สายลมหนาวกรีดลึกถึงกระดูกพัดผ่านแมกไม้ที่ปกคลุมด้วยม่านหมอกหนายามรุ่งสาง ณ "หุบเขาอเวจี" สถานที่นัดพบสุดท้ายที่ อาซาน เตรียมไว้เพื่อปิดบัญชีแค้นที่ฝังรากลึกมานานปี ทว่าภายในกระท่อมไม้ซุงที่ซ่อนตัวอยู่กลางหุบเขา บรรยากาศกลับอบอวลไปด้วยไออุ่นที่ร้อนระอุมากกว่าเพียงแค่กองไฟ เม่ยเหลียน นั่งนิ่งอยู่บนแท่นหินที่ปูด้วยขนสัตว์นุ่มละเอียด กายาของนางสั่นสะท้านน้อยๆ ไม่ใช่เพราะความหวาดกลัวต่อเสียงม้าศึกที่ดังแว่วมาไกลๆ ทว่ามันคือความสั่นสะท้านจากการตื่นตัวทางอารมณ์ที่พุ่งพล่านถึงขีดสุด
นางก้มลงมองมือคู่สวยที่บัดนี้มีรอยถลอกและคราบเขม่าดินปืนจากการช่วยอาซานเตรียมกับดักะเิเพลิง นางไม่ใช่ฮูหยินเอกผู้อ่อนแอที่รอความตายในกรงทองอีกต่อไป แต่เป็นางที่กล้าจะสู้เพื่อสิ่งที่นางเลือกเอง นางรู้ดีว่าในวินาทีนี้ แม่ทัพเฉินหยาง คงกำลังควบม้าฝ่าลมหนาวมาพร้อมกับโทสะที่พร้อมจะเผาผลาญทุกอย่าง ทว่าสิ่งที่นางมอบให้เขาทิ้งไว้ในถ้ำร้อยวายุ—จดหมายเยาะเย้ยรสสวาทที่เหนือกว่า—จะเป็ยาพิษที่ทำลายสมาธิและเกียรติยศของเขาในสนามรบครั้งนี้
"เม่ยเหลียน... ขยับเข้ามาหาข้าอีกนิด" เสียงทุ้มต่ำที่เต็มไปด้วยอำนาจของอาซานดังขึ้น
เขานั่งขัดสมาธิอยู่เบื้องหน้านาง ร่างกายท่อนบนที่ไร้อาภรณ์เผยให้เห็นมัดกล้ามที่ขึ้นเป็รอนสวยสะท้อนกับแสงไฟสีส้มรำไร รอยแผลเป็พาดผ่านหน้าอกกว้างที่เขาได้รับจากการถูกเฉินหยางหักหลังในอดีต บัดนี้มันดูราวกับรอยสักของนักรบผู้สง่างาม อาซานเอื้อมมือที่หยาบกร้านมาประคองใบหน้าของเม่ยเหลียน แววตาของเขาที่เคยก้าวร้าวเยี่ยงพยัคฆ์บัดนี้กลับมีความโหยหาที่ลึกซึ้งจนนางใจสั่น
"ท่านกลัวหรือไม่... ที่ต้องเผชิญหน้ากับมันอีกครั้ง?" เม่ยเหลียนถามเสียงพร่าพรางวางมือเล็กลงบนมือของเขา
"ข้าไม่เคยกลัวความตาย เม่ยเหลียน... ข้ากลัวเพียงอย่างเดียว คือการต้องเสียเ้าคืนให้แก่กงเล็บของสุนัขโฉดตัวนั้น" อาซานตอบพลางโน้มตัวเข้ามาจนปลายจมูกชนกัน กลิ่นอายความดิบเถื่อนที่ผสมปนเปกับกลิ่นเหงื่อและกลิ่นไอของป่ารกชัฏรุกรานประสาทััของนาง สร้างความซ่านสยิวที่ลึกซึ้งขึ้นมาอีกครั้งอย่างห้ามไม่ได้
ในวินาทีที่อันตรายรุกคืบเข้ามาทุกขณะ ทั้งคู่กลับเลือกที่จะใช้ความใกล้ชิดทางกายเป็เครื่องยืนยันถึงพันธนาการที่เหนือศีลธรรม อาซานบดจูบลงบนริมฝีปากของนางอย่างรุนแรงทว่าแฝงไปด้วยความทะนุถนอม เป็จุมพิตที่รสชาติเหมือนเหล้าแรงที่แผดเผาทรวงอก เม่ยเหลียนครางอือในลำคอ นางตอบสนองเขาด้วยความร้อนแรงที่เพิ่มขึ้นทวีคูณ มือเล็กซุกซนเริ่มลูบไล้ไปตามแผ่นหลังที่ตึงแน่นของชู้รัก ความรู้สึกสะใจที่ได้รู้ว่าตนเองกำลังเป็ "เ้าของ" หัวใจของศัตรูสามีชูรสให้บทรักในยามนี้มีความหมายมากกว่าความใคร่
อาซานละเลียดใช้ลิ้นหยาบกร้านขบเม้มซอกคอขาวผ่องของนาง สร้างรอยประทับใหม่ทับซ้อนรอยเดิมที่เฉินหยางเคยพยายามจะลบเลือน "ร่างกายนี้... ใจดวงนี้... เป็ของข้าเพียงคนเดียวใช่หรือไม่?" เขาถามเสียงแหบพร่าพรางรุกรานเข้ามาใต้สาบเสื้อไหมที่หลุดลุ่ย
"เป็ของท่าน... ทั้งชีวิตและิญญา... อาซาน..." เม่ยเหลียนกระซิบพรางแอ่นกายรับััที่ปลุกเร้าทุกอณูผิวพรรณ รสสวาทกลางสมรภูมิที่เสี่ยงต่อความตายทวีความเสียวซ่านจนร่างบางอ่อนระทวยอยู่ในอ้อมแขนเขา การเริงรักท่ามกลางความตึงเครียดของาสร้างอารมณ์ร่วมที่รุนแรงจนนางแทบสิ้นสติ
ทว่า... ก่อนที่พายุอารมณ์จะพุ่งทะยานถึงจุดสูงสุด เสียงสัญญาณนกหวีดศึกที่อาซานวางไว้รอบหุบเขาก็ดังสนั่นขึ้น!
"พวกมันมาแล้ว!" อาซานผละออกทันที แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นักล่าที่เยือกเย็นในพริบตา เขารีบสวมชุดรัดกุมสีดำสนิทและคว้าดาบวงพระจันทร์คู่กายขึ้นมา
เม่ยเหลียนรีบจัดแจงอาภรณ์ แววตาของนางนิ่งสงบเยี่ยงผิวน้ำที่แฝงไปด้วยน้ำแข็ง นางหยิบมีดพกสั้นที่อาซานมอบให้ขึ้นมาถือไว้แน่น "ท่านไปเถิดอาซาน... ข้าจะรอท่านอยู่ที่นี่ และหากท่านไม่กลับมา ข้าก็จะใช้มีดเล่มนี้ตามท่านไปเอง"
ในขณะเดียวกัน ที่หน้าปากทางเข้าหุบเขาอเวจี แม่ทัพเฉินหยาง ควบม้าศึกนำขบวนทหารองครักษ์ฝีมือดีสิบนายบุกเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง ใบหน้าของเขาบิดเบี้ยวด้วยความอัปยศที่ยังคงสลักแน่นอยู่ในมโนสำนึก รอยเืที่มุมปากจากการกระอักโลหิตเมื่อคืนยังคงหลงเหลือเป็คราบแห้งกรัง แววตาของเขาไม่ได้มีความเป็แม่ทัพผู้มีสติอีกต่อไป มีเพียงปีศาจที่ถูกความริษยาเข้าครอบงำ
"ค้นหาให้ทั่ว! ใครที่เจออีตัวแพศยากับไอ้พรานชู้นั่น ให้จับตัวมาให้ข้าขยี้ด้วยมือตัวเอง!" เขาคำรามลั่นพร้อมกับชักดาบใหญ่กวาดฟันพุ่มไม้รอบกายอย่างคุ้มคลั่ง
ทว่าเฉินหยางกลับไม่รู้เลยว่า เขากำลังเดินเข้าสู่กับดักที่อาซานและกลุ่มทหารเก่าที่ถูกใส่ร้ายวางไว้อย่างแยบยล ทันทีที่ขบวนม้าศึกของเฉินหยางก้าวเข้าสู่ลานหินกว้าง เสียงะเิเพลิงที่ซ่อนอยู่ใต้ดินก็ดังสนั่นขึ้น! เปลวไฟพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าเผาผลาญทุกอย่างที่ขวางหน้า แรงะเิทำให้ทหารองครักษ์กระเด็นไปคนละทิศละทาง
เฉินหยางะโลงจากหลังม้าได้ทันท่วงที ทว่าาแที่ขาของเขากลับฉีกขาดออกมาอีกครั้ง เขาล้มลงกลางกองเพลิงที่ร้อนระอุ ในขณะนั้นเอง เงาร่างกำยำของอาซานก็ก้าวออกมาจากม่านควัน แสงไฟสะท้อนคมดาบวงพระจันทร์ที่ดูน่าสยดสยอง
"ไง... ท่านแม่ทัพผู้เกรียงไกร รสชาติของ 'การถูกทอดทิ้ง' และ 'ความพ่ายแพ้' มันหอมหวานเหมือนที่เมียท่านบอกไว้ในจดหมายหรือไม่?" อาซานเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็นจนน่าขนลุก
เฉินหยางเงยหน้าขึ้นมองศัตรูหัวใจด้วยความแค้นที่สั่นสะท้าน "ไอ้พรานชั้นต่ำ! ข้าจะฆ่ามึง!"
ทั้งคู่ปะทะดาบกันอย่างดุเดือดกลางกองเพลิง เสียงโลหะกระทบกันดังสนั่นไปทั่วหุบเขา เฉินหยางพยายามใช้พละกำลังที่เหลืออยู่บดขยี้อาซาน ทว่าอาซานกลับเคลื่อนไหวได้รวดเร็วและแม่นยำกว่า ทุกครั้งที่ดาบของอาซานเฉี่ยวผิวของเฉินหยาง เขาจะกระซิบถึงััที่เขาเพิ่งมอบให้เม่ยเหลียนในกระท่อมเมื่อครู่ "เ้ารู้ไหม... ผิวของนางนุ่มนวลเพียงใดในอ้อมกอดข้า? และเสียงครางรัญจวนของนางยามเรียกชื่อข้านั้น... มันช่างหวานหูยิ่งกว่าเสียงเพลงใดๆ ที่เ้าเคยได้ยิน"
คำพูดนั้นเปรียบเสมือนคมมีดที่กรีดซ้ำลงบนแผลใจ เฉินหยางสติหลุดกระเจิง เขาโถมตัวเข้าใส่อาซานอย่างไร้ทิศทาง ทว่าอาซานกลับใช้จังหวะนั้นตวัดดาบฟันเข้าที่หัวไหล่ของเฉินหยางจนเขาทรุดลงคุกเข่ากับพื้น
ในขณะที่อาซานกำลังจะเงื้อดาบขึ้นเพื่อปลิดชีพศัตรู เสียงฝีเท้าที่เร่งรีบจากทางป่าด้านหลังก็ดังขึ้น พร้อมกับเสียงหวีดร้องของใครบางคน!
"ท่านพี่เฉินหยาง! ช่วยด้วยเ้าค่ะ!"
อาซานชะงักมือ แววตาของเขาเปลี่ยนเป็เคร่งเครียดทันที เมื่อเห็นทหารองครักษ์นายหนึ่งที่รอดชีวิตกำลังล็อกคอ เม่ยเหลียน ออกมาเม่ยเหลียนถูกจับตัวได้เพราะความโกลาหล และบัดนี้คมดาบที่ลำคอของนางคือข้อต่อรองเดียวที่เฉินหยางเหลืออยู่!
เฉินหยางหัวเราะอย่างบ้าคลั่งทั้งน้ำตาและเื "ฮ่าๆๆ! ไอ้พรานโง่! มึงคิดว่ามึงจะชนะกูได้อย่างนั้นหรือ? วางดาบลงซะ! ไม่อย่างนั้นข้าจะส่งเมียรักของมึงไปลงนรกเดี๋ยวนี้!"
อาซานนิ่งงันไป แววตาของเขาสั่นระริกด้วยความโกรธและความเ็ปที่ต้องเห็นสตรีที่รักตกอยู่ในอันตราย เม่ยเหลียนสบตากับเขา แววตาของนางไม่ได้มีความหวาดกลัว ทว่ามีความนิ่งสงบที่สื่อความหมายบางอย่าง... นางกำลังส่งสัญญาณให้เขาลงมือโดยไม่ต้องพ่วงหน้าพ่วงหลัง
สถานการณ์ในหุบเขาอเวจีบัดนี้ตึงเครียดถึงขีดสุด ระหว่างชีวิตของคนรักและหัวใจที่โหยหาการแก้แค้น อาซานจะตัดสินใจอย่างไร? และเม่ยเหลียนจะใช้ความฉลาดของนางเอาตัวรอดจากคมดาบที่ลำคอได้หรือไม่? ความลับที่ถูกปลุกชีพครั้งนี้กำลังจะนำไปสู่บทสรุปที่ไม่มีใครคาดถึง!