ตั้งเเต่สมัยบรรพตกาลมนุษย์ เทพ เเละปีศาจได้อาศัยร่วมด้วยกันมาช้านาน สรรพสิ่งเเปรเปลี่ยนไปตามกาลเวลา นับตั้งเเต่โบราณ มนุษย์กราบไหว้นับถือเคารพบูชาขอพรจากเหล่าเทพมาจนถึงปัจจุบัน เทพจะค่อยช่วยเหลืุ์ ทั้งเื่ภัยธรรมชาติ ความอุดมสมบูรณ์การเกษตร ความรัก
เทพจะให้พรเเก่เหล่ามนุษย์ขึ้นอยู่กับเหตุเเละผล ่เวลาจังหวะสถานการณ์ การกระทำของเเต่ละบุคคล
หลายพันปีก่อนปีศาจสร้างความวุ่นวายให้มนุษย์ จนเทพต้องออกมาสร้างกฎให้อยู่รวมกันอย่างสงบสุข ปีศาจบ้างตนก็ทำพันธสัญญากับเทพอารักษ์ จนกลายเป็สัตว์เทพทำงานร่วมกับเทพอารักษ์ปกป้องเเดนมนุษย์
เทพอารักษ์จะสถิตดูเเลตามศาลเ้า สัตว์เทพมีหน้าที่รับใช้เทพอารักษ์เเละเฝ้าดูมนุษย์เ่าั้อยู่ห่างๆ
เทพอารักษ์ตามศาลเ้า เมื่อมีคนกราบไหว้เทพอารักษ์จะมีพลังคงรูปลักษณ์เเละพลังมากขึ้น เทพอารักษ์มีเเต่ละศาลเ้าก็ให้พรต่างกันออกไป เช่นความรัก การศึกษา การเกษตร การเรียน ความสุขจะให้พรเสริมด้านนั้นๆ เทพองค์ไหนไม่มีคนกราบไหว้ ไม่มีใครนึกถึงจะอ่อนเเอ่เเละสลายไปตามกาลเวลา
เหล่าเทพเองก็มีเื่ราวความรักเช่นกัน ระหว่างเทพกับปีศาจ ระหว่างเทพปีศาจกับมนุษย์ เเต่เป็ความรักที่ไม่ควรเกิดขึ้น เพราะคนที่เจ็บจะเป็ฝั่งที่อายุยืนยาว เเต่การจากลาไม่ได้เ็ปเสมอไป เื่ราวที่ดีก็มีเช่นกัน บางคู่อาจจะจบด้วยการเเยกจากกันอันน่าเศร้าเเต่อาจจะมีพันธสัญญากันไว้ในอดีตชาติ หรือชาตินี้ ทำให้ทั้งสองได้กลับมาเจอกันอีกครั้งในชาติต่อไป ไม่ว่าอีกฝ่ายจะเป็อะไรก็จะตาม ขอเพียงเเค่ได้มาเจอกันอีกครั้งก็พอ
‘ด้ายเเดงเเห่งโชคชะตากำลังหมุนอยู่รอบตัวพวกเราทุกคนไม่ว่าอีกฝ่ายจะเป็เทพ ปีศาจหรือ มนุษย์’
สัตว์เทพนกกระเรียนที่นั่งอ่านหนังสือในยามว่าง มาหยุดอยู่บรรทัดนี้ ในใจคิดว่าตัวเองคงไม่มีหรอกด้ายเเดงอะไรนั้น เขาอยู่มาพันสามหนึ่งร้อยปีเเล้ว ใกล้จะหมดอายุไขของสัตว์เทพเเล้ว ยังไม่เคยเจอใครที่ถูกใจเลยสักคน เรียวมือวางหนังสือลง ก่อนจะยืดตัวคลายเส้นเพื่อที่จะลุกออกไปทำงานต่อ อีกสองชั่วโมงก็เป็เวลาที่ผู้คนจะมาเที่ยวศาลเ้าจนงานล้นมือ เวลาพักก็ควรพัก ทำงานก็ทำงาน
ที่นี่คือศาลเ้าเอ็นเมย์เป็ศาลเ้าที่มีชื่อเสียงเเห่งหนึ่งในเกียวโต เทพอารักษ์ที่ประจำศาลเ้าชื่อว่าท่านเอ็นเมย์เป็เทพแห่งความสุข เป็ศาลเ้าที่มีผู้คนหลั่งไหลเข้ามาเที่ยวขอพร นับร้อยในเเต่วัน ทำให้งานของสัตว์เทพไม่ค่อยว่างเท่าไร ท่านเทพอารักษ์ก็เช่นกัน ที่ตั้งใจทำความปรารถนาของผู้ที่มาขอเป็จริง
สัตว์เทพในศาลเ้าเอ็นเมย์มีสองตน ปีศาจปลาทอง นามว่าเอ็ทสึมิ กับ ปีศาจนกกระเรียน นามว่าทสึรุ ยูกิ ทุกวันนี้ไม่มีวันหยุด ยิ่ง่ไหนที่มีงานเทศกาลจะวุ่นวายเป็พิเศษ
งานที่ศาลเ้าประกอบไปด้วยการทำความสะอาด ทำข้าวกล่องเเละขนมเอาไว้วางขายทำกำไลให้ศาลเ้า ช่วยงานมิโกะ ผู้ดูเเลศาลเ้าที่เป็มนุษย์ขายของเครื่องราง ตรวจเช็คความเรียบร้อยในศาลเ้า ทำสวนอีกใครให้ที่นี่มีสวนดอกไม้เเละมีสระบัวสวยงามดึงดูดผู้คนให้เข้ามาเที่ยวตลอด จนเป็สถานที่ท่องเที่ยวที่นิยมมากในเกียวโต เเละยังเป็ที่เหมาะมานั่งเล่นสงบจิตใจพักผ่อน เเก่ผู้ที่มาเยือนศาลเ้าเเห่งนี้
่เย็นผู้สูงอายุในหมูบ้านเเถวนี้จะมานั่งเล่นพบปะสังสรรค์กัน เเล้วยังมีกระต่ายขาวเเละดำที่หลงเข้ามาอยู่เต็มสวน ตอนเเรกหลงเข้ามาตอนหลังเลี้ยงเลย ลูกรักของท่านเทพอารักษ์เห็นชอบเเอบมาเล่นกับเ้าพวกนี้ ตอนเวลาคนอื่นเขาไม่เห็นไม่ก็หลับกันหมด เเต่ใครๆเขาก็เห็นรู้กันหมดว่าชอบไม่เห็นต้องเเอบเลย
เมื่อหลายร้อยปีก่อน เพราะท่านเอ็นเมย์ทำให้เขาได้มาเป็สัตว์เทพของที่นี่ ตอนสมัยที่เป็ปีศาจเขาบินผ่านมาเที่ยวเล่นแถวนี้ ่นั้นท้องฟ้ามืดครืมฝนใกล้จะตกตอนนั้นบังเอิญได้ยินเสียงดนตรีอันไพเราะ เป็เครื่องดนตรีเสียงสายที่ดังกังวานไปทั่ว จนทำให้เขาตกอยู่ในมนตร์สะกดจนต้องเเอบมาฟังถึงในศาลเ้า
พอคืนร่างมนุษย์กลับดันพลาดลื่นตกลงไปในสระบัว จนทำให้เกิดเสียงดัง ยังดีที่น้ำสูงเเค่หัวเข่า อาจจะเพราะด้วยความที่ตนเป็ปีศาจเเอบเข้ามาเเบบนี้กลัวเทพอารักษ์จะโกรธ จึงรีบเข้าไปหลบหลังดอกบัว สายตายังเฝ้าดูเทพอารักษ์คนนั้น ก่อนที่ปลายนิ้วจะหยุดบรรเลง ทำให้ทุกอย่างตกอยู่ในความเงียบ หัวใจของเขาตกลงไปที่ตาตุ่ม ในครั้งนั้นเป็ครั้งเเรกที่ได้เจอท่านเทพอารักษ์ที่มีใบหน้าเรียบนิ่งสงบ เเต่เต็มไปความน่าเกรงขามสง่างาม
เทพอารักษ์เ้าของเรือนผมสีทองเสื้อผ้าเป็ผ้าไหมขาว ใบหน้าเรียบนิ่งลุกจากเก้าอี้ เดินเข้ามาหาปีศาจที่หลุดเข้ามาในศาลเ้า ก่อนจะสั่งให้ปีศาจนกกระเรียนที่หลบอยู่หลังใบบัวออกมาจากที่ซ่อน สงสัยเพราะเอ็นดูปีศาจหรือเปล่า ถึงไม่ทำอะไรเเถมยังให้ผ้าขนหนูมาใช้เพราะกลัวจะไม่สบาย
‘นั้นคือหนเเรกที่เจอพูดคุยกับเทพอารักษ์ศาลเ้าเฟิสอิมเพชชั่นในตอนนั้น ถือว่าดีมากเลย’นกกระเรียนนึกย้อนสมัยนั้น
หลังจากเขากลับมาหาท่านเอ็นเมย์อีกครั้งเพื่อเอาผ้าขนหนูมาคืนเเต่ดันโดนเข้าใจผิดว่าเป็ผู้บุกรุก ่จังหวะนั้นท่านเทพอารักษ์เเช่น้ำอยู่ เเถมเพิ่งรู้เหตุที่ท่านเทพยื่นผ้าขนหนูให้เพราะเข้าใจผิดว่าตนนั้นเป็สตรีทั้งที่เป็บุรุษ เเค่หน้าสวยเท่านั้นเอง
เพื่อเป็การตอบเเทนบุญคุณเื่ผ้าขนหนู ปีศาจนกกระเรียนก็เริ่มมาช่วยทำความสะอาด ทำขนม ทำอาหารจนสกิลทางด้านนี้มาไกลกว่าเดิม จนท่านเทพใจอ่อนให้เขาเป็สัตว์เทพ ได้รับหน้าที่ดูเเลเื่ต่างๆในศาลเ้าร่วมกับปีศาจสัตว์เทพอีกตนหนึ่งจนมาถึงทุกวันนี้เป็วันเวลาที่สงบสุขดี
สัตว์เทพหรือปีศาจสามารถเเปลงกายเป็มนุษย์ได้สองเเบบ เเบบเเรกคือ ร่างมนุษย์ เเบบที่สองคือร่างมนุษย์ที่มีหู หาง ปีก มนุษย์ไม่สามารถมองเห็นร่างนั้นได้ ร่างมนุษย์ของสัตว์เทพนกกระเรียน มีผมสีขาวดุจหิมะขาว ใบหน้าหวานราวกับหญิงสาวทั้งที่เป็นกกระเรียนตัวผู้ ทำให้โดนเข้าใจผิดว่าเป็สตรีบ่อยครั้งอาจจะเพราะร่างบาง เเต่ความจริงเเค่ซ้อนรูปเท่านั้น อย่าเชื่อในสิ่งที่ตาเห็นภายนอก ต้องลองดูถึงจะเข้าใจว่าหุ่นเขาเเซ่บเเค่ไหน
เวลาปกติจะใส่ชุดกิโมโนลักษณะของนกกระเรียน สีออกเทาขาว ชุดตรงลายเเขนเป็ปีกขน ผมข้างหน้ามีถักเปียเส้นเล็กน้อย ั์ตาสีเขียวไม้ไผ่ออกไปทางมรกต
่ไหนที่งานเสร็จ ก็จะใช้ร่างมนุษย์ไปเที่ยวเล่นในเมือง ตามล่าชิมอาหารอร่อย จนทุกวันนี้นำมาประยุกต์ใช้ทำสูตรขนมอาหารใหม่ๆ หนูทดลองคือเอ็ทสึมิสัตว์เทพปลาทองอีกตนว่าผ่านหรือไม่ ก่อนให้ท่านเทพเอ็นเมย์ได้ลองทาน
ร่างบางเดินไปกวาดลานหน้าศาลเ้า ่นี้ฤดูบรรยากาศดีเหมาะเเก่การมาอู้กวาดใบไม้พลางชมบรรยากาศในสวน่นี้ ส่วนงานอื่นก็ฝากเอ็ทสึมิดูทางนั้นไปก่อน ตอนนี้อยู่ในร่างมนุษย์เเบบที่สอง ทำให้มนุษย์มองไม่เห็นร่างนี้จะได้ไม่มีใครมาสนใจ เรียวมือกวาดใบไม้ตามถนนไปได้สักพัก กำลังดื่มด่ำกับบรรกาศรอบข้าง
กลับมีเด็กหนุ่มคนหนึ่งดูไม่คุ้นหน้าไม่ใช่คนในพื้นที่เเถวนี้ เเต่ก็ไม่เเปลกเท่าไรที่จะมีนักท่องเที่ยวมากหน้าหลายตามาที่นี่ เพียงเเต่เด็กหนุ่มคนนี้พอมาถึงก็เข้ามาพูดคุยกับเขาเลย….
‘เด็กคนนี้มีซิกซ์เซนส์เเน่ๆ ต้องเเรงขนาดไหนถึงมองเห็นเขาเนี่ย’
“ขอโทษนะครับผมจะไปศาลเ้าที่ตั้งพระพุทธรูปเทพเอ็นเมย์อยู่ตรงไหนหรอครับ”เด็กหนุ่มเดินเข้ามาถามคนของศาลเ้าที่ยืนกวาดไม้ใบอยู่
ใครจะคิดว่าเด็กน้อยผมสีดำั์ตาสีทองที่เพิ่งมาก็เดินเข้ามาถามทาง เเต่กลิ่นอายรอบตัวดูผิดเเปลกต่างจากมนุษย์ปกติ เหมือนมีอะไรสักอย่างที่ซ้อนอยู่ทำเอาเขาสนใจอยากรู้เลยว่าความรู้สึกเเปลกๆนี้คืออะไร
“ทางนั้น”นกกระเรียนชี้ไปที่ศาลเ้าหลักที่ตั้งพระพุทธรูปท่านเอ็นเมย์ เขาคิดว่าเด็กน้อยคนนี้น่าจะหลงทาง ก็ที่นี่กว้างเเละใหญ่ไม่เเปลกที่จะหลงทาง
พอเด็กหนุ่มนันต์ตาสีทองได้คำตอบก็ขอบคุณเขา ก่อนจะเดินตรงไปยังที่ศาลเ้า สัตว์เทพเเอบเดินตามยืนมองไกลๆด้วยความสนใจ เเต่อาจจะทำให้เด็กหนุ่มขนลุกหลังเเปลกๆ ที่มีคนมาจ้องตัวเองเเบบนี้เลยหันมาทางเขา สายตาบ่งบอกได้ว่ามีอะไรหรือเปล่า
“คือ..ว่า”เด็กหนุ่มหันมาหาคนที่ยื่นจ้องเขาเเถมเข้ามาใกล้เรื่อยๆ เขาคิดในใจว่าจะหนีเลยดีไหมเเต่ก็กลัวทำให้คนอื่นแตกตื่น
สัตว์เทพส่ายหน้าให้คำตอบเด็กน้อยไปเเทน ในใจคิดว่าเด็กน้อยมาทำอะไรคนเดียว ดูจากลักษณะภายนอกคงอายุสิบเจ็บ สิบเเปดวัยกำลังโต เด็กมอปลาย ปกติต้องมาเที่ยวกับเพื่อนสิ ไม่ก็ทัศนศึกษากับทางโรงเรียนเเต่นี้เห็นมาคนเดียว
นกกระเรียนเดินเข้าไปใกล้กว่าเดิมนิดหน่อย
“ห้ามพูดออกมานะเดี๋ยวคนอื่นเขามองกัน เธอน่าจะเข้าใจนะ ฉันยังเเปลกใจที่เธอมองเห็นฉัน”นกกระเรียนมองคนตรงหน้าที่เหมือนจะเเปลกใจนิดหน่อย
เด็กหนุ่มนันย์ตาสีทองมองคนที่เข้ามา เขาเลยถอยออกเล็กน้อยเพื่อรักษาระยะห่าง สายตามองรอบข้างไม่มีใครเเปลกใจเลยว่ามีคนมายืนข้างเขา เเต่คนอื่นกลับมองไม่เห็นอีกฝ่าย ทำให้เขารับรู้ได้เลยว่าคนตรงหน้าไม่ใช่มนุษย์
“คือ…”
“ฉันเป็สัตว์เทพของศาลเ้านี้ ขอโทษที่ทำให้กลัวนะ”นกกระเรียนมองรอบๆ “นั้นเพื่อเป็การขอโทษ ขอเลี้ยงขนมเป็การขอโทษนะ”
สัตว์เทพมองเด็กหนุ่มั์ตาสีทองสายตาบ่งบอกถึงความเกรง ลังเล ระเเวง ไม่ไว้ใจ ก็ไม่เเปลกหรอกก็เขาเป็คนเเปลกหน้า เเต่ก็ยอมตามเขาออกมาคงเพราะมีเื่อยากถาม เขานำทางไปยังสวนด้านหลังของศาลเ้า ร่างบางพาไปนั่งศาลาติดสระที่มีม้าหินอ่อน มือเอื่อมไปหยิบชาเเละขนมต้อนรับเเขก
“มาจากที่ไหนหรอ ดูไม่ใช่คนในที่พื้นที่”
“โตเกียวครับ”ยูอิจิตอบออกไป ถ้าปกติมีคนมาถามคงเลี่ยงที่จะตอบ เเต่อีกฝ่ายเป็สัตว์เทพเเถมยังชวนเขามากินขนมอีก เเล้วดูเป็มิตร
“โตเกียวไกลจังเลย” เรียวมือรินชาให้เด็กตรงหน้า
“คือ…ถ้าเรานั่งที่สถานีรถไฟไปก็ใช้เวลาไม่นานนะครับ แต่ก็ต้องเผื่อเวลาหน่อย”ยูอิจิพูดถึงการเดินทางสำหรับมนุษย์ที่อะไรก็สะดวก ขอแค่คุณนั่งรถไฟได้ก็สามารถไปได้ทั่วญี่ปุ่น
เ้าของนันย์ตาสีเขียวไม้ไผ่ดันขนมไฮเดรนเยียสีน้ำเงินฟ้ามีกลื่นหอมชื่นใจ ไส้ขนมเป็สูตรพิเศษที่ตนคิดเอง อากาศค่อนข้างเย็นลงฝนใกล้ตกเเล้วเหมาะกับการนั่งจิบชา สายตามองเด็กหนุ่มที่ยังดูเกรงๆ
“อย่างงั้นหรอ เเต่ก็ดีเเล้วที่เดินทางสะดวกลองกินขนมดูสิ ฉันทำเองเลย ขนมไฮเดรนเยียมีขายเเค่ในศาลเ้าเเห่งนี้"สัตว์เทพนกกระเรียนหยิบปิ่นโตสำหรับใส่ขนมออกมา เขานำในจานนำมาเรียงใส่กล่อง จัดตกสวยงามพร้อมห่อผ้าลายดอกไฮเดรนเยีย เเล้วยื่นกล่องขนมให้เด็กน้อยตรงหน้าให้เป็ของฝากเอากลับไปด้วย
“อ่ะ.. ขอบคุณนะครับ ผมเกรงใจเลย” ยูอิจิมองปิ่นโตสำหรับใส่ขนมที่ได้รับ เขาจะปฏิเสธก็ไม่กล้า เลยต้องรับมา คิดไว้ว่าถ้าเอาไปแบ่งให้เพื่อนที่โรงเรียนก็น่าจะได้อยู่ แต่ตอนนี้เขาไม่มีอะไรตอบแทนอีกฝ่ายเลยเนี่ยสิ “คุณให้ของผมเยอะเลย แต่ผมไม่มีอะไรให้คุณกลับเลย”
นกกระเรียนมองเด็กน้อยก่อนจะส่ายหน้าว่าไม่ได้อยากได้อะไร
“เด็กน้อยมีชื่อว่าอะไร คุยกันมาได้สักพักเเล้วฉันกลับลืมถามไปเลย”
“ชื่อ ทาคามิยะ ยูอิจิ ครับ”
“นั้นฉันจะเรียกเธอว่ายูอิจิคุงนะ ฉันชื่อทสึรุ ยูกิยินดีที่ได้รู้จัก”
“นั้นขอผมเรียกว่าทสึรุซังนะครับ”
คนที่ถูกเรียกชื่อว่า ‘ทสึรุซัง’ก็ยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย สายตามองยูอิจิที่ยอมรับปิ่นโตขนมไปด้วยดี ค่อยเบาใจลงหน่อยกลัวเด็กน้อยไม่กล้ารับไว้ เเต่ดูจากสายตาที่มองมาเหมือนอยากตอบเเทนเขาบ้าง ทั้งที่ปฎิเสธไปเเล้วว่าไม่เป็ไร
“เออ นั้นไว้โอกาสหน้าที่ฉันได้เที่ยวโตเกียวคงต้องรบกวนยูอิจิคุงเเล้ว”
“งั้นถ้าคุณมา เออ... ่เสาร์อาทิตย์นะครับ สามารถเจอผมได้ที่ร้านกาแฟครับ ผมไม่ได้ทำทั้งวันก็น่าจะพาคุณเที่ยวได้ครับ” ยูอิจิบอกชื่อร้านที่ตัวเองทำงานไป กับสิ่งลี้ลับที่เป็สัตว์เทพแบบนี้คิดว่าคงไม่เป็ไรหรอก
"ยูอิจิคุงทำงานพาร์ทไทม์ที่ร้านกาเเฟ@@ เป็เด็กที่ขยันจังเลยนะ"ยูกิกล่าวชมเพราะเท่าที่ดูยูอิจิก็เหมือนจะเป็เด็กเก่ง เด็กขยัน ถึงจะเเอปมีความรู้สึกมีอะไรเเปลกไปบ้างก็ตาม คงจะเป็บรรยากาศรอบตัวของเด็กหนุ่มที่ทำให้เขาคิดเเบบนั้น
"ก็..่ต้องใช้เงินน่ะครับ"ยูอิจิแอบหัวเราะเบาๆ ที่เหมือนหัวเราะประชดตามแบบมนุษย์เงินเดือนทั่วไป เวลาพูดถึงเงินค่ากินค่าใช้
"ฉันเข้าใจเลย เด็กวัยนี้ก็ต้องใช้เงินเป็ปกติ บางทีก็เกรงใจที่บ้านอยากเเบ่งเบาภาระหน้าที่ เเต่อย่าฝืนตัวเองมากไปละ” นกกระเรียนเห็นยูอิจิคุงดูพักผ่อนน้อย “จะว่าไปโตเกียวมีสถานที่เที่ยวเยอะจริงๆ ของกิน ขนม ฉันไม่ได้ไปเที่ยวมาสักพักเเล้วว ไว้จะไปหายูอิจิคุงที่ร้านนะ"
"ยินดีเลยครับ" จริงๆเขาก็เกือบจะขายโปรโมชั่นของทางร้านให้กับอีกฝ่ายไปซะแล้ว ถ้าสมองไม่เบรกตัวเองก่อนว่าอีกฝ่ายเป็สัตว์เทพไม่ใช่มนุษย์
ยูกิยิ้มให้ยูอิจิ ก่อนจะลุกมาดูข้างนอกเหมือนเมฆฝนกำลังจะมา
ท้องฟ้าดูครึ้มลงฝนดูใกล้จะตกเเล้ว สัตว์เทพเเอบไม่สบายใจว่าถ้าเด็กหนุ่มไม่รีบกลับ จะตากฝนกลับบ้านเอา ไหนจะการจราจรที่ติดขัด่ฝนตกกลัวจะพลาดขึ้นสายที่จะไปโตเกียว ยิ่งมาคนเดียวด้วยทำให้เป็ห่วงหนักขึ้นไปอีก
“ยูอิจิคุง ตอนนี้ฉันว่าได้เวลากลับเเล้วฝนใกล้จะตก เดี๋ยวไปทันขึ้นรถเมย์หน้าศาลเ้าที่ตรงสายไปยังสถานีรถไฟ” ก่อนจะหันหยิบเครื่องรางของศาลเ้าให้เด็กหนุ่มตรงหน้า เครื่องรางเป็ลายปักเป็ลายจิ้งจอกที่ยื่นข้างนกกระเรียนเเล้วก็มีดอกนาโนะฮานะสีเหลือง มีกลิ่นหอมของสมุนไพรเเละดอกนาโนะฮานะช่วยให้ผ่อนคลาย “เก็บไว้นะ เครื่องรางจะคอยปกป้องเธอ”
ยูอิจิที่ตอนแรกก็กำลังสนใจเื่สภาพอากาศ เพราะตอนที่มาเขาก็พอรู้แล้วว่าฝนจะตก แต่ไม่นึกว่าจะเร็วกว่าที่นักข่าวคาดไว้ ก่อนจะหันมาสนใจเครื่องรางที่ได้รับมาเเอบเเปลกใจเื่ลวดลายอยู่เหมือนกัน ทำไมถึงมีรูปจิ้งจอกละ เเถมมีกลิ่นหอมด้วยพอดมก็รู้สึกดีมากๆ จะว่าไปอันที่เคยได้จากศาลเ้าหนึ่งตอนเด็กมันหายไปไหนแล้ว
“ขอบคุณนะครับ ปกติแล้วผมมาศาลเ้าเพื่อขอพร ผมมักจะหาสัญญาณอะไรสักอย่างเพื่อที่จะบอกว่าคำขอของผมได้รับการรับรู้แล้ว นี่ก็อาจจะเป็สัญญาณสำหรับผมก็ได้”ยูอิจิหันไปยิ้มให้สัตว์เทพ บางทีเขาก็แอบคิดนะว่าการที่เจอสัตว์เทพแบบนี้ วันนี้อาจจะมีอะไรดีๆขึ้นมาก็ได้
ใบหน้าของสัตว์เทพยกยิ้มให้เด็กน้อยที่น่าเอ็นดูตรงหน้า ก่อนจะใช้เรียวมือข้างหนึ่งยื่นมือไปลูบหัวเด็กน้อยอย่างอ่อนโยน ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าเขาเผลอตัวไปลูบหัวอีกฝ่ายจนต้องรีบดึงมือกลับมา
จังหวะที่สัตว์เทพยื่นมือมาลูบหัวยูอิจิมีแอบใเล็กน้อย แต่พอเห็นว่าเป็การลูบหัวก็ไม่ได้แสดงท่าทีที่รังเกียจออกมา เเอบรู้สึกดีด้วยซ้ำมันทั้งอบอุ่น สบายใจอย่างบอกไม่ถูก เขาคิดว่าถ้าเทียบตามอายุจริงๆแล้ว เขาก็คงยังเป็เด็กตัวน้อยๆสำหรับสัตว์เทพคนนี้
“ครับ จะพยายามครับ ขอบคุณนะครับ”
“ดูเเลตัวเองด้วย”นกกระเรียนกล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนเเก้เขินที่ตัวเองเผลอลูบหัวไป ร่างบางที่ราวกับสตรีลุกขึ้นก่อนจะเชิญเดินน้อยให้เดินตาม “นั้นฉันจะเดินไปส่งยูอิจิคุงที่หน้าศาลเ้า เหล่าดอกไฮเดรนเยียร้องเเจ้งเตือนเเล้ว”
เด็กหนุ่มไม่ได้ปฏิเสธ เมื่ออีกฝ่าย้าที่จะไปส่งเขาที่หน้าศาลเ้า ก่อนจะหันมองดอกไฮเดรนเยียตามที่อีกคนกำลังพูดถึงว่าร้องเเจ้งเตือนหรอหมายความว่าอย่างไร
“ยูอิจิคุงรู้ไหมว่าดอกไฮเดรนเยียมีจิติญญาบริสุทธิ์อยู่”
“หมายถึงยังไงหรอครับ ผมรู้แค่ว่าดอกไฮเดรนเยียแสดงถึงความบริสุทธิ์ครับ”
“หมายถึง ในดอกไม้ไม่ว่าจะต้นไม้ใบหญ้า ต่างก็มีจิติญญาอยู่ เเต่ในดอกไฮเดรนเยียนั้นมีจิตบริสุทธิ์ เป็สิ่งเหล่าภูตผีปีศาจไม่ค่อยอยากเข้าใกล้”สายตามีเหลือบมองข้างๆยูอิจิตคุงนิดหน่อย เหมือนเห็นอะไรเเต่ไม่พูดอะไรออกไป
ยูอิจิยังมองเเบบไม่เข้าใจอยู่ดีว่าทำไมเเถมเหมือนเห็นสายตาที่มองรอบข้างเขา เลยเเอบสงสัยเลยว่ามองอะไร
สัตว์เทพพยายามอธิบายให้เข้าใจ เเต่ไม่รู้ว่ายูอิจิคุงจะเข้าใจไหม มือเอื่อมเด็ดดอกไฮเดรนเยียออกมามาหนึ่งก้านดอก เเล้วเดินตรงไปหายูอิจิคุง
“รับไปสิ เเล้วนำไปมอบให้กับคนที่เ้ารัก ดอกไม้นี้หมายถึงคำว่า ขอบคุณ ได้เช่นกัน” ควรบอกว่าเอาไว้คุ้มครองยูอิจิคุงมากกว่า
“ทั้งๆที่เป็ดอกไม้ที่มีพิษน่ะหรอครับ”ยูอิจิหัวเราะเบาๆเพราะตลกกับมันหน่อยๆ
ถ้าที่อีกฝ่ายพูดคือคำยืนยันว่าดอกไฮเดรนเยียมีจิติญญาที่บริสุทธิ์ แต่ถ้าตามพวกสายวิทย์แล้ว ไฮเดรนเจียคือดอกไม้มีพิษ
“ถ้าไม่กินเข้าไปก็เป็ดอกไม้ธรรมดาได้”นกกระเรียนพยายามอธิบาย
เด็กหนุ่มรับดอกไม้ที่อีกคนเด็ดมาให้ มันเป็ดอกไม้ที่สวยมากเพราะเป็ฤดูของมัน “ขอบคุณสำหรับดอกไม้ครับ”
‘จิตบริสุทธิ์แต่ร่างกายเป็พิษหรอ’
ยูกิเเอบขำออกเล็กน้อยตอนที่เห็นถามคำถามเเบบนั้นออกมา ก็ไม่เเปลกที่จะกลัวเื่พิษนะเเต่ตัวพิษไม่ได้อยู่ที่ดอกหรอกเพราะงั้นสบายใจได้
ทั้งคู่เดินมาตามทางในสวนจนไปถึงหน้าศาลเ้า ในระหว่างนั้นไม่ค่อยมีคน จึงพูดคุยกันได้ไม่เป็ที่สะดุดตาคนเเถวนั้น เด็กหนุ่มั์ตาสีทองเดินตามสัตว์เทพมาเรื่อยๆ พอเห็นว่าไม่ค่อยมีคนก็สบายใจหน่อย เพราะอย่างน้อยก็จะไม่มีคนมองเขาแปลก ถ้าคุยกับคนข้างๆ
“ขอบคุณที่มาส่งนะครับ แล้วก็ขอบคุณสำหรับเครื่องราง ดอกไฮเดรนเยียแล้วก็ขนมอีก…”ยูอิจิรู้สึกว่าเขาได้อะไรต่อมิอะไรเยอะเกินไปแล้ว
“ไม่เป็ไร ยูอิจิคุง ฉันตั้งใจมอบให้”
“ผมต้องตอบแทนคืนเเน่ๆครับ”
นกกระเรียนมองคนหัวดื้อที่อย่างไงอยากจะตอบเทนคืน ก่อนจะถอนหายใจเหมือนยอมเเล้ว
“ก็ได้ยูอิจิฉันยอมให้เธอตอบเเทนคืน นั้นเดินทางปลอดภัย ไว้เจอกันใหม่ดูเเลรักษาตัวเองด้วย พักผ่อนเยอะๆอย่าหักโหมมากไปละ”ยูกิโบกมือบ๊ายบายตรงหน้าประตูศาลเ้า
“ขอบคุณครับ ทสึรุซังเองก็รักษาตัวด้วยครับ"ยูอิจิโค้งให้อีกฝ่ายก่อนจะไปขึ้นรถบัสเพื่อไปสถานีสำหรับขึ้นกลับ และเขาคิดว่าเื่ในวันนี้น่าเอาไปเล่าให้พี่สาวเขาฟังสักหน่อย