ตู้มมมมมมม!!
เสียงะเิกัมปนาทเลื่อนลั่นสะท้อนก้องกังวานไปทั่วทุกตารางนิ้วของป่าทึบ แรงอัดอากาศมหาศาลม้วนตัวเป็คลื่นกระแทกซัดเอาใบไม้ใบหญ้าปลิวว่อน ฝูงนกป่านับร้อยนับพันตัวแตกตื่นบินพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้ายามโพล้เพล้ ขณะที่หมู่มวลต้นไม้ใหญ่โดยรอบสั่นะเืโยกคลอนราวกับเกิดแผ่นดินไหวย่อม ๆ
เรน และ เอลิ หันมาสบตากันเพียงชั่วพริบตาเดียว แววตาของทั้งคู่แปรเปลี่ยนเป็ความเฉียบคม ก่อนที่ร่างของทั้งสองจะพุ่งทะยานออกไปข้างหน้าโดยสัญชาตญาณทันที!
“ทางนี้ค่ะ!” เอลิร้องบอกทิศทาง แต่ยังไม่ทันที่เธอจะก้าวขาพ้นพุ่มไม้
ฟุ่บ!
“เหวอ!?” เด็กสาวอุทานลั่น เมื่อร่างของเรนะเิความเร็วพุ่งแซงหน้าเธอไปไกลในพริบตา ชายหนุ่มเปิดใช้งานคุณสมบัติยุทธวิธีทางกายภาพทันที
[ออโร รันนิ่ง]
กระแสพลังงานออโรเลี่ยนสีขาวขุ่นควบแน่นอยู่ใต้ฝ่าเท้าของเรน ส่งแรงขับเคลื่อนมหาศาลทำให้ร่างของเขาพุ่งแหวกมวลอากาศผ่านแนวป่าทึบไปราวกับพายุทอร์นาโดสายหนึ่ง ทิ้งไว้เพียงฝุ่นตลบและเศษใบไม้ที่ปลิวว่อนตามหลัง
“ระ…เร็วเกินไปแล้วค่ะ!” เอลิร้องะโไล่หลังอย่างตื่นตระหนก เธอกระชับไม้เท้าเวทมนตร์ในมือแน่น ก่อนจะรีบไหว้วานพลังธรรมชาติ “โอ้ สายลมแห่งซันเดย์ล่าร์ จงสถิตใต้ฝ่าเท้าของข้า— [ไวด์ บูสต์]! ”
วงแหวนเวทมนตร์สีเขียวมรกตขนาดเล็กสว่างขึ้นที่ข้อเท้าของเด็กสาว ช่วยเพิ่มความเร็วในการเคลื่อนที่ให้เธอหลายเท่าตัว ทว่าแม้เธอจะเร่งความเร็วเวทมนตร์จนสุดกำลัง ร่างเสื้อโค้ตสีขาวของเรนที่อยู่เบื้องหน้าก็ยังคงทิ้งห่างเธอออกไปเรื่อย ๆ ราวกับรถสปอร์ตที่ทิ้งห่างคนปั่นจักรยาน
“…คนอะไรเนี่ย พลังกายภาพจะหลุดโลกเกินไปแล้ว!” เอลิได้แต่บ่นอุบอิบในใจด้วยความทึ่ง
ใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งนาที ทั้งสองก็พุ่งทะลุพุ่มไม้หนาออกมาถึงต้นตอของเสียงะเิ ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าคือขบวนคาราวานพ่อค้าขนาดเล็กชะตากรรมสลด รถม้าคุ้มกันสินค้าจำนวนสามคัน บัดนี้สองคันในนั้นถูกทำลายจนแหลกเป็เศษฟืน สินค้าและธัญพืชกระจัดกระจายเกลื่อนกลาดเต็มพื้นดินที่ชุ่มไปด้วยเื ทหารรับจ้างในชุดเกราะหนังห้าถึงหกคนนอนาเ็ระเนระนาด ร้องครวญครางด้วยความเ็ป
และสิ่งร้ายกาจที่กำลังรุมล้อมและโจมตีพวกเขาอยู่ก็คือ…ฝูงหมาป่าทมิฬจำนวนกว่าแปดตัว!
พวกมันมีขนาดลำตัวใหญ่โตกว่าหมาป่าทั่วไปเกือบสองเท่า ขนสีดำสนิทราวกับความมืดมิด ดวงตาทุกคู่เรืองแสงสีแดงฉานดั่งโลหิตสด และที่น่าสยดสยองที่สุดคือ เส้นเืสีม่วงเข้มอันชั่วร้ายปูดโปนขยายตัวไปทั่วร่างของพวกมันจนดูผิดรูป…รูปลักษณ์คล้ายคลึงกับแบล็ควูล์ฟกลายพันธุ์ที่เรนเพิ่งซัดปลิวไปเมื่อวานไม่มีผิด!
“เ้าพวกโบ้อีกแล้วงั้นเหรอ…” เรนขมวดคิ้วแน่น แววตาสายลับสายโหดเริ่มทำงาน
เอลิที่เพิ่งวิ่งตามมาถึงกับหน้าถอดสีทันทีที่ััได้ถึงกลิ่นอายอารยธรรมมืด “พวกมัน…พวกมันติดเชื้อจากผลึกมานามืดทั้งหมดเลยค่ะ!”
โฮก—!!
หมาป่าคลั่งตัวหนึ่งที่อยู่ใกล้ที่สุดไม่ปล่อยให้พวกเขายืนคุยกัน มันกระโจนเข้าใส่หัวหน้ากลุ่มพ่อค้าที่กำลังล้มลุกคลุกคลานอยู่บนพื้นดินอย่างโเี้ กรงเล็บแหลมคมที่เคลือบด้วยมานามืดสีม่วงง้างขึ้นสูง กำลังจะฉีกกระชากศีรษะของชายผู้นั้นออกเป็สองส่วนในวินาทีแห่งความเป็ความตาย!
ทว่า…
ฟุ่บ—!!
เงาร่างสีขาวดำพุ่งแทรกตัดผ่านมวลอากาศเข้ามาขวางกั้นตรงกลางราวกับภูตผี ปลายกระบอกปืนพกเหล็กกล้าสีดำทมิฬจ่อเข้าที่ใต้คางของอสูรกายร้ายอย่างแม่นยำจับวาง
ปัง—!!
เสียงปืนพกกลไกนิวเคลียร์ะเิก้องกังวาน ปลอกะุขนาด .45 ACP ที่ถูกเคลือบและอัดแน่นไปด้วยพลังงานออโรเลี่ยนสีขาวบริสุทธิ์ พุ่งทะลวงแผดเผาทะลุกะโหลกหนาของหมาป่าทมิฬกลายพันธุ์ในพริบตา แรงปะทะมหาศาลส่งร่างั์ของมันปลิวละลิ่วกระเด็นไปกระแทกกับต้นไม้ใหญ่ห่างออกไปห้าเมตรจนต้นไม้หักโค่นลงมาทับ ร่างของมันชักกระตุกก่อนจะแน่นิ่งไป
“อะ…อะไรกัน!? อาวุธเวทมนตร์ชนิดไหนกัน…?” พ่อค้าวัยกลางคนอ้าปากค้าง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความช็อกที่รอดตายมาได้อย่างปาฏิหาริย์
เรนสะบัดข้อมือเบา ๆ หมุนปืนพกคู่นาม [Genesis] กลับเข้าซองปืนข้างเอวอย่างสง่างาม สายตาเฉียบคมยังคงจับจ้องไปข้างหน้า “ทุกคนที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง…ถอยไปหลบด้านหลังซะ!”
โฮกกกกกกกก—!!
เมื่อเห็นจ่าฝูงหรือพวกพ้องของตนถูกสังหารลงในนัดเดียว สัตว์อสูรกลายพันธุ์ที่เหลืออีกเจ็ดตัวพลันหันขวับมามองเรนเป็ตาเดียว ดวงตาสีแดงฉานเต็มไปด้วยความคลุ้มคลั่งและกระหายเืะเิไอพลังงานมืดออกมา ก่อนที่พวกมันจะย่อตัวและพุ่งทะยานเข้าใส่ชายหนุ่มเสื้อโค้ตขาวพร้อมกันทั้งฝูงจากทุกทิศทางดั่งคลื่นทมิฬ
“คุณเรน! ระวังข้างบนด้วยค่ะ!” เอลิะโลั่นด้วยความ เป็ห่วง พลางเริ่มร่ายเวทป้องกัน
ทว่า เด็กหนุ่มต่างมิติกกลับทำเพียงยกยิ้มบาง ๆ ที่มุมปาก แววตาไม่มีความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย “รุมเข้ามาพร้อมกันแบบนี้…งั้นดี จะได้ต่อยให้ตัวแตกไปทีเดียวเลย”
ตูม—!
พื้นดินใต้ฝ่าเท้าของเรนแตกร้าวเป็ใยแมงมุมจากการทิ้งน้ำหนัก ชายหนุ่มสปริงตัวพุ่งเข้าใส่ใจกลางฝูงหมาป่าคลั่งโดยตรง หมัดขวาของเขาถูกเคลือบควบแน่นด้วยออโรเลี่ยนสีขาวขุ่นจนอากาศรอบ ๆ บิดเบี้ยว
[ออโร พันช์]
ตูมมมมมมม—!!
หมัดตรงทรงพลังซัดเข้าใส่หน้าอกของหมาป่าสองตัวแรกอย่างจัง แรงปะทะมหาศาลส่งผลให้ร่างของพวกมันปลิวกระเด็น สลายกระดูกและอวัยวะภายในจนแหลกเหลวพร้อมกัน จากนั้นเรนใช้แรงส่งม้วนตัวหลบกรงเล็บของตัวที่สามกลางอากาศอย่างพลิ้วไหว ก่อนจะเอี้ยวตัวเตะฟาดส้นเท้า (ออโร คิก) เข้าที่กลางสันหลังของอีกตัวจนเกิดเสียง กร๊อบ! ร่างของมันกระแทกพื้นดินยุบตัวแน่นิ่งไป
ยังไม่ทันที่เท้าจะแตะพื้น มือซ้ายของเรนก็ตบเข้าที่ข้างเอว ชักปืนพกคู่หูคู่ฮาตัวที่สองอย่าง [Nemesis] ออกมาทันที
ปัง! ปัง! ปัง!
ะุพลังงานออโรเลี่ยนสีแดงเข้มสามนัดถูกลั่นไกออกไปด้วยความเร็วแสงและแม่นยำระดับจับวาง ะุแต่ละนัดเจาะทะลวงเข้ากลางแสกหน้าของสัตว์อสูรอีกสามตัวที่กำลังกระโจนเข้ามา หัวของพวกมันะเิออกเป็ชิ้น ๆ ทันทีกลางอากาศ
ตุบ… ตุบ… ตุบ…
ร่างของสัตว์ร้ายทยอยร่วงหล่นลงสู่พื้นดินแน่นิ่งไปทีละตัว…ทีละตัว ภายในเวลาไม่ถึง 10 วินาที ด้วยซ้ำ! ศัตรูระดับกลายพันธุ์มานามืดทั้งฝูง ถูกเด็กหนุ่มเสื้อโค้ตขาวกวาดล้างจนหมดสิ้นด้วยทักษะการต่อสู้ผสมผสานที่ไม่มีใครเคยพบเห็นมาก่อน
ทั่วทั้งบริเวณแนวป่าพลันตกอยู่ในความเงียบสงัด มีเพียงเสียงสายลมพัดผ่านและเสียงหอบหายใจของกลุ่มผู้รอดชีวิต บรรดาพ่อค้าและทหารรับจ้างต่างยืนนิ่งเป็หินก้อน ยืนอ้าปากค้างราวกับระบบสมองหยุดทำงานไปชั่วขณะ
“…จ…จบแล้วงั้นเหรอ?” ทหารรับจ้างคนหนึ่งพึมพำเสียงสั่น “…เออ…จบแล้วล่ะ” พ่อค้าอีกคนตอบกลับพลางขยี้ตาตัวเอง “…เมื่อกี้…ชายหนุ่มคนนั้นเขาเพิ่งจะล้างบางฝูงหมาป่ากลายพันธุ์มานามืดทั้งฝูงด้วยตัวคนเดียว…ในเวลาไม่กี่ก้าวเดินเนี่ยนะ?” “…เหมือนจะเป็อย่างนั้นเลยว่ะ…”
ไม่มีใครรู้ว่าจะเอ่ยคำพูดอะไรต่อหน้าความแข็งแกร่งอันไร้เหตุผลนี้ เอลิที่เริ่มจะชินชาชินใจกับความขี้โกงของเรน เดินตรงเข้าไปใช้ไม้เท้าเวทมนตร์เขี่ยสำรวจซากศพของสัตว์อสูรเ่าั้ ไม่นานนักคิ้วเรียวงามของเธอก็ขมวดเข้าหากันจนเป็ปมเครียด
“คุณเรน…มาดูนี่หน่อยสิคะ” เธอเรียก
เด็กหนุ่มเก็บปืนเข้าซองแล้วเดินเข้าไปทรุดตัวลงนั่งข้าง ๆ สิ่งที่ปรากฏอยู่ภายในเนื้อเยื่อกะโหลกที่แตกออกของสัตว์อสูรทุกตัวคือ…เศษชิ้นส่วนผลึกแก้วสีดำสนิทที่แผ่ไอพลังงานชั่วร้ายออกมา มันเหมือนกับชิ้นส่วนที่พบในร่างแบล็ควูล์ฟเมื่อวานนี้ทุกประการ
“แสดงว่า…เื่ทั่งหมดนี้ไม่ใช่เื่บังเอิญหรือภัยธรรมชาติธรรมดาๆสินะ” เรนกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ค่ะ…” เอลิพยักหน้ารับ สีหน้าเคร่งเครียด “ชัดเจนแล้วว่ามีใครบางคน หรือกลุ่มคนร้ายกำลังจงใจสร้างและเพาะพันธุ์สัตว์อสูรกลายพันธุ์จำนวนมากในป่าแห่งนี้เพื่อจุดประสงค์บางอย่าง…”
ในระหว่างที่ทั้งสองกำลังวิเคราะห์สถานการณ์ ชายวัยกลางคนที่เป็หัวหน้าขบวนคาราวานพ่อค้าก็ค่อย ๆ พยุงร่างอันสะบักสะบอมที่มีาแฟกช้ำเต็มตัวเดินเข้ามาหา ทั้งที่เนื้อตัวยังสั่นเทาแต่เขาก็ยังคงพยายามรักษามารยาทและขนบธรรมเนียมอย่างถึงที่สุด
“ขอบพระคุณพวกท่านทั้งสองมากจริงๆ ครับ…หากไม่ได้พวกท่าน ขบวนคาราวานของพวกเราคงกลายเป็อาหารของพวกมันไปแล้ว” ชายผู้นั้นก้มศีรษะลงทำความเคารพอย่างซาบซึ้ง
“ไม่เป็ไรครับ มันเป็หน้าที่ของพวกเราอยู่แล้ว” เรนเอ่ยพลางช่วยพยุงเขา “ว่าแต่…พวกคุณเป็ใคร แล้วทำไมถึงมาอยู่แถวชายป่าที่อันตรายแบบนี้ใน่เวลานี้ล่ะครับ?”
ชายหัวหน้าคาราวานสูดหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะตอบ “พวกเราเป็กลุ่มพ่อค้าและชาวบ้าน…ที่เพิ่งจะหนีตายมาจาก หมู่บ้านอัลเทียน่ะ”
คำตอบนั้นทำให้เรนและเอลิหันขวับมามองสบตากันทันทีด้วยความประหลาดใจ “อัลเทียงั้นเหรอ”
“ใช่ครับ…” ชายคนนั้นพยักหน้า แววตาของเขาหม่นแสงลงฉายแววความหวาดกลัวขั้นสุดออกมา “หมู่บ้านของพวกเรา… ตอนนี้กำลังเกิดเื่ราวประหลาดและน่าสยดสยองขึ้นกะทันหันครับ”
“เื่ประหลาดอะไรเหรอคะ? ช่วยเล่ารายละเอียดให้พวกเราฟังที” เอลิรีบถามเพื่อเก็บข้อมูลภารกิจ
ชายหัวหน้าคาราวานกำหมัดแน่นจนสั่นเทิ้ม สูดหายใจลึกอีกครั้งเพื่อระงับความกลัว “่สองสัปดาห์ที่ผ่านมา…จู่ ๆ ชาวบ้านในหมู่บ้านก็เริ่มหายตัวไปทีละคนสองคนอย่างไร้ร่องรอย โดยเฉพาะในตอนกลางคืน…พอรุ่งเช้าไปตามหาก็พบเพียงรอยเืป่าเถื่อน และหลังจากนั้นไม่นาน สัตว์ป่าและสัตว์อสูรรอบๆ หมู่บ้านก็เริ่มคลุ้มคลั่ง ดุร้ายมากขึ้นทุกวัน ๆ จนพวกเราไม่สามารถออกไปทำมาหากินได้เลยครับ”
“…” เรนนิ่งฟังอย่างตั้งใจ
“และที่น่ากลัวที่สุดคือทุกๆ ค่ำคืน…” ชายวัยกลางคนกลืนน้ำลายอึกใหญ่ ใบหน้าซีดเผือดลงเรื่อย ๆ “…พวกเราทุกคนจะได้ยินเสียงร้องโหยหวนครวญครางแปลก ๆ ที่ไม่ใช่เสียงของมนุษย์หรือสัตว์ป่า…มันดังระงับความเงียบออกมาจากส่วนลึกของป่าเวเรนท์แห่งนี้ครับ พวกเราทนไม่ไหวเลยต้องรวบรวมเงินจ้างทหารรับจ้างอพยพหนีออกมานี่แหละครับ”
บรรยากาศรอบตัวพลันเงียบสงัดลงทันตาเห็น ลมป่าพัดผ่านหอบเอาความเย็นะเืมาปะทะผิว เรนหันสายตากลับไปจับจ้องยังผืนป่าทึบอันมืดมิดของป่าเวเรนท์ที่อยู่เบื้องหน้า
วิ้ง—!
ทันใดนั้นเอง โดยที่เขาไม่ได้ตั้งใจ ระบบัั [ออโร เซ้นส์] ภายในร่างกายกลับดีดตัวทำงานขึ้นมาเองอย่างรุนแรงจนสมองของเรนรู้สึกชาหนึบ ชายหนุ่มััได้ถึงคลื่นความถี่ บางอย่างที่กำลังแผ่กระจายออกมาจากส่วนลึกของผืนป่าแห่งนี้… ลึกเข้าไปมาก ๆ
มันไม่ใช่พลังงานมานาธรรมชาติของโลกนี้ และไม่ใช่พลังงานออโรเลี่ยนอันอบอุ่นของเขา ทว่ามันคือกระแสคลื่นพลังงานที่เหนียวเหนอะหนะ เย็นเยียบ ดำมืด และน่ารังเกียจอย่างประหลาด ราวกับมีหลุมดำขนาดั์ที่กำลังคอยบิดเบี้ยวชั้นบรรยากาศและสูบกลืนกินพลังงานชีวิตของสิ่งมีชีวิตทุกชนิดรอบข้างให้สูญสิ้น
“คุณเรน? เป็อะไรไปคะ?” เอลิสังเกตเห็นสีหน้าของชายหนุ่มที่จู่ ๆ ก็ซีดลงและนิ่งค้างไป เธอจึงเอื้อมมือไปสะกิดแขนเขาเบา ๆ
เด็กหนุ่มหรี่ตาสีน้ำเงินเข้มลงจนเฉียบคมดั่งใบมีด สายตายังคงจับจ้องลึกเข้าไปในความมืดมิดของป่าเวเรนท์ “มีบางสิ่งบางอย่าง…ที่อันตรายและชั่วร้ายมากๆ กำลังกบดานอยู่ส่วนลึกของป่านั่นอยู่”
“มันคืออะไรเหรอคะ?” เอลิถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือตาม
“ฉันก็ไม่รู้…” เรนตอบตามตรง พลางกระชับถุงมือยุทธวิธีแน่น “แต่ฉันมั่นใจเต็มร้อยเลยว่า…ต้นตอของเศษผลึกมืด สัตว์อสูรคลั่ง และเื่ราววินาศกรรมทั้งหมดของเมืองการ์เรสและหมู่บ้านอัลเทีย…มันรวมศูนย์อยู่ที่นั่นแน่นอน”
ในเวลาเดียวกัน… ณ ส่วนลึกที่แสงอาทิตย์ไม่มีวันส่องถึงภายในป่าดิบชื้นเวเรนท์
ท่ามกลางซากปรักหักพังของวิหารโบราณยุคอดีตกาลที่ถูกเถาวัลย์และมอส์สีดำปกคลุมจนแทบไม่เหลือเค้าเดิม ชายลึกลับสวมหน้ากากเหล็กสีดำสนิทคนเดิม…ตัวแทนแห่งลัทธิมืดโครนอส กำลังยืนกอดอกอย่างสง่างามอยู่เบื้องหน้าแท่นพิธีกรรมศิลาเื
รอบ ๆ ตัวของเขา มีเศษผลึกมานามืดสีทมิฬนับร้อยนับพันก้อนลอยละล่องเวียนวนอยู่กลางอากาศราวกับฝูงแมลงวันป่า แผ่รังสีสีม่วงหม่นออกมาไม่ขาดสาย และที่ตั้งตระหง่านอยู่กึ่งกลางแท่นพิธีกรรมเบื้องหน้าของเขานั้น…
คือ คริสตัลมืด ขนาดั์สีม่วงอมดำสนิท มีความสูงโปร่งกว่าสิบเมตร ผิวแก้วของมันสะท้อนแสงแวววาวอันน่าสะอิดสะเอียน และที่น่าสยดสยองที่สุดคือ…ใจกลางคริสตัลั์นั้นกำลังขยับเขยื้อน หดตัวและขยายตัวเป็จังหวะเชื่องช้า ราวกับมันคือก้อนเนื้อหัวใจของสิ่งมีชีวิตขนาดั์ที่กำลังตื่นจากการจำศีล!
ตุบ…ตุบ…ตุบ…
เสียงเต้นของคริสตัลั์ดังสะท้อนก้องในความมืดมน ชายชราสวมหน้ากากลึกลับลอบยกยิ้มอย่างบ้าคลั่งอยู่ภายใต้หน้ากากเหล็ก
“ในที่สุด กลไกแห่งโชคชะตาก็เริ่มหมุนวนแล้ว…” เสียงแหบพร่าดั่งเศษแก้วครูดกันดังลอดออกมา “ผู้ถือครองพลังงานศักดิ์สิทธิ์แห่งเจเน็ส…ได้ก้าวเท้ามาถึงอนุทวีปซันเดย์ล่าร์แห่งนี้ตามคำทำนายเมื่อร้อยปีก่อนแล้วจริง ๆ สินะ”
วิ้ง—!
ดวงตาสีแดงฉานราวกับโลหิตสดคู่นั้น เปล่งประกายวาวโรจน์ขึ้นท่ามกลางเงามืดของวิหารโบราณ เขารับรู้ถึงตัวตน ัั และคลื่นพลังออโรเลี่ยนของโจนาธาน เรน ได้อย่างแม่นยำั้แ่ระยะไกล ราวกับรู้จักมักจี่กันมานานแสนนาน
“ข้ารอคอยเ้าอยู่…รอคอยที่จะได้บดขี้เ้าตามพระบัญชาจากท่านผู้นั้นแล้ว…"