บทที่ 7
ทุนการศึกษาห้าพันหยวน
“นี่คือห้องพักที่คุณผู้ชายเตรียมไว้ให้ครับ ส่วนเื่ค่าเช่า คุณหนูถังจ่ายแค่ห้าร้อยหยวนต่อเดือน โดยจะต้องโอนค่าเช่ามาที่บัญชีนี้ทุก ๆ ต้นเดือนครับ” กู่ชวนหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาแล้วส่งเลขบัญชีให้กับถังซือซือ
“เป็ไปไม่ได้หรอก! ห้าร้อยเนี่ยนะ?” เธอใเมื่อได้ยินเื่ค่าเช่า
ระหว่างที่ถังซือซือกำลังใจนเกือบจะปฏิเสธ กู่ชวนเดินเข้ามาพร้อมยื่นกุญแจห้องให้เธอก่อนหันหลังเดินกลับออกไป
เมื่อสมัยตอนยังเป็นักเรียนในโลกเดิมเธอมีฐานะร่ำรวยอยู่แล้ว แค่เห็นห้องพักแบบนี้ก็รู้ทันทีว่าราคาขายอย่างน้อยต้องประมาณสักห้าหมื่นหยวน แต่ถ้าเช่าอยู่ก็ต้องมีแปดพันหยวนแน่นอน เป็ไปไม่ได้ที่จ่ายแค่ห้าร้อยหยวน
‘หรือรับไว้ก่อนดี?’
ความทรงจำของเ้าของร่างเดิมผุดขึ้นมา คอนโดเฟิงตันนี้เป็หนึ่งในอสังหาริมทรัพย์ของบริษัทตระกูลเซียว และคงไม่ต้องพูดถึงคนที่เป็เ้าของทรัพย์สินทั้งหมดนี้ ว่าจะเป็ใครไปไม่ได้นอกจากเซียวเฉินเยวียน
เขาทั้งรวยแล้วก็มีเจตนาแปลกดีชะมัด แต่เมื่อย้อนไปในสมัยอยู่ดาวเคปเลอร์ ด้วยการทำงานอย่างหนักมาหลายปี ถังซือซือประสบความสำเร็จเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่ก็สามารถซื้อบ้านได้หลายหลังโดยไม่มีปัญหา ช่างน่าเสียดายที่ตอนนี้ เธอต้องเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง
แต่ตอนนี้คงไม่ต้องมาทำตัวเกรงใจอะไรมาก เพราะเื่ใหญ่กว่านี้คือการทำงานหาเงินใช้คืน เมื่อเธอหาเงินได้มากพอในอนาคต เธอจะค่อยๆ จ่ายคืนในส่วนที่เขาลดค่าเช่าให้
มู่ซูเสียนรู้สึกประหม่ามากขึ้นก่อนหันไปคุยกับลูกสาว “ซือซือ ลูกรู้จักเพื่อนคนนี้ได้ยังไง? แล้วทำไมห้องพักหรูหรานี่ถึงราคาถูกมากล่ะ? เพื่อนของลูกคือ...” ดูเหมือนมู่ซูเสียนกำลังคิดถึงสถานภาพของเพื่อนลูกสาวตัวเองไปในทางที่ไม่ดี แล้วสีหน้าของเธอก็เริ่มซีดขาว
“แม่ แม่เหนื่อยใช่ไหม? ไปอาบน้ำพักผ่อนก่อนเถอะ พรุ่งนี้หนูมีสอบ งั้นหนูขอตัวเข้าห้องนอนก่อนนะคะ!”
หลังจากนั้น ระหว่างที่มู่ซูเสียนกำลังเดินเข้าห้องนอนส่วนตัว ถังซือซือรีบวิ่งเข้าไปในห้องของตัวเองทันที
ถังซือซือเก็บของใช้ส่วนตัว แล้วรีบยกผ้าห่มขึ้น ก่อนจะทิ้งตัวล้มลงนอนบนเตียงนุ่ม ๆ แล้วเหยียดแขนขาอย่างสบายใจ
เธอนอนครุ่นคิดอยู่พักใหญ่ ก่อนหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาแล้วส่งข้อความไปขอบคุณกู่ชวน
“คุณกู่ ขอบคุณนะคะ! แล้วก็ฝากคำขอบคุณถึงคุณเซียวด้วยค่ะ ขอบคุณจริง ๆ นะคะที่ช่วยพวกเรา!”
กู่ชวนได้รับข้อความแต่ก็ไม่ค่อยสนใจอะไร เขาส่งต่อข้อความของถังซือซือให้เซียวเฉินเยวียนโดยทันทีก่อนขับรถต่อไป
ดวงตาของเซียวเฉินเยวียนขยับขึ้นลงเล็กน้อย หลังจากนั้นเขาก็สั่งให้กู่ชวนตอบกลับไปว่า “ไม่ต้องขอบคุณหรอก”
ถังซือซืออ่านดูข้อความแล้วคิดถึงเหตุการณ์ในวันนี้ เธออดไม่ได้ที่จะรู้สึกสับสนอย่างอธิบายไม่ถูก จู่ ๆ เธอก็ลืมตาตื่นมาอยู่บนดาวดวงอื่น และคงหาคำตอบให้กับเื่นี้ไม่ได้ง่าย ๆ แน่นอน แล้วยังมีเื่ที่เธอได้พบกับผู้คนมากมายในโลกนี้จนไม่รู้ว่าต้องรับมือยังไงอีก ตอนนี้เธอรู้สึกมืดแปดด้านและไม่รู้อะไรเลยว่าวันต่อไปจะเกิดอะไรขึ้น
‘แต่ยังปลอดภัยดีก็โอเคแหละ!’ ปัจจุบัน ดูเหมือนว่า เซียวเฉินเยวียนเป็ประธานคนปัจจุบันของตระกูลเซียวผู้มั่งคั่งกลุ่มแรกในเมืองหลวงแห่งนี้ แต่กลับทำตัวเ็า ลึกลับ และน่ากลัวซึ่งไม่เข้ากับหน้าตาเอาซะเลย
ถังซือซือเอียงศีรษะเล็กน้อยแล้วกำลังจะผล็อยหลับไป จู่ ๆ เธอก็สะดุ้งลืมตาตื่นขึ้น
เดี๋ยวนะ!
พรุ่งนี้มีสอบเื่บทกวีและวรรณกรรมนี่นา!
ถังซือซือลุกขึ้นนั่งทันที เธอขมวดคิ้วเข้ม แล้วคิดว่าเื่สอบชิงทุนคงจบลงแค่นี้
การสอบชิงทุนมีความสำคัญมากสำหรับถังซือซือ เพราะนักเรียนที่ได้รับทุนนี้จะได้เป็เงินทั้งหมดห้าพันหยวนเป็อย่างต่ำ และสูงสุดถึงหนึ่งหมื่นหยวน
ซึ่งจำนวนเงินทุนมหาศาลก็ย่อมเป็เื่ยากสำหรับ ถังซือซืออยู่เหมือนกันที่จะไขว่คว้าไว้!
แต่เธอไม่ได้ทบทวนอะไรเลยเกี่ยวกับเนื้อหาที่ต้องสอบ เพราะเกิดปัญหาเื่ค่าใช้จ่ายตลอดสองวันที่ผ่านมา!
ก่อนการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในครอบครัวของเธอ ถังซือซือสามารถเข้าเรียนต่อมหาวิทยาลัยได้ด้วยคะแนนของเธอที่ผ่านตามเกณฑ์พอดี ถึงแม้ว่าจะเป็มหาวิทยาลัยเอกชนก็ตาม แต่ก็ไม่ใช่เื่ง่ายเลยที่จะสอบเข้ามหาวิทยาลัยสิบอันดับแรกของประเทศ
ใน่ไม่กี่ปีให้หลัง ถังซือซือประสบปัญหาจากการเปลี่ยนแปลงในครอบครัวจนไม่มีกำลังใจที่จะเรียนต่อ รวมไปถึงผลการเรียนของเธอก็เริ่มลดลง แต่ไม่ได้หมายความว่าความสามารถของเธอจะลดลงตามคะแนน
เมื่อไม่กี่วันก่อน ถังซือซือเห็นประกาศสอบชิงทุนพอดี ดูเหมือนว่าในที่สุดเธอก็มีความกระตือรือร้นขึ้นอีกครั้ง และ้าต่อสู้เพื่อตัวเอง เพราะทุนการศึกษานี้จะสามารถช่วยให้ชีวิตการเป็อยู่ของเธอกับแม่ดีขึ้น
ด้วยเหตุผลนี้มันจึงกลายเป็ต้นเหตุของเื่ทั้งหมดที่เธอได้เจอมาตลอดทั้งวัน เธอเข้าใจแล้วว่ามู่ซูเสียนยังไม่ได้รับค่าจ้างจากเซียวเทียนอวี่มาหลายเดือน ด้วยความโกรธ เธอจึงตัดสินใจทวงความยุติธรรมจากเซียวเทียนอวี่ แต่ผลออกมามันกลับ...
ถังซือซือนั่งนิ่งอยู่บนเตียงต่อไปพร้อมกับค่อย ๆ ขมวดคิ้ว ทันใดนั้นดวงตาของเธอก็แสดงออกถึงความแน่วแน่ขึ้นมา หลังจากนั้นไม่นาน เธอรีบลุกออกมาจากเตียงแล้วสวมเสื้อคลุมสีขาวบางก่อนเปิดประตูห้อง แล้วพูดเสียงดังว่า
“แม่! หนูจะกลับไปทบทวนหนังสือที่มหาวิทยาลัย พรุ่งนี้มีสอบ!”
หลังจากนั้นเธอรีบแต่งตัวแล้วลงมาที่ชั้นล่าง ก่อนจะเริ่มออกเดินทางในตอนกลางคืน...
ถังซือซือไม่ค่อยคุ้นเคยกับสภาพถนนในโลกนี้ เธอจึงเปิดการนำทางในโทรศัพท์มือถือแล้วค้นหาที่อยู่ของมหาวิทยาลัยหนานซาน
เธอรู้สึกแปลกใจมาก เพราะหนานซานอยู่ไม่ไกลจากคอนโดที่ตั้งอยู่ในตอนนี้...
“ห้าร้อยเมตร?”
“เยี่ยมเลย!”
“แต่เดี๋ยว... ทั้งหมดนี่เป็เื่บังเอิญหรือว่าเขาจงใจให้มาอยู่ใกล้ ๆ มหาลัยกันนะ?”
ถังซือซือคิดในใจ เธอไม่รู้จริง ๆ เลยว่าคำตอบของคำถามนี้จะเป็ยังไง หลังจากครุ่นคิดอยู่นานเธอก็รีบวิ่งตรงไปทางทิศใต้ทันที
บริเวณหอพักนักศึกษามหาวิทยาลัยหนานซาน
ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัย แม้จะเป็ตอนกลางคืน แต่ในคืนนี้หอพักหลายสิบอาคารเต็มไปด้วยแสงสว่างไสว แน่นอนว่าวัยรุ่นหนุ่มสาวหลายคนต่างเป็นักศึกษาที่มีทั้งเรียนภาคพิเศษ และทบทวนหนังสือในตอนกลางคืน รวมไปถึงนักศึกษาบางกลุ่มที่เตรียมตัวเพื่อสอบชิงทุนในวันพรุ่งนี้ด้วย
เมื่อเดินผ่านทะเลสาบในสวนของหอพัก ถังซือซือเดินชะลอตัวลง แล้วเห็นเงาของหอพักอาคารหนึ่งปรากฏขึ้น
ในเวลานี้ เธอเหลือบไปเห็นเงาสองเงากำลังนัวเนียอยู่ใต้ต้นไม้พร้อมกับเสียงแว่ว ๆ ลอยออกมา
“กลางแจ้งแบบนี้เลยเหรอ?”
ถังซือซือพยายามรีบเดินผ่านไปอย่างเงียบ ๆ ระหว่างเดินนั้นเธอก็ได้ยินเสียงของหญิงสาวพูดขึ้นว่า
“พี่คะ พี่จะเลิกกับนังสี่ตานั่นเมื่อไหร่ ฉันรอไม่ไหวแล้วนะ”
“อย่ากังวลไปตงเหมย ฉันทำวิทยานิพนธ์จบเสร็จเมื่อไหร่ ฉันจะทิ้งเขาแน่นอน แล้วเดี๋ยวโอปป้าคนนี้จะพาเธอออกไปเที่ยวด้วยกันตลอดทั้งสัปดาห์นี้เลย”