำและเสื้อเชิ้ตสีขาวที่ชุ่มโชกไปด้วยเืออกอย่างช้าๆ
เบอร์รี่เผลอกลั้นหายใจไปชั่วขณะ
นี่เป็ครั้งแรกที่เธอได้เห็นเรือนร่างของเจสสิก้าอย่างเต็มตา
กล้ามเนื้อที่ไม่ได้ใหญ่โตเหมือนนักกล้าม แต่กลับกระชับสวยงามทุกสัดส่วน
ผิวขาวจัดของเธอตัดกับรอยแผลเป็น้อยใหญ่ที่พาดผ่านราวกับแผนที่บอกเล่าเื่ราวในอดีต
และาแใหม่ที่สีข้างลำตัวซึ่งกำลังมีเืสีแดงสดไหลซึมออกมาไม่หยุด
“นั่งลงบนเตียง” เบอร์รี่สั่งเสียงเรียบ พยายามซ่อนความรู้สึกหวั่นไหวที่เกิดขึ้นในใจ
เธอค้นหาชุดปฐมพยาบาลในตู้เก็บของ
แล้วจึงกลับมาเริ่มทำแผลให้เจสสิก้า
บรรยากาศในห้องเงียบสงัด มีเพียงเสียงลมหายใจของคนสองคนเท่านั้น
ปลายนิ้วของเบอร์รี่สั่นเล็กน้อยเมื่อมันัักับผิวอุ่นๆ ของเจสสิก้า
เธอใช้สำลีชุบแอลกอฮอล์แตะลงบนปากแผลอย่างแ่เบาที่สุด
เจสสิก้าเกร็งตัวขึ้นมารับความเ็ปอย่างเงียบงัน
หยดเหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดขึ้นบนหน้าผากของเธอภายใต้แสงไฟสีนวลจากโคมไฟบนโต๊ะ
หัวใจของเบอร์รี่เต้นรัวจนเธอแอบกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน
“มือเบากว่าที่คิด” เจสสิก้ากัดฟันพูดออกมา
“ก็บอกแล้วไงว่าฉันเป็พยาบาล” เบอร์รี่ก้มหน้าทำแผลต่อ ไม่กล้าสบตา
ขณะที่เบอร์รี่ต้องโน้มตัวเข้าไปใกล้เพื่อจะติดพลาสเตอร์ปิดแผลผืนสุดท้าย
ปอยผมสีชมพูของเธอก็ปรกตกลงมาที่ใบหน้า
เจสสิก้ายกมือข้างที่ว่างขึ้นมาอย่างเชื่องช้า
ใช้นิ้วปัดปอยผมนั้นออกจากแก้มของเบอร์รี่ให้อย่างแ่เบาโดยไม่รู้ตัว
ปลายนิ้วที่เย็นเฉียบของเธอัักับผิวแก้มอุ่นๆ ของเบอร์รี่
ทั้งคู่ชะงักและสบตากันในระยะประชิด
โลกทั้งใบเหมือนหยุดหมุนอยู่ชั่วขณะ (⸝⸝⸝ᵒ̴̶̷ ⌑ ᵒ̴̶̷⸝⸝⸝)
เบอร์รี่เป็ฝ่ายผละตัวออกมาจากภวังค์ก่อน เธอรีบทำแผลต่อจนเสร็จสิ้นในความเงียบที่น่าอึดอัด
เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย
ความอ่อนเพลียที่สะสมมาตลอดทั้งวันก็ถาโถมเข้าใส่เบอร์รี่จนเธอแทบจะยืนไม่ไหว
เจสสิก้ามองเบอร์รี่ที่ยืนโงนเงนอยู่ ก่อนจะขยับตัวไปชิดกำแพง
เปิดพื้นที่ว่างบนเตียงเดี่ยวแคบๆ นั้น
เบอร์รี่เป็ฝ่ายผละตัวออกมาจากภวังค์ก่อน เธอรีบทำแผลต่อจนเสร็จสิ้นในความเงียบที่น่าอึดอัด
“ร..เราควรผลัดกันนอน...” เบอร์รี่พูดเสียงแ่
เจสสิก้ามองสภาพของเบอร์รี่ด้วยสายตาเรียบนิ่ง ก่อนจะส่ายหน้าช้าๆ
“สภาพเธอตอนนี้ต่อให้ลืมตาก็เหมือนหลับ เฝ้ายามไปก็ไม่มีประโยชน์”
เธอพยักพเยิดไปทางเตียง “ไปนอนซะ นั่นคือคำสั่ง”
เบอร์รี่ไม่มีแรงจะเถียงอีกต่อไป
เธอจึงล้มตัวลงนอนบนเตียงอย่างว่าง่าย
ร่างกายที่เหนื่อยล้ามาทั้งวันทำให้เปลือกตาของเธอหนักอึ้งจนแทบจะลืมไม่ขึ้น
เจสสิก้าไม่ได้พักผ่อน
เธอลากเก้าอี้ตัวหนึ่งไปนั่งพิงผนังข้างประตู วางดาบคาตานะคู่ใจพาดไว้บนตักอย่างมั่นคง
ท่านั่งของเธอดูผ่อนคลายแต่ก็พร้อมที่จะพุ่งเข้าจู่โจมได้ทุกวินาที
ภาพสุดท้ายที่เบอร์รี่เห็นก่อนจะจมดิ่งสู่ห้วงนิทรา
...คือเงาร่างของนักฆ่าสาวที่นั่งเฝ้าเวรยามให้เธออย่างเงียบงันในความมืด
เป็ครั้งแรกในรอบหลายชั่วโมงที่เธอรู้สึกปลอดภัยอย่างแท้จริง ₍ᐢ.ˬ.ᐢ₎