ราชันย์สิบโลก

    ตอนที่ 166 การพ่ายแพ้ของเจ้าโลกจงจื่อ

        เจ้าโลกจงจื่อหันไปมองผู้ติดตามของเขาทั้งหกคน

            “เป็นไปได้อย่างไร”เจ้าโลกจงจื่อมีสีหน้าเหี้ยมโหด นัยน์ตาแดงฉานด้วยความโกรธ ผู้ติดตามทั้งหกของเขาล้วนมีฝีมืออยู่ในขั้นราชันย์เซียนและติดตามเขามานานยิ่งหนัก

            “ไปตายซะ!” เจ้าโลกจงจื่อถือดาบฟาดฟันอย่างรวดเร็ว ปราณดาบของเจ้าโลกจงจื่อฉีกแยกท้องฟ้าออกเป็นเสี่ยงๆ

            เฟิ่งหยูมองดูปราณดาบที่พุ่งตรงมายังร่างของเขาพลังปราณดาบนั้นน่ากลัวเหลือคณานับ มันสามารถบดขยี้ทำลายทุกสรรพสิ่ง เจตจำนงแห่งการสังหารเอ่อล้นจากปราณดาบที่ฟาดฟันออกมา

            เลือดในกายของเฟิ่งหยูพลันเดือดพล่านไปทั่วร่างอีกฝ่ายหนึ่งคือเจ้าโลกผู้มีระดับพลังยุทธ์ขั้นเทพเจ้าผู้ที่มีพลังการต่อสู้ที่แข็งแกร่ง เฟิ่งหยูต้านทานพลังนั้นไว้ด้วยความยากลำบาก

            “สังหาร....”

            เฟิ่งหยูเอ่ยออกมาผมยาวสีดำปลิวไสว เขาปลดปล่อยปราณดาบราชันย์ออกไปปะทะอย่างรวดเร็ว ปราณดาบราชันเข้าปะทะกับปราณดาบเจ้าโลกจงจื่อคลื่นพลังที่เกิดจากปราณดาบทั้งสองที่ปะทะกันพลันทำให้เกิดวงคลื่นขนาดใหญ่แผ่กว้างไปทั่วบริเวณ

            องค์ชายทั้งห้าและจ้าวหยวนรีบหลบเลี่ยงออกห่างจากพวกเขาอย่างรวดเร็ว

            ร่างของเฟิ่งหยูสั่นสะท้านทว่าหลังจากนั้นการโจมตีของเจ้าโลกจงจื่อยิ่งดุเดือดมากยิ่งขึ้นพลังปราณดาบแต่ละสายเข้าห้ำหั่นเฟิ่งหยูอย่างต่อเนื่องผ่ามือทั้งสองของเฟิ่งหยูกระชับดาบราชันย์จนแน่ เขาฟาดฟันปัดป้องปราณดาบของเจ้าโลกจงจื่อด้วยความยากลำบาก

            ฉับ...

            ห้วงมิติแหลกสลายเป็นสี่ห้าส่วนมวลอากาศบิดเบี้ยว พลังฟ้าดินเอ่อล้นทะลัก เลือดของเฟิ่งหยูสาดกระเซ็น เฟิ่งหยูขบฟันแผดเสียงคำรามลมปราณเก่าแก่ที่ดุดันและโหดเหี้ยมหลั่งไหลออกมาจากภายในร่างแสงสีทองพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า อัสนีสีม่วงทองประกายแลบออกมาเป็นระลอก ๆ ทั่วนานฟ้า

            ชั่วพริบตากายเซียนของเฟิ่งหยูถูกขับเคลื่อนจนถึงจุดสูงสุดเพียงแค่พลังกายเซียนของเฟิ่งหยูสำแดงออกมา พลันทำให้พลังของเฟิ่งหยูเพิ่มสูงขึ้นประหนึ่งเทพเจ้าที่ถือบังเกิดขึ้นมาพลังโบราณที่น่ากลัวหลั่งไหลออกมาจากร่างกายของเฟิ่งหยูอย่างต่อเนื่องทำให้พลังปราณของเขายกระดับขึ้นมาสูสีกับเจ้าโลกจงจื่อในทันที

            “เข้ามาข้าจะสังหารเจ้าให้สิ้น” เฟิ่งหยูลากเสียงยาว ร่างของเขาพุ่งทะยานออกไป มือของเขากระชับดาบราชันย์ไว้แน่นพลังฟ้าดินและพลังต้นกำเนิดหลั่งไหลเข้าสู่ตันเถียนของเฟิ่งหยูอย่างบ้าคลั่งตันเถียนที่กว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตาของเฟิ่งหยูเมื่อได้รับพลังต้นกำเนิดและพลังฟ้าดินที่มากมายกลับทำให้พลังปรานของเฟิ่งหยูเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

            เคร้ง...

            ลมปราณม้วนตัวออกไปทั่วท้องฟ้าเต็มไปด้วยปราณดาบดาบทั้งสองที่ปะทะกันเสียงสวรรค์ดังอึกทึกประกายไฟสาดกระเซ็น ทั้งสองฟาดฟันกันอย่างหนักหน่วงเฟิ่งหยูใช้กายเซียนโบราณเข้าต่อสู้กับเจ้าโลกจงจื่ออย่างไม่เกรงกลัวกายเซียนโบราณได้รับสมญานามว่าเป็นกายที่แข็งแกร่งที่สุดในสมัยโบราณซึ่งมันช่วยให้พลังการต่อสู้ของเฟิ่งหยูแข็งแกร่งเทียบเท่ากับผู้ฝึกยุทธ์ขั้นพระเจ้าได้เลยทีเดียวหากการฝึกฝนของเฟิ่งหยูสูงกว่านี้ เขาคงกำจัดเจ้าโลกจงจื่อได้อย่างไม่ยากเย็น

            ทั้งคู่ยังคงต่อสู้กันอย่างหนักเสียงดังสนั่นไปทั่วท้องฟ้าเงาร่างสีทองทั้งสองเข้าปะทะห้ำหั่นกันอย่างดุเดือดราวกับท้องฟ้าจะถล่มลงมาเฟิ่งหยูฟาดฟันดาบราชันย์ที่ผสานพลังฟ้าดินพลังต้นกำเนิดและพลังเพลิงฟ้าสวรรค์ฟาดฟันออกไปอย่างต่อเนื่อง

            ห้วงอากาศแหลกสลายเป็นเสี่ยงๆ  เลือดที่ไหลออกมาทั่วร่างของเฟิ่งหยู เขาถูกปราณดาบของเจ้าโลกจงจื่อฟาดฟันอย่างต่อเนื่องแต่ภายในร่างของเฟิ่งหยูที่ได้รับบาดเจ็บเลือดบริสุทธิ์ภายในกายเซียนโบราณของเฟิ่งหยูเริ่มแผดเผาและเริ่มซ่อมแซมร่างกายของเฟิ่งหยูอย่างไม่ต่อเนื่องทำให้ร่างกายของเฟิ่งหยูสามารถต่อสู้กับเจ้าโลกจงจื่อได้จนถึงตอนนี้

            สภาพของเจ้าโลกจงจื่อก็ไม่ต่างจากเฟิ่งหยูมากนักเพียงแต่ว่าร่างกายของเจ้าโลกจงจื่อไม่สามารถซ่อมแซมตัวเองได้เขาได้แต่เพียงอาศัยโอสถในการช่วยรักษาเท่านั้นเขาต้องเสียสละโอสถระดับสูงเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บของเขา  ถึงแม้มันจะเป็นการบาดเจ็บที่รุนแรง แต่เจ้าโลกจงจื่อยังคงใช้โอสถรักษาอาการของเขาได้อย่างต่อเนื่อง

            เฟิ่งหยูหลอมรวมพลังต้นกำเนิดพลังฟ้าดินและพลังมิติเข้าสู่ดาบราชันย์ของเขาดาบราชันย์ของเฟิ่งหยูกลับกลายเป็นสีดำสนิทกลิ่นอายที่ถูกปลดปล่อยออกมาพลันทำให้น่าขนลุกยิ่งเฟิ่งหยูพุ่งทะยานออกไปอย่างรวดเร็ว เขาฟันดาบราชันย์ของเขาไปยังลำตัวของเจ้าโลกจงจื่ออย่างแม่นยำ

            เจ้าโลกจงจื่อยกดาบของเขาขึ้นมาปัดป้องเพียงแต่ว่าเมื่อดาบทั้งสองปะทะกันดาบของเจ้าโลกจงจื่อพลันเกิดรอยร้าวขึ้นมาในทันทีเจ้าโลกจงจื่อเห็นดังนั้นเขาไม่รอช้ารีบถีบตัวถอยออกห่างรัศมีดาบราชันย์ของเฟิ่งหยูอย่างรวดเร็ว

            เฟิ่งหยูพุ่งตัวติดตามไปอย่างติดๆ ทันใดนั้นปราณดาบราชันย์ของเฟิ่งหยูพลันปรากฏตัวด้านหลังของเฟิ่งหยูนักหมื่นอย่างรวดเร็วเฟิ่งหยูหลอมรวมปราณดาบราชันย์ทั้งหมดจนกลายเป็นดาบราชันย์ขนาดใหญ่ลอยสูงตระหง่านอยู่ด้านบนศีรษะของเฟิ่งหยู

            เฟิ่งหยูฟันมันออกไปอย่างรวดเร็วปราณดาบขนาดใหญ่มีความคมเป็นอย่างมากมันวาดผ่านลำตัวของเจ้าโลกจงจื่ออย่างง่ายดาย

            อ้ากกก...

            เสียงกรีดร้องของเจ้าโลกจงจื่อดังขึ้นมาพร้อมกับบาดแผลขนาดใหญ่บริเวณลำตัวของเจ้าโลกจงจื่อ เจ้าโลกจงจื่อรีบตบโอสถเข้าปากทันทีเขารีบพุ่งทะยานไปยังเรือรบและหนีไปอย่างรวดเร็ว

            เฟิ่งหยูอยากจะตามไปสังหารเจ้าโลกจงจื่อแต่เนื่องจากเขาสูญเสียพลังปราณไปเป็นจำนวนมาก และอาการบาดเจ็บของเขาทำให้เขาต้องรีบรักษาตัวอย่างเร่งด่วนเขาไม่ทราบว่าคนของโลกอื่นจะโจมตีเขาอีกทีเมื่อไหร่เขาจึงจำเป็นต้องอยู่ในสภาพพร้อมรบตลอดเวลา

            เหล่าองค์ชายทั้งห้าและจ้าวหยวนรีบเข้ามาหาเฟิ่งหยูในทันที

            “เจ้าเป็นยังไงบ้าง”

            “ข้าไม่เป็นไรโชคดีที่เจ้าโลกจงจื่อบาดเจ็บกลับไป ไม่เช่นนั้น พวกเราคงต้องสูญเสียคนอีกเป็นจำนวนมากอย่างแน่นอน

            “ตอนนี้ทุกฝ่ายต้องการผู้นำเช่นเจ้าถึงแม้พวกเราจะอ่อนแอกว่าโลกอื่น แต่ถ้าให้เวลาพวกเรา พวกเราสามารถก้าวข้ามระดับของผู้คนในอดีตได้อย่างแน่นอน”องค์ชายผิงอานเอ่ยขึ้นมา

            “หากพวกเราจะต่อกรกับคนที่อยู่ในโลกภายนอกก็คงมีวิธีเดียว คือการที่พวกเราเหล่าคนรุ่นหลังต้องระมัดระวังเป็นพิเศษคือพลังยุทธ์ของพวกเราอาจจะเทียบเท่าพวกเขาแต่ประสบการณ์การต่อสู้ของพวกเราล้วนมีน้อยกว่าพวกเขาอย่างแน่นอน”

            “พวกเราเข้าใจแต่จะให้พวกเราทำยังไงได้หากเรื่องนี้ผ่านไปได้ด้วยดี พวกเราคงสามารถกำหนดทิศทางของโลกนี้ได้”

            “แต่ว่าตอนนี้ศัตรูที่อยู่ตรงหน้าของพวกเราแข่งแกร่งกันมากพวกเราเองอาจจะสามารถต่อสู้กับพวกเขาได้ในครั้งนี้ แต่ครั้งต่อไปหละหากพวกเขาระดมคนกันมาในครั้งเดียวพวกเราอาจจะเป็นฝ่ายที่ต้องเสียเปรียบเลยก็ได้”องค์ชายไป๋เซ่อกล่าว

            ทันใดนั้นเฟิ่งหยูกระอักเลือดออกมากองใหญ่

            “จริงอย่างที่องค์ชายไป๋เซ่อกล่าวพวกเราต้องเตรียมตัวให้พร้อมมากกว่าที่เป็นอยู่ ทันทีที่พวกเขาเข้ามาในโลกของเราพวกเราต้องได้รับรู้ในทันทีและต้องพยายามช่วยกันปกป้องโลกต้นกำเนิดของเราอย่างถึงที่สุด”

            “เอาหละตอนนี้เจ้าโลกจงจื่อก็หนีไปแล้วข้าคาดว่าอีกไม่นานเหล่าคนของโลกอื่นจะต้องเดินทางมาถึงยังโลกต้นกำเนิดของพวกเราอย่างแน่นอน”

            “พวกท่านไปเตรียมตัวรับมือกับพวกโลกอื่นให้ดีเถอะข้าคิดว่าศึกในครานี้พวกเราคงต้องเหนื่อยเป็นอย่างมากอย่างแน่นอน”เฟิ่งหยูเอ่ยขึ้นมา

            องค์ชายทั้งหลายรวมทั้งเฟิ่งหยูพากันเดินทางกลับไปยังอาณาจักรเฟิ่งเทียนพร้อมกับร่วมกันวางแผนใหม่เพื่อรับมืออีกครั้งพวกเขาทั้งหลายต่างรู้ถึงความร้ายกาจของผู้คนจากโลกอื่นแล้วเฟิ่งหยูจึงไม่ต้องอธิบายอะไรมากมาย

            ทั่วทั้งโลกต้นกำเนิดเกิดความโกลาหลขึ้นอย่างรวดเร็วคนธรรมดาที่ไม่เคยฝึกยุทธ์กลับสามารถก้าวผ่านระดับพลังยุทธ์ได้อย่างรวดเร็วเพราะพลังต้นกำเนิดและพลังฟ้าดินของโลกต้นกำเนิดที่ถูกผนึกไว้มานานนับล้านปีตอนนี้คลายออกไปเรียบร้อยแล้ว

            เจ้าโลกจงจื่อที่บาดเจ็บรีบเร่งออกเดินทางไปจากโลกต้นกำเนิดพร้อมกับรักษาตัวของเขาไปด้วย เมื่อเดินทางออกจากโลกต้นกำเนิดได้เพียงหนึ่งวันเขาก็พลันไปพบกับกองกำลังเสริมที่เดินทางมา

            เจ้าโลกจงจื่อพลันให้กองทัพเสริมของเขาหยุดและวางแผ่นกันใหม่อีกครั้ง

            “ตอนนี้โลกที่สาบสูญมีผู้ฝึกยุทธ์ในระดับราชันเซียนอยู่หลายคนพวกเจ้าเดินทางไปก็พลันแต่จะถูกพวกเขาบดขยี้ข้าว่าพวกเจ้ารอให้โลกอื่นเดินทางมาถึงแล้วค่อยเดินทางไปพร้อม ๆ กัน พวกเราจะใช้ประโยชน์จากกองกำลังของพวกเขา”

            “ขอรับท่านเจ้าโลกพวกเราจะปฏิบัติตามที่ท่านสั่ง”

            หลังจากนั้นไม่ถึงครึ่งวันกองกำลังของโลกอื่น ๆ พลันมาถึงยังตำแหน่งที่เจ้าโลกจงจื่อ เฝ้ารอพวกเขาอยู่กองกำลังของกลุ่มพันธมิตรของเจ้าโลกจงจื่อเดินทางมาถึงในขณะเดียวกัน ข่าวคราวต่างๆ เริ่มแพร่กระจายไปยังโลกของเหล่าพันธมิตรของเฟิ่งหยูเช่นกันเพียงแต่ว่าพวกเขารับรู้ข่าวสารช้ากว่าพวกของเจ้าโลกจงจื่อไปถึงสามวันเนื่องจากระยะทางของดวงดาวของพวกเขาอยู่ห่างไกลกว่านั่นเอง

            “ท่านเจ้าโลกยังมีโลกอื่นที่ตามพวกเรามาอยู่ พวกเขาน่าจะเดินทางมาถึงในอีกไม่เกินหนึ่งวันพวกเรารอพวกเขาแล้วเดินทางไปพร้อมๆ กันดีหรือไม่ขอรับ”

            “แล้วพวกที่จะมาถึงเป็นโลกใดกันใช่โลกของพวกเจ้าโลกอื่นหรือไม่”

            “ไม่ขอรับเป็นโลกของพวกที่เป็นพันธมิตรของพวกเราเองพวกเขาได้รับแจ้งจากคนของพวกเราและกำลังเดินทางมาอย่างรีบเร่งแล้วขอรับ”

            “เช่นนั้นก็ดีพวกเรารอพวกเขาก่อนแล้วค่อยเดินทางไปพร้อม ๆ กัน ข้าจะถือโอกาสนี้ฟื้นฟูพลังของข้าไปด้วย”

    คล้ายกับเรื่องราชันย์สิบโลก ที่คุณอ่าน