หลายวันต่อมาบ้านของเดซี่ก็ถูกสร้างเสร็จ นอกจากนี้บ้านของเจ้าหน้าที่ภายในเมืองก็ถูกสร้างเสร็จไปกว่าห้าสิบเปอร์เซ็นต์แล้ว ส่วนอื่นๆของเมืองก็เพิ่งจะเริ่มต้น
เมืองของไลท์ยังไม่ได้เริ่มสร้างกำแพงเมืองเพราะเขาต้องการที่จะสร้างทุกๆอย่างให้เสร็จเรียบร้อยก่อน เพราะไม่แน่ว่าอาจจะต้องกินพื้นที่ออกไปนอกเมืองก็ได้ใครจะไปรู้ ส่วนตรงกลางเมืองก็จะมีน้ำพุขนาดใหญ่ตั้งอยู่และยังมีพื้นที่โล่งกว้างขนาดใหญ่ที่สามารถจุประชาชนได้มากกว่าสองแสนคน
พริบตาเดียวก็ผ่านไปหนึ่งเดือนกว่า
สมาชิกเดธปาร์ตี้นอกจาเดซี่และเบเรียลพวกเขาก็กลับไปที่โลกภายในหอคอยแห่งนิรันดร์อีกครั้งเพื่อที่จะไปหาเก็บเกี่ยวประสบการณ์และสมบัตินำมาฝึกฝนให้กับตัวเอง
เมืองของไลท์ก็ถูกสร้างเสร็จไปกว่าห้าสิบเปอร์เซ็นต์ ซึ่งส่วนที่สร้างเสร็จแล้วก็คือโซนที่ทำงานของเจ้าหน้าที่ต่างๆไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ไลท์คิดขึ้นมาเองหรือเจ้าหน้าการเกษตร
ในตอนแรกทุกๆคนก็สงสัยว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่การเกษตรคืออะไร
ไลท์จึงตอบกลับไปว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจหรือที่เรียกสั้นๆว่าตำรวจนั้นพวกเขามีหน้าที่คอยดูแลความสงบสุขภายในเมือง ถ้าหากเกิดเรื่องราวต่างๆขึ้นพวกเขาจะมีหน้าที่ช่วยเหลือประชาชนและจับกุมผู้ร้ายหรือกลุ่มคนที่เข้ามาสร้างความวุ่นวายภายในเมือง
นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ยังสามารถออกไปสู้รบกับคนอื่นๆได้เหมือนกับทหารอีกด้วย
ส่วนเจ้าหน้าที่การเกษตรคือเจ้าหน้าที่ที่คอยดูแลเรื่องการปลูกผัก ทำไร่ ทำนา ปลูกข้าวรวมไปถึงฟาร์เลี้ยงสัตว์ของเมือง
ถัดมาที่สร้างเสร็จไปกว่าครึ่งก็คือโซนค้าขาย
เพราะไลท์ต้องการให้พ่อค้าแม่ค้าจำนวนมากเข้ามาที่เมืองก่อนเพื่อที่จะให้พวกเขานำสินค้ามาเตรียมพร้อมสำหรับช่วงที่เปิดเมือง เพราะถ้าหากเขาสร้างโซนค้าขายเสร็จเป็นโซนสุดท้ายแล้วพวกพ่อค้าแม่ค้าก็จะนำสินค้ามาที่เมืองได้ช้าเกินไปนั่นเอง
แน่นอนว่าโซนนี้จะทำกำไรให้กับไลท์อย่างมากเพราะว่าที่ดินของโซนนี้จะมีราคาแพงมากซึ่งต่ำสุดก็อยู่ที่หนึ่งล้านจีเซลจนไปถึงหลักหลายสิบล้านจีเซลเลยทีเดียว ซึ่งการซื้อที่ดินสามารถผ่อนจ่ายได้
ถัดจากโซนพ่อค้าแม่ค้าก็คือโซนบ้านพักของชาวบ้านทั่วๆไป
ซึ่งไลท์ได้นำเอาหอพักที่ใช้ในชีวิตเก่าของเขากลับมาใช้อีกครั้งในโลกใบนี้ ซึ่งการที่จะเช่าห้องพักได้จะต้องเป็นคนของเมืองนี้เท่านั้น ซึ่งราคาห้องพักนั้นจะราคาถูกมากแต่อุปกรณ์ต่างๆภายในห้องนั้นมีครบ แน่นอนว่าไลท์ได้นำวิธีการใช้ห้องน้ำแบบที่ใช้ในโลกเก่าของเขากลับมาด้วย และเขาได้ใช้เวทย์มนต์เบาๆในการทำความสะอาดโถส้วมอีกด้วย
ซึ่งห้องน้ำแบบที่ไลท์นำมาใช้นั้นถูกใจสมาชิกเดธปาร์ตี้อย่างมาก ซึ่งมันทั้งสะดวกและรวดเร็วในการขับถ่าย
ส่วนราคาที่ดินของโซนนี้ก็จะอยู่ที่หลักแสนจนไปถึงหลักล้านและสิบล้านจีเซล แน่นอนว่ายังมีที่ดินโซนพิเศษที่การจะได้มานั้นจะต้องใช้แต้มความดีแลกมาเท่านั้นซึ่งโซนนี้จะเป็นโซนที่นับว่าหนึ่งในสถานที่ดีที่สุดของโซนที่พักอาศัยด้วย
นอกจากนี้โซนที่พักอาศัยก็ยังมีสระน้ำและสถานที่ออกกำลังกายขนาดใหญ่เพื่อให้ชาวบ้านได้ออกมาพูดคุยและออกกำลังกายกันตอนเช้าและตอนเย็น
สำหรับทุนในการสร้างเมืองของไลท์นั้นน้อยมาก และเงินที่ได้จากการขายที่เดินทั้งหมดนั้นจะถูกเก็บเข้ากองกลางและใช้ในการพัฒนาเมืองต่อไป
ทางด้านช่างฝีมือและแรงงานทั้งหมดเป็นทางฝั่งที่สามอาณาจักรจัดเตรียมไว้ให้จึงทำให้ไลท์ไม่ได้เสียเงินในเรื่องนี้ แต่ไลท์ก็ไม่ใช่คนที่จะยอมติดหนี้คนอื่นฟรีๆ เพราะฉะนั้นเขาจึงรับปากกกับราชาทั้งสามว่าเขาจะรับลูกหลานของพวกเขาให้เข้ามาเรียนในสถาบันฝึกสอนการต่อสู้และเวทย์มนต์ที่ไลท์จะเป็นคนสอนในช่วงแรกและจะให้สมาชิกคนอื่นๆผลัดกันมาสอน
ต้องรู้ก่อนว่าการที่ได้ร่ำเรียนทักษะการต่อสู้จากไลท์และได้ฝึกฝนโดยที่มีไลท์คอยแนะนำนั้นจะทำให้ลูกหลานของพวกเขาแข็งแกร่งขึ้น ไม่แน่ว่าบางทีอาจจะมีสักคนที่มาถึงระดับSหรือขึ้นไปยังระดับSSเลยก็ได้ ซึ่งการเสียแค่ทรัพยากรเล็กๆน้อยๆแต่แลกกับการที่ได้ตัวตนระดับSSกลับมานั้นย่อมเป็นทางฝั่งของสามอาณาจักรที่ได้กำไร
นอกจากนี้ในสถานที่ห่างออกไปไม่ไกลก็ได้มีการสร้างศูนย์บัญชาการของสภาจอมเวทย์ขึ้นมาเป็นศูนย์เล็กๆเท่านั้น ซึ่งศูนย์บัญชาการสภาจอมเวทย์แห่งนี้จะมีหน้าที่ดูแลพื้นที่แถบนี้ทั้งหมดรวมไปถึงเมืองของไลท์อีกด้วย
แม้ว่าผู้คนส่วนมากจะงุนงงและคิดว่านี้ก็คือเมืองของสภาจอมเวทย์ไม่ใช่หรอแล้วจะไปสร้างศูนย์บัญชาการสภาจอมเวทย์อีกทำไม แต่พวกเขาก็ได้แค่คิดเท่านั้นและเลิกให้ความสนใจไปในที่สุด
แน่นอนว่าเมื่อมีสภาจอมเวทย์แล้วก็ต้องมีสมาคมนักผจญภัย
ซึ่งทางสมาคมนักผจญภัยก็ได้สร้างตึกสมาคมนักผจญภัยขึ้นที่โซนค้าขาย พวกเขาได้จ่ายเงินมหาศาลเพื่อที่จะซื้อทำเลที่ดีที่สุดของโซนนี้อีกด้วย ส่วนผู้ดูแลที่จะรับหน้าที่มาดูแลที่แห่งนี้ก็ต้องเป็นตัวตนระดับS แต่ยังไม่รู้ว่าใครจะมาเป็นผู้ดูแลที่แห่งนี้
เมื่อเมืองดำเนินการสร้างเสร็จไปกว่าครึ่งแล้วก็ถึงเวลาที่ไลท์จะต้องหาเจ้าหน้าที่เข้ามาดูแลเมืองแห่งนี้แล้ว ไลท์จึงได้ขอให้คุณเฟลิกซ์ส่งเจ้าหน้าที่ที่เป็นหัวหน้ามาที่เมืองของเขาหน่อย ซึ่งเขาจะให้เจ้าหน้าที่เหล่านั้นเป็นคนฝึกเจ้าหน้าที่รุ่นต่อไป และหลังจากที่ฝึกเสร็จแล้วไลท์ก็จะให้เจ้าหน้าที่ของสภาจอมเวทย์กลับไปทำงานที่สภาจอมเวทย์เหมือนเดิม
ส่วนทางด้านของเจ้าหน้าที่ตำรวจไลท์ได้ส่งคนไปติดป้ายประกาศว่าเขาต้องการชายหนุ่มหรือหญิงสาวที่คิดว่าตัวเองมีคุณธรรมและเป็นคนที่ยุติธรรมเข้าร่วมหน่วยงานนี้ แต่ไลท์ไม่ได้บอกเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้นคือหน่วยงานอะไร
แน่นอนว่าผลตอบรับค่อนข้างดีเลยทีเดียว ซึ่งพวกเขาได้มีชายหนุ่มและหญิงสาวกว่าหนึ่งพันสามร้อยคนเข้าร่วม ซึ่งคนส่วนมากที่เข้าร่วมจะเป็นคนที่อาศัยอยู่คนเดียวหรือคนที่ถูกทอดทิ้งเช่นเด็กกำพร้าเป็นต้น ทำให้เด็กเหล่านั้นมีความตั้งใจที่จะเปลื่ยนแปลงชีวิตของตัวเอง
อาทิเช่น เวอร์โก้
เวอร์โก้เป็นชายหนุ่มอายุสิบห้าปี เขาเป็นเด็กกำพร้าในสถานรับเลี้ยงเด็กเล็กๆแห่งหนึ่งในเมืองไนน์วัลที่เป็นเมืองที่ติดอยู่กับป่าอูการ์แห่งอาณาจักรแซมเปิ้ล
นอกจากนี้เขายังมีน้องสาวและน้องชายที่อายุสิบสามปีและสิบปีอีกสองคนด้วย ในฐานะพี่คนโตเขาจึงออกมาหางานทำตามที่ต่างๆ แต่โชคร้ายที่เขาเป็นเด็กกำพร้าจึงมักจะถูกดูถูกและถูกเหยียดหยามจากคนอื่นๆ ทำให้เวอร์โก้ท้อแท้ใจอย่างมาก
จนกระทั้งเมื่อวานเขาได้ยินผู้คนจำนวนมากบอกว่าที่เมืองที่กำลังจะสร้างขึ้นมานั้นได้ประกาศรับสมัครเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งเป็นคำศัพท์ที่แปลกใหม่สำหรับทุกๆคน เวอร์โก้จึงรู้สึกสนใจและคิดว่าเขาจะต้องเข้าเป็นหนึ่งในหน่วยนี้ให้ได้และถ้าหากเขาทำได้อนาคตของน้องชายและน้องสาวของเขาก็จะปลอดภัยไม่ต้องอดตายอีก
ซึ่งไลท์จะเป็นคนออกกฏของหน่วยงานนี้เอง นอกจากนี้หน่วยงานนี้ก็ยังได้รับแต้มความดีอีกด้วยถ้าหากปฏิบัติงานดีหรือจับกุมคนที่ก่อเรื่องวุ่นวายได้ ซึ่งแน่นอนก็ย่อมต้องมีพวกหัวหมอที่จัดฉากสั่งให้คนของตัวเองตีกันเพื่อที่จะเอาแต้มความดี ซึ่งไลท์ได้เตรียมค่ายกลหนึ่งเอาไว้ซึ่งก็คือค่ายกลแห่งสัจจะธรรม
เมื่อใครก็ตามที่อยู่ภายในค่ายกลนี้จะพูดความจริงทั้งหมดต่อให้พยายามปิดบังมากแค่ไหนก็ตาม และถ้าหากมีเจ้าหน้าที่ที่ใช้วิธีการแบบนี้พวกเขาก็จะถูกไล่ออกและต้องติดคุกเป็นเวลาหลายปีและไล่ออกจากเมืองอีกด้วย
ห่างออกไปจากเมืองประมาณห้ากิโลเมตร
ชายหนุ่มและหญิงสาวจำนวนมากกว่าหนึ่งพันคนได้มารวมตัวกัน เพราะว่าไลท์ได้บอกให้ทุกคนมารวมตัวกันที่แห่งนี้
ไม่นานไลท์และเบเรียลก็เดินขึ้นเวที
ไลท์กวาดสายตามองรอบๆก่อนที่จะยิ้มขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์
“ ทุกคนคงสงสัยใช่ไหมว่าฉันคือใคร? แน่นอนว่าฉันไม่บอกพวกนายหรอก แต่ในวันนี้ฉันจะมาเป็นหัวหน้าผู้ฝึกฝนพวกนายโดยเฉพาะ ฉันขอบอกไว้ตรงนี้เลยว่าการฝึกฝนของฉันนั้นหนักหนาอย่างมากและใครก็ตามที่ไม่สามารถทนการฝึกฝนของฉันได้ก็สามารถถอนตัวได้ตลอดเวลา ฉันไม่ได้ต้องการคนที่อ่อนแอเข้ามาเป็นกองกำลังของเมืองแห่งนี้ นอกจากนี้ฉันจะบอกพวกนายด้วยว่าถ้าหากพวกนายสามารถเข้าร่วมกับกองกำลังตำรวจได้ อนาคตของพวกนายทุกคนจะแข็งแกร่งขึ้นมาก พวกนายคงสงสัยใช่ไหมว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจคืออะไร? ” ไลท์พูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม
ชายหญิงจำนวนมากพากันสงสัยและไม่รู้ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจคืออะไร
“ เจ้าหน้าที่ตำรวจคือเจ้าหน้าที่พิเศษของเมืองพวกเขาก็เหมือนกับเจ้าหน้าที่ที่คอยดูแลบ้านเมืองของเมืองอื่นๆ แต่เมืองของพวกเรานั้นจะถูกเรียกว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งตำรวจเองก็จะมีเครื่องแบบของตัวเองอีกด้วยซึ่งทำให้สามารถแยกแยะออกจากคนธรรมดาได้อย่างชัดเจน เอาล่ะใครที่ไม่อยากเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจก็สามารถถอนตัวได้ภายในสิบนาที ถ้าหากเกินกว่านั้นแล้วฉันจะถือว่าทุกๆคนตัดสินใจที่จะเข้าร่วมหน่วยงานนนี้ ” ไลท์พูดขึ้น
เวลานี้ทุกๆคนต่างก็เข้าใจแล้วว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจคืออะไร
เมื่อหลายคนรู้แล้วพวกเขาก็พากันแสดงสีหน้าลังเลออกมา เพราะในหลายๆที่นั้นเจ้าหน้าที่ที่ดูแลเมืองนั้นจะต้องทำงานหนักและได้รับเงินเดือนน้อยนิด ทำให้พวกเขาไม่ค่อยอยากที่จะทำงานแบบนี้สักเท่าไหร่
เมื่อมีคนแรกที่เดินออกจากแถวก็เริ่มมีหลายๆคนที่ออกจากแถวไปด้วยเหมือนกัน
พริบตาเดียวก็ผ่านไปสิบนาทีในที่สุดก็มีคนที่ออกจากแถวไปมากกว่าสองร้อยคน ทำให้ตอนนี้เหลือคนแค่หนึ่งพันหนึ่งร้อยกว่าคนเท่านั้น แน่นอนว่าจำนวนขนาดนี้ย่อมเป็นจำนวนที่น้อยนิดแต่ว่านี้ก็เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจกลุ่มแรกเท่านั้นจากนั้นก็ต้องมีรุ่นที่สองและสามตามมาเรื่อยๆ
“ เอาล่ะฉันได้สร้างสถานที่ฝึกฝนพวกเธอทุกคนไว้ให้แล้วตามฉันมา ” ไลท์พูดจบเขาก็เดินนำทุกๆคนไปทันที
ไม่นานไลท์และเบเรียลก็พาทุกๆคนมายังค่ายฝึกแห่งหนึ่ง ซึ่งด้านบนเขียนเอาไว้ว่า ค่ายฝึกเจ้าหน้าที่ตำรวจ
ไลท์พาทุกๆคนไปยังลานกว้างก่อนที่เขาจะเดินขึ้นบนเวที
“ ฉันขอบอกเลยว่าการฝึกของเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้นจะกินเวลาเป็นเดือนๆ ถ้าหากใครที่มีนิสัยเป็นลูกคุณหนูไม่อยากออกกำลังกายก็กลับไปได้เลย ” ไลท์พูดขึ้น
ไม่นานก็มีคนกลับไปอีกประมาณห้าสิบกว่าคน จนถึงตอนนี้จำนวนคนที่เหลืออยู่ก็ประมาณหนึ่งพันกว่าคน
“ ไม่เลวๆ ถ้าหากทุกคนฝึกฝนสำเร็จฉันเชื่อว่าอนาคตของทุกคนจะต้องพุ่งทะยานอย่างแน่นอน ” ไลท์หัวเราะออกมา
“ การฝึกไม่มีแบ่งชายหญิง แต่ห้องนอนและห้องอาบน้ำจะมีการแบ่งแยกชายหญิง แน่นอนว่าถ้าหากใครได้รับบาดเจ็บก็จะมีจอมเวทย์ธาตุแสงช่วยรักษาอาการบาดเจ็บให้เพราะฉะนั้นทุกคนสามารถฝึกฝนได่อย่างเต็มที่ ”ไลท์พูดขึ้น
หลังจากนั้นไลท์ก็สั่งให้ทุกคนแบ่งกลุ่มกัน ซึ่งแต่ละกลุ่มจะมีจำนวนคนห้าสิบคน ซึ่งจะถูกแบ่งออกมายี่สิบเอ็ดกลุ่ม
แน่นอนว่าพวกครูฝึกนั้นไลท์ก็ได้ให้เจ้าหน้าที่ของสภาจอมเวทย์ที่มีความแข็งแกร่งในระดับAมากกว่าสามสิบคนมาช่วยดูแลด้วยเหมือนกัน เพราะเขาคนเดียวก็ไม่สามารถดูแลทุกๆคนได้หมด
ส่วนเรื่องอาหารการกินนั้นง่ายมาก อาหารที่กินส่วนมากก็ทำได้ง่ายๆเช่นเนื้อย่าง ข้าวผัดไข่ อะไรพวกนี้ที่ทำง่ายๆแล้วก็ทำได้ทีละจำนวนมากๆ
หลังจากที่แบ่งกลุ่มกันเสร็จแล้ว ไลท์ก็พูดขึ้นว่า “ ฉันไม่รู้หรอกนะว่าใครมาจากไหนแล้วครอบครัวของใครมีอำนาจมากแค่ไหน แต่เมื่อเป็นเจ้าหน้าที่ของเมืองแห่งนี้แล้วจะไม่มีอำนาจแบบนั้นอีกต่อไป เพราะทุกๆคนคือเพื่อนกันและเป็นเพื่อนร่วมรุ่นกัน แน่นอนว่าถ้าหากใครกล้าที่จะเบ่งอำนาจที่นี้ฉันก็จะไล่มันกลับทันที ”
เสียงพูดคุยของฝูงชนดังขึ้นแน่นอนก็มีบางส่วนไม่พอใจเพราะพวกเขาคือลูกหลานของตระกูลที่ยิ่งใหญ่ของเมืองที่อยู่ตามป่าอูการ์แม้ว่าจะไม่ใช่ตระกูลใหญ่มันก็นับว่าเป็นกองกำลังที่แข็งแกร่งกว่าคนธรรมดามาก แน่นอนว่าพวกเขาชอบที่จะดูถูกพวกคนธรรมดาอีกด้วย และเมื่อไหร่ออกกฏแบบนี้ก็ทำให้พวกเขาไม่ค่อยพอใจสักเท่าไหร่
ไลท์มองเห็นคนที่ทำสีหน้าท่าทางลังเลและไม่เต็มที่ แต่ทันใดนั้นเขาก็เห็นชายหนุ่มที่ร่างผอมแห้งคล้ายกับคนที่ขาดสารอาหาร แต่ดวงตาของเขานั้นเต็มไปด้วยความมุ่นมั่นและไม่ย่อท้อ สายตานี้แหละที่จะทำให้คนเหล่านี้แข็งแกร่งขึ้
นอกจากสายตาของเด็กหนุ่มคนนี้แล้วก็ยังมีอีกหลายสิบคนที่มีแววตามุ่งมั่น
‘ ดูเหมือนว่าในบรรดาพันกว่าคนนี้ก็ยังมีต้นกล้าชั้นดีอยู่เหมือนกันนะ ดูเหมือนว่าในอนาคตชักจะเริ่มน่าสนใจขึ้นมาสักหน่อยแล้วสิ ’ ไลท์ลอบยิ้มด้วยความยินดี