“อรุณสวัสดิ์ตอนเช้าครับ”
“อรุณสวัสดิ์ครับพี่คลื่น”
ผมเอ่ยทักอีกคนก่อนจะรับหมวกกันน็อกมาใส่วันนี้พี่คลื่นก็มารับผมอีกเหมือนเคยหรือเอาจริงก็ั้แ่ฝึกงานวันแรกพี่คลื่นก็คอยมารับมาส่งผมทุกวันแน่นอนว่าผมโคตรจะมีความสุขเลยมีความสุขจนไม่รู้จะมีความสุขยังไงแล้วขออย่าให้อะไรมาทำลายความสุขนี้เลย
ขับมากว่าสิบนาทีกว่าก็ถึงบริษัทผมลงจากรถมอไซค์ก่อนเพื่อให้พี่คลื่นสามารถจอดรถมอไซค์ได้ง่ายขึ้น
“น้องบิลลลล หวัดดีจ้า”
“พี่น้ำหวัดดีครับ”
ผมหันไปสวัสดีพี่น้ำที่พึ่งเดินมาจากลานจอดรถด้านข้างพี่น้ำเดินตรงมากอดแขนผมก่อนจะหันไปทักพี่คลื่นที่พึ่งเดินมารวม
“อุ้ย วันนี้คลื่นมาด้วย”
“ก็ต้องมาทำงานมั้ยล่ะ ถามแปลก”
พวกเราเดินเข้าตึกก่อนจะสแกนนิ้วมือเพื่อเข้างานก่อนจะพากันเดินขึ้นลิฟต์
“วันนี้มาด้วยกันอีกแล้ว ให้ตายสิฉันอยากมีคนไปรับไปส่งแบบนี้มั่งจัง”
พี่น้ำเอ่ยแซวพลางมองพี่คลื่นสลับกับผมไปมาทำเอาอุณหภูมิในร่างกายผมเพิ่มขึ้นผมแอบเหลือบมองคนข้างผมแอบเห็นว่าพี่คลื่นหัวเราะผมด้วย ฮืออออ ผมโดนรุมแกล้ง
“อร้ายยยย น้องบิลหน้าแดงด้วยเขินหรอเรา”พี่น้ำจิ้มแก้มผมเมื่อเห็นว่าแก้มผมเริ่มแดงพลางเอ่ยแซว
“ป่าวนะครับ”
“ฮั่นแน่”
“น้ำ พอได้แล้วน้องมันเขิน
“อ่ะๆๆ ไม่แกล้งก็ได้ คิก”
ถึงจะว่างั้นพี่น้ำก็แอบหัวเราะพวกเราเดินกันมาจนห้องทำงานก่อนจะนั่งคุยเล่นกันจนพี่คนๆอื่นเริ่มมาถึงเวลาเริ่มงานผมตั้งหน้าตั้งตาทำงานให้เสร็จเพื่อที่จะได้ทำงานอื่นที่รอจ่อคิว
“ฮัลโหลครับ ครับ โอเคครับเดี๋ยวผมไป”
สันพี่ในแผนกเอ่ยถามเมื่อเห็นว่าพี่คลื่นกำลังลุกเหมือนจะไปไหนสักที่
“ใครเรียกวะ”
“คุณนา”
พอพี่คลื่นเอ่ยชื่อสีหน้าขอวทุกคนก็เปลี่ยนไปทันทีเหมือนทุกจะรู้เหตุผลที่บุคคลนั้นเรียกพี่คลื่น
“อีกแล้วหรอคลื่น แนะนำนะหาเมียซะเถอะเขาจะได้เลิกยุ่งกับมึงซะที”
“โถ่พี่ เขาก็แค่เรียกไปเช็คโปรแกรมเฉยๆ”
“จ้า เช็คโปรแกรมเฉยๆจ้า เช็คทุกสองวันเลยจ้า”พี่คลื่นส่ายหัวเล็กน้อยก่อนจะออกไปจากห้องปล่อยทิ้งให้คนในห้องยังคงคุยท็อปปิคเื่พี่คลื่นต่อระหว่างพี่ๆคุยกันผมก็แอบเงี่ยหูฟังด้วยความอยากรู้อยากเห็นแต่เหมือนพี่น้ำจะจับได้เลยหันมาถามผมที่นั่งอยู่ข้างๆ
“นี่น้องบิล อยากรู้รึเปล่า”
“อะไรหรอครับ”
ผมหันไปถามพี่น้ำด้วยหน้าตาที่ใสซื่อเอาจริงก็อยากรู้แหละแต่ก็ไม่กล้าถาม
“เื่คุณนากับเ้าคลื่นไง”
“เอ่อ…”
และสุดท้ายพี่น้ำก็เล่าให้ผมฟังโดยที่ผมยังไม่ได้ตอบสรุปก็คือว่าคุณนาเขาคือเลขาคนสวยประจำบริษัทแล้วเธอชอบเรียกพี่คลื่นให้ไปช่วยดูโปรแกรมนู่นนั่นนี่และยิ่งเฉพาะ่หลังมานี้เธอเรียกพี่คลื่นประจำเรียกได้ว่าสองวันครั้งเลยก็ว่าได้
ผมยังคงทำงานตัวเองต่อไปเรื่อยๆเหลือบดูนาฬิกาที่มุมจอตอนนี้เป็เวลาใกล้สิบเอ็ดโมงครึ่งแล้วประตูเปิดออกพบว่าเป็พี่คลื่นที่เข้ามาทุกต่างรุมทักจนพี่คลื่นหัวเราะครืนกันเลยทีเดียว
“ใจเย็นๆพี่ แค่คอมคุณนาเขาติดไวรัสเลยไปวานให้ผมไปช่วยดูเฉยๆ”
“แหมมม”
พี่คลื่นกล่าวพลางเดินตรงมายังโต๊ะทำงานที่ผมนั่งดึงเก้าอี้มานั่งข้างก่อนจะหยิบเม้าส์ของผมเพื่อจะตรวจงานเรานั่งคุยไปตรวจงานไปพลางจนตอนนี้เที่ยงแล้วทุกคนในห้องเริ่มออกไปจนหมดเหลือเพียงผมกับพี่คลื่นแค่สองคน
“พี่คลื่นโดนคุณนาเรียกแบบนี้ประจำเลยหรอครับ”
“หืม? ก็บ่อยน่ะ”
ผมเบ้ปากเล็กน้อยก่อนจะตีที่แขนอีกคนเบาๆด้วยความหมั่นไส้
“ตีพี่ทำไม หึงหรอ”
“ก็นิดนึงอ่ะ ก็พี่คลื่นหล่ออ่ะ เขาเลยชอบเรียกพี่ไง”
“ฮ่าๆๆ นี่พี่หล่อพี่ก็ผิดหรอเนี่ย”
พวกเราคุยเล่นกันอยู่สักพักก่อนจะจัดการล็อคคอมเพื่อเตรียมตัวจะไปทานข้าวประตูห้องเปิดห้องทำงานเปิดออกเผยให้เห็นคนด้านหน้าประตูสาวสวยในชุดเชิ้ตสีครีมบางเฉียบจนเห็นเกาะอกชั้นในกระโปรงรัดรูปทรงเอสั้นเหนือเข่า
“คุณคลื่นยังไม่ไปทานข้าวหรอคะ”
“อ๋อ ผมพึ่งคุยงานกับน้องเสร็จครับ กำลังจะไปทานข้าวพอดี”
“งั้นนาขอไปทานข้าวด้วยนะคะ พอดีพึ่งเสร็จงานเหมือนกัน”
พี่คลื่นหันมองผมเป็เชิงถามผมยิ้มตอบอยากจะปฏิเสธแหละแต่ก็คงจะไม่ได้
“งั้นก็ได้ครับ”
สุดท้ายก็ต้องตามนั้นไปแหละนะ
“จะว่าไปนี่ก็นานแล้วนะคะที่ไม่มากินข้าวกับคุณคลื่น”
ผมเหลือบมองคุณนาที่นั่งฝั่งตรงข้ามั้แ่เดินเข้าร้านมาเธอก็ชวนคุยไม่หยุดเลยแต่เธอไม่ได้ชวนผมคุยนะ เธอชวนพี่คลื่นคุยต่างหากส่วนพี่คลื่นก็ถามคำตอบคำ
ตอนนี้เราอยู่ที่ร้านข้าวข้างบริษัทตอนแรกคุณนาก็เสนอว่าไปกินข้าวร้านอาหารญี่ปุ่นดีกว่าเพราะมันดูดีกว่าแต่เราเลือกที่นี่แทนเพราะมันถูกและใกล้ดีตอนที่เราปฏิเสธสีหน้าของเธอเพื่อนไปอย่างชัดเจนเลยคงไม่อยากกินล่ะสิ
ระหว่างนั่งรออาหารคุณนาเธอก็ยังคงชวนพี่คลื่นคุยไม่หยุดแต่ก็มีแวบมาคุยกับผมบ้างแต่แค่ไม่กี่ประโยคไม่นานอาหารที่สั่งก็มาเสริฟพวกเราต่างคนต่างจัดการอาหารตรงหน้าโดยยังมีเสียงของคุณนาตามมาบ้าง
“จะว่าไปน้องบิลฝึกงานถึงเดือนไหนหรอคะ”
“กุมภาครับ”
“น่าเสียดายเลย อย่างนี้อีกไม่กี่เดือนก็ต้องจากกันแล้วสินะคะ”
“อ่า ครับ”
หันมาพูดคุยกับผมได้แค่แปปเดียวคุณนาก็หันไปคุยกับพี่คลื่นปล่อยให้ผมนั่งเหงากินข้าวเงียบๆคนเดียวแต่ไม่ใช่ว่าพี่คลื่นไม่ชวนผมคุยนะ เขาก็ชวนคุยแหละแต่พอจะคุยทีคุณนาก็แทรกทีสรุปก็คือผมไม่ได้คุยกับพี่คลื่นเลยครับ
เมื่อทานข้าวกันเสร็จสรรพพวกเราก็พากันเดินกลับเข้าบริษัทโดยพี่คลื่นและคุณนาเดินนำส่วนผมก็เดินรั้งท้ายจังหวะที่กำลังเดินอยู่จู่ ๆคุณนาก็เกิดล้มใส่พี่คลื่น ย้ำนะครับว่าล้มใส่พี่คลื่นจากที่ผมเดินตามหลังและเห็นทุกอย่างคุณนาเธอไม่ได้เท้าพลิกหรือเดินตกหลุมแต่อย่างใดแต่เหมือนจะเข่าอ่อนแล้วล้มเอง หรือป่าว?
“เป็อะไรหรือป่าวครับคุณนา”
“เหมือนขาจะพลิกน่ะค่ะ โอ๊ย”
ผมหยุดยืนมองไม่ห่างและได้ยินสิ่งที่เธอบอกว่าขาพลิกฟังแล้วก็ถึงกับขมวดคิ้วนึกสิ่งที่เธอพูด เธอขาพลิกทิพย์เรอะ
“คุณคลื่นรบกวนพานาไปที่ห้องพยาบาลหน่อยนะคะ”
“อ่า…”
พี่คลื่นหันมามองผมส่งสายตาเป็เชิงถามผมพยักหน้าตอบก่อนจะขยับปากว่าพี่ไปส่งเธอเถอะพี่คลื่นลอบถอนหายใจออกมาเล็กน้อยก่อนจะจับแขนเธอพยุงไปยังห้องพยาบาลผมยืนมองคนทั้งสองจนพวกเขาหายจากกรอบสายตาไปผมเข้าใจพี่คลื่นนะว่าเขาไม่ได้อยากทำแบบนี้หรอก แต่ด้วยอะไรหลายๆอย่างที่มันไม่สามารถปฏิเสธได้ไม่ว่าจะทั้งสัญชาตญาณของมนุษย์ที่เวลาเห็นคนอื่นเจ็บแล้วต้องช่วยหรือตำแหน่งของอีกฝ่ายที่สูงกว่าตัวเองพอเขาขอความช่วยเหลือไม่ว่าจะรูปแบบไหนเขาก็ไม่สามารถที่กล้าปฏิเสธได้อย่างเต็มปากได้
ผมเดินกลับมายังห้องทำงานก่อนจะจัดการงานใหม่ของตัวเองต่อแน่นอนว่าพอเข้าห้องปุ๊บพี่น้ำก็ถามเื่ที่ผมไปกินข้าวกับพี่คลื่นและคุณนาทันทีผมก็เล่าไปตามความจริงนั่นแหละแต่ก็พยายามเล่าให้เซฟที่สุด
เวลาผ่านล่วงเลยไปชั่วโมงกว่าผมยังคงนั่งทำงานเหมือนเดิมมีแจ้งเตือนจากแอปไลน์บนคอมให้ผมหันไปมองอยู่ครู่พบว่าเป็พี่คลื่นที่ทักเข้ามาผมกดเข้าที่โปรแกรมไล่อ่านข้อความที่ละบรรทัด
sea:บิล
sea:พี่คงไม่ได้เข้าไปทำงานต่อแล้ว
sea:พี่ภาคให้พี่ออกไปคุยงานกับลูกค้าแล้วก็กะจะแวะส่งคุณนาที่บ้านด้วย
คุณนาอีกแล้วผมลอบถอนหายใจก่อนจะกดส่งสติ๊กเกอร์ไป
billie:ส่งสติ๊กเกอร์
sea:ส่งสติ๊กเกอร์
sea:ไม่หึงพี่หรอ
ผมลอบหัวเราะเมื่อเห็นข้อความที่อีกคนส่งมาเนี่ยดูดิแล้วแบบนี้จะไม่ให้ผมครั่งรักพี่คลื่นได้ไงส่ายหัวเล็กน้อยก่อนจะพิมพ์ข้อความตอบกลับไป
billie:ไม่นะครับ
sea:ส่งสติ๊กเกอร์
ผมหัวเราะออกมาอีกครั้งเมื่อพี่คลื่นส่งสติ๊กเกอร์หมีร้องไห้มาดูทรงส่งสติ๊กเกอร์มาแบบนี้สงสัยตอนนี้คงน้อยใจผมไปแล้วมั้ง
sea:งอนแล้ว
sea:มาง้อเลยนะ
billie: รออยู่ครับ
sea:ส่งสติ๊กเกอร์
billie:ไปทำงานได้แล้วครับ
sea:ครับ
sea:เย็นนี้พี่คงไปรับกลับไม่ได้นะครับ
sea:กลับเองได้มั้ย
billie:ได้ครับ
billie:ไม่มีปัญหา
sea:ถ้ากลับไม่ได้ก็โทรให้เพื่อนมารับนะ
billie:ส่งสติ๊กเกอร์
คุยกันเสร็จสรรพผมก็ละหันมาทำงานตัวเองต่อไม่เป็ไรไม่มีพี่คลื่นคอยอยู่เป็กำลังใจเอาไว้พรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่ก็ได้เวลาทำงานล่วงเลยไปจนในที่สุดก็ถึงเวลาเลิกงานเสียทีผมบอกลาพี่ๆก่อนจะเดินออกมาจากบริษัทจะว่าไปก็นึกขึ้นได้ว่าที่คอนโดของในตู้เย็นหมดแล้วสงสัยต้องแวะซื้อของสักหน่อยแล้วเดินข้ามสะพานลอยหน้าบริษัทก่อนจะเดินตรงไปอีกกว่า 2กิโลเมตรเพื่อไปมินิมาร์ทผมใช้เวลาเดินซื้อของกว่าชั่วโมงนิดๆจนได้ของครบก่อนจะเอาของที่ซื้อใส่กระเป๋าและเดินไปรอรถเมล์ที่ป้ายหน้าสวนสาธารณะระหว่างเดินสายตาเหลือบไปเห็นใครบางคนที่คุ้นเคยที่ยืนอยู่กลางสวนสาธารณะหญิงสาวในเดรสสีขาวผมสีดำสลวยยาวถึงกลางหลังกำลังยืนมองมาทางเขาก่อนเธอจะค่อยๆยกยิ้มให้
“สวัสดี บิล”
“คาร่า”