“เ้าไปหออวิ๋นเสียนสืบหาข่าวของเซินจิ้งหยวน และมู่หรงซินมาให้ข้าข้า้ารู้เื่ทั้งหมดภายในคืนนี้”
ิเฉวียนเจ๋อเอ่ยเสียงเข้มพร้อมกับมอบตราหยกของตนเองให้องครักษ์คนสนิทไปจัดการ
“ส่วนเ้าไปเฝ้าดูนางให้ดีหากขาดตกบกพร่องอะไรก็หาไปให้นาง ของกิน น้ำ หรือแม้แต่ที่นอนดี ๆ ก็ต้องหาให้ที่สำคัญ! ต้องระวังอย่าให้มีแมลงตัวไหนเข้ามาใกล้นาง นางแพ้แมลงหากข้าได้ยินข่าวว่านางถูกแมลงสัตว์กัดต่อย คงไม่ต้องให้บอกกระมังว่าเ้าจะได้รับโทษเช่นไร”
น้ำเสียงที่เอ่ยสั่งบ่าวรับใช้ของิเฉวียนเจ๋อเรียบง่ายอย่างยิ่งผิดก็แต่แววตาของเขาที่แฝงแววข่มขู่กดดันอยู่ในนั้นเห็นอย่างนี้แล้วจะไม่ให้พวกบ่าวรับใช้ใกล้ชิดรู้สึกแข็งเกร็งได้อย่างไรกัน
“ขอรับนายท่าน”บ่าวรับใช้พวกนั้นกล่าวอย่างงุนงง แต่ก็ต้องทำตามคำสั่งของเ้านายทุกประการ
“ส่วนเ้า!อย่าเพิ่งไป! ก่อนหน้านี้เ้าััเนื้อตัวนาง จับท่อนแขนนางโดยพลการข้าจะไม่ถือโทษโกรธเคือง ยิ่งไม่สั่งลงโทษให้เืตกยางออกแต่ต่อไปนี้เ้าจงย้ายไปเป็คนดูแลม้า อย่าได้เสนอหน้ามารับใช้ข้างกายข้าอีก”
“นะ นายท่านนายท่านขอรับ” น้ำเสียงของบ่าวผู้น้อยสั่นเครือตะกุกตะกักพยายามจะเอ่ยแก้ต่างให้ตนเอง แต่ก็ทำไม่ได้เสียที
“หากกล้าเอ่ยคำว่านายท่านอีกแม้แต่คำเดียวข้าจะสั่งให้คนพวกนั้นมาลากเ้าออกไปเสีย”
ิเฉวียนเจ๋อยังคงเอ่ยเสียงเรียบเยียบเย็นแต่ทว่าแววตาของเขานั้นน่าหวาดกลัวยิ่งนักเห็นอย่างนี้แล้วบ่าวรับใช้คนดังกล่าวก็ไม่กล้าเอ่ยอะไรแม้แต่ครึ่งคำหนำซ้ำลมหายใจของเขาเองก็ยังต้องรักษาให้มั่นคง เขาค่อย ๆค้อมหัวเดินจากไปในที่สุด
.
..
หนึ่งชั่วยามต่อมา...
“เื่ราวก็เป็เช่นนี้ขอรับ”
องครักษ์คนสนิทนามว่า อู๋ฝางที่ไปซื้อข่าวสารที่หออวิ๋นเสียนได้นำเื่ราวเกี่ยวกับเซินจิ้งหยวนและมู่หรงซินมาบอกกับผู้เป็นายด้วยสีหน้าเคร่งขรึมจริงจัง
เซินจิ้งหยวนผูกสมัครรักใคร่กับคุณหนูตระกูลจางนามว่าจางเนี่ยนเจิน นางเป็หลานสาวของพระสนมเสียนเฟยแต่เพราะอีกฝ่ายเป็ถึงหลานสาวของพระสนมเสียนเฟย เกิดในตระกูลขุนนางแม้เป็เพียงบุตรสาวที่เกิดจากครรภ์ของอนุแต่ลำดับศักดิ์ของนางก็ยังนับว่าสูงมากอยู่ดี
ด้วยเหตุนี้จึงทำให้เซินจิ้งหยวนที่มีพันธะผูกพันกับมู่หรงซินในสถานะภรรยาอยู่ก่อนแล้วกลายเป็ว่านี่คือปัญหาใหญ่ที่สุดที่เขาจะรับจางเนี่ยนเจินเข้ามาเป็ภรรยาอีกคนฝ่ายนั้นจะไม่ยินยอมแต่งกับเขาเด็ดขาดหากไม่แต่งนางเข้ามาเป็ภรรยาเอกของจวนตระกูลเซิน
เดิมทีิเฉวียนเจ๋อนั้นทราบดีอยู่แล้วว่าเซินจิ้งหยวนผู้นั้นมีนิสัยใจคอเป็คนเช่นไร และผู้คนทั่วไปต่างก็ดูออกทั้งพูดเป็เสียงเดียวกันว่า ที่เซินจิ้งหยวนเข้าหามู่หรงซินก็เพราะ้าความมั่งคั่งจากนางที่เป็บุตรสาวของตระกูลคหบดี
เซินจิ้งหยวนเป็คนมีความสามารถอยู่พอประมาณแต่เขานั้นไร้ยางอายเป็อย่างยิ่งเขาทำทุกอย่างเพื่อให้ได้มู่หรงซินมาอยู่ใน จนท้ายที่สุดนางยอมใจอ่อนและยอมแต่งเป็ภรรยาของเขา
เมื่อได้รับผลประโยชน์จนพอใจแล้วมู่หรงซินก็นับว่าหมดผลประโยชน์ จนกลายเป็เพียงสิ่งของไร้ค่าในสายตาของเขาทั้งที่นางกำลังตั้งครรภ์ลูกของเขา แต่เ้านั่นก็ยังบีบบังคับให้นางหย่าขาดและจำต้องระหกระเหินออกเดินทางมากับขบวนคุ้มภัยเช่นนี้
มารู้อย่างนี้แล้วก็ช่างน่าเจ็บใจยิ่งนัก!
ปีนั้นหากนางไม่หลงคารมคนชั่วไม่คล้อยตามคำหว่านล้อมต่าง ๆ นานาของเ้าคนแซ่เซิน นางก็คงไม่ต้องมามีชีวิตที่อาภัพเช่นนี้หากนางอดทนรอสักหน่อย แล้วได้แต่งเข้าตระกูลิไหนเลยที่เขาจะกล้าให้นางได้เจ็บช้ำน้ำใจแม้แต่มดตัวเดียวเขาก็จะไม่ยอมให้เข้าใกล้นางได้เด็ดขาด
นางตัดสินใจเลือกคนผิดจนตนเองต้องมีชีวิตที่อาภัพเช่นนี้ ล้วนไม่ใช่ความผิดพลาดของนางแค่คนเดียว ส่วนหนึ่งตัวเฉวียนเจ๋อเองก็มีส่วนผิดผิดที่เมื่อก่อนนี้ไม่ได้แสดงออกว่ารักใคร่ชอบพอนางมากเพียงใดผิดที่ตามใจนางมากจนเกินไปตามใจนางกระทั่งนางได้ออกไปเจอคนชั่วช้าเช่นเซินจิ้งหยวน สำคัญที่สุดคือเขาผิดมหันต์ที่มัวแต่หมกมุ่นอยู่กับกองหนังสือ ให้ความสำคัญกับการเตรียมตัวเข้าสอบเคอจวี่มากจนเกินไปกระทั่งละเลยนาง จนนางได้ตกไปเป็ของชายอื่นเหมือนอย่างที่เห็น
‘ซินเอ๋อร์...มาครานี้... หากข้ามีโอกาสได้ใกล้ชิดเ้าอีก ข้าจะไม่ทำผิดพลาดซ้ำสองเด็ดขาดข้าจะดูแลเ้าให้ดี ข้าจะไม่มีวันปล่อยเ้าหลุดมือไปอีก’ ิเฉวียนเจ๋อครุ่นคิดภายในใจด้วยสีหน้าที่ไม่บึ้งตึงแต่ก็ไม่ได้แย้มยิ้มสีหน้าแววตาของเขาในยามนี้นับว่าคาดเดาได้ยากอย่างยิ่ง
.
..
หลังพูดคุยสนทนากับอู๋ฝางเสร็จ เฉวียนเจ๋อก็เดินออกไปด้านนอกเรือนพักของโรงพักม้าเขายืนอยู่ในมุมมุมหนึ่งที่ค่อนข้างอับสายตา เฝ้าจ้องมองคนงามที่เป็ดั่งยอดดวงใจซึ่งตอนนี้กำลังนอนหลับปุ๋ยอยู่ใต้โคนต้นไม้ด้วยสภาพชวนน่าเวทนาเขาถอนหายใจเสียงหนักอย่างไม่อาจทนทานได้ไหว
แม้นางจะไม่้าเขาไม่เคยชายตามองเขา เห็นเขาเป็เพียงแค่พี่ชายคนหนึ่ง แต่ตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาล้วนแต่ถนอมดูแลนางอย่างดี ปฏิบัติต่อนางอย่างสุภาพบุรุษเฝ้ามองนางด้วยสายตาหวานเชื่อม ประหนึ่งบุรุษปรารถนาสตรีเขายินยอมทำตามทุกอย่างที่นาง้าแต่กระนั้นนางก็ยังโง่เขลาไปเลือกเ้าคนแซ่เซินมาเป็คู่ชีวิต
‘หรงซินเอ๋ยหรงซินในเมื่อเื่ราวมันเป็เช่นนี้แล้ว มิสู้ต่อจากนี้เป็ต้นไปให้พี่ชายคนนี้ได้เป็ที่พักพิงของเ้าไปชั่วชีวิตเถอะนะ’
เช้าวันรุ่งขึ้น...
การเดินทางบนรถม้าที่โคลงเคลงไปมาชวนให้รู้สึกคลื่นเหียนอาเจียนเป็ที่สุดมู่หรงซินที่นอนหลับพริ้มั้แ่เมื่อคืน พลันลืมตาลุกขึ้นมาแล้วรีบปรี่ไปที่หน้าต่างรถม้า แล้วโก่งคออาเจียนออกมาด้วยความทรมานแต่ทว่าในขณะนั้นเอง จู่ ๆ ก็มีฝ่ามือของใครคนหนึ่งยื่นมาลูบแผ่นหลังของนางเบา ๆชวนให้นางจำต้องเบิกตากว้างแล้วหันขวับกลับไปมองด้วยความใ
“เป็ท่านไปได้ยังไง!?แล้วข้ามาอยู่บนรถม้าได้ยังไง?” ปฏิเสธไม่ได้ว่ามู่หรงซินใอย่างหนักที่เห็นิเฉวียนเจ๋อนั่งอยู่ข้างกายอีกทั้งผู้คนมากหน้าหลายตาที่ร่วมออกเดินทางมาพร้อมกันกับนางก่อนหน้านี้ก็หายไปหมดแล้วรวมถึงท่านยายหลิวด้วย
“ใจเย็น ๆ ก่อน ค่อยๆ พูด” ิเฉวียนเจ๋อเอ่ยกับนางด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลใจเย็นอีกทั้งยังยื่นมือมาช่วยจับประคองร่างของนางไว้อีกต่างหาก
“ท่านทำอะไรกับข้าแล้วจะพาข้าไปไหน” นางเอ่ยกับเขาด้วยสีหน้าตึงเครียดหว่างคิ้วยับย่นจนแทบผูกกันเป็ปม แต่กระนั้นเฉวียนเจ๋อก็ไม่คิดถือสาเพราะเขารู้ดีว่านี่คือธรรมชาติของคนท้อง ที่มักอารมณ์ฉุนเฉียวแปรปรวนขึ้น ๆ ลง ๆ
“ซินเอ๋อร์...ข้าไหนเลยจะกล้าทำอะไรกับเ้า ข้าเพียงแต่ดูแลเ้าอย่างใกล้ชิดต่างหาก”
เขาประคองให้นางมานั่งลงข้างๆ อย่างเบามือ และอธิบายให้นางเข้าใจว่า ที่นางหลับลึกและหลับนานจนไม่รู้สึกตัวล้วนไม่ใช่เพราะฤทธิ์ยา หรือแผนการสกปรกใด ๆ ของเขาทั้งสิ้น แต่อาจเป็เพราะนางเหนื่อยล้าจากการเดินทางไกลอีกทั้งยังแพ้ท้องอาเจียนอย่างหนักจึงทำให้นางหลับลึกไม่ได้สติถึงแม้ว่าเฉวียนเจ๋อจะเข้าไปอุ้มร่างของนางขึ้นมาไว้บนรถม้าแล้วก็ตาม
“แล้วตกลงท่านจะพาข้าไปไหน!นี่ไม่ใช่ทางกลับบ้าน” มู่หรงซินมองออกไปนอกบานหน้าต่างรถม้า จำได้ว่าทางเส้นนี้นางเคยเดินผ่านไปแล้ว
“ซินเอ๋อร์...เ้าจะกลับบ้านทั้งที่เป็แบบนี้น่ะหรือ กลับเมืองหลวงกับข้าเถอะนะ เื่ของเ้าข้าจะรับผิดชอบทุกอย่าง ข้าส่งจดหมายเชิญท่านลุงกับท่านป้ามาที่จวนของข้าแล้ว”
ิเฉวียนเจ๋อเอ่ยกับนางด้วยน้ำเสียงอบอุ่นอ่อนโยนแววตาของเขาที่เพ่งมองนางมันช่างเว้าวอนยิ่งนักประหนึ่งลูกสุนัขตัวน้อยที่อยากยื่นหน้าเข้ามาออดอ้อนคลอเคลียที่ท่อนขาของเ้าของ
การเดินทางกลับอู่เฉียงใช้ระยะเวลาพอสมควรทั้งยังลำบากเป็อย่างยิ่งทั้งการเดินทางร่วมกับผู้คุ้มภัยเ่าั้ไม่ใช่การเดินทางที่ปลอดภัยเลยแม้แต่น้อยอีกทั้งซินเอ๋อร์ของเขายังหน้าตางดงามถึงเพียงนี้หากโชคไม่ดีถูกดักปล้นกลางทางขึ้นมา นางจะไม่ตกไปเป็เมียโจรหรอกหรือหากปล่อยให้เป็เช่นนั้นจริง ๆ เฉวียนเจ๋อคนนี้คงจะเสียใจไปชั่วชีวิตเป็แน่
“พี่ิ!ท่านตัดสินใจแทนข้า ท่านไม่รอถามความเห็นจากข้าเลยแม้แต่ครึ่งคำท่านก็พาข้าขึ้นรถม้ามาเสียแล้ว ท่านเองก็ใช่ว่าจะดีไปกว่าเซินจิ้งหยวนนักได้ขึ้นตำแหน่งเป็ขุนนางแล้ว ก็เผด็จการอย่างยิ่ง”
นางไม่พอใจที่เขาสอดมือเข้ามายุ่งเื่ของนางอีกทั้งยังตัดสินใจแทนนางโดยพลการ มู่หรงซินที่แต่เดิมก็ดื้อรั้นกับเขายิ่งนัก จึงอดไม่ได้ที่จะด่าทอออกไปยกหนึ่งอีกทั้งยังทำสีหน้าปั้นปึ่งบึ้งตึงใส่เขา ราวกับเห็นเขาเป็ศัตรูตัวฉกาจไม่ใช่พี่ชายที่แสนดีของนางอีกต่อไปแล้ว
การกระทำของนางเช่นนี้แทนที่จะทำให้เขารู้สึกโกรธเคืองแต่กลับกันลิบลับ คือเขารู้สึกยิ่งเอ็นดูนางมากกว่าเดิม เพราะภาพฉากตอนที่เขาและนางยังเป็เด็กมันผุดวาบขึ้นมาในหัวของเขา
เมื่อก่อนนี้เวลาที่เขาทำอะไรไม่ได้ดั่งใจนางก็มักจะทำปากยื่นใส่เขาอยู่บ่อย ๆ โดยเฉพาะเวลาที่เขาบังคับให้นางอ่านตำราและเล่นหมากล้อมเป็เพื่อนเขา
“ผิดแล้วซินเอ๋อร์กับเ้าข้าไหนเลยจะกล้าเผด็จการ แต่ไหนแต่ไรมา เพราะข้าตามใจเ้ามากเกินไปต่างหากเ้าถึงได้หนีออกจากจวนไปเที่ยวเล่น กระทั่งได้เจอกับคนชั่วแซ่เซินและได้มาตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ ซินเอ๋อร์... ทั้งหมดต้องโทษข้า เป็ข้าที่ไม่ดีเองทั้งหมดล้วนเป็ความผิดของข้า”
ิเฉวียนเจ๋อเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ต่ำพร่าสีหน้าแววตาของเขาอบอวลไปด้วยพลังงานบางอย่างที่ยากจะอธิบายเดิมทีเขาอดทนอดกลั้นมิใช่น้อย ๆ ที่ต้องมองนางแต่งไปกับชายอื่นเขาพร่ำปลอบใจตัวเองว่านางจะมีความสุขกับคนที่นางรัก เพียงแค่เห็นนางสุขสมหวังไม่ว่ากับเื่ใดเขาก็ควรมีความสุขและยินดีไปกับนาง
แต่เมื่อเห็นนางมาตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ในใจของเขาก็เจ็บแสบยิ่งนัก มันราวกับมีทัณฑ์สายฟ้าฟาดลงมากลางใจของเขาก็ไม่ปาน
“ท่านมาตามใจอะไรข้ามิทราบท่านนั่นแหละที่ชอบขัดใจข้า ชอบบังคับให้ข้าคัดอักษร อ่านตำราชอบบังคับให้ข้าเล่นหมากล้อมเป็เพื่อนท่าน ไหนยังชอบบังคับให้ข้าท่องระเบียบกฎจวนขุนนางอะไรพวกนั้นอีกทั้ง ๆ ที่ตระกูลของข้าเป็เพียงตระกูลค้าขายหาใช่ตระกูลขุนนางที่ต้องเคร่งกฎระเบียบเหมือนจวนของพวกท่าน”
มู่หรงซินทำปากบึนใส่เขาอีกทั้งยังเถียงคำไม่ตกฟาก ทำตัวเป็คู่กัดของเขาโดยสมบูรณ์เพราะมีเพียงยามอยู่กับเขาเท่านั้น นางจึงจะสามารถเป็ตัวของตัวเองได้อย่างเปิดเผย
ั้แ่เกิดมาและั้แ่จำความได้ มู่หรงซินก็มักจะได้เห็นหน้าของเขาอยู่เสมอในตอนเด็กเขามักจะอุ้มนางอยู่บ่อย ๆ ทั้งยังตามใจนางเป็อย่างยิ่งแต่โตมากลับบังคับให้นางทำนั่น ทำนี่ น่ารำคาญใจยิ่งนัก นางไม่ชอบเขาที่สุดแล้วเขาคิดได้อย่างไรว่าเขานั้นตามใจนางไปเสียทุกเื่
“ที่ข้าให้เ้าทำเื่พวกนั้นก็เพราะข้าอยากให้เ้ากลายเป็ภรรยาขุนนางที่สง่างามในอนาคตเป็เช่นนั้นก็จะไม่มีผู้ใดสามารถมาตำหนิเ้าได้”เจตนาของเขาคือหวังให้นางเป็ฮูหยินน้อยตระกูลิที่สง่างามเพียบพร้อมไหนเลยจะขัดเกลานางเพื่อให้นางไปเป็ฮูหยินผู้สง่างามของจวนขุนนางอื่น
“ไม่รู้ล่ะข้าจะกลับบ้าน จอดรถม้าเดี๋ยวนี้ ข้าจะกลับบ้าน”
นางยังคงดื้อรั้นไม่ยอมเข้าใจเห็นนางเริ่มออกไม้ออกมือและมีปฏิกิริยาที่รุนแรงขึ้น เพื่อปลอบประโลมนางเพื่อทำให้นางใจเย็นลง ขุนนางหนุ่มผู้หล่อเหลาทั้งอ่อนโยนอย่างิเฉวียนเจ๋อจึงถือวิสาสะยื่นวงแขนไปรวบร่างเล็กเข้ามากอดซุกแนบอกจากนั้นใช้มืออีกข้างลูบหัวนางเบา ๆ พร้อมกับเอ่ยออกมาว่า
“อยู่กับข้าเถอะนะซินเอ๋อร์ข้าสัญญา ข้าจะไม่ให้เ้าคัดอักษรอ่านตำรา ข้าจะไม่ให้เ้ามาเล่นหมากเป็เพื่อนข้าอีกแล้วสิ่งไหนที่เ้าไม่ชอบไม่พอใจ ข้าจะไม่ทำ”
เมื่อได้รับไออุ่นจากอ้อมกอดของชายหนุ่มม้าพยศอย่างมู่หรงซินก็สงบลงอย่างน่าเหลือเชื่อในหัวของนางพลันฉุกคิดเื่ราวบางอย่างขึ้นมาได้...