ฉู่หวาถิงโกรธจนหน้าแดงก่ำ เงียบอยู่นานกว่าจะพูดออกมา “นางสารเลวสมควรถูกปะา!”
“พี่ชายใหญ่ไม่ต้องโกรธไปดีเสียอีกที่ฉู่เมิ่งอิ๋งแย่งชาดนั่นไป อนุซุนคิดจะนั่งชมละครเฉยๆ แต่ไม่รู้ตัวเลยว่าตนถูกลากขึ้นไปแสดงแล้วจากนี้เราเพียงนั่งชมเสือสองตัวสู้กันก็พอเ้าค่ะ”
ฉู่หวาถิงครุ่นคิดตามอยู่ครู่หนึ่งก็เห็นจริงดังว่าอารมณ์จึงผ่อนคลายลงบ้าง
เมื่อเห็นว่าพี่ชายอารมณ์ดีขึ้นแล้วฉู่จวินหลันจึงกล่าวว่า “พี่ชายใหญ่ อีกสักครู่ข้าจะไปที่ศาลซุ่นเทียนวันนี้อาจกลับมาช้า”
สีหน้าฉู่หวาถิงพลันเคร่งขรึม“เ้าจะไปสืบคดีของท่านแม่เมื่อปีนั้นหรือ”
“เ้าค่ะ ตอนนี้เรามีทั้งเงินทั้งเวลาหากปล่อยให้ล่าช้าไปก็ไม่รู้ว่าจะต้องรอเมื่อไหร่ถึงจะมีความคืบหน้า”
“เ้าพูดมีเหตุผลแต่เ้าเป็สตรี ไม่เหมาะที่จะออกหน้า ให้ข้าไปแทนดีกว่า”
“กลัวอันใดกันเล่าสิ่งสำคัญที่สุดของท่านตอนนี้คือรักษาดวงตา อีกทั้งที่นี่คือเมืองหลวงใต้ฝ่าพระบาทหาใช่สถานที่อันตรายไม่”
ฉู่หวาถิงลังเลอยู่ครู่หนึ่งสุดท้ายก็เม้มปากพยักหน้ารับ “ข้ารู้ว่าเ้ามีความสามารถแต่เ้าก็ต้องระวังตนเองให้มาก ข้าจะให้เป่าเล่อไปกับเ้าด้วย”
“ให้เป่าเล่ออยู่กับท่านดีกว่าข้าจะได้สบายใจ ส่วนท่านไม่ต้องกังวลเื่ข้าแล้วตอนนี้ข้าเป็คนที่รักษาหลานขององค์หญิงใหญ่ ใครจะกล้าทำร้ายข้าเล่า อีกอย่างเป้าหมายของข้าคือศาลซุ่นเทียน คงไม่มีผู้ร้ายหน้าไหนกล้าก่อเหตุถึงหน้าศาลกระมัง”
“...ก็จริง”ฉู่หวาถิงถูกฉู่จวินหลันชักนำจนใจอ่อน สุดท้ายก็พยักหน้ารับ
ฉู่จวินหลันไปถึงถนนกู่โหลวทางตะวันออกของเมืองหลวงตอน่สายนางตรงไปยังทิศที่ศาลซุ่นเทียนตั้งอยู่ ไม่นานก็เห็นประตูใหญ่ทาด้วยชาดแดงของศาลซุ่นเทียน
ตรงหน้าประตูมีเ้าหน้าที่สวมเครื่องแบบยืนอยู่ฉู่จวินหลันลงจากรถม้า แล้วรีบก้าวไปคุกเข่าคำนับ
เดิมทีเ้าหน้าที่ผู้นั้นทำท่าไม่สบอารมณ์แต่พอเห็นว่านางเป็สาวงามหาที่เปรียบไม่ได้ ก็เปลี่ยนท่าทีเป็นอบน้อมขึ้นทันตา“แม่นางมีธุระอันใดหรือ”
ฉู่จวินหลันยิ้มพลางเอ่ย“ท่านเ้าหน้าที่ ข้าอยากพบท่านหยวนคังหู่ ไม่ทราบว่าเขาอยู่ที่นี่หรือไม่”
“หยวนคังหู่?ท่านหยวนคังหู่คนไหน”
“ท่านหยวนคังหู่ที่เป็มือปราบเ้าค่ะ”
เมื่อเ้าหน้าที่ได้ยินชื่อนั้นใบหน้าก็เปลี่ยนไปทันที “แม่นางไปเสียเถิด ที่นี่ไม่มีคนที่ท่าน้าพบ ไปเสีย!”
ท่าทีเปลี่ยนไปกะทันหันเช่นนี้ทำให้ฉู่จวินหลันรู้ได้ทันทีว่ามีบางสิ่งผิดปกติ
นางลอบหยิบแท่งเงินส่งให้เขาเงียบๆ“รบกวนท่านช่วยบอกหน่อยเถิด ท่านหยวนคังหู่ยังอยู่หรือไม่ข้ามีเื่สำคัญต้องพบเขาจริงๆ”
เมื่อได้ทั้งเงินและพบโฉมงามที่หาได้ยากเ้าหน้าที่คนนั้นพลิกแท่งเงินในมือพลางตอบเสียงต่ำ“แม่นางไปที่คุกหลวงกรมอาญาเถิด”
“คุกหลวงกรมอาญา?ท่านหยวนคังหู่ถูกย้ายไปประจำการที่นั่นหรือ”
เ้าหน้าที่ไม่ได้พูดอะไรต่อหันหลังจากไปทันที
ฉู่จวินหลันจึงเรียกรถม้ามุ่งไปกรมอาญาที่อยู่ทางทิศตะวันตกของเมืองหลวง
คุกหลวงกรมอาญาโอบล้อมด้วยกำแพงสูงตระหง่านบนบานประตูใหญ่ประดับลายอสูร ขณะนั้นมีผู้คุมเฒ่าผู้หนึ่งเดินออกมาพอดี
ฉู่จวินหลันยกมือคารวะอย่างสุภาพ“รบกวนท่าน มือปราบหยวนคังหู่ถูกย้ายมาประจำการที่นี่หรือไม่เ้าคะ”
ผู้คุมเฒ่าหน้าตึงขึ้นมาทันที“ไปเสีย ที่นี่ไม่ใช่ที่ที่แม่นางจะมาได้”
“หรือว่าท่านหยวนคังหู่ไม่ได้อยู่ที่นี่?”นางยังคงยิ้มพลางชวนคุย แล้วถือโอกาสส่งแท่งเงินให้อีกฝ่าย
ผู้คุมเฒ่าแทบไม่ค่อยเห็นผู้ใดใจกว้างถึงเพียงนี้จึงรีบรับเงินไว้ เสียงที่พูดก็อ่อนลง“โดยปกติแล้วจะไม่อนุญาตให้เข้าเยี่ยมนักโทษปะาเว้นแต่จะได้รับอนุมัติจากเบื้องบน แม่นางไปขอเอกสารอนุญาตจากศาลซุ่นเทียนก่อนเถิดหากศาลซุ่นเทียนอนุญาต ข้าจะให้แม่นางเข้าเยี่ยมได้”
นักโทษปะา?!
ฉู่จวินหลันสะดุ้งใ“ท่านหยวนคังหู่ไม่ใช่มือปราบหรือ เหตุใดถึงกลายเป็นักโทษปะาไปได้แล้วเขาถูกขังไว้ั้แ่เมื่อไหร่”
“เขาจะถูกปะาหลังหมดฤดูใบไม้ร่วงที่จะถึงนี้เื่ของเขาไม่ใช่ความลับ หากแม่นางอยากรู้ก็ไปสืบเองเถิด”พูดจบเขาก็ไม่ยอมเอ่ยต่ออีก
สีหน้าฉู่จวินหลันค่อยๆเปลี่ยนเป็เคร่งขรึม
บรรดาคนสนิทที่เคยรับใช้มารดาล้วนตายตกหรือถูกขายไปที่ใดแล้วก็ไม่รู้หยวนคังหู่คือเบาะแสเดียวที่เหลืออยู่ คิดไม่ถึงว่าจะเกิดเื่เช่นนี้
แต่ฉู่จวินหลันหาได้ท้อใจไม่สถานที่ที่เหมาะแก่การสืบข่าวที่สุดนอกจากสถานที่เริงรมย์ก็เห็นจะเป็โรงเตี๊ยมกับหอน้ำชาและหอน้ำชาที่รุ่งเรืองที่สุดในเมืองหลวงก็คือหอชุนเฟิง
เด็กรับใช้หน้าตายิ้มแย้มเช็ดโต๊ะเก้าอี้อย่างเอาใจ“คุณหนูผู้ทรงเกียรติ จะดื่มชาอะไรดีขอรับ”
ฉู่จวินหลันสั่งชาไปหนึ่งกาพร้อมของว่างสี่อย่างก่อนจะเอ่ยถาม “ข้าอยากสอบถามเื่มือปราบหยวนคังหู่เ้าเคยได้ยินเื่เขาบ้างหรือไม่”
เด็กรับใช้ทำทีสงบนิ่งยิ้มตาหยีพลางแบมือออกมา
ฉู่จวินหลันหัวเราะเบาๆแล้วยื่นเศษเงินให้
เด็กรับใช้รับเงินมาแล้วชี้ไปยังชั้นสอง“เชิญคุณหนูขึ้นไป้าเถิด วันนี้เล่านิทานถึงตอนนั้นพอดี”ว่าแล้วก็เข้ามาช่วยยกน้ำชากับขนม
ฉู่จวินหลันถึงกับอึ้งคนในศาลซุ่นเทียนกับคุกหลวงกรมอาญาต่างปกปิดเื่นี้ แต่ไม่นึกเลยว่าตามสถานที่คนพลุ่งพล่านเช่นนี้กลับเอ่ยถึงอย่างไม่ปิดบัง
นางเลือกนั่งโต๊ะว่างมุมหนึ่งบนชั้นสองเท้าคางจิบชาฟังนักเล่าเื่ที่กำลังเล่าอย่างลื่นไหล
“...ท่านมือปราบหยวนผู้นั้นถือเป็มือปราบมากประสบการณ์มีใจเที่ยงธรรม ครอบครัวใดมีเื่เดือดร้อนไม่ว่าจะใหญ่หรือเล็กเพียงบอกแก่ท่านมือปราบหยวน หากเขาช่วยได้ก็ไม่เคยปฏิเสธคิดไม่ถึงว่าบุตรสาวเพียงคนเดียวของคนดีเช่นนี้จะถูกคุณชายหลิวคนนั้นทำร้ายจนสิ้นใจ!”
ผู้ฟังต่างพากันส่ายหน้าด้วยความเสียดายพลางสาปแช่งการกระทำอันเลวทรามของคุณชายหลิวผู้นั้น
นักเล่าเื่พูดด้วยความคับแค้นใจกระแทกฝ่ามือลงบนไม้ดึงสติ “คุณชายหลิวผู้นั้นเป็คนเช่นไรน่ะหรือเขาอาศัยบารมีบิดาทำเื่ชั่วช้าสารพัด กดขี่ชายหญิงไม่มีเว้นถึงศาลซุ่นเทียนจะจับเขาได้หลายครั้ง แต่สุดท้ายก็ยังเดินออกมาอย่างสบายใจก่อนหน้านี้พ่อค้าหาบเร่สกุลสวี ถูกคุณชายหลิวแย่งภรรยาซึ่งงดงามดั่งดอกไม้ไปพาตัวไปได้ไม่กี่วันก็ตายจากไปอีกทั้งยังมีครอบครัวของพ่อค้าชาจากฝูโจว...เื่ชั่วช้าที่คุณชายหลิวทำนั้นนับไม่ถ้วน!แต่เพราะบิดาเขามีอำนาจ ทุกครั้งถูกจับเข้าไปก็ยังเดินยิ้มออกมาได้!”
“คุณชายหลิวสมควรตาย!”
“ใช่คนชั่วเช่นนี้มีชีวิตอยู่ก็เป็ภัยให้เมืองหลวง”
“อยู่ใต้ฝ่าพระบาทยังมีคนเช่นนี้ลอยนวลหรือฟ้าควรผ่าเขาเสียให้ตาย!”
นักเล่าเื่กล่าวอย่างตื่นเต้น“ฟ้าไม่ได้ผ่าเขา แต่ท่านมือปราบหยวนคังหู่เป็ผู้จัดการเขา!ท่านหยวนผู้กล้ารู้ว่าคุณชายหลิวฆ่าคนไม่เว้นชายหญิง หากครั้งนี้ไม่กำจัดเขาก็ยังจะทำร้ายบุตรสาวบ้านอื่นอีกเขาไม่อยากเห็นบุตรสาวของคนอื่นต้องเป็เช่นบุตรสาวของตน จึงกำจัดเสียให้สิ้นเื่!”
“ดียิ่งนัก!”
เสียงโห่ร้องดังสนั่นไปทั่วหอน้ำชา
นักเล่าเื่ส่ายหน้าอย่างทอดถอนใจ“น่าเสียดายนัก มือปราบหยวนถูกตัดสินโทษปะาหลังหมดฤดูใบไม้ร่วงนี้เหลือเวลาอีกเพียงสองเดือนเท่านั้น ยามนี้เมื่อคุณชายหลิวโดนสังหารตระกูลหลิวก็คลั่งราวสุนัขบ้า ไม่สนใจว่าใครผิดใครถูกช่างน่าเสียดายคนอย่างมือปราบหยวนจริงๆ”
เมื่อพูดถึงตรงนี้ผู้คนก็พากันถอนหายใจ
ฉู่จวินหลันที่เข้าใจเื่ราวทั้งหมดแล้วพลันตกอยู่ในภวังค์ไม่ได้สนใจสายตาของชายหนุ่มสองคนที่นั่งอยู่โต๊ะข้างๆ
หนึ่งในนั้นแต่งกายหรูหรารูปโฉมสง่างาม หน้าตาคมคาย ดวงตาใต้คิ้วหนาเปล่งประกายดุจพยัคฆ์เปี่ยมด้วยอำนาจบารมี ส่วนอีกคนสวมเพียงชุดสีครามเรียบง่าย ใบหน้าอ่อนเยาว์แต่กลับมีท่าทีองอาจและเสน่ห์แพรวพราว
ถึงชายหนุ่มทั้งสองคนจะทำทีว่ากำลังจิบชาแต่กลับจับจ้องมาทางฉู่จวินหลันไม่วางตา