ตอนที่ 23
ณ จวนแม่ทัพตระกูลฟาน เลี่ยงหลิ่งกำลังนั่งพูดคุยกับเยว่ซินอยู่จนพลบค่ำ โดยที่หานซวนก็ไม่ได้ออกมารบกวนหรือออกมาทักทาย เพราะเห็นว่าสหายไปมาหาสู่กันนั้นไม่ผิด
“ประเดี๋ยวข้าจะกลับก่อน พลบค่ำแล้วเกรงว่ามารดาจะเอ็ดเอา”เยว่ซินมองไปที่หน้าต่างเห็นว่าดวงตะวันเริ่มลับขอบฟ้าแล้วจึงขอลากลับ เลี่ยงหลิ่งพยักหน้าให้และเดินออกมาส่ง ประจวบเหมาะกับที่จำคนขับรถม้าของตระกูลเหลียนได้จึงขมวดคิ้วแปลกใจ
“ท่านพ่อท่านแม่มาหรือ?”นางพูดอยู่คนเดียว ทำให้เยว่ซินหันไปมองด้วย
“ทำไม่หรือ?”เยว่ซินถาม
“ข้าแค่แปลกใจ ท่านพ่อท่านแม่ไม่เคยมาเยี่ยมข้าั้แ่ข้าแต่งงาน ข้าจำหน้าคนขับม้าได้”
“คุณหนู”คนขับรถม้ารีบลงมาหาเลี่ยงหลิ่งด้วยความดีใจที่ได้เจอคุณหนูคนเล็กอีกครั้งหนึ่ง “เ้าเป็อย่างไรบ้าง แล้วทางนั้นเป็อย่างไรบ้าง”
“บ่าวสบายดีขอรับ ทางนั้นก็ไม่มีปัญหาอะไร”
“แล้วเ้าพาใครมา? ท่านพ่อหรือท่านแม่?”
“ไม่ใช่ทั้งเสนาบดีกรมและฮูหยินใหญ่ขอรับ แต่เป็..”
“ท่านพี่!!”เสียงของสตรีดังมาจากทางด้านหลัง ทั้งเลี่ยงหลิ่งและเยว่ซินจึงหันไปมอง “เอ้อร์หนี่!”เมื่อเห็นว่าเป็ผู้ใดจึงรีบวิ่งเข้าไปกอด ทั้งสองคนโผล่เข้ากอดกันด้วยความคิดถึงท่ามกลางความงุนงงของเยว่ซินและบ่าวรับใช้
“เ้าเป็อย่างไรบ้าง? ตอนนี้เ้าเดือดร้อนหรือ? เกิดอะไรขึ้นกับเ้าหรือเปล่า”ทันทีที่ผละออกจากกัน เลี่ยงหลิ่งก็เอ่ยถามเอ้อร์หนี่ขึ้นเพราะนางยังจำคำสัญญาที่ตนให้ไว้กับน้องสาวคนนี้ได้
“มันน่าอายนักที่จะมาให้ท่านช่วย แต่ว่าเหตุใดท่านจึง..”เอ้อร์หนี่ลืมความดีใจนั้นไปเสีย นางมองสำรวจเครื่องแต่งกายของเลี่ยงหลิ่งด้วยความแปลกใจว่าเหตุใดเลี่ยงหลิ่งจึงแต่งกายเป็สตรี
จนคนที่โดนมองอยู่ก็นึกออกอีกครั้งว่าครั้งที่เจอกับเอ้อร์หนี่ นางปลอมตัวเป็บุรุษ..ไม่ใช่สตรี “เอ่อ..ข้า..”
“มีสิ่งใดหรือเลี่ยงหลิ่ง?”เสียงบุรุษหนุ่มดังขึ้นจากด้านหลังบ่าวรับใช้ทุกคนต่างพากันนั่งเคารพเขาทันทีที่เขาก้าวออกมาจากประตูจวน
ท่าทางของเขาเด่นเป็สง่าเหมือนราชสีห์ที่มีเืสีโคลนของาาหมาป่าเข้าผสมมันจึงทั้งสง่าและน่าเกรงขาม
เลี่ยงหลิ่งหันไปหาเ้าของเสียง ยิ่งรู้สึกได้ถึงความวุ่นวายที่จะเกิดขึ้นยิ่งกว่าเดิม “นี่มันเื่อะไรกันเ้าคะท่านพี่?”เอ้อร์หนี่ถาม
“คือว่า..เ้าเข้าไปด้านในก่อนดีกว่า ข้าจะเล่าให้เ้าฟังเอง”
พอส่งเยว่ซินเสร็จแล้ว เลี่ยงหลิ่งก็จูงมือเอ้อร์หนี่เข้าไปด้านใน ไม่วายต้องส่งสายตาไปหาหานซวนขอความร่วมมือจากเขาว่า ‘อย่าเพิ่งเข้าไปยุ่ง’ ซึ่งหานซวนก็ทำตามเพราะเขารู้อยู่แล้วว่า แม่นางผู้นี้คือใคร
“ท่านพี่ตอบข้าทีเ้าค่ะ ว่านี่มันเื่อะไร เหตุใดท่านพี่จึงใส่แต่งกายเช่นนี้? ชายผู้นั้นคือใคร? ไหนท่านบอกว่าท่านมาแต่งงาน? แต่งกับใคร? ฮูหยินของท่านล่ะ?”พอเข้ามาในห้องนั่งเล่นเอ้อร์หนี่ก็รัวคำถามใส่เลี่ยงหลิ่งจนเ้าตัวถึงกับตอบคำถามไม่ทัน ได้แต่บอกให้เอ้อร์หนี่ใจเย็นไว้ก่อน “เ้าใจเย็น ๆ ก่อนน้องพี่ พี่มาแต่งงานจริง ๆ แล้วผู้ที่พี่แต่งงานด้วย..คือบุรุษผู้นั้น”
“ฟานหานซวน แม่ทัพใหญ่ของเฉียนฮ่องเต้คือสามีของพี่”
“นี่มันเื่อะไร หมายความว่าอย่างไร”เอ้อร์หนี่เริ่มน้ำตาคลอ ไม่อยากจะยอมรับความจริง ไม่อยากจะคิดว่าสิ่งที่นางคิดจะเป็เื่จริง
นางไม่ได้โง่ถึงขั้นมองไม่ออกว่าการที่เลี่ยงหลิ่งใส่แต่งกายอย่างสตรีนั้นหมายความว่าอย่างไร นางเพียงแค่ไม่อยากยอมรับ
ไม่อยากยอมรับว่าบุรุษที่ชื่อว่าเลี่ยงไป๋จะเป็สตรี
“ความจริงแล้วข้าเป็คุณหนูจากตระกูลเหลียน ข้าเป็บุตรสาวคนเล็กของท่านเสนาบดีกรม ข้ามีชื่อว่าเลี่ยงหลิ่ง ที่ข้าหนีไปเพราะข้าไม่อยากแต่งงานแต่ข้าก็หนีไปไม่รอดเพราะบิดาของข้าโดนลงโทษ”
“ข้าต้องแต่งงานกับท่านแม่ทัพเพราะนี่เป็งานแต่งพระราชทานจากฮ่องเต้..ไม่ใช่การแต่งคลุมถุงชนแบบธรรมดา”
“ที่ผ่านมาท่านหลอกข้า ท่านหลอกทุกคนอย่างนั้นใช่ไหม?”
“ขออภัยที่ทำเช่นนั้น ข้ายอมรับว่าข้าหลอกเ้า หลอกพ่อค้าและภรรยาของเขา..หลอกทุกคน แต่ข้าจำเป็ต้องทำ”
“แล้วการกระทำของท่านที่แสดงออกมา ระยะเวลาที่ท่านอยู่กับข้า ท่านก็แสดงด้วยหรือไม่เล่าคุณหนูเลี่ยงหลิ่ง”เอ้อร์หนี่ลุกขึ้นยืน น้ำตาไหลอาบแก้มเหมือนโดนแทงข้างหลัง
ที่มาก็หวังว่าบุรุษที่ตนรักจะเป็ที่พึ่งให้ตนได้ แต่กลับต้องมาเจอเื่ที่ไม่น่าให้อภัยจากเขาอีก..ช่างใจร้ายเหลือทน
“เ้าฟังข้าก่อน ทุกอย่างที่ข้าแสดงออกไปมันเป็สิ่งที่ข้าแสดงออกไปจริง ๆ ข้าหลอกลวงเพียงแค่เื่ที่ข้าเป็บุรุษเท่านั้น ข้าพูดจากใจจริงว่าข้าดีใจที่ได้เจอเ้า ได้เจอทุกคน”เลี่ยงหลิ่งพยายามบอก นางคิดเช่นนั้นจริง ๆ นางไม่เคยโกหกในเื่นี้เลย ถึงแม้ว่าจะเป็ระยะเวลาสั้น ๆ ทุกการกระทำที่นางปฏิบัติกับพวกเขา นางไม่เคยโกหก
“เชื่อข้านะ ข้ารู้ว่าเ้าเชื่อใจข้า ข้าขออภัยที่ข้าล่วงเกินความเชื่อใจของเ้าและทุกคนแต่เชื่อข้าอีกสักครั้งได้ไหม? ให้ข้าช่วยเ้า เ้ามีเื่อะไรมา บอกข้าเถิด ไม่ว่าจะเื่อะไรข้าจะช่วยเหลือเ้าเองนะเอ้อร์หนี่”
น้ำตาของเอ้อร์หนี่ยังไหลออกมาไม่หยุด นางอยากจะโกรธมากกว่านี้ อยากจะเดินหนีออกไปตายเอาดาบหน้า ไม่รับความช่วยเหลือจากเลี่ยงหลิ่ง แต่ด้วยความรักที่นางมี ภาพที่ยังติดตาว่าเลี่ยงหลิ่งคือเลี่ยงไป๋ ทำให้ความโกรธ ความผิดหวังนั้นหายวับไปกับตา
เอ้อร์หนี่โผเข้ากอดเลี่ยงหลิ่งอีกครั้งหนึ่ง เลี่ยงหลิ่งที่โดนโผเข้ากอดก็นิ่งไป แต่สุดท้ายก็กอดตอบและลูบหัวปลอบประโลมนางอยู่ดี
“ข้าขออภัย ขออภัยจริง ๆ เ้าอย่าร้องอีกเลยนะ”
“ข้าอยากจะโกรธท่าน อยากจะเดินออกไปจากตรงนี้แต่ความรักที่ข้ามีให้ท่านมันมากเกินกว่าที่จะทำให้ข้ากล้าทำเช่นนั้น”ฮูหยินท่านแม่ทัพเกลี่ยน้ำตาให้ผู้ที่นางเห็นเป็น้องสาวอย่างอ่อนโยน จนคนที่อยู่ด้านนอกแทบจะทะลุประตูเข้าไปอยู่แล้ว
แน่ล่ะว่าหานซวนไม่ได้เข้าไปรบกวนแต่ไม่ได้แปลว่าจะไม่แอบฟังอยู่ด้านนอก เขามองออกและรู้มาั้แ่ทีแรกแล้วว่าเอ้อร์หนี่คิดอย่างไรกับเลี่ยงหลิ่ง ความรักของสตรีมีมากนัก แม้คนที่รักจะอยู่ในร่างใดก็ไม่สามารถที่จะตัดใจจากคน ๆ นั้นได้ “ท่านแม่ทัพ..จะเข้าไปหรือไม่ขอรับ”ทั้งพ่อบ้านและทหารผู้ช่วยที่ยืนมองอยู่ตั้งคำถามขึ้น เพราะเห็นว่าหานซวนทำท่าทางแปลกไปจากเดิม
จากคนที่ไม่สนใจอะไรกลับกลายเป็สนใจสิ่งรอบตัวมากกว่าเดิมหลังจากที่แต่งงานกับเลี่ยงหลิ่งแล้ว..และเลี่ยงหลิ่งคงจะเป็สตรีนางเดียวที่ทำให้ท่านแม่ทัพผู้สูงส่งเป็เช่นนี้ได้
“ไม่เข้า พวกเ้ามีอะไรทำก็ไปทำ ไม่ต้องมาตามข้า”เขาปรายตา มองสองบุรุษให้ออกไปจากตรงนี้ ทั้งผู้ช่วยและพ่อบ้านพอเห็นสายตาแบบนี้ก็รีบถอยหลังเดินออกไป
“บิดาและมารดาข้าอยากให้ข้าแต่งงานกับเศรษฐีผู้หนึ่งในเมืองนี้เพื่อใช้หนี้ที่ค้างหลายปีแต่ข้ารู้ตัวดีว่าข้ารักท่าน ข้าไม่สามารถที่จะแต่งงานกับเขาได้ อีกสองวันเขาจะมารับตัวข้ามาที่เมืองนี้ ข้าจึงรีบหนีออกมาก่อน”
“อะไรกันนี่ แต่งงานใช้หนี้อย่างนั้นหรือ ไม่มีวิธีอื่นแล้วหรือ? เศรษฐีผู้นั้นจะเอาเ้าไปเป็ภรรยาเอกหรืออนุภรรยากัน”
“ข้าไม่รู้ แต่ข้าไม่อยากแต่ง ท่านช่วยข้าด้วยเถอะท่านพี่”
เลี่ยงหลิ่งถอนหายใจออกมา เื่แบบนี้มันพูดยากนักแต่มันก็พอจะมีวิธีอยู่และเื่นี้หานซวนก็จำเป็ต้องรู้เช่นกัน
“ข้าจะช่วยเ้า แต่ระหว่างนี้เ้าอยู่ที่นี่ไปก่อน จวนท่านแม่ทัพไม่มีผู้ใดกล้าย่างกรายเข้ามารบกวนมันก็พอจะช่วยเ้าได้”นางตัดสินใจบอกไป “ขอบใจท่านที่เมตตาข้า”เอ้อร์หนี่กอดนางอีกครั้ง
“ไม่เป็ไร อย่างไรเ้าก็เคยช่วยเหลือข้า”เลี่ยงหลิ่งกอดตอบ
“แต่เื่นี้ข้าจำเป็ต้องปรึกษากับหานซวนก่อน ไม่เช่นนั้นเ้าอาจจะไม่ได้รับความเมตตาจากเขา”คำตอบของเลี่ยงหลิ่งทำให้หานซวนพอใจเป็อย่างมาก พอใจโดยที่เขาไม่ต้องบอก แต่มันดันกลายเป็ว่าอะไร ๆ ก็จะขึ้นอยู่กับหานซวนไปหมดทุกอย่างมันจึงทำให้เอ้อร์หนี่ไม่พอใจเล็กน้อย
ถึงจะรู้ว่าเป็สตรีแล้วก็เถอะ แต่นางก็ยังคงรักของนางอยู่ดี
แต่ไม่พอใจแล้วอย่างไรกัน นางไม่มีสิทธิ์คัดค้านเพราะตนเองกำลังเดือดร้อนอยู่ ขืนขัดไปหานซวนผู้ที่เป็ถึงแม่ทัพใหญ่คงจะไม่พอใจเป็แน่ คราวนี้ถึงเลี่ยงหลิ่งจะยังคงช่วยนาง คงถูกเป่าหูหรือบังคับให้ทิ้งนางเป็แน่แท้
เลี่ยงหลิ่งบอกให้ฉิงอันพาเอ้อร์หนี่ไปอาบน้ำและทานข้าวทานปลา จัดการให้นอนที่ห้องของแขกที่อยู่ชั้นบนและกำชับให้บ่าวดูแลเอ้อร์หนี่เหมือนกับที่ดูแลนาง
“เอาล่ะ ข้าต้องคุยเื่นี้กับหานซวน ถ้าทำอะไรกระทันหันคงได้ทะเลาะกับเขาแน่และเอ้อร์หนี่คงจะเป็อันตราย”เลี่ยงหลิ่งมายืนหยุดอยู่ข้างหน้าห้องทำงานของหานซวน นางพยายามทำใจเล่าทุกอย่างให้เขาฟังอยู่
แต่ทำใจแล้วทำใจอีกก็ยังไม่กล้าเปิดประตูเข้าไป เขาต้องมีคำถามร้อยแปดอย่างที่จะถามนางแน่ นางยังไม่พร้อมที่จะตอบอะไรเขานอกจากบอกเล่าแล้วก็กลับไปนอนซะ “อย่างไรก็ต้องตอบ เขาต้องถามข้าแน่ แต่ข้ายังไม่อยากตอบนี่นา”
นางกระวนกระวายทั้งเดินไปเดินมาทั้งนั่งลงกับพื้นจนคนที่อยู่ข้างในเสียสมาธิการทำงาน หางตาของหานซวนเห็นเงาของสตรีเดินไปเดินมาอยู่หน้าห้องก็พอจะนึกออกว่าเป็ใคร
เขาลุกขึ้นและเดินไปเปิดประตู ในขณะเดียวกันเลี่ยงหลิ่งที่กำลังเดินไปเดินมาอยู่ก็หันมาชนเข้ากับแผงอกของอีกคนพอดีจนนางผงะไป
“ท่าน! ข้าใหมด”นางถอยหลังกรู่ออกไปและเอามือปิดจมูกตัวเองไว้ นี่นางโดนตัวเขาอีกแล้ว ไม่พ้นจริง ๆ อย่างนั้นสิ!
“เ้ามีอะไร ทำข้าเสียสมาธิทำงานเช่นนี้ยังจะมาว่าข้า”
“ขออภัยเ้าค่ะ เมื่อครู่ข้าแค่ใ ไม่ได้ตั้งใจจะว่าท่าน”นางก้มหน้าลงเหมือนเด็กโดนผู้ใหญ่ดุ หานซวนเห็นเช่นนั้นจึงบอกให้นางเข้ามาด้านในเพื่อที่จะได้คุยกันสะดวก ๆ “เมื่อครู่ข้าไม่ได้ดุเ้า ไม่ต้องทำหน้าเช่นนั้น”
“มีเื่อะไรก็พูดมา”
“คือว่าข้ามีเื่อยากให้ท่านช่วย แต่ข้าไม่รู้ว่าถ้าท่านได้ฟังแล้ว ท่านจะยังอยากช่วยอยู่หรือเปล่า”นางพูดเสียงอ่อน ค่อย ๆ มองหน้าดุ ๆ ของเขา นางทำใจเผื่อไว้แล้วว่าเขาอาจจะไม่ช่วย
มีอย่างที่ไหนจะช่วยคนที่ช่วยพาว่าที่ภรรยาของตนหนีแต่งงาน
“เ้าลองบอกข้ามาก่อนสิ แล้วข้าจะพิจารณาทีหลัง”
“ว่าจะช่วยหรือไม่ช่วย”
“คือเอ้อร์หนี่นางเป็น้องสาวของข้า นางกำลังเดือดร้อนเลยมาขอความช่วยเหลือจากข้า ข้าช่วยนางได้แต่ต้องคุยกับท่านก่อน”
“เท่าที่ข้ารู้มาเ้ามีพี่สาวคนเดียว? แม่นางเอ้อร์หนี่เป็ญาติฝ่ายไหนของเ้าล่ะ? ฝ่ายพ่อหรือฝ่ายแม่?”
“นางเป็..”
“อย่าพูดปดกับข้า”
เสียงกำชับแทรกบอก ดวงตาส่งรังสีดุร้ายออกมาทำให้เลี่ยงหลิ่งรู้สึกเหมือนตนเองกำลังสนทนาอยู่กับมารดาไม่มีผิด
จะดุเหมือนกันอะไรปานนั้น นางนึกในใจและลอบกลืนน้ำลายลงคอ ใจเต้นระรัวเหมือนกำลังโดนสอบสวนอยู่ “นางไม่ใช่ญาติฝ่ายไหนของข้า นางเป็คนที่ช่วยข้าไว้ในยามที่ข้าลำบากข้าจึงสัญญากับนางว่าหากวันใดที่นางมีปัญหาข้าจะช่วยนาง”
“ไปเจอกันเมื่อใด?”
“เมื่อ..ก่อนแต่งงาน..เ้าค่ะ”
“นางเป็ใครมาจากไหน?”
“นางชื่อเอ้อร์หนี่เหริน เป็บุตรสาวของชาวนาทางทิศใต้ ท่านไม่ต้องห่วงนางนิสัยดี อ่อนหวานและอ่อนโยน เออ!แล้วนางก็ใจดีมาก ๆ ด้วย”
“ท่าทางเ้าจะสนิทสนมกับนางมากนะ”
“ในระหว่างที่อยู่ที่นั่น ข้ามีนางเป็สหายผู้เดียว..ถึงจะเป็ระยะเวลาสั้น ๆ แต่ข้าคิดว่านางนิสัยดีมาก ๆ เลยนะเ้าคะ”
“รู้ไหมว่าอะไรคือจุดอ่อนของเ้า..เลี่ยงหลิ่ง?”หานซวนเงียบไป เขาตวัดพู่กันที่กระดาษก่อนจะเอ่ยบอก
“เ้าเป็คนหัวก้าวหน้า แต่ในขณะเดียวกัน เ้าก็เป็คนหัวอ่อนให้กับคนรู้จักเสมอ เ้าใจดีเกินไป”
“แต่ว่า..”
“ไหนเ้าลองบอกข้ามาหน่อยสิว่าเ้าจะช่วยแม่นางเอ้อร์หนี่อย่างไร วิธีช่วยของเ้ามันเข้าท่าหรือไม่”
“ข้าจะนำเงินส่วนของข้าใช้หนี้แทน ส่วนเอ้อร์หนี่จะหามาคืนอย่างไรก็สุดแล้วแต่นาง ถึงนางจะไม่คืนก็ไม่เป็ไรเพราะข้าถือว่าข้าได้ตอบแทนบุญคุณที่นางช่วยข้าไปแล้ว”
“ปัญหาที่เอ้อร์หนี่กำลังเจอคือการถูกคลุมถุงชน นางไม่อยากแต่งงานกับเศรษฐีผู้นั้น แล้วข้าก็ไม่วางใจที่จะส่งนางให้เศรษฐีผู้นั้นถึงแม้ว่าเขาจะมั่งคั่งร่ำรวยมาจากไหนก็ตาม”
“ถ้าเขาเป็บุรุษที่ไม่ดีหรือไม่ได้เื่ ข้าก็ไม่อยากให้น้องสาวของข้าต้องไปเจ็บกายเจ็บใจหรอก เอ้อร์หนี่ยังเด็กนัก ข้าเป็ห่วงนาง”
“วิธีของเ้าเข้าท่าดี..ข้ายอมรับ แต่แค่นั้นจะจบจริง ๆ หรือ? บิดาและมารดาของนางอาจจะ้าให้นางแต่งงานกับเศรษฐีอยู่ก่อนแล้วก็ได้”หานซวนพูดลองภรรยาอีกครั้ง ครั้งนี้เลี่ยงหลิ่งนิ่งคิดอีกครั้งก่อนตอบ
“ถ้าเช่นนั้นท่านก็รับนางเป็อนุภรรยาสิ ข้ายินดีนะ”เสียงร่าเริงบอกเขา แต่คนที่รู้ถึงความรู้สึกของเอ้อร์หนี่อย่างหานซวนและไม่สนใจสตรีเยี่ยงเขามีหรือจะสนใจข้อเสนอนี้
“ข้าไม่คิดมีใครอื่นนอกจากเ้า”
คำตอบของเขาทำเอานางใจเต้นแรงอีกครั้ง นางนั่งมองเขาตาแป๋วเหมือนแมวขี้อ้อนจนเขาเงยหน้าขึ้นมอง “เป็สิ่งใด? ไข้ขึ้นรึ? เหตุใดจึงหน้าแดง?”
“ไม่! ข้าไม่ได้ไข้ขึ้น ท่านเข้ามาใกล้ข้านะ!”นางขยับถอยออกไป หานซวนแค่จะเอามืออังหน้าผากของนางเท่านั้นไม่ได้จะขยับเข้าใกล้นาง
หานซวนชะงักมือไป แอบขมวดคิ้วเล็กน้อย
“ข้าว่า่นี้เ้าดูแปลกไป เกิดสิ่งใดขึ้น”
“เหตุใดท่านจึงพูดเช่นนั้น ข้าปกติดี ไม่ได้เป็สิ่งใด”
เมื่อนางยืนยันเช่นนั้นเขาจึงลดมือลงแต่ก็ยังสังเกตอากัปกิริยาของนางอยู่เนือง ๆ “หากท่านไม่รับนางเป็อนุภรรยา แล้วจะทำอย่างไรเล่า ถ้าไปฝากไว้กับท่านพ่อท่านแม่มีหวังยุ่งยากแน่ ๆ ”นางถามต่อ พยายามไม่คิดถึงเื่ที่เขาพูดเมื่อครู่
“ข้ามีวิธี..แต่มีข้อแม้”