……
‘ ขอให้ท่านทั้งหลายได้โปรดรับชมกับเทพีอันแสนน่าอับอาย เทพีแห่งความฉิ***** ( ขอเซ็นเซอร์นะคะ ) และเทพีแห่งความอับยศและอดสู ไปกับนางงงงงง…. เมดูป่องงงงๆๆๆๆๆ ’
เสียงแอคโค่ ( เป็เอฟเฟ็กเสียงสะท้อนก้องๆไป เหมือนไมค์ตามงานวัด )
วิศณีตุลย์.. ในขณะนี้เธอกำลังฝันอยู่ค่ะ คือแบบว่าโดนกระแทกที่หัวจนระบมและก็เลยเหมือนกับสลบหรือเคลิ้มหลับไป ประมาณหนึ่งวูบ..
และแล้วก็ตื่นขึ้นมาพบกับความเป็จริงที่ปวดร้าว.. และระบมอย่างแสนสาหัส
‘ ช่วยด้วย!! หัวจะปวด โอยยยย..!! จะไม่ไหวอยู่แล้ว ’
ช่างน่าสงสารเสียเหลือเกิน.. เ้า.. วิศณีตุลย์ผู้น่าสงสาร.. ใครหนอ..? ช่างมากระทำกับเ้าเยี่ยงนี้.. ถึงปากจะบอกว่าสงสาร แต่.. ใครก็ได้ช่วยส่งกระดาษทิชชูให้ที เพราะว่าในตอนนี้วิศณีตุลย์นอนน้ำลายไหลไปแล้ว
อ่า… เธอไม่สามารถขยับตัวได้ แต่รถลากมันลากไปแบบโคลงไปเคลงมา ทั้งกล่องทั้งลังขยับไปขยับมา ไม่ได้เกรงใจในความเ็ปของวิศณีตุลย์.. เลยสักนิด
‘ เอาเข้าไป..!! แค่รถโคลงไปโคลงมาก็เวียนหัวจะแย่อยู่แล้ว นี่ยังจะโยกไปกระแทกกับข้างๆลังไม้อีกเหรอเนี่ย ฉันจะทำยังไงดีกับไอ้พวกเปรตนี่ดีกันนะ ตายๆๆๆๆๆๆ หัวกู!! คอยดูนะถ้าสามารถหลุดออกไปได้ฉันจะมาจัดการกับไอ้พวกโจรที่จับตัวฉันมาก่อนอันดับแรกเลย ’
เราจะช่วยวิศณีตุลย์ได้ยังไงกันนะ ? เอาใจช่วยไปก่อนก็แล้วกัน ไฟท์ติ้ง!! วิศณีตุลย์!! สู้ๆวิศณีตุลย์!! อย่ายอมแพ้นะถึงยังไงเธอก็เป็นางเอกของเื่นี้นะ.. !!
‘ เออ.. ถ้าฉันเป็นางเอกของเื่อ่านะ.. ก็ช่วยเกรงใจในความเ็ปของฉันหน่อยเถอะ โธ่.. ’
เอาเป็ว่าจะพยายามช่วยก็แล้วกันนะ!! อะแฮ่ม!?
ในขณะที่วิศณีตุลย์กำลังถกเถียงกับตัวของเธอเองอยู่นั้น ( ในใจ ) พลันรถลากที่เธอโดยสารมาแบบไม่เต็มใจก็ได้หยุดนิ่งเหมือนว่ารถได้จอดแล้วนั่นเอง..
วิศณีตุลย์ทำอะไรไม่ได้เลยสักอย่างแม้กระทั่งจะพลิกตัว.. แถมท่าที่เธอได้นอนอยู่ในขณะนี้นั้น มันคือท่าที่เกือบจะนอนหงายและนอนตะแคงผสมกัน แต่ที่รู้ๆคอของเธอในตอนนี้มันแหงนหน้าอยู่.. จนคอแทบจะหักอยู่รอมร่ออยู่แล้ว
‘ โอย.. จะพลิกตัวก็ทำไม่ได้ มันอะไรกันนักกันหนา เมื่อยก็เมื่อยปวดหัวก็ปวด คอจะเคล็ดอยู่แล้วจ้าาาา.. ’
ขณะเดียวกันกับที่รถลากได้หยุดการเคลื่อนไหว ก็ได้มีเสียงของพวกโจรที่มันจับเอาตัวเธอมา ได้มาพูดคุยกันอยู่ที่ข้างๆลังไม้ที่ใส่ตัวของเธอเอาไว้
“ เอ้า!! เฮ้ย!! ทำไมมันถึงมีพวกทหารเยอะมากกว่าเดิมกันนะ ? ” เสียงของเ้าหัวหน้ากลุ่มโจร ( เสียงทุ้มๆ )
“ จอดรถลากเอาไว้ตรงนี้ก่อน เดี๋ยวข้าจะลองเข้าไปถามคนทางนู้น.. ดูก่อนนะว่าพวกทหารเขามาทำอะไรกัน ” เสียงพรรคพวกของโจร ( เสียงห้าวๆแหบๆ )
“ ได้ๆ รีบไปรีบมานะ เดี๋ยวพวกข้าสองคนจะรออยู่ตรงนี้ ” เ้าพวกโจรอีกคน ( เสียงเล็กแหลม )
วิศณีตุลย์คอยเงี่ยหูฟังอยู่ตลอดเพราะเธอไม่สามารถทำอะไรได้เลย นอกจากคาดและต้องเดาเหตุการณ์.. ในสถานการณ์ดังต่อไปนี้ ถึงแม้ว่าเธอจะทำอะไรไม่ได้แต่หูของเธอยังสามารถได้ยินอย่างชัดเจน ( เป็คนชอบแอบฟังคนอื่นพูด.. มันไม่ดีนะจ๊ะเด็กๆ ) เพราะว่าหูของเธอยังใช้งานได้ดี
เพียงแค่ครู่เดียว เ้าโจรคนที่เสียงห้าวๆก็กลับมาพร้อมกับรีบมารายงานให้พวกพ้องของเขาฟังทันที
“ เฮ้ย.. เขาว่ากันว่า.. ผู้นำแห่งเมืองนี้มันให้ตรวจเข้มทุกด่านและปิดทางเข้าออกนอกเมืองน่ะ จะเอายังไงกันดีวะพวกเรา ? ”
“ อ่าว.. ยังงี้ก็ลำบากแย่สิ ลำพังถ้าแค่พวกเราสามคนก็ไม่เท่าไหร่หรอกนะ แต่มีนังผู้หญิงแปลกประหลาดมานี่ด้วยน่ะสิ จะทิ้งไว้ในลังแบบนี้ก็จะตายห่*** เสียก่อน เดี๋ยวจะไม่ได้เงินก้อนใหญ่กันพอดี ” เ้าหัวหน้ากลุ่มโจรเริ่มคิดหนัก
“ หรือพวกเราจะออกเดินทางไปทางหุบเขาและลัดเลาะไปทางอาณาจักร ลูฟ ฟาบรอน ดีล่ะ ” เ้าเสียงเล็กแหลมออกความคิดเห็น
“ แกจะเดินเท้าไปอย่างนั้นรึ..!? ไอ้เ้าบ้า!! ข้ายอมตายเสียยังดีกว่า อ้อมฉิ***** แถมดีไม่ดีเจอักลางทาง กูว่าไม่น่ารอด ” เ้าคนเสียงห้าวๆขัด
“ อืม.. ทางที่จะไปดินแดนเกาะของฝั่งเรานั้นมีอยู่หลายทางนะ เดี๋ยว!! ขอข้าคิดก่อน ” เ้าหัวหน้าขอเวลาคิดแปบนึง
“ เมื่อกี๊.. เ้าว่ามีทหารตรวจที่ตรงด่านและปิดทางเข้าออกอยู่ใช่ไหม ? ”
“ ใช่!! เ้าคิดได้แล้วยังงั้นรึ ? ”
“ เอาอย่างนี้นะ!!.. เดี๋ยวเ้าไปหาผ้าที่มันดูเก่าๆและเอามาโพกปิดหัวอีนังผู้หญิงคนนี้เอาไว้ เพื่อปิดผมของมันและเอาน้ำโสโครกมาราดไปที่ตัวของมันให้ดูสกปรก ทางที่ดีเอาขี้โคลนมาทาหน้าของมันไปเลยได้ยิ่งดี เพราะยังไงมันก็ไม่สามารถพูดได้อยู่แล้วใน ณ ตอนนี้!! เนื่องจากข้าใช้เชือกวิเศษที่พอมัดใครแล้วจะไม่สามารถพูดหรือขยับตัวได้เลย แล้วก็บอกพวกทหารไปว่ามันเป็โรคหนอนดักแด้กำลังจะเอาไปรักษาตัวที่บ้านเกิด ที่นี่ไม่มีหมอรักษาได้ มันเป็โรคพื้นเมืองของชาวเราที่สามารถจะติดต่อได้ถ้าอยู่นานเกิน 3 วัน เสี่ยงต่อการติดโรคและอาจจะตายได้ รับรอง.. พวกนั้นต้องรีบให้เราเดินทางเป็แน่!!.. ”
“ โอ้โห!! นี่เ้า.. ไปเอาความคิดแบบนี้มาได้ยังไงกัน เยี่ยมไปเลย!! วะฮะฮ่า.. เออ!! จริงด้วย โรคหนอนดักแด้มันมีแค่ที่เมืองของเรามาตั้งนานแล้วนี่หว่า ฮ่าๆๆๆ ข้าไม่เคยคิดว่าจะเอามันมาทำประโยชน์ได้เลยนะเนี่ย แต่ที่จริงโรคนี้มันไม่ติดต่อไม่ใช่รึ ? ” เ้าคนเสียงห้าวๆชื่นชม
“ โธ่..!! ไอ้เ้าโง่.. พี่เขาก็ต้องโกหกให้มันดูน่ากลัวสิวะ คนจะได้รีบๆปล่อยไป ไม่น่าจะถามเลย ” เ้าเสียงแหลมมันต่อว่าเ้าคนที่ถาม
“ เอาเป็ว่าทำตามที่ข้าบอกไปเมื่อตะกี๊เลยนะ พวกเราจะได้กลับไปรับเงินที่บ้านกัน ฮ่าๆๆ ” เ้าหัวหน้าปิดจ๊อบ
ทั้งสามคนจึงไปจัดแจงตามที่ตกลงกันไว้ พวกมันจับวิศณีตุลย์นั่ง และเอาผ้ามาโพกหัวให้หล่อน เสร็จแล้วก็เอาน้ำโสโครกที่หามาได้เทราดั้แ่หัวยันเท้าเลย วิศณีตุลย์ผู้น่าสงสารเธอไม่สามารถพูดหรือร้องได้เลยสักแอะ.. ได้แต่หลับตาปี๋ในตอนที่พวกโจรมันเอาน้ำโสโครกมาราดบนตัวของเธอ และลืมตาขึ้นมาใหม่ตอนที่พวกมันราดน้ำโสโครกใส่เธอเรียบร้อยแล้ว แค่นั้นยังไม่พอ.. พวกมันยังเอาดินโคลนมาป้ายหน้าของเธอจนหนาเตอะเป็นิ้วๆเลย อาาาา...!! ตอนนี้วิศณีตุลย์ของเราเหมือนก้อนดินที่มีชีวิตเลยค่ะ พวกมันเอาตัวของเธอออกมาจากลังไม้แล้ว และให้นอนบนเสื่อและม้วนตัวของเธอเอาไว้เพื่อที่จะได้แบกไปบนบ่าได้ง่าย และผู้คนจะได้ไม่ต้องสงสัย ( เพราะผู้คนจะได้ไม่เห็นว่ามีเชือกมัดอยู่ที่มือของเธอ ด้วยเพราะว่าเสื่อม้วนทั้งตัวช่วยปิดบังไปแล้ว ) เพราะพวกมันจะแบกเธอไปอย่างเปิดเผย พวกโจรมันรู้ว่าผู้หญิงที่พวกมันจับมาไม่สามารถพูดอะไรได้อยู่แล้ว เหมือนคนที่เป็ใบ้และเป็ง่อยพร้อมๆกันในเวลาเดียวนั่นแหละ!!..
‘ โอย..!! เหม็นจนเวียนหัวมากๆเลย ไอ้พวกนี้เอาน้ำขี้มาราดบนตัวของฉันทำไมกัน ? ไอ้พวกโจรโรคจิต!! ไอ้พวกบ้า.. เวรจริงๆ!!.. ไม่รู้ฉันเคยไปขี้รดบนหลังคาบ้านมันมารึยังไงกันนะ!? ถึงมาทำอะไรแบบนี้กับฉันได้.. ไอ้พวกไร้ความปราณี.. ฮือๆๆๆ ’
วิศณีตุลย์เธออยากร้องแต่ก็ร้องไม่ได้ ขนาดจะร้องให้นั้นเธอยังไม่มีเสียงออกมาเลยมีแต่น้ำตาน้อยๆของเธอเท่านั้นที่มันไหลออกมาได้ ช่างน่าเวทนาเสียนี่กระไร
พวกเ้าโจรทั้งสามคนรอให้ดินโคลนที่หน้าของวิศณีตุลย์นั้นแห้งจนมันแข็งติดหน้าของเธอ เสร็จแล้วเ้าคนเสียงห้าวมันก็แบกตัวของเธอขึ้นบ่าไป..
พวกโจรทั้งสามคนพวกนั้นแต่งตัวดูดีและดูปรกติเหมือนพวกพ่อค้าโดยทั่วๆไป แต่เ้าคนที่เสียงห้าวๆนั้นเป็คนตัวสูงใหญ่ มันจึงมีแรงที่เยอะกว่าเพื่อน มันเลยอาสาแบกวิศณีตุลย์ขึ้นบ่าและเดินอย่างปรกติแบบเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เมื่อทั้งสามคนเดินมาถึงที่ท่าเรือ ที่นั่นก็มีทหารยามยืนเฝ้าและตรวจตราผู้คนที่กำลังจะออกเดินทาง
“ นี่.. พวกเ้า แบกใครมา เอามาดูหน่อยซิ ” เสียงนายทหารคนหนึ่ง
“ อ๋อ.. นายท่าน.. นี่คือหลานสาวของข้าเองขอรับ นางป่วยเป็โรคหนอนดักแด้ขอรับ ท่านอย่าเพิ่งเข้าใกล้นางจะดีกว่านะขอรับ เพราะที่ดินแดนแห่งนี้ยังคงไม่มีหมอที่รักษาได้ขอรับ นี่.. พวกข้ากำลังจะพาไปยังแคว้น ฮัมเบิร์ต เพื่อไปหาหมอเพื่อรักษาก่อนที่โรคนี้จะระบาดแก่บุคคลอื่นโดยทั่วไปนะขอรับ ” เ้าหัวหน้ากลุ่มโจรโกหกอย่างหน้าตาย
“ อ่า.. อย่างนั้นรึ!! ถ้างั้นพวกเ้าก็รีบเดินทางไปเร็วเข้าเถอะ ไปๆๆ ” นายทหารคนนั้นคงจะกลัวโรคระบาดจึงรีบไล่พวกเขาให้ไปอย่างไว
พวกเ้าโจรทั้งสามคน ส่งสายตาให้กันอย่างมีเลสนัย ส่วนตัวของวิศณีตุลย์นั้นเธอใช้สายตาได้แต่เพียงอย่างเดียว ได้โปรด.. ขอร้อง.. วิงวอน.. และส่งกระแสจิตไปยังนายทหารผู้นั้น แต่มันก็ไม่เป็ผล สายตาและการกระทำของเหล่าทหารดูรังเกียจและกลัวว่าจะติดโรคร้ายจากหล่อน โดยไม่มี.. แม้กระทั่งการระแวงหรือสงสัยใดใดเกิดขึ้น ทั้งๆที่หล่อนไม่ได้เป็โรคอะไรใดๆเลย
‘ อะไรกัน!?.. ไอ้ทหารนี่ก็โง่เง่าเสียจริง!!.. แค่ไอ้พวกโจรบ้าห้าร้อยนี่มาพูดบอกกล่าว.. แค่นี้.. ตีหน้าเศร้าเล่าเื่เท็จก็ยอมเชื่ออย่างหมดใจไปแล้วน่ะหรือ ? ช่างไร้ซึ่งรอยหยักของสมองเสียจริงเชียว อ๋อ.. งั้นดินแดนแห่งนี้มันก็มีแต่พวกเง่าๆนั่นสินะ อุ๋ย!! ช่างดีเสียจริง ถ้าอย่างนั้นเราก็มีโอกาสสามารถทำเงินเพื่อความอยู่รอดของเราได้แล้วล่ะ ฮ่าๆๆๆๆ ถ้าเรารอดออกไปได้แล้วน่ะนะ.. ’
วิศณีตุลย์เธอยังไม่วายคิดเื่จะหาเงินเข้ากระเป๋าของตัวเองได้ยังไงอยู่นั่นล่ะ.. นั่นนางเอกหรือนางงกกันแน่!!!
เอาเป็ว่า.. ในตอนนี้พวกโจรแบกวิศณีตุลย์ผ่านด่านตรวจค้นคนได้สำเร็จ!! ผ่านวัตถุประสงค์ไปได้อย่างเรียบร้อย แต่พวกทหารเขาเปิดเส้นทางเดินเรือแค่ทางเดียวเท่านั้น.. เพื่อสะดวกต่อการตามล่าและตามหา ตามจุดประสงค์ของผู้นำแห่งจักรวรรดิอาเทนติยูสนั่นเอง ที่เปิดเส้นทางเดียวก็เปิดแค่เรือที่จะพาข้ามไปยัง แคว้นฮัมเบิร์ตเท่านั้น!! เพราะที่แคว้นฮัมเบิร์ตเป็ประเทศการเกษตร และทำการค้าขายอย่างเปิดกว้างและเสรี จึงทำให้มีท่าเรือที่ใหญ่และสามารถเดินทางต่อไปยังดินแดนอื่นๆได้โดยง่าย การคมนาคมสะดวกและที่แคว้นฮัมเบิร์ตนั้นยังมีร้านค้า ร้านอาหารและโรงแรมสำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางผ่านมาอยู่มากมาย
และในตอนนี้พวกโจรก็ได้เดินทางขึ้นมาบนเรือสำเภาแล้ว ที่บนเรือนั้นมีผู้คนอยู่มากหน้าหลายตา แต่ก็ไม่มีผู้ที่ผิดปรกติอย่างเช่น วิศณีตุลย์เลย ทุกๆคนที่อยู่บนเรือต่างก็เฝ้ามองเธอผู้แปลกประหลาด และก็ไม่รู้ว่าเธอเป็ตัวอะไร ?
เพราะในตอนนี้เธอถูกวางที่พื้นบนเรือไปเป็ที่เรียบร้อยแล้ว วิศณีตุลย์ได้แต่นอนนิ่งๆไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆจนเหมือนกับเธอได้ตายไปแล้ว ผู้คนที่อยู่บนเรือต่างก็ซุบซิบนินทาพวกโจรที่ปลอมตัวเป็พ่อค้าสามคนกับวิศณีตุลย์ที่ถูกห่อไปด้วยเสื่อที่ม้วนอยู่รอบตัวเธอและหน้าตาที่ดำปิ๋ดปี๋เพราะดินโคลน อีกทั้งยังส่งกลิ่นเหม็นโชยไปทั่วลำเรือ
“ ดูสิ..!! นั่นอะไรน่ะ เหม็นชะมัด!! เน่าตายไปรึยังนะ ? ” มนุษย์ป้าผมขาว
“ โอ้ย..!! ข้าอยากจะบ้าตาย.. ข้าต้องทนนั่งเรือนี่ไปอีกตั้ง 3 ชั่วโมงเลยนะ ” มนุษย์ลุงผมสีบรอนผสม
“ อย่างนี้เอาไปไว้ที่ใต้ท้องเรือไม่ได้เหรอ ? อยากจะอ้วก!! แหวะ!!.. ” แม่ค้าปากตลาดผมสีขาว
รู้สึกว่า.. ทุกๆคนจะรังเกียจในตัวของวิศณีตุลย์กันในตอนนี้มากๆเลยค่ะ เริ่มมีเสียงบ่นหนาหูขึ้น.. หนาหูขึ้น.. จนผู้คนที่อยู่บนเรือเ่าั้เริ่มจะทนต่อไปไม่ไหวแล้ว..
“ นี่!! พวกแก!! ข้าทนกลิ่นอีนังนี่ไม่ไหวแล้วนะ ช่วยเอามันไปไว้ที่อื่นได้ไหม ? เหม็นจะตายชัก!! ” แม่ค้าปากตลาดเริ่มโวยวายใส่พ่อค้าตัวปลอม
“ แล้วจะให้ข้าทำยังไงล่ะ.. ห๊า!! ก็ในเมื่ออีนังนี่ที่แกว่าน่ะ มันเป็หลานสาวของข้าที่กำลังไม่สบายอยู่ จะให้เอาไปไว้ที่ไหนกัน ? ” เ้าหัวหน้ากลุ่มโจรที่ปลอมเป็พ่อค้าโต้ตอบ
“ แกก็เอาไปไว้ที่ใต้ท้องเรือก่อนสิ.. ที่นั่นไม่มีผู้คน และก็เอาไว้เก็บสิ่งของ คนที่อยู่บนเรือนี่เขาจะได้หายใจหายคอสะดวกขึ้น ไม่อย่างนั้น!! ข้าว่าข้าจะเอามันโยนลงทะเลแน่ๆ ” แม่ค้าปากตลาดคนนี้เธอคงจะไม่ยอมเป็แน่
“ พวกเ้ามันเป็คนใจร้าย.. จะทำอย่างนั้นกับหลานสาวของข้าได้อย่างไร ? ” เ้าพ่อค้าตัวปลอมแกล้งตีบทแตก.. เอาตุ๊กตาทองไปเลยจ้าาาา..
“ ข้าไม่ได้หมายความอย่างที่พูดจริงๆซะหน่อย เ้าก็แค่นำหลานของเ้าไปไว้ที่ใต้ท้องเรือเสียก่อน.. พอถึงที่หมายแล้วก็ค่อยนำนางออกมาก็ได้ยังไงล่ะ!! ทุกๆคนที่อยู่บนเรือนี่จะได้ไม่ต้องทนเหม็น!! กลิ่นของนางกันและก็ไม่ต้องกลัวจะติดโรคจากนางด้วย ใช่ไหมพวกเรา ? ” แม่ค้าปากตลาดหาพรรคพวก
พวกโจรทั้งสามคนก็เลยค่อยๆคุยกันด้วยเสียงแบบกระซิบ
“ เอาอย่างนี้ดีไหม ? เอานังคนนี้ไปไว้ที่ใต้ท้องเรืออย่างที่แม่คนนั้นบอก เพราะว่ายังไงๆมันก็หนีไม่ได้อยู่แล้วนี่นา " เ้าคนเสียงแหลมกระซิบกับหัวหน้า
“ จะเอาแบบนั้นหรือ ? และถ้าเผื่อมีคนไปช่วยมันล่ะ ” หัวหน้าโจรยังคงหวาดระแวง
“ ใครจะไปช่วยมันกันล่ะ ดูสิ!! เหม็นขนาดนี้ แถมที่นี่ก็มีแต่พวกตาสีตาสาเท่านั้น ขนาดข้ายังแทบจะทนกลิ่นอีนังนี่ไม่ไหวอยู่แล้ว ไม่น่าเทน้ำโสโครกใส่มันเยอะเกินไปเลย แหวะ..!! " เ้าคนเสียงห้าวอธิบาย
“ ถ้าลูกพี่ไม่มั่นใจก็ให้ข้าไปเฝ้ามันเอาไหมล่ะ ? ” เ้าเสียงแหลม พยายามเอาตัวเข้าแลก
“ ไม่ล่ะ.. เพราะถ้ายิ่งมีคนเฝ้ายิ่งดูแปลกสำหรับคนพวกนี้ เพราะถ้าทรัพย์สินหรือสินค้าของใครหายไป พวกเราจะตกเป็ผู้ต้องสงสัยไปเลยในทันที ” หัวหน้าโจรพยายามอธิบายให้ลูกน้องของเขาฟัง
“ และก็จริงอย่างที่เ้าว่า นังผู้หญิงคนนี้ไม่สามารถขยับไปไหนได้ แม้แต่เสียงยังไม่ร้องเลยสักแอะ คงไม่มีอะไรเกิดขึ้นหรอก.. งั้นเ้าแบกมันไปทิ้งไว้ที่ข้างล่างที.. ” พ่อค้าตัวปลอมสั่งกับลูกน้องที่ตัวใหญ่สุดให้แบกวิศณีตุลย์ไป
นี่.. วิศณีตุลย์เธอยังต้องลงไปอยู่ใต้ท้องเรืออีกอย่างนั้นเหรอ ? อีกตั้งสามชั่วโมงกว่าจะไปถึงจุดหมาย.. และพวกโจรสามคนนี่จะพาเธอไปถึงไหนกันแน่นะ ? แล้วเธอจะหนีรอดไปได้หรือเปล่า..