ปกป้องข้าที ข้าอ่อนแอ!
07 รอต้อนรับโอ้ปป้า
หลังจากครั้งที่ลู่เว่ยหลงค้นพบพลังของตนเอง เวลาก็ล่วงเลยมาแล้วอีกกว่าสิบวัน
เมื่อสามวันก่อนม้าเร็วของตระกูลฉินถูกส่งกลับมาที่จวน เพื่อมาแจ้งข่าวอันน่ายินดีว่าภารกิจระดับ ‘ั์’ ได้จบลงอย่างสมบูรณ์แล้ว สร้างความชื่นบานให้แก่เหล่าศิษย์ที่รอฟังข่าวอยู่ยิ่งนัก
อีกไม่นาน ประมุขฉินและท่านรองประมุขจะกลับมาถึงที่จวน ให้เตรียมความพร้อมต่างๆให้เรียบร้อยด้วย ถือว่าเป็การจบภารกิจระดับั์ได้รวดเร็วกว่าที่คาดไว้หลายเดือน
เมื่อวานนี้กวงฮูหยิน ผู้เป็ฮูหยินใหญ่ของสกุลฉิน ได้กลับมาจากการทำบุญสวดมนต์ภาวนาของวัดเมืองหูหนาน
เมื่อฮูหยินใหญ่ได้พบกับลู่เว่ยหลงก็ได้ส่งยิ้มเปี่ยมความสุขมาให้ ใบหน้าใจดีทำให้ลู่เว่ยหลงรู้สึกผ่อนคลายความกังวล นางยื่นมือมาลูบหัวเขาเบาๆ
“ในที่สุดภารกิจอันยาวนานของท่านลุงและท่านพี่ของเ้าก็ได้รับชัยชนะมาจนได้ ถือเป็ความภาคภูมิของคนในจวนตระกูลฉินนี้ด้วย การไหว้พระขอพรให้ทุกคนปลอดภัยของข้าในที่สุดก็ไม่เสียเปล่า”
ได้ยินดังนั้นลู่เว่ยหลงยิ้มบางให้กวงฮูหยิน
จริงๆแล้วก็ไม่ ‘ทุกคน’ หรอกที่ปลอดภัย...
ลู่เว่ยหลงคนนี้ก็เคย ‘ตาย’ มาแล้วครั้งหนึ่ง หากแต่เขาไม่สามารถบอกใครอื่นได้อีกเท่านั้น
และในที่สุด วันนี้เป็วันที่คนของสำนักตระกูลฉินที่ออกเดินทางไปปฏิบัติภารกิจจะกลับมา ทุกคนในจวนจึงล้วนมารอรับด้วยใจระทึกที่ลานฝึกกระบี่ ทั้งศิษย์และหญิงรับใช้ในจวนต่างตื่นเต้น เนื่องจากไม่ได้พบกับประมุขและรองประมุขมานานหลายเดือน แถมครั้งนี้ยังพาเกียรติยศที่ได้รับชัยชนะที่รวดเร็วกลับมาให้อีกด้วย
เมื่อกวงฮูหยินกลับมาเป็ผู้นำภายในจวน ทำให้ฝูฮูหยินผู้หญิงมหัศจรรย์ ฉินม่อหลันคุณหนูผู้แก่นแก้ว ชิงชิงสาวใช้ปากจัด ไม่สามารถแว้งมาจิกกัดลู่เว่ยหลงในตอนนี้ได้
ทีแรกลู่เว่ยหลงก็เข้าไปยืนรวมกับคนสกุลฉินทุกคนที่หน้าลาน แต่ขณะยืนรอ สมองเขาก็คิดนู่นนี่ไปจนนึกขึ้นได้
นี่เขากำลังมารอรับประมุขฉินและคนผู้นั้นอยู่สินะ... แปลว่าข้าจะได้เจอกับฉะ..ฉะ..ฉิน.. ฉินหยะ.. คนผู้นั้นตัวเป็ๆเข้าแล้วน่ะสิ!
คิดได้เท่านั้นร่างก็พลันหมดแรง แข้งขาอ่อนเหมือนจะเป็ลม
ความกลัวและความประหวั่นพรั่นพรึงที่ไม่รู้ก่อตัวขึ้นมาจากไหนตรงเข้าเล่นงาน
ศิษย์สำนักกระบี่ที่ยืนอยู่ด้านหลังถึงกับร้องเสียงหลง ผวารีบสาวเท้าเข้ามารับร่างเบาหวิวของเขาก่อนที่หัวจะฟาดพื้น
เห็นดังนั้น กวงฮูหยินจึงนึกว่าอาจเป็เพราะคุณชายลู่ยืนตากลมเย็นนานเกินไป เขาจึงได้มายืนอยู่ในจุดอับลมหน้าเรือนรับรองที่อยู่ไกลลิบแทน
ยืนรอไม่นานก็เริ่มได้ยินเสียงเฮแว่วมาจากทางเมืองไป่เยว่ ขบวนตระกูลฉินคงกำลังเคลื่อนผ่านเมืองอยู่เป็แน่
“มาแล้วขอรับคุณชาย” จิ้นฝานหันมาบอก
ลู่เว่ยหลงยืนชะเง้อมองไปยังประตูทางเข้าจวนที่เปิดอ้ารอรับ เสียงเฮดังขึ้นเรื่อยๆ
ไม่นานนักก็ปรากฏภาพชุดเครื่องแบบสีเทาของลูกศิษย์สำนักดาบตระกูลฉินเดินเข้าจวนเรียงเป็แถวยาว ลูกศิษย์แต่ละคนมีท่าทางอ่อนล้า หากแต่ใบหน้าเปี่ยมไปด้วยความสุขยินดี
ศิษย์ที่รออยู่ในจวนโห่ร้องะโต้อนรับเสียงดังกระหึ่ม เหล่าสาวใช้ก็กรี้ดจนคอแทบแตก ะโระริกระรี้ยามได้เห็นใบหน้าสมชายเต็มไปด้วยริ้วรอยาแของเหล่าผู้มีวรยุทธิ์เ่าั้ ช่างดูหาญกล้ามากมายเหลือเกิน
ประมุขฉินขี่ม้าสีขาวร่างกำยำตามเข้ามาในจวน บุรุษวัยกลางคน ใบหน้ากร้านแต่เปี่ยมด้วยคุณธรรมของเขา ส่งให้ดูน่าเคารพยำเกรง
ลู่เว่ยหลงหัวเราะคิก ศิษย์ทั้งหลายร้องเสียงดัง คล้ายเหล่าติ่งเกาหลีกำลังต้อนรับโอ้ปป้าคนโปรดมิปาน ถ้ามีป้ายไฟมาด้วยคงจะดีนักเชียว
กวงฮูหยินและฝูฮูหยินรีบเดินเข้าไปหาท่านประมุข ฉินม่อหลันวิ่งเข้าไปเกาะขาข้างหนึ่งพร้อมเอาหน้าซบด้วยความคิดถึง ฉินหย่งชางเองก็เดินเข้าไปคารวะอย่างนอบน้อม เป็ภาพพ่อ แม่(สองคน) ลูกสาวและลูกชายที่ทำให้ลู่เว่ยหลงต้องอมยิ้มขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้
ฉับพลันรอยยิ้มบนหน้าหวานก็ต้องนิ่งค้าง
เมื่อชายร่างสูงบุคลิกท่าทางองอาจผู้หนึ่งควบอาชาสีน้ำตาลตามหลังท่านประมุขเข้ามาในจวน
รูปร่างสูงใหญ่โดดเด่นในชุดสีดำขลับส่งให้ดูน่าเกรงขามเหลือล้ำ นั่นไม่เท่าบรรยากาศกดดันที่ลอยแผ่ออกมารอบๆตัวถึงจะอยู่ไกลเพียงไหนก็ััได้
เสียงกรีดร้องดังกระหึ่มจากเหล่าลูกศิษย์และนางรับใช้ดังขึ้นอีกครั้ง ครานี้ดังคล้ายฟ้าร้องหนักจนแผ่นดินไหวะเื กระหึ่มจน์ยังได้ยินขนาดนี้ โอ้ปป้าคนโปรดของเหล่าติ่งต้องกำลังโชว์ซิกแพคอยู่เป็แน่!
ลู่เว่ยหลงขาสั่นพั่บๆ รวบรวมแรงฮึดมองใบหน้าคนร่างสูงอย่างเต็มตา
ฉินหย่งสือ นับได้ว่าเป็ชายรูปงามล้ำตามสัดส่วนทองคำ โครงหน้าได้รูป คิ้วดำขับดวงตาลึกเฉียบแหลมให้ยิ่งดูหล่อเหลา จมูกโด่ง ปากบางเม้มแน่นสนิท เมื่อมองรวมกันให้ความรู้สึกลึกลับน่าค้นหา สายตาวิบวับกล้าแข็งเปี่ยมไปด้วยกระแสความเป็ผู้นำ รูปร่างสูงสมส่วนมีกล้ามเนื้อตามส่วนต่างๆอย่างพอเหมาะพอดี เมื่อมีบุคลิกสง่างามดังนี้แล้วก็ยิ่งทำให้ดูเชื่อถือชวนให้เคารพนับถือ กลิ่นอายลมปราณที่กล้าแกร่งแผ่ซ่านออกมาหนักหน่วง
ฉินหย่งสือลงจากหลังม้าด้วยท่วงท่างดงาม ลู่เว่ยหลงใจสั่นระทึกละสายตาไปจากร่างสูงไม่ได้ เขาเองเป็ผู้ชายเหมือนกันก็จริง แต่แบบนี้นับได้ว่าเป็ภาพที่น่าดูมาก
“เท่... เท่ชะมัด”
ร่างบางพึมพำออกมาแบบไม่รู้ตัว
“เท่แบบนี้เจมส์xอนด์ยังอาย กัปตันอเมริกายังต้องหลบไป”
ฉินหย่งสือเดินมาคำนับทักทายคนตระกูลฉินตามลำดับด้วยกริยาเยือกเย็น ใบหน้าเรียบสงบแฝงเ็าของเขาทำให้ลู่เว่ยหลงมองตามเพลิดเพลิน ลืมความหวาดผวาไปเสียสิ้น
เวลาผ่านไปเท่าไรไม่รู้จนกระทั่งสายตาคมปลาบประดุจมีดน้ำแข็งของคนที่จ้องมองอยู่ตวัดมาจ้องตากับเขาที่ยืนอยู่ไกลๆ
ลู่เว่ยหลงสะดุ้งเฮือกหลุดออกจากภวังค์ ตั้งสติได้อีกทีก็เห็นท่านประมุขและรองประมุขชี้โบ้ชี้เบ้มาทางนี้ แล้วจากนั้นคนตระกูลฉินก็ยกโขยงกันเดินมาทางเรือนรับรองที่คุณชายลู่ยืนอยู่
คนร่างบางตัวแข็งโป๊ก อยากก้าวขาก็ก้าวไม่ออกดั่งเสาเข็มที่โดนปักหมุดอยู่กับที่
อย่าบอกนะว่าจะเดินมาทางนี้? มันจะเร็วเกินไปไหม? ยังไม่ได้เตรียมใจเจอโอ้ปป้าในระยะใกล้ขนาดนี้เลย ว้ากกกก
เมื่อเหล่าคณะเดินมาถึง ลู่เว่ยหลงใส่แรงฮึด ประสานมือก้มคำนับประมุขฉินด้วยความนอบน้อม
“ลู่เว่ยหลง คารวะท่านประมุขฉิน”
ประมุขฉินยิ้มๆตบบ่าของลู่เว่ยหลงเบาๆ
“มิได้เจอกันนานอาหลง เห็นเ้าแข็งแรงสีหน้าดูมีสีเืฝาดกว่าเดิมข้าก็วางใจ ข้าอดเป็ห่วงเ้าไม่ได้จริงๆ”
ลู่เว่ยหลงเงยหน้าขึ้นมองประมุขฉิน ชายวัยกลางคนมีร่องรอยเหี่ยวย่นเพียงเล็กน้อยแต่ก็ยังทะมัดทะแมงฉับไว สีหน้าสุขุมยิ้มมุมปากแต่สายตาที่ส่งมาอ่านได้ว่าเขาสงสารและเวทนาลู่เว่ยหลงจับใจ มือของเขาบีบไหล่ผอมๆของหลานชายแรงขึ้น
ลู่เว่ยหลงกล่าว “ท่านประมุขมิต้องเป็ห่วง ข้าดีขึ้นมากแล้ว ต้องขอบคุณคุณชายจ้าวที่มาดูแลเยียวยาข้าจนหายดี”
ประมุขหัวเราะหึหึ
“ก็เพราะมีบางคนร้อนใจเสียจนข้าก็พลอยใจคอไม่ดีตามไปด้วย กอปรกับจ้าวหนิงเฟิ่งบังเอิญเสร็จภารกิจทางแคว้นเว่ยพอดี จึงได้ขอไหว้วานคุณชายจ้าวให้มาคอยดูแลแทนให้ มิเช่นนั้นคนแถวนี้คงได้ทิ้งภารกิจกลับมาดูเองเสียแล้ว”
ทุกสายตาจับจ้องไปยังประมุขฉิน ใบหน้าเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม ดูยังไม่ค่อยเข้าใจความเท่าไรนัก ประมุขฉินหัวเราะเสียงดัง
“เอาเถิด เ้าปลอดภัยดีก็ดีเป็อย่างยิ่ง” ประมุขฉินผินหน้ากลับไปหาทุกคน “ไม่ว่าจะอย่างไรอีกไม่นานชื่อเสียงของหย่งสือในศึกครั้งนี้จะต้องดังกระฉ่อนแน่นอน พวกเ้าทุกคนรอฟังได้ ใน่ท้ายของศึกระดับั์ครั้งนี้ เขาดั่งเปิดประตูเข้าสู่ความบ้าคลั่ง ฟาดฟันกองอสูรจนทัพเซียนทั้งหมดสามารถทะลวงไปยังจุดศูนย์กลางได้ภายในเวลาไม่นาน ความเก่งกาจนี้ช่างเป็เกียรติแก่วงศ์ตระกูลเรายิ่งนัก”
ประมุขฉินยื่นมือไปตบหลังฉินหย่งสือดังป้าบ ป้าบ แต่ละคนทำหน้าแหย
ตบเสียเต็มมือแบบนี้ต้องเจ็บมากแน่ๆ แต่คนโดนตบกลับทำหน้านิ่งเป็น้ำแข็งดั่งไม่รับรู้ความเ็ป
“หย่งสือช่างมีความกล้าหาญ แม่ภูมิใจในตัวเ้ายิ่งนัก”
กวงฮูหยินปลาบปลื้มกับความสำเร็จของลูกชาย แต่แล้วก็ถามประมุขฉินขึ้นมา
“แล้วอาหลงเป็อะไรหรือท่านพี่ เหตุใดจึงต้องเรียกคุณชายจ้าวมาดูแล?”
ทุกคนในวงเงียบกริบ กวงฮูหยินมองคนนั้นทีคนนี้ที งุนงงกับปฏิกริยาของทุกคน นี่นางตกข่าวอะไรไปหรือเปล่านี่?
“เอาเถิด ข้ากับหย่งสือกลับมาเหนื่อยๆ ทุกคนเข้าไปบนเรือนกันก่อนเถิด วันนี้พักผ่อน คืนพรุ่งนี้ค่อยฉลองกัน”
ประมุขฉินยิ้มร่าโอบเอากวงฮูหยินและฝูฮูหยินเดินผ่านลู่เว่ยหลงเข้าไปยังเรือนรับรอง คนอื่นๆถอนหายใจ
คุณชายลู่มองเหลียวหลัง ตอนนี้ทุกคนเดินตามประมุขฉินเข้าไปด้านในเรือนแล้ว บรรยากาศข้างนอกเองก็ดูคลายความวุ่นวายลงบ้าง ศิษย์แต่ละคนต่างแยกย้ายกันไปจับกลุ่มคุยโม้ถึงประสบการณ์ในภารกิจใหญ่นี้ตามความสนิทสนม บ้างก็เดินกลับที่พักของตน ไม่มีใครสนใจใคร
ลู่เว่ยหลงหันหน้ากลับมามองทางเดิมแล้วก็ต้องสะดุ้งจนแทบะโเหยง
คนตัวใหญ่ในชุดสีดำขลับยังยืนตระหง่านอยู่ที่เดิม สายตาคมเยียบเย็นจับจ้องมาที่ลู่เว่ยหลงเขม็ง
ลู่เว่ยหลงใหัวใจเต้นตุ้บ หอบหายใจแรงใช้สองมือกุมหน้าอก หัวใจเขาเต้นเสียงดังจนคล้ายมีเสียงกลองในหู จนเมื่อหน้าอกผ่อนเสียงเบาลงแล้วนิดหน่อยจึงเงยหน้าขึ้นมองคนร่างสูงที่รอคอยเขาคลายความใอย่างใจเย็น ดวงตากลมสีอ่อนสบกับสายตาเฉียบคมดำขลับ พวกเขาแลกสายตากันไม่มีใครพูดอะไรอยู่สักพัก ลู่เว่ยหลงพลันสั่นหวิว ขาสองข้างอยากวิ่งหนีจากสถานการณ์นี้ไปให้ไกล กลัวก็กลัวแต่ใจอยากรู้มีมากกว่า เขาข่มใจไว้ ไม่ให้ปากและมือสั่น คอระหงกลืนน้ำลายเอื้อก คิดในใจ ‘มีอะไรก็รีบๆพูดเร็วซี่คุณพี่! อึดอัดจะแย่แล้ว’
ฉินหย่งสือยืนนิ่งจึงค่อยเอ่ย
“าแเป็อย่างไรบ้าง” เสียงเยียบเย็นทุ้มต่ำดังขึ้น สายตาอ่อนลงเล็กน้อย
ลู่เว่ยหลงท่องพุทโธ นะโม สังโฆ อยู่ในใจ เขาตั้งสติ ไม่เห็นมีอะไรน่ากลัวเสียหน่อย ทำไมร่างกายนี้จึงได้สั่นงันงกขนาดนี้กันนะ พอได้แล้วลู่เว่ยหลงคนก่อน!
“แผลดีขึ้นแล้วขอรับ”
เสียงตอบเบาหวิวออกจากปากซีดเซียว คนตัวสูงพยักหน้า
“ความเ็ปเล่า”
“ดีขึ้นขอรับ”
“ทานลงบ้างไหม?”
“ได้เป็ปกติขอรับ”
คิ้วลู่เว่ยหลงกระตุกเล็กน้อย ...ถามมากจริงนะ
“การเป็อยู่ดีหรือไม่”
“มะ.. ไม่ค่อยดีขอรับ” ลู่เว่ยหลงตอบตามตรง
“ทำไม”
“เอ่อ...”
ลู่เว่ยหลงพูดไม่ออก คนตัวใหญ่นิ่งรอฟัง
“ขะ... ข้า... ค่อนข้างหนาวกระมัง”
คำตอบนี้ออกจะเฉไฉจากความจริงไปสักหน่อย เขายังไม่อยากจะฟ้องไปตรงๆว่าโดนฝูฮูหยินและเหล่าสหายของนางกลั่นแกล้ง แต่ก็ถือว่าตอบตามความจริงไปครึ่งหนึ่ง ฉินหย่งสือตวัดสายตาคมลงไปมองเสื้อผ้าอ้วนกลมที่ลู่เว่ยหลงสวมใส่อยู่ในขณะนี้
“เสื้อผ้าฤดูหนาวไม่พองั้นหรือ”
ตาดุเปลี่ยนไปเค้นเอาคำตอบจากจิ้นฝานที่นั่งคุกเข่าอยู่ด้านหลัง เด็กน้อยกายสั่นสะท้าน รีบตอบฉะฉานแก่รองประมุข
“ท่านประมุขฉินให้เสื้อผ้าแก่คุณชายมาแล้วสองหีบขอรับ แต่คุณชายผ่ายผอมมากจึงทำให้อากาศเย็นส่งผลกับร่างกายของคุณชายมากกว่าคนทั่วไปขอรับ”
ฉินหย่งสือเหลือบกลับมามองร่างบางที่ยังคงยืนแข็งตรงแหน่ว แก้มขาวซีดที่บัดนี้ขึ้นสีแดงเรื่อ ปลายจมูกกลายเป็สีชมพูอ่อน เสื้อผ้าหนาหลายชั้นถูกโปะๆมาไม่เข้าชุด
“พรุ่งนี้ก่อนยามอู่ ข้าจะไปรับที่เรือน เตรียมนายของเ้าให้พร้อมด้วย”
“ขอรับ” จิ้นฝานรับคำเสียงดัง
พูดจบฉินหย่งสือก็ก้าวเดินผ่านคนร่างบางมุ่งหน้าไปยังเรือนรับรอง ลู่เว่ยหลงที่ยังมึนๆงงๆประมวลผลประโยคเมื่อครู่นี้เสร็จก็รีบหันกลับไปถาม
“รับข้าไปไหนหรือขอรับ?”
ฉินหย่งสือหยุดกึก ผินหน้ากลับมาเล็กน้อย พูดเสียงเย็น
“ไปตลาด”
—————
เจอหน้าปุ๊บก็ชวนเที่ยวเสียแล้ว ฮ่าๆ
ขอบคุณทุกกำลังใจมากๆนะคะ เราจะพยายามอัพทุกบ่อยๆ ^^
ตอนต่อไปมาช้อปปิ้งกันน้า