มาร่าเปิดจดหมายออกอ่าน และตรวจรายการอาหารประเภทเครื่องกระป๋องที่จะต้องจัดซื้อความรู้สึกในตอนแรกที่เธอมีต่อบุรุษผู้นี้ก็คือ รู้สึกว่าเขาบังอาจมากไปหน่อยที่มาใช้ให้เธอช่วยจัดหาเสบียงอาหารเตรียมไว้ให้ แต่ก็ปลอบใจตัวเองว่าถึงอย่างไรเขาก็มิได้คิดจะใช้เปล่าๆและดูจะเต็มใจที่จะจ่ายเงินเป็ค่าบริการพิเศษให้ด้วย
“คุณบูคาแนนนี้ใจดีจังนะ” เธอปรารภขึ้นเบาๆ แต่กระนั้นมันก็มีแววประชดประชันเจือปนอยู่ในน้ำเสียง
“ผมคิดว่ามันเป็เื่ง่ายกว่าถ้าคุณจะช่วยดูแลจัดซื้อของตามรายการนั่นเตรียมไว้ให้เขา” ฮาร์ฟเอ่ยขึ้น“แต่ถ้าคุณไม่ว่างผมก็คงจะต้องให้พนักงานที่บริษัทช่วยจัดการเื่นี้ให้”
“ไม่เป็ไรหรอก ฉันซื้อเองได้เพราะถึงยังไงฉันก็จะต้องเข้าไปซื้อของในเมืองอยู่แล้ว” เธอบอก
“ผมก็คิดอย่างนั้นเหมือนกัน” เขาพูดยิ้ม ๆ “อ้อ...อีกเื่หนึ่งผมนัดให้เขาแวะมาหาคุณที่บ้านเพื่อมารับ กญแจกระท่อมในจดหมายนั่นเขาก็ไม่ได้บอกมาเสียด้วยสิ ว่าจะมาถึงตอนไหนสํานักงานผมปิดตอนห้าโมงเย็น เพราะฉะนั้นผมว่ามันจะเป็การสะดวกกว่าถ้าเขาจะมารับจากคุณที่นี่เลย”
“ดีแล้วละ” มาร่าตอบอย่างเห็นด้วยพับเอกสารทั้งหมดสอดใส่ซองตามเดิม “ถึงยังไงคุณบูคาแนนกับฉันก็จะต้องพบกันอยู่แล้วและน่าจะพบกันั้แ่ตอนที่เขาย้ายเข้ามาเสียเลย”
มันมีความหวั่นไหวบางอย่างเกิดขึ้น แต่มาร่าบอกตัวเองว่าเป็เพราะเธอไม่เคยเป็เ้าของบ้านเช่ามาก่อนนั่นเองมันเป็ประสบการณ์ใหม่สําหรับเธอ
“ผมน่ะอยากเป็คนเช่าบ้านหลังนั้นเสียเองจริง ๆคุณจะได้เป็เ้าของบ้านเช่าของผมไงล่ะ แต่มันติดอยู่ตรงปัญหาที่ว่าค่าเช่าบ้านแพงเกินไปผมสู้ไม่ไหว” ฮาร์ฟพูดยิ้ม ๆ
“ฉันก็ยังสงสัยอยู่เหมือนกันว่าคนอย่างคุณน่ะหรือจะไม่มีปัญญาจ่าย” มาร่าสวนกลับไป
รอยยิ้มของเขากว้างขึ้น ทําให้ใบหน้าดูอ่อนลงราวเด็กหนุ่ม
“เออ...ถ้าจะพูดกันตามความจริงนะเดือนนี้รายได้ของผมก็ไม่เลวหรอก คุณเองก็เหมือนกันมีเช็คใบนั้นอยู่ในมือทั้งใบนี่”เขาชี้ไปยังเช็คที่ถืออยู่ในมือ “เราไปฉลองกันหน่อยดีไหมล่ะคืนวันเสาร์ทานอาหารค่ำกันเป็ไง”
แต่มาร่ารีบสั่นศีรษะปฏิเสธทันที
“สงสัยจะไปไม่ได้หรอกนะ ฮาร์ฟ...ฉัน...”
“ถ้าคุณจะพูดว่าเอาไว้คราวหน้าก็แล้วกันละก็...อย่าพูดเลย ผมไม่ยอมฟังหรอกนะ มาร่าคราวนี้ผมเห็นจะไม่ยอมให้คุณปฏิเสธผมอีกหรอก”
“ฮาร์ฟ...” มาร่าสูดลมหายใจลึกบอกตัวเองว่าจะต้องใช้ความใจเย็นเข้าสู้
“ไม่ละ มาร่า ผมหมายความตามที่พูดจริง ๆทําไมคุณถึงจะออกไปกับผมคืนวันเสาร์ไม่ได้นะ” เขาเสียงเครียดรอยยิ้มจางหายไปจากใบหน้า “ฉันจะทิ้งอดัมให้อยู่คนเดียวนาน ๆอย่างนั้นไม่ได้หรอก” เธอให้เหตุผล
“พุทโธ่เอ๊ย แค่วันเดียวแล้วก็ไม่กี่ชั่วโมงด้วย พ่อคุณเขาดูแลตัวเองได้หรอกน่า ผมเพียงแค่ขอให้คุณไปกินอาหารค่ำกับผมเท่านั้นนะ ไม่ใช่ให้อยู่ด้วยทั้งคืนเมื่อไหร่กันเล่า”
“ฉันเห็นจะเชื่อคุณไม่ได้หรอกฉันไม่ควรทิ้งอดัมไว้เพียงลําพังคนเดียว” มาร่ามิได้หวั่นไหวเลยแม้แต่น้อย
“ผมก็ยอมรับฟังข้ออ้างของคุณไม่ได้” เขาเอื้อมมือมาจับไหล่เธอไว้ก่อนที่มาร่าจะเบือนหน้าหนีไปทางอื่น “คุณก็รู้อยู่แก่ใจว่าผมมีความรู้สึกยังไงในตัวคุณผมขอออกเดตกับคุณมาเป็เดือนแล้วนะจะให้ผมเลิกความหวังในตัวคุณน่ะมันเป็ไปไม่ได้หรอก”
“โอ...ได้โปรดเถอะ ฮาร์ฟ” แววในดวงตาของเธอกระด้างขึ้นมาทันที“กรุณาอย่าได้เอาคําพูดพรรค์นั้นมาใช้กับฉันเลยคุณคงไม่หวังว่าฉันจะเชื่อคําพูดของคุณหรอกนะ”
“ผมพูดจริงนะ” น้ำเสียงของเขาบอกความโกรธที่ถูกสงสัยในความจริงใจของตัวเอง
“และฉันก็ควรจะเชื่อถือในคําพูดของคุณว่าคุณคิดถึงฉันตลอดเวลาที่ออกเดตกับพวกผู้หญิงทั้งหลายนั่นด้วยสินะ...เดี๋ยว....มีใครบ้างล่ะ...ทั้งนางพยาบาลครู เลขานุการ ของทนายความคนนั้น แล้วก็ยัง...”
“ได้โปรดเถอะ มาร่านี่คุณหวังจะให้ผมทํายังไงกันแน่” เขาปล่อยมือจากเธอสะบัดหน้าไปทางหนึ่งพร้อมกับยกมือขึ้นเสยผมอย่างขัดใจ
“ฉันไม่เคยหวังอะไรจากคุณหรอก” ซึ่งมันก็เป็ความจริงในหลาย ๆ ประการทีเดียว
“เอาละ ผมยอมรับว่าผมก็ต้องออกเดตกับผู้หญิงคนอื่นบ้าง”ฮาร์ฟกล่าวอย่างยอมรับในความจริงแต่ขณะเดียวกันก็เป็เชิงปกป้องการกระทําของตนเองอยู่ “ทําไมผมถึงจะทําไม่ได้เล่าทุกครั้งที่ผมมาพบคุณก็ได้แต่ความเ็ากลับไปทุกที ผมเป็มนุษย์นะไม่ใช่พระอิฐพระปูนอย่างคุณนี่ แล้วผมก็เป็ผู้ชายด้วย”
“ถ้าคุณมีความคิดเห็นเกี่ยวกับตัวฉันในลักษณะนั้นอยู่ละก้อฉันก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าเพราะอะไรคุณถึงได้วนเวียนอยู่กับฉันล่ะ” มาร่ากระแทกเสียงใส่
“นี่...คุณร้อะไรไหม” ดวงตาที่จ้องมองหน้าเธอเป็ประกายกล้าริมฝีปากที่เคยฉาบอยู่ด้วยรอยยิ้มเครียดขึ้น “ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกันนะว่าทําไมถึงต้องมาวนเวียนอยู่กับคุณ ทั้งๆ ที่รู้ว่ามันเสียทั้งเวลาเสียทั้งน้ำใจรู้ก็รู้ว่าถึงยังไงคุณก็จะต้องพยายามทําตัวเป็องุ่นเปรี้ยวอยู่ตลอดเวลา”
มาร่ามิได้รู้สึกอะไรเลยตอนที่เขากระแทกเท้าเดินออกไปจากที่นั้นเสียงกระแทกประตูที่ดังตามมาอันเป็การตอบโต้แบบเด็ก ๆทําให้เธอถึงกับยิ้มออกมาด้วยความรู้สึกขบขันแต่แล้วเสียงล้อรถที่ครูดกับพื้นห้องก็ลบรอยนั้นให้เลือนหายไปในทันที เธอหันไปเผชิญหน้ากับบรษผู้ได้ชื่อว่าเป็บิดา
“รู้สึกว่าฮาร์ฟรีบกลับเร็วจริงคงมีเื่ด่วนอะไรกระมัง” อดัมเอ่ยขึ้นเป็เชิงถาม
“ฮาร์ฟบอกว่าเพิ่งนึกขึ้นมาได้ว่ามีนัดสําคัญที่ไหนสักแห่งหนึ่งนี่”เธอตอบเรียบ ๆ
“นัดอะไรมันถึงได้กะทันหันอย่างนั้นเล่า”สีหน้าของอดัมบอกความรู้เท่าทันลูกสาวอยู่ “สงสัยจะโดนหิมะกัดละมั้ง”
“ทําไม...คุณคิดว่าในห้องนี้น่ะมันหนาวเย็นจนถึงขนาดนั้นเชียวเรอะ” มาร่าแสร้งย้อนถามอย่างจงใจ“เอ... แต่ฉันว่าอากาศมันก็กําลังสบายดีนี่นะสงสัยคุณคงอยากใส่เสื้อหนาวขึ้นมาแล้วละมั้ง”
“โอ๊ะ... ไม่จําเป็หรอก” อดัมพูดอย่างอ่อนใจ“เวลานพ่อทําใจให้เคยชินกับไอ้ความกระด้างเย็นเยือกได้ แล้ว”เขาจับสายตาอยู่กับเอกสารที่มาร่าถืออยู่ในมือ “นั่นคงเป็สัญญาเช่าบ้านสินะ”
“ใช่ คุณบูคาแนนเขาจะมาถึงวันศุกร์นี้แล้วบางทีคุณควรจะตรวจเอกสารนี้เสียหน่อย เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีใครมาถือประโยชน์จากฉันได้ไงล่ะ”เธอเดินมายังเก้าอี้ล้อเลื่อนโยนซองเอกสารลงบนตักบิดา
เจตนาของเธอที่แสดงออกมาสร้างความพิศวงให้เกิดขึ้นกับเขาแต่ในที่สุดเมื่อเห็นจํานวนเงินค่าเช่าเข้า ก็เริ่มจะเข้าใจในอะไรบางอย่างเมื่อเงยหน้าขึ้นก็เห็นแววแห่งชัยชนะฉายชัดอยู่ในดวงตาของมาร่า
“คิดว่าไงล่ะ” มาร่าถามด้วยน้ำเสียงท้าทาย
“ก็วิเศษสุดน่ะสิ” เขาส่งเอกสารทั้งหมดคืนกลับให้เธอ“พ่อแปลกใจจริง ๆ นะว่าลูกทําได้ยังไง”
“บางทีอาจจะเป็โชคลาภที่ลอยมาตอบแทนการทําแต่คุณงามความดีการดํารงชีวิตอยู่อย่างสะอาดบริสุทธิ์ละมั้ง” น้ำเสียงที่ตอบกลับมาแฝงไว้ด้วยความหยันเยะอย่างเห็นได้ชัดทั้งนี้เพราะอดัมเคยพูดจาเป็เชิงล้อเลียนอยู่เสมอว่าเป็คนที่จะต้องทําอะไรอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรมตลอดเวลา
ศีรษะที่ปกคลุมด้วยเรือนผมสีดําสนิทส่ายอยู่ไปมาเมื่อเขาเปล่งเสียงหัวเราะแกมถอนหายใจออกมา
“แล้วลูกขอบอกขอบใจฮาร์ฟเขาบ้างหรือเปล่าล่ะที่ช่วยติดต่อหาคนมาเช่า พร้อมทั้งช่วยทําสัญญาให้จนแล้วเสร็จหรือว่าไล่เขาออกจากบ้านเพราะลูกมองเห็นว่าเขาหมดประโยชน์และไม่้าใช้เขาอีกต่อไปแล้ว”
มาร่ายืนตัวแข็งไปในทันที
“ฮาร์ฟเขาก็รู้อยู่แล้วนี่ว่าฉันให้เครดิตในเื่ที่เขาช่วยฉันในครั้งนี้อย่างเต็มที่เราติดต่อกันแต่เฉพาะในเื่ธุรกิจเท่านั้นเพราะฉะนั้นมันก็ไม่ได้มีข้อผูกมัดอะไรว่า ฉันจะต้องออกไปดินเนอร์กับเขาเพียงเพราะว่าผลสรุปมันออกมาเป็ที่น่าพอใจหรอก”
“ฮาร์ฟนี่มันน่าสงสารจริง ๆ” อดัมพูดขรึมๆ “อันที่จริงพ่อก็ควรจะได้เตือนเขาั้แ่แรกอยู่แล้วว่าอย่าได้ หวังอะไรจากเรามากนัก เพราะเรามันพวกจริยธรรมสูงอยู่”
มาร่าอยากจะเต้นเร่า ๆกรีดเสียงใส่หน้าบิดาให้เลิกเสียดสีเธอเช่นนี้เสียแตก็กล้ำกลืนความรู้สึกนั้นลงไว้ ตอบด้วยน้ำเสียงชาเย็นว่า
“ฉันไม่ห่วงเื่ฮาร์ฟหรอกเพราะเขาเองก็มีความเห็นคล้อยตามคุณอยู่แล้วนี่ ฉันมันไม่ใช่คน”
เขาประสานสายตาอยู่กับเธอเป็ครู่มีแววบางอย่างเปล่งประกายขึ้นในดวงตาสีน้ำตาลคู่นั้น เพียงแต่ว่ามาร่าอ่านไม่ออกและไม่คิดจะใช้ความพยายามด้วย
และแล้วอดัมก็ถอนหายใจออกมาเบา ๆ ขยับตัวอยู่ในเก้าอี้และเปลี่ยนหัวข้อสนทนาเสีย
“ถ้าเช่นนั้นก็หมายความว่าพอถึงวันศุกร์ลูกก็จะเป็เ้าของบ้านเช่าเต็มตัวแล้วสินะ”
“ใช่” มาร่าตอบห้วน ๆพร้อมกับก้าวเท้าออกเดินตรงมายังเก้าอี้ ไสให้หันไปทางห้องสมุด “บ่ายวันศุกร์ฉัน จะต้องเข้าเมืองไปซื้อของตามรายการที่มิสเตอร์บูคาแนนเขาขอร้องมาถ้าอยากจะได้อะไรบอกมาก็แล้วกัน ฉันจะ ซื้อมาให้”
“ช่วยซื้อลูกสาวที่น่ารักกลับมาฝากสักคนเป็ไง”เขาสนองตอบด้วยน้ำเสียงที่บอกถึงความเหนื่อยอ่อนในหัวใจ
“ครั้งหนึ่งคุณก็เคยมีมาแล้วนี่” มาร่าไม่จําเป็ต้องพูดให้มากความไปกว่านั้น เพราะอดัมรู้ดีอยู่แล้ว