君の虜 #น้องบิลคนคลั่งรัก

    คุณนานี่นะ 14

            “อรุณสวัสดิ์ตอนเช้าครับ”

            “อรุณสวัสดิ์ครับพี่คลื่น”

            ผมเอ่ยทักอีกคนก่อนจะรับหมวกกันน็อกมาใส่วันนี้พี่คลื่นก็มารับผมอีกเหมือนเคยหรือเอาจริงก็๻ั้๹แ๻่ฝึกงานวันแรกพี่คลื่นก็คอยมารับมาส่งผมทุกวันแน่นอนว่าผมโคตรจะมีความสุขเลยมีความสุขจนไม่รู้จะมีความสุขยังไงแล้วขออย่าให้อะไรมาทำลายความสุขนี้เลย

            ขับมากว่าสิบนาทีกว่าก็ถึงบริษัทผมลงจากรถมอไซค์ก่อนเพื่อให้พี่คลื่นสามารถจอดรถมอไซค์ได้ง่ายขึ้น

            “น้องบิลลลล หวัดดีจ้า”

            “พี่น้ำหวัดดีครับ”

            ผมหันไปสวัสดีพี่น้ำที่พึ่งเดินมาจากลานจอดรถด้านข้างพี่น้ำเดินตรงมากอดแขนผมก่อนจะหันไปทักพี่คลื่นที่พึ่งเดินมารวม

            “อุ้ย วันนี้คลื่นมาด้วย”

            “ก็ต้องมาทำงานมั้ยล่ะ ถามแปลก”

            พวกเราเดินเข้าตึกก่อนจะสแกนนิ้วมือเพื่อเข้างานก่อนจะพากันเดินขึ้นลิฟต์

            “วันนี้มาด้วยกันอีกแล้ว ให้ตายสิฉันอยากมีคนไปรับไปส่งแบบนี้มั่งจัง”

            พี่น้ำเอ่ยแซวพลางมองพี่คลื่นสลับกับผมไปมาทำเอาอุณหภูมิในร่างกายผมเพิ่มขึ้นผมแอบเหลือบมองคนข้างผมแอบเห็นว่าพี่คลื่นหัวเราะผมด้วย ฮืออออ ผมโดนรุมแกล้ง

            “อร้ายยยย น้องบิลหน้าแดงด้วยเขินหรอเรา”พี่น้ำจิ้มแก้มผมเมื่อเห็นว่าแก้มผมเริ่มแดงพลางเอ่ยแซว

            “ป่าวนะครับ”

            “ฮั่นแน่”

            “น้ำ พอได้แล้วน้องมันเขิน

            “อ่ะๆๆ ไม่แกล้งก็ได้ คิก”

            ถึงจะว่างั้นพี่น้ำก็แอบหัวเราะพวกเราเดินกันมาจนห้องทำงานก่อนจะนั่งคุยเล่นกันจนพี่คนๆอื่นเริ่มมาถึงเวลาเริ่มงานผมตั้งหน้าตั้งตาทำงานให้เสร็จเพื่อที่จะได้ทำงานอื่นที่รอจ่อคิว

            “ฮัลโหลครับ ครับ โอเคครับเดี๋ยวผมไป”

            สันพี่ในแผนกเอ่ยถามเมื่อเห็นว่าพี่คลื่นกำลังลุกเหมือนจะไปไหนสักที่

            “ใครเรียกวะ”

            “คุณนา”

            พอพี่คลื่นเอ่ยชื่อสีหน้าขอวทุกคนก็เปลี่ยนไปทันทีเหมือนทุกจะรู้เหตุผลที่บุคคลนั้นเรียกพี่คลื่น

            “อีกแล้วหรอคลื่น แนะนำนะหาเมียซะเถอะเขาจะได้เลิกยุ่งกับมึงซะที”

            “โถ่พี่ เขาก็แค่เรียกไปเช็คโปรแกรมเฉยๆ”

            “จ้า เช็คโปรแกรมเฉยๆจ้า เช็คทุกสองวันเลยจ้า”พี่คลื่นส่ายหัวเล็กน้อยก่อนจะออกไปจากห้องปล่อยทิ้งให้คนในห้องยังคงคุยท็อปปิคเ๹ื่๪๫พี่คลื่นต่อระหว่างพี่ๆคุยกันผมก็แอบเงี่ยหูฟังด้วยความอยากรู้อยากเห็นแต่เหมือนพี่น้ำจะจับได้เลยหันมาถามผมที่นั่งอยู่ข้างๆ

            “นี่น้องบิล อยากรู้รึเปล่า”

            “อะไรหรอครับ”

            ผมหันไปถามพี่น้ำด้วยหน้าตาที่ใสซื่อเอาจริงก็อยากรู้แหละแต่ก็ไม่กล้าถาม

            “เ๹ื่๪๫คุณนากับเ๯้าคลื่นไง”

            “เอ่อ…”

            และสุดท้ายพี่น้ำก็เล่าให้ผมฟังโดยที่ผมยังไม่ได้ตอบสรุปก็คือว่าคุณนาเขาคือเลขาคนสวยประจำบริษัทแล้วเธอชอบเรียกพี่คลื่นให้ไปช่วยดูโปรแกรมนู่นนั่นนี่และยิ่งเฉพาะ๰่๭๫หลังมานี้เธอเรียกพี่คลื่นประจำเรียกได้ว่าสองวันครั้งเลยก็ว่าได้

            ผมยังคงทำงานตัวเองต่อไปเรื่อยๆเหลือบดูนาฬิกาที่มุมจอตอนนี้เป็๲เวลาใกล้สิบเอ็ดโมงครึ่งแล้วประตูเปิดออกพบว่าเป็๲พี่คลื่นที่เข้ามาทุกต่างรุมทักจนพี่คลื่นหัวเราะครืนกันเลยทีเดียว

            “ใจเย็นๆพี่ แค่คอมคุณนาเขาติดไวรัสเลยไปวานให้ผมไปช่วยดูเฉยๆ”

            “แหมมม”

            พี่คลื่นกล่าวพลางเดินตรงมายังโต๊ะทำงานที่ผมนั่งดึงเก้าอี้มานั่งข้างก่อนจะหยิบเม้าส์ของผมเพื่อจะตรวจงานเรานั่งคุยไปตรวจงานไปพลางจนตอนนี้เที่ยงแล้วทุกคนในห้องเริ่มออกไปจนหมดเหลือเพียงผมกับพี่คลื่นแค่สองคน

            “พี่คลื่นโดนคุณนาเรียกแบบนี้ประจำเลยหรอครับ”

            “หืม? ก็บ่อยน่ะ”

            ผมเบ้ปากเล็กน้อยก่อนจะตีที่แขนอีกคนเบาๆด้วยความหมั่นไส้

            “ตีพี่ทำไม หึงหรอ”

            “ก็นิดนึงอ่ะ ก็พี่คลื่นหล่ออ่ะ เขาเลยชอบเรียกพี่ไง”

            “ฮ่าๆๆ นี่พี่หล่อพี่ก็ผิดหรอเนี่ย”

            พวกเราคุยเล่นกันอยู่สักพักก่อนจะจัดการล็อคคอมเพื่อเตรียมตัวจะไปทานข้าวประตูห้องเปิดห้องทำงานเปิดออกเผยให้เห็นคนด้านหน้าประตูสาวสวยในชุดเชิ้ตสีครีมบางเฉียบจนเห็นเกาะอกชั้นในกระโปรงรัดรูปทรงเอสั้นเหนือเข่า

            “คุณคลื่นยังไม่ไปทานข้าวหรอคะ”

            “อ๋อ ผมพึ่งคุยงานกับน้องเสร็จครับ กำลังจะไปทานข้าวพอดี”

            “งั้นนาขอไปทานข้าวด้วยนะคะ พอดีพึ่งเสร็จงานเหมือนกัน”

            พี่คลื่นหันมองผมเป็๲เชิงถามผมยิ้มตอบอยากจะปฏิเสธแหละแต่ก็คงจะไม่ได้

            “งั้นก็ได้ครับ”

            สุดท้ายก็ต้องตามนั้นไปแหละนะ










             

            “จะว่าไปนี่ก็นานแล้วนะคะที่ไม่มากินข้าวกับคุณคลื่น”

            ผมเหลือบมองคุณนาที่นั่งฝั่งตรงข้าม๻ั้๫แ๻่เดินเข้าร้านมาเธอก็ชวนคุยไม่หยุดเลยแต่เธอไม่ได้ชวนผมคุยนะ เธอชวนพี่คลื่นคุยต่างหากส่วนพี่คลื่นก็ถามคำตอบคำ

            ตอนนี้เราอยู่ที่ร้านข้าวข้างบริษัทตอนแรกคุณนาก็เสนอว่าไปกินข้าวร้านอาหารญี่ปุ่นดีกว่าเพราะมันดูดีกว่าแต่เราเลือกที่นี่แทนเพราะมันถูกและใกล้ดีตอนที่เราปฏิเสธสีหน้าของเธอเพื่อนไปอย่างชัดเจนเลยคงไม่อยากกินล่ะสิ

            ระหว่างนั่งรออาหารคุณนาเธอก็ยังคงชวนพี่คลื่นคุยไม่หยุดแต่ก็มีแวบมาคุยกับผมบ้างแต่แค่ไม่กี่ประโยคไม่นานอาหารที่สั่งก็มาเสริฟพวกเราต่างคนต่างจัดการอาหารตรงหน้าโดยยังมีเสียงของคุณนาตามมาบ้าง

            “จะว่าไปน้องบิลฝึกงานถึงเดือนไหนหรอคะ”

            “กุมภาครับ”

            “น่าเสียดายเลย อย่างนี้อีกไม่กี่เดือนก็ต้องจากกันแล้วสินะคะ”

            “อ่า ครับ”

            หันมาพูดคุยกับผมได้แค่แปปเดียวคุณนาก็หันไปคุยกับพี่คลื่นปล่อยให้ผมนั่งเหงากินข้าวเงียบๆคนเดียวแต่ไม่ใช่ว่าพี่คลื่นไม่ชวนผมคุยนะ เขาก็ชวนคุยแหละแต่พอจะคุยทีคุณนาก็แทรกทีสรุปก็คือผมไม่ได้คุยกับพี่คลื่นเลยครับ

            เมื่อทานข้าวกันเสร็จสรรพพวกเราก็พากันเดินกลับเข้าบริษัทโดยพี่คลื่นและคุณนาเดินนำส่วนผมก็เดินรั้งท้ายจังหวะที่กำลังเดินอยู่จู่ ๆคุณนาก็เกิดล้มใส่พี่คลื่น ย้ำนะครับว่าล้มใส่พี่คลื่นจากที่ผมเดินตามหลังและเห็นทุกอย่างคุณนาเธอไม่ได้เท้าพลิกหรือเดินตกหลุมแต่อย่างใดแต่เหมือนจะเข่าอ่อนแล้วล้มเอง หรือป่าว?

            “เป็๲อะไรหรือป่าวครับคุณนา”

            “เหมือนขาจะพลิกน่ะค่ะ โอ๊ย”

            ผมหยุดยืนมองไม่ห่างและได้ยินสิ่งที่เธอบอกว่าขาพลิกฟังแล้วก็ถึงกับขมวดคิ้วนึกสิ่งที่เธอพูด เธอขาพลิกทิพย์เรอะ

            “คุณคลื่นรบกวนพานาไปที่ห้องพยาบาลหน่อยนะคะ”

            “อ่า…”

            พี่คลื่นหันมามองผมส่งสายตาเป็๞เชิงถามผมพยักหน้าตอบก่อนจะขยับปากว่าพี่ไปส่งเธอเถอะพี่คลื่นลอบถอนหายใจออกมาเล็กน้อยก่อนจะจับแขนเธอพยุงไปยังห้องพยาบาลผมยืนมองคนทั้งสองจนพวกเขาหายจากกรอบสายตาไปผมเข้าใจพี่คลื่นนะว่าเขาไม่ได้อยากทำแบบนี้หรอก แต่ด้วยอะไรหลายๆอย่างที่มันไม่สามารถปฏิเสธได้ไม่ว่าจะทั้งสัญชาตญาณของมนุษย์ที่เวลาเห็นคนอื่นเจ็บแล้วต้องช่วยหรือตำแหน่งของอีกฝ่ายที่สูงกว่าตัวเองพอเขาขอความช่วยเหลือไม่ว่าจะรูปแบบไหนเขาก็ไม่สามารถที่กล้าปฏิเสธได้อย่างเต็มปากได้

            ผมเดินกลับมายังห้องทำงานก่อนจะจัดการงานใหม่ของตัวเองต่อแน่นอนว่าพอเข้าห้องปุ๊บพี่น้ำก็ถามเ๱ื่๵๹ที่ผมไปกินข้าวกับพี่คลื่นและคุณนาทันทีผมก็เล่าไปตามความจริงนั่นแหละแต่ก็พยายามเล่าให้เซฟที่สุด

            เวลาผ่านล่วงเลยไปชั่วโมงกว่าผมยังคงนั่งทำงานเหมือนเดิมมีแจ้งเตือนจากแอปไลน์บนคอมให้ผมหันไปมองอยู่ครู่พบว่าเป็๞พี่คลื่นที่ทักเข้ามาผมกดเข้าที่โปรแกรมไล่อ่านข้อความที่ละบรรทัด

            sea:บิล

            sea:พี่คงไม่ได้เข้าไปทำงานต่อแล้ว

            sea:พี่ภาคให้พี่ออกไปคุยงานกับลูกค้าแล้วก็กะจะแวะส่งคุณนาที่บ้านด้วย

            คุณนาอีกแล้วผมลอบถอนหายใจก่อนจะกดส่งสติ๊กเกอร์ไป

            billie:ส่งสติ๊กเกอร์

            sea:ส่งสติ๊กเกอร์

            sea:ไม่หึงพี่หรอ

            ผมลอบหัวเราะเมื่อเห็นข้อความที่อีกคนส่งมาเนี่ยดูดิแล้วแบบนี้จะไม่ให้ผมครั่งรักพี่คลื่นได้ไงส่ายหัวเล็กน้อยก่อนจะพิมพ์ข้อความตอบกลับไป

            billie:ไม่นะครับ

            sea:ส่งสติ๊กเกอร์

            ผมหัวเราะออกมาอีกครั้งเมื่อพี่คลื่นส่งสติ๊กเกอร์หมีร้องไห้มาดูทรงส่งสติ๊กเกอร์มาแบบนี้สงสัยตอนนี้คงน้อยใจผมไปแล้วมั้ง

            sea:งอนแล้ว

            sea:มาง้อเลยนะ

            billie: รออยู่ครับ

            sea:ส่งสติ๊กเกอร์

            billie:ไปทำงานได้แล้วครับ

            sea:ครับ

            sea:เย็นนี้พี่คงไปรับกลับไม่ได้นะครับ

            sea:กลับเองได้มั้ย

            billie:ได้ครับ

            billie:ไม่มีปัญหา

            sea:ถ้ากลับไม่ได้ก็โทรให้เพื่อนมารับนะ

            billie:ส่งสติ๊กเกอร์

            คุยกันเสร็จสรรพผมก็ละหันมาทำงานตัวเองต่อไม่เป็๞ไรไม่มีพี่คลื่นคอยอยู่เป็๞กำลังใจเอาไว้พรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่ก็ได้เวลาทำงานล่วงเลยไปจนในที่สุดก็ถึงเวลาเลิกงานเสียทีผมบอกลาพี่ๆก่อนจะเดินออกมาจากบริษัทจะว่าไปก็นึกขึ้นได้ว่าที่คอนโดของในตู้เย็นหมดแล้วสงสัยต้องแวะซื้อของสักหน่อยแล้วเดินข้ามสะพานลอยหน้าบริษัทก่อนจะเดินตรงไปอีกกว่า 2กิโลเมตรเพื่อไปมินิมาร์ทผมใช้เวลาเดินซื้อของกว่าชั่วโมงนิดๆจนได้ของครบก่อนจะเอาของที่ซื้อใส่กระเป๋าและเดินไปรอรถเมล์ที่ป้ายหน้าสวนสาธารณะระหว่างเดินสายตาเหลือบไปเห็นใครบางคนที่คุ้นเคยที่ยืนอยู่กลางสวนสาธารณะหญิงสาวในเดรสสีขาวผมสีดำสลวยยาวถึงกลางหลังกำลังยืนมองมาทางเขาก่อนเธอจะค่อยๆยกยิ้มให้

            “สวัสดี บิล”

            “คาร่า”