บทที่ 3 คำตัดสินจากผู้เชี่ยวชาญ พาร์ท 3
เป็สองสัปดาห์ที่ยาวนานสำหรับศิษย์และอาจารย์ที่แยกจากกันทว่าเมื่ออาคอนกลับมาถึงเมืองเศียรัเขาก็ได้พบกับข่าวที่น่าตื่นตะลึงของศิษย์ตัวน้อยของเขา เพียงสองสัปดาห์เธอก็มีชื่อเสียงไปทั่วเมือง มีเื่เล่าเกี่ยวกับเธอมากมายซึ่งเขาค่อนข้างมั่นใจว่านอกจากความจริงเื่ที่เธอหยุดะเิเวทย์กับเื่ที่เธอเป็ศิษย์ของเขาอย่างอื่นนั้นเป็เพียงข่าวลือ
ยกตัวอย่างเช่นข่าวลือที่ว่าถ้าเธอปลดปล่อยพลังที่แท้จริงของเธอเธอก็สามารถโค่นได้แม้แต่นักล่าระดับS มันเป็เื่เหลวไหลทั้งเพเพราะเธอยังไม่ได้เรียนรู้วิธีการใช้เวทย์มนตร์ด้วยซ้ำ
อย่างไรก็ตามเมื่อมีคนเล่าเื่นี้ให้อาคอนฟังเขาก็ไม่ได้ปฏิเสธหรือท้วงติงแต่อย่างใดความจริงแล้วบางทีอาคอนอาจจะเห็นด้วยอยู่ลึกๆหากพลังที่แท้จริงของเธอหมายถึงการใช้เวทย์มนตร์ได้อย่างคล่องแคล่วและเธอสามารถดึงพลังเวทย์ที่บ้าคลังของเธอออกมาได้เพียงครึ่งนักล่าระดับ S คงไม่เกินกำลังเธอ
“เหมือนว่าเธอจะทำได้ดีนะยัยหนูตัวน้อยของข้า ฮ่าๆๆ ”
“เ้ารับลูกศิษย์แล้วจริงๆเหรอเนี่ย” ลูน่าที่เดินตามอาคอนมาที่สมาคมและได้ยินเื่ของลูกศิษย์ของอาคอนเช่นกันจนทำให้เธออดไม่ได้ที่จะตั้งคำถาม
“พลังข้าหายไปเกือบครึ่งจนต้องพาเธอห้อยตามไปทำภารกิจด้วยก็เพราะยัยหนูนั่นแหละ”อาคอนอดไม่ได้ที่จะสุมไฟข่าวลือให้หนักกว่าเดิมผู้คนบางคนที่ได้ยินเช่นนั้นก็เริ่มจดจำสิ่งที่ตัวเองได้ยินพร้อมกับการกระจายข่าวที่น่าตื่นตะลึงข่าวใหม่นี้
อาคอนที่ทำภารกิจด้วยตัวคนเดียวตลอดเวลา ต้องให้คนอื่นไปช่วยทำภารกิจเพราะอุบัติเหตุขณะสอนลูกศิษย์ของเขาทำให้พลังของเขาลดลงไปกว่าครึ่ง’ คนอื่นๆรอบตัวอาคอนพยายามเงี่ยหูฟังหวังว่าจะได้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับข่าวใหญ่ข่าวใหม่นี้อย่างไรก็ตาม อาคอนไม่ได้พูดอะไรเพิ่มเติมและตรงไปที่สมาคมนักล่าทันที
เมื่ออาคอนมาถึงสมาคมนักล่าโรบุสก็รอพวกเขาอยู่แล้วหลังจากทักทายกันพอเป็พิธีโรบุสก็นำอาคอนไปพบกับประธานสมาคมนักล่าทันทีเพื่อหารือเกี่ยวกับภารกิจลับที่พวกเขาพึ่งไปทำมา
โรบุสนำเขาเดินไปที่ชั้นสี่ซึ่งที่นั่นเงียบสนิทผิดกับชั้นอื่นๆที่มีผู้คนจอแจอยู่ตลอดเวลาชั้นสี่นั้นมีทางเดินแคบๆและห้องเป็จำนวนมาก พวกเขาเดินไปหยุดอยู่ที่หน้าห้องๆหนึ่งก่อนที่โรบุสจะเคาะประตูห้องเพื่อบอกเป็สัญญาณว่าตนต้องเข้าไป
“ท่านอาคอนกลับมาจากทำภารกิจแล้วครับ”โรบุสรายงานเพื่อให้คนที่อยู่ข้างในได้ทราบถึงเหตุผลที่ตนมาเคาะประตู ในตอนนี้ลูน่าที่เดินตามาตลอดเวลารู้สึกประหม่าเล็กน้อยเนื่องจากแม้เธอจะเป็นักล่าระดับS เธอก็ไม่เคยขึ้นมาที่ชั้นสี่ของสมาคมเลย ว่ากันว่าที่ชั้นสี่ของสมาคมนั้นมีประธานสมาคมซึ่งเป็ชายแก่ที่อันตราย
“กำลังคิดเื่ชายแก่ที่เป็ประธานสมาคมอยู่เหรอแน่ละว่าเขาอยู่ข้างในนี้”
“!!..” ลูน่าไม่สามารถตอบสนองกับสิ่งที่เธอพึ่งจะได้ยินและแสดงออกเพียงสีหน้าใเท่านั้น
“ก็ไม่เห็นแปลกตรงไหนเลยประธานสมาคมก็ต้องอยู่ในสมาคมอยู่แล้วนี่”
“เชิญครับ”เสียงตอบกลับดังออกมาจากด้านหลังประตูทำให้บทสนทนาหยุดลง
โรบุสผลักประตูเข้าไปด้านในจากนั้นก็นำอาคอนและลูน่าเข้าไปในห้อง
ห้องที่ลูน่าเห็นนั้นมีหน้าต่างรับแสงบานใหญ่อยู่ด้านหลังและมีประตูออกสู่ระเบียงไม่มีของตกแต่งมากเท่านักภายในห้องมีชายสามคนที่รออยู่ก่อนแล้ว คือคาลี่ย์ ดาลัสและชายแก่อีกคน
ดาลัสเป็นักสู้เขาถูกจัดเป็อันดับหนึ่งในหมู่นักล่าทั้งหมดผมสั้นและกล้ามมัดโตนั้นบ่งบอกคลาสของเขาเป็อย่างดีเอกลักษณ์ที่ผู้คนจดจำเขาได้ดีก็คือั์ตาสีแดงเพลิงประกอบกับหนวดเคราและริมฝีปากหนาทำให้เขาดูดุดันแข็งแกร่ง
ส่วนขายแก่อีกคนนั้นไว้ผมสั้นและมีหนวดเคราเช่นกันแต่ลักษณะของเขานั้นตรงข้ามกับดาลัสเขาดูเป็สุภาพบุรุษมากกว่าจะดูดุร้ายประกอบกับผมสีขาวประปรายบนศีรษะทำให้เขาดูมีเสน่ห์และดูมีชาติตระกูล
“เฮ้ย..แกไปทำอะไรมาทำไมพลังแกหายไปกว่าครึ่งเลย”
“ฉันเล่นชักเย่อพลังเวทย์กับลูกศิษย์ของฉันนะสิเกือบเอาตัวไม่รอดเลยล่ะ”
“แล้วผู้หญิงคนนั้นใครกัน..”ดาลัสถามพร้อมกับหันไปมองที่ลูน่านั่นทำให้ลูน่าถึงกับตัวแข็ง เธอไม่ได้มีปัญหาใดๆกับการที่ดาลัสไม่รู้จักเธอความจริงเธอไม่มั่นใจด้วยซ้ำว่านอกจากอาคอนและโรบุส จะมีคนอื่นในห้องนี้รู้จักเธอแม้ว่าเธอจะถูกจัดเป็อันดับสี่ของนักล่าระดับ S ถัดจากคาลี่ย์ก็ตามแต่พลังของเธอกับพวกเขานั้นมันเทียบกันไม่ได้เลย
คำถามของดาลัสทำให้เธอเป็กังวลและทำตัวไม่ถูกสายตาของคนอื่นๆที่มองเธอก็เต็มไปด้วยความสงสัยบางทีในตอนนี้เธออาจจะรู้สึกว่าตัวเองไม่ควรอยู่ตรงนี้
“ช่างมันเถอะครับเื่อื่นพอแค่นี้ก่อน เรามาเข้าเื่สำคัญกันก่อนดีกว่า” ประธานสมาคมตัดบทก่อนที่จะชักนำคนอื่นเข้าสู่เื่สำคัญอันดับหนึ่งหลังจากที่เขาพูดเช่นนั้น ทุกคนก็เลิกสนใจเธอและเริ่มสนทนาเกี่ยวกับภารกิจแทน
“คราวนี้ค่อนข้างหนักแล้วดูเหมือนว่าพวกนั้นเริ่มสร้างกองทัพและมีแม้กระทั่งผู้บัญชาการทัพที่ทำให้การเดินทัพและยุทธวิธีเป็ระบบมากขึ้นคิดว่าาครั้งใหม่คงอยู่ไม่ห่างจากเราเท่าไหร่แล้วล่ะ”อาคอนเริ่มบอกสิ่งที่เขาเจอมา
“ดูเหมือนว่าไอ้พวกตัวผู้บัญชาการนั่นจะมีลิมิตที่มันสามารถบัญชาการรบได้อยู่ฉันเจอมันมาสองตัวแล้วและฉันลองนับดูแล้วมีกลุ่มหนึ่งที่คุมได้ร้อยตัวส่วนอีกกลุ่มได้ประมา80” ดาลัสกล่าวเสริม นั่นทำให้ลูน่าที่ฟังอยู่มองที่พวกเขาด้วยสีหน้าที่ตื่นตะลึงเธอเกือบจะเอาตัวไม่รอดแม้ว่าจะมีตัวผู้บัญชาการเพียงตัวเดียวและมันเริ่มบัญชาการรบแบบจริงจังก็ตอนที่มันเหลือไม่กี่สิบตัวเท่านั้นนั่นบ่งบอกเป็อย่างดีว่าคนพวกนี้อยู่ห่างจากเธอขนาดไหน
“เฮ้..นายนับเลขเป็ด้วยเหรอเนี่ย ไม่ใช่ว่าฟันไปหนึ่งครั้งจะนับเป็หนึ่งตัวนะเฮ้ย” อาคอนหันไปแซะดาลัส
“แกนี่ปากเสียไม่เปลี่ยนจริงๆอย่าลืมนะเฟ้ยว่าตอนนี้แกเหลือพลังแค่ครึ่งเดียว..สำหรับฉันฟันหนึ่งครั้งก็ถือว่านับเป็หนึ่งตัวได้เพราะสำหรับพวกนี้หนึ่งครั้งก็เกินพอ”ดาลัสตอบกลับ
“นั่นแหละปัญหาจะเป็ยังไงถ้าเ้าฟันทีเดียวแล้วมันตายเป็สิบล่ะ..”คาลี่ย์เริ่มพูดบ้าง
“ข้านับเลขเป็น่า..”ดาลัสบ่นกับตัวเองเบาๆ
“แล้วทางท่านอาคอนพอจะทราบตัวเลขที่แน่นอนมั้ยครับ”ประธานสมาคมกล่าวกับอาคอนแทน
“ถึงหมอนี่จะนับเลขไม่เป็แต่ก็อย่างที่รู้นั่นแหละว่ามันเดาเก่งตัวเลขที่แน่นอนคือ 100 พอดี ที่พวกข้าไปเจอมามีแค่ 112ตัวแล้วเ้าตัวผู้บัญชาการก็เริ่มควบคุมตอนที่เ้าพวกลูกกระจ๊อกเหลือร้อยตัวพอดี”อาคอนที่สังเกตมันมาั้แ่ต้นที่เจอนั้นทำให้ทราบถึงตัวเลขที่แน่นอนแม้ว่าเขาจะไม่มั่นใจว่ามันเป็ตัวผู้บัญชาการั้แ่ต้นก็ตาม
“อืมม..แล้วงานวิจัยเครื่องจักรกลรบของท่านละครับ”ประธานสมาคมหันไปถามคาลี่ย์
“แน่นอนว่ามันพร้อมสำหรับาและคิดว่าน่าจะสามารถผลิตจำนวนมากได้ในเวลาไม่นานปัญหาคือคุณพร้อมที่จะเข้าสู่าแน่รึเปล่า”ประธานสมาคมทำได้เพียงยิ้มแห้งๆและส่ายหัวเพียงเท่านั้นกับคำตอบและคำถามของคาลี่ย์เช่นที่คาลี่ย์กล่าวเขาไม่พร้อมที่จะนำมาโทรเดียซึ่งเพิ่งจะฟื้นขึ้นมาได้แคไม่กี่สิบปีกลับสู่าอีกครั้งเขาจะเลี่ยงให้ได้มากที่สุดถ้ามันสามารถทำได้
“แล้วผลการประเมินของเธอเป็ยังไงเหรอครับ”เขาเปลี่ยนหัวข้อแทนการตอบคำถามที่ยากลำบากแทน
ลูน่าหันมาหาอาคอนด้วยความใและความคาดหวังเธอรู้ว่าพลังของเธอยังห่างไกลจากพวกเขาแต่เธอเชื่อว่าการที่เธอไม่สามารถเห็นโลกในแบบที่พวกเขาเห็นเธอก็จะไม่สามารถเติบโตให้ใกล้เคียงกับพวกเขาได้
“ไม่ผ่าน”
นั่นคือคำตัดสินที่ชี้ชะตาของเธอ
“ทำไมล่ะถ้าข้าไม่ไปด้วย บางทีนายอาจจะไม่สามารถทำอะไรกับเ้าพวกนั้นได้เลยก็ได้” เธอกล่าวด้วยใบหน้าที่ผิดหวัง
“ดาลัสเล่าสถานการณ์ที่นายไปเจอมาให้เธอฟังหน่อยสิ”อาคอนยังไม่ตอบคำถามเธอแต่กลับหันไปตั้งคำถามที่ดาลัส
“อยากรู้ไปทำไมล่ะ..ตอนฉันเข้าไปถึงเ้าพวกผู้บัญชาการตั้งสองตัวก็แหกปากหลังจากนั้นพวกลูกกระจ๊อกก็เปลี่ยนร่างมีบางตัวเปลี่ยนเป็โล่ถือหอกยาว ขวานใหญ่ฉันจำไม่ได้ทั้งหมดว่ามันมีอะไรบ้างเพราะฉันเริ่มทุบพวกมันทันทีั้แ่ตัวผู้บัญชาการแหกปาก...”
“เ้าลืมอะไรไปรึเปล่า..”
“...เอ่อ...มีพวกมันตัวหนึ่งหนีไปั้แ่ที่ฉันโจมตีเข้าไป”
“เป็งี้ทุกครั้งสิน่า...เมื่อไหร่นายจะใช้สมองก่อนเข้าไปซะที”
ลูน่าที่ฟังพวกเขาก็ยังประหลาดใจอยู่ในขณะนี้เธอยังไม่สามารถเดาไดว่าอาคอนพยายามจะสื่ออะไรมันเป็เหตุผลที่ทำให้อาคอนประเมินให้เธอว่าไม่ผ่านหรือไม่
“แล้วเธอรู้อะไรบ้างเกี่ยวกับเ้าพวกนั้นล่ะเ้าโง่ดาลัสนี่แม้จะนับเลขไม่ถูกแต่มันก็รู้จักคู่ต่อสู้ดีมันรู้กระทั่งมีคนอื่นที่หนีไปั้แ่ตอนต้นที่มันเข้าไป แล้วเธอล่ะรู้อะไรบ้าง ”
“แต่....ดาลัสเขา..มีสัญชาติญาณเกี่ยวกับเื่พวกนี้นี่..จะเอาข้าที่ไม่มีััการรับรู้ที่สุดยอดไปเทียบกับเขาได้ยังไง..”ลูน่าแย้ง
“ไม่ใช่เ้าก็เห็นไม่ใช่เหรอว่าเ้าดาลัสมันโง่คนโง่ก็มีวิธีการในแบบคนโง่ อย่างไรก็ตามเธอก็ไม่ได้สงสัยเลยแม้แต่น้อยเกี่ยวกับคนอื่นที่อยู่ที่นั่นเธอคิดว่าใครปล่อยเ้าพวกนั้นออกมาล่ะ...”อาคอนกล่าวจากนั้นก็เอาศพของนักฆ่าออกมาจากกระเป๋า
“โอ้ครั้งแรกเลยนะเนี่ยที่เ้าพวกนั้นไม่ได้หนีไปก่อน” คาลี่ย์กล่าว
“ฉันแหกปากออกไปั้แ่ต้นว่าตัวเองอ่อนแอลงกว่าครึ่งแล้วให้เธอสู้คนเดียวนะสิประกอบกับที่เ้านี่เป็นักฆ่าด้วยก็เลยกล้าที่จะหลบอยู่ใกล้ๆคอยจังหวะที่จะเล่นงานฉัน ..เธอพูดว่าถ้าเธอไม่ได้ไปด้วยบางทีข้าอาจจะไม่สามารถทำอะไรกับเ้าพวกนั้นได้สินะ..แล้วเธอคิดว่าทำไมเ้าผู้บัญชาการนั่นถึงต้องยื้อเวลาการบังคับบัญชาการเต็มรูปแบบออกไปจนกระทั่งเ้าพวกนั้นเหลืออยู่ไม่กี่ตัว
ข้าตอบให้ได้ เพราะมันพยายามจะฆ่าฉันโดยแยกเธอออกไปก่อนเพื่อทำให้ข้าสูญเสียความเยือกเย็นจากการที่ต้องคอยเป็กังวลกับเธอและเวลานั้นเ้านี่ก็จะมาสังหาร แย่สำหรับหมอนี่ที่ฉันสงสัยว่ามันอยู่รอบตัวตลอดเวลาก็เลยเป็อย่างที่เห็น
คราวนี้มันจะเป็ยังไงถ้าฉันไม่อยู่ที่นั่นเธอจะตายเพราะความประมาทของตัวเอง...”
ลูน่าไม่สามารถหาคำพูดหรือเหตุผลใดๆมาแย้งได้เธอเพียงแค่ยอมรับมันและยืนอยู่ตรงนั้น เธอผิดหวังและเสียใจ เธออยากจะได้โอกาสอีกครั้งและเธอหวังว่าจะไม่ทำมันพัง
“ยังก็ก็ตามผมว่ามันจะเป็การดีกว่าที่จะยกระดับนักล่าที่สังกัดในสมาคมเพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อย บางทีเธออาจจะสามารถทำได้ในสักวัน”ทางประธานสมาคมกล่าว
“ใช่..หล่อนจะตายในสักวันหนึ่ง” ดาลัสเยาะเย้ย
“คงไม่ตายหากเธออยู่ในสถานการณ์เป็แบบที่เป็ตอนนี้”
“หมายความว่าไง” ดาลัสยังคงสงสัย
“ให้เธอได้เรียนรู้จากพวกคุณ เธอสามารถเป็ผู้ช่วยได้และเธอจะยังสามารถพัฒนาตัวเองไปพร้อมๆกันได้อีกด้วย”
“ข้าไม่คิดจะห้อยภาระไปเพิ่มหรอกนะ” ดาลัสรีบบอกปัดทันที
“แน่นอนว่าข้าไม่ทิ้งงานวิจัยไปไหนหรอก”คาลี่ย์กล่าวต่อจากดาลัส
“........................”