"กลับมาแล้วเหรอคะท่านอาจารย์?"
"ไม่ต้องมากพิธีหรอก ฟงเหมี่ยง"
"ค่ะ... อาจารย์"
.
ฟงเหมี่ยง ศิษเอกอันดับหนึ่งแห่งวังบุปผาน้ำแข็ง
สตรีผู้เพรียบพร้อมไปด้วยวรยุทธและรูป รส กลิ่น เสียง
ความงามของนางจัดว่างามล้ำหาได้ยากจะมีใครมาทัดเทียม
มีข่าวลือว่านางเป็ลูกสาวลับๆของหม้อจื่อ ทว่าข่าวลือก็คือข่าวลือ
เพราะนางกับหม้อจื่อ แทบจะดูอยู่ในวัยเดียวกันหากว่ายืนเคียงเทียบ?
.
"เอ่อ... อาจารย์คะ วันนี้ท่านจะลงสอนศิษหรือไม่?"
"เฮ่อ... เื่นั้นเ้าจัดการเถอะฟงเหมี่ยง
อาจารย์เหนื่อยแล้วอยากพักผ่อน"
"ได้ค่ะ...อาจารย์"
สำหรับศิษรุ่นหลังๆ น้อยมาก
ที่จะได้รับการถ่ายทอดวิชาโดยตรงจากประมุขวัง
ทว่านั่นก็เพราะฟงเหมี่ยงมีวรยุทธระดับพร์
นางเป็ยอดยุทธรุ่นใหม่แถวหน้าทัดเทียมห้ายอดยอดยุธทดาวรุ่งยุคนี้นั่น
แม้ว่าไม่เคยเดินทางไปประลองยุทธ
แต่ชื่อของศิษเอกอันดับหนึ่งแห่งวังบุปผาน้ำแข็งนั้นหาใช่ต้องพิสูจน์กัน
.
"วันนี้ข้าจะถ่ายทอดวิชาคมเหมันต์
พวกเ้าดูให้ดี"
ฟุ่บๆ! ฟิ้ววว! ฟู่ววววว!
ว้าววว!
เหล่าลูกศิษสาวอ้าปากค้าง
มองศิษพี่หญิงเพียงพลิกฝ่ามือสองสามครั้ง
ก็ทำให้มวลอากาศตรงหน้านั้นหมุนคว้าง
ราวกับสร้างพายุน้อยๆขึ้นมาอย่างอลังการ
.
"จำไว้ว่าเพลงฝ่ามือนั้นมีไว้หลอกเสีย 8 ส่วน ของจริงเพียงสองส่วน
ท่าฝ่ามือมีไว้แค่เพียงดึงดูดสายตา เื้ัเ้าจักต้องเคลื่อนย้ายลมปราณ
เพื่อควบคุมพลังวัตรให้เท่าทันกระบวนท่า!"
"ค่ะ! ศิษพี่หญิง!"
.
สิ่งที่ฟงเหมี่ยงกล่าวนั้นเป็จริง ท่าคมเหมันต์นั้น
เป็ท่าเดียวกับที่หม้อจื่อบาดหัวคิ้วชายหนุ่มคนสวนในตอนเช้า
เพียงแต่หม้อจื่อลดกระบวนท่าพลิกฝ่ามือเหลือเพียงตวัดปลายนิ้ว
นั่นเพราะวิชาควบคุมพลังวัตรของนางนั้นอยู่ในระดับคนละมิติ
หากไม่จำเป็ต้องคำนึงถึงความแม่นยำแล้ว
นางไม่จำเป็ต้องกระดิกนิ้วด้วยซ้ำสำหรับการใช้ท่านี้
.
"ฟงเหมี่ยงนี่เก่งขึ้นทุกวันเลยนะคะนายหญิง"
"หึหึ... นางทำให้ข้านึกถึงตัวเองตอนสาวๆ..."
ประมุขสาวเผยยิ้มสวยให้กับสาวใช้อีกนางหนึ่งซึ่งมายืนคุยกับนางอยู่ข้างๆ
พวกนางมองลงมายังลานฝึกยุทธของวังจากชั้นสาม
"ตอนท่านสาวๆรึคะ... แบบนั้นนั่นข้านึกไม่ออก?"
"ฮึ... เลิกหยอกข้าเล่นสักทีน่าชิงเอ๋อ...."
เสียงฮึดฮัดแต่รอยยิ้มมุมปากของประมุขสาวสวยออกค้อนงอ
พรึ่บบ....
นางเปิดผ้าคลุมหมวกเผยใบหน้าสวยสคราญ
ความงดงามนั้นยังนับว่างามล้ำกว่าฟงเหมี่ยง
ลูกศิษหญิงอันดับหนึ่งอย่างทิ้งห่าง
"ข้าหมายถึงเหมือนข้าตอนนี้ไงชิงเอ๋อ... ก็ข้านั้นสาวอยู่เสมอ"
"หึหึ... ค่ะ... นายหญิง... ท่านน่ะสาวอยู่เสมอ
มีแต่ชิงเอ๋อที่แก่ตัวลง..."
"โธ่... ชิงเอ๋อ..."
ที่สาวใช้พูดแบบนั้น เพราะนางดูแล้วมีอายุเกินหกสิบนิดๆ
เมื่อยืนคู่กับประมุขสาว จึงเหมือนยายกับหลานสาวก็ไม่ผิด
"ข้าก็บอกแล้วไงว่าให้เ้าพยายามฝึกเหมันต์พิสุทธ์อีกหน่อย"
"มิได้หรอกค่ะนายหญิง... ชิงเอ๋อไร้พร์
ถึงมีเวลาฝึกอีกร้อยปี ก็ไม่มีทางสำเร็จขั้นสูงสุดแบบท่านหรอกค่ะ"
"โอ๊ยย! ชิงเอ๋อ! พอๆ! ข้าไม่ถกเื่วรยุทธกับเ้าแล้ว!
กลับตำหนักกันเถอะ!"
"ค่ะ... นายหญิง"
นายบ่าวเดินตามกันเข้าไปยังด้านหลังของวังที่อยู่เทียมน้ำตก
ท่าทางเวลาที่หม้อจื่อคุยกับนางดูผ่อนคลาย
ไม่คล้ายกับนางมารร้ายที่ใครๆเห็นแล้วต้องตัวสั่นงันงก
.
แกร๊ก...
ตะวันคล้อยในเวลาบ่ายใกล้หัวค่ำเปลี่ยนผืนฟ้าเป็สีส้มสด
ประตูห้องส่วนในของตำหนักนั้นอยู่หลังม่านน้ำตก
.
ฟุ!! ตูมมม! ฮ้าาาา!!
หญิงสาวผู้เคยมีมาดหยิ่งทนง กระโจนลงบนเตียงนุ่มหรูหรา
อย่างหมดคราบไว้กายานางพญาหงส์เหนือั
กอดหมอนนุ่มใบใหญ่ไว้ตะครุบ!
.
"โง้ยยย! เหนื่อยๆๆๆๆ! ชิงเอ๋อออ! ข้าเหนื่อยยยย!"
"ฮิฮิ... โวยวายอีกแล้วนะคะนายหญิง..."
สาวใช้ที่ดูมีอายุราวหกสิบนิดๆ กลับยืนหัวเราะคิกๆ
มองเ้าสำนักสาวที่ผู้คนหวั่นเกรง
เกลือกกลิ้งไปบนเตียงตั่งนั่นเองอย่างหมดจริต
ในเรือนด้านหลังแห่งนี้ไม่มีสาวใช้อื่นใดอีก มีแต่เพียงชิงเอ๋อ
ราวกับว่าหม้อจื่อ นางไว้เนื้อเชื่อใจแต่เพียงสาวใช้ผู้นี้
.
"ชิงเอ๋อ... วันนี้ข้าทำตัวร้ายอีกแล้วง่าาา!
ข้าไล่คนงานชายออกไปอีกแล้ว!"
ประมุขสาวพูดพลางทำแก้มป่อง
เวลานางนอนเหมือนหนูแฮมสเตอร์ที่หยีตา
บุคลิคของนางช่างพลิกผันหากว่าใครได้ฟังคงต้องบอกว่าคนเล่านั้นใบ้บ้า
"คิก... ท่านก็เลิกทำตัวร้ายกับผู้ชายซะสิ...
ไม่มีใครห้ามท่านสักหน่อยนี่นา"
ฟุ่บๆ...อือ...อือ...
สาวใช้พูดพลางค่อยๆหวีผมให้นางอย่างเอ็นดูเป็หนักหนา
"ได้ยังไงล่ะ... ก็ข้ามันเป็นางมาร้ายใจน้ำแข็งหม้อจื่อ!
ขืนไม่ร้ายกับผู้ชายเข้าไว้แล้วใครเล่าจะเกรงกลัว!"
คิก!
ชิงเอ๋อหัวเราะอีก เพราะใบหน้าของประมุขสาวตอนนี้
ดูแล้วเหมือนกับสาวน้อยที่บ่นพูดไปเรื่อยอย่างไร้เดียงสา
หาได้มีความน่ากริ่งเกรงเหมือนประมุขสาวผู้เป็เ้าเหนือผืนฟ้า
.
"ฉายานั่นท่านได้มาั้แ่อายุย่างสามสิบ
ตอนนั้นข้ายังไม่เกิดเสียด้วยซ้ำ..."
"โธ่! ชิงเอ๋อ! เ้าไม่ต้องย้ำหรอก! บู่บู้!"(ทำปากจู๋)
อนิจาวรยุทธของหม่อจื่อนั้นเป็วิชาอันน่าอัศจรรย์
ปราณเหมันต์พิสุทธิที่นางคิดค้นขึ้นเองนั้น เมื่อบรรลุถึงขั้นสูงสุด
มันทำให้ผิวพรรณรูปร่างและอายุของนางได้หยุดยั้ง
ย้อนกลับหลังไปอยู่ในวัยสาวที่ยังคงสวยสะพรั่ง
ถึงแม้ว่าจะมีอายุครบร้อยขวบปีแล้ว
ก็ยังดูเหมือนดรุณีสาวแรกรุ่นอันเปล่งปลั่ง
.
เหมันต์ถล่มปฐี!!!
"หม้อจื่อเ้า!!"
ตูมมม!! อ๊าาากกก!!
ในวัยย่างสามสิบ นางปลิดชีวิตว่าที่สามีของตัวเองในงานพิธีหมั้น
เนื่องจากชายคนที่นางจะแต่งด้วย หวังฮุบและดินแดนเหมันต์
มันเป็การแต่งงานเพื่อเกี่ยวดองทางการเมืองหาใช่เพราะรักหรือผูกพัน
และั้แ่นั้น ฉายานางมารใจน้ำแข็งก็ติดตามนางเหมือนชะนักที่ติดหลัง
.
"เฮ่อ... หรือว่าตอนนั้นข้าควรจะแต่งกับเ้าหมอนั่นดี
จริงๆหมอนั่นมันก็หล่อดีนะ..."
"หึหึ... บุตรชายของาาคิมหันต์งั้นหรือคะ?
หากนายหญิงแต่งกับเขาจริง
ดินแดนเหมันต์คงต้องกลายเป็เมืองขึ้น
คอยส่งส่วยให้ดินแดนคิมหันต์ไปตลอดน่ะสิคะ..."
"ง๊าาา.... แต่ก็เพราะอย่างนั้น ข้าถึงได้ขึ้นคานมาจนถึงตอนนี้
ไม่มีใครกล้ามาจีบข้าเลยสักคน!"
ดินแดนคิมหันต์นั้นตั้งอยู่ในเขตทะเลทราย
พวกเขามีทรัพยากรอื่นใดไม่มากนักนอกจากเพชรพลอย
จึงใช้มันทำายึดดินแดนต่างๆ ให้คอยส่งส่วยบรรณาการ
เป็ดินแดนที่มีขนาดใหญ่โตที่สุดในมหาทวีป
แต่ไม่ว่าจะมาตีดินแดนเหมันต์เมื่อไหร่
ตราบใดที่หม้อจื่อยังอยู่ก็ยังต้องพ่ายแพ้ไปทุกที
ฉายาสตรีใจน้ำแข็งของนางจึงยิ่งขจรขจายออกไปไกล
.
"ข้าล่ะอิจฉาเ้าจังเลยชิงเอ๋อ
ตอนนี้เ้ามีหลานตัวเล็กๆน่าเอ็นดูอยู่ตั้งเยอะ"
"ฮิฮิ... นายหญิง... ท่านก็มีได้นะคะ..."
"ก่อนจะมีหลานก็ต้องมีลูกก่อนมั้ยล่ะชิงเอ๋อ...
ฮึ่ยย... ไม่สิต้องมีผัวก่อนต่างหาก!"
ฟุ่บๆ..อืมอืมๆ...
นางพูดอย่างคิ้วขมวด ก่อนที่ชิงเอ๋อจะเกาคางของนาง
จนนวลหน้าแก้มบางหายนิ่วคิ้วม้วน
เปลี่ยนเป็อมยิ้มฮัมเพลงอย่างละเมอไปพลางๆ
"ง้อยยย! ชิงเอ๋ออ! ข้าไม่ใช่แมวน้าาา!!"
คิกคิก!!
ชิงเอ๋ออยู่กับนางมาเกือบหกสิบปี แม้นางไม่ได้สำเร็จวิชาขั้นสูงสุด
แต่อายุของนางก็เยอะกว่าที่เห็นเช่นเดียวกับประมุขสาวผู้นี้
นางจึงรู้จักอุปนิสัยใจคอของเ้านายเป็อย่างดี
.
"นี่... นายหญิงคะ...
นิยายอีโรติคเื่ใหม่ของกวีเถื่อนออกแล้วนะคะ"
"ว้ายๆ! ไหนๆ!!"
ประมุขสาวชอบอ่านนิยายอีโรติคเป็ชีวิตจิตใจ
นางรีบแย่งมันจากมือของหญิงสาวรับใช้
ฟุ่บๆ!ฉ่าาา! ว้ายย!
"ว้ายย! ชิงเอ๋ออออ! ัของเ้าพวกคนเถื่อน
มันใหญ่เท่าข้อแขนเลยหรืออ!!"
"มะ... ไม่รู้สิคะ... ข้าก็ไม่เคยเห็นเหมือนกันแหะๆ..."
ชิงเอ๋อไม่รู้จะตอบเช่นไรดีกับเ้าสำนักสาว
ที่อ่านนิยายคาวกามแล้วถามเธออย่างหน้าแดงพร้อมดวงตาอันซื่อใส
.
"ชะ...ชิงเอ๋ออออ... ข้าอยากเห็นนนนน... เหะๆ..."
ฟื๊ดด!
คิกๆ...
นางลากเสียงและชิงเอ๋อต้องหัวเราะ
พลางเช็ดน้ำลายที่ไหลหกของนางอย่างชิดใกล้
"ชิงเอ๋อ... เ้าไม่อ่านบ้างเหรอ? สนุกนะ! อ่านแล้วอย่างฟิน!"
"อ่า... วันนี้ข้าไม่มีอารมณ์..."
"ฮึ...ใช่ซี่! ก็เ้าเคยมีผัวแล้วนี่!"
"อ่า... ฮิฮิ..."
"นี่ไม่ต้องมาหัวเราะเยาะข้าเลยนะชิงเอ๋อ!!"
คิกคิก!
และนั่นก็คือความลับของเ้าสำนักสาวสวยร้ายปนเปิ่นเอ๋อเหรอผู้นี้
ก็คือแม้ว่านางจะมีอายุร่วมร้อยกว่าขวบปี ทว่ายังไม่เคยมีผัว
และรักษาตัวมีพรหมจารีย์อยู่อย่างครบถ้วนจวนจบกระบวนความ!