“น่ารักจังเลย แถมรู้งาน ช่วยแม่ขายของด้วย เก่งจริงๆ ตัวแค่นี้”
เสียงคำชื่นชมของลูกค้าหญิงคนหนึ่ง ที่แวะเวียนเข้ามาซื้อแซนวิส ที่ชยามรทำมาขายในตอนเช้าๆ ซึ่งลูกค้าของเธอส่วนมากก็จะเป็พนักงานที่ทำงานในออฟฟิศ และในละแวกนั้น ที่เดินทางแบบเร่งรีบเพื่อไปทำงาน หากใครไม่อยากจะคิดอะไรมาก อยากง่ายๆ ในอาหารเช้า ก็จะแวะมาอุดหนุนชยามร และก็มีลูกค้าที่แวะมาซื้ออยู่พอสมควรเหมือนกัน จึงทำให้ชยามรขายหมดเกลี้ยงทุกวันเลยก็ว่าได้
และอีกคนที่ทำให้ลูกค้าเข้ามาแวะเวียนซื้อแซนวิสอยู่บ่อยๆ ก็จะเป็เพราะเด็กชายตัวน้อย วัยน่ารักน่าชังด้วยอีกคน ที่ค่อยช่วยชยามรยื่นส่งแซนวิสให้ลูกค้า โดยไม่มีอาการหวาดกลัวผู้คนเลยแม้แต่น้อย จึงทำให้ลูกค้าพากันชื่นชอบความน่ารักน่าชัง จนบางคนถึงขั้นหลงรักเลยก็ว่าได้
“ขอบคุณมากนะคะที่อุดหนุน”
ชยามรมองดูลูกชายตัวน้อย ยิ้มอย่างปลาบปลื้มใจ ที่มีลูกค้าชื่นชมเด็กชายตัวน้อย ซึ่งเธอคิดว่าเธอนั้นแสนจะโชคดีเป็อย่างมาก ที่เด็กชายตัวน้อยเลี้ยงง่ายมาั้แ่เกิด จนกระทั่งรู้ความก็ไม่ค่อยงอแง และแถมเวลาเห็นเธอทำอะไร ก็มาจะเมียงมองและจดจำทำเลียนแบบ
“ผมเหมาซื้อทั้งหมดนี้เลย”
เสียงเข้มดุ ที่เป็น้ำเสียงคุ้นหูชยามรมากๆ ดังเข้าหูเล็ก จึงทำให้ชยามาหันไปมองบุคคล ที่บอกกว่าจะเหมาซื้อแซนวิสของเธอทั้งหมด และก็ต้องเบิกตากว้างอย่างใเป็อย่างยิ่ง เพราะั้แ่ที่ได้เจอกันโดยบังเอิญในวันนั้น จนถึงวันนี้ก็หนึ่งสัปดาห์พอดิบพอดี ชยามรรู้สึกใจชื้น คิดว่าเมธาสิทธิคงไม่ได้คิดเื่เด็กชายตัวน้อยแล้ว แต่มาเจอเขาในวันนี้ หัวใจดวงน้อยของเธอ ร่วงไปอยู่ที่ตาตุ่ม
ชยามรรีบคว้าตัวเด็กชายตัวน้อย เข้ามาสวมกอดเอาไว้แนบอก ราวกับจะกอดเอาไว้อย่างกับกลัวว่า ผู้ชายตัวโตตรงหน้าคนนี้ กำลังจะมาพรากเด็กชายตัวน้อยไปจากเธอยังไงยังงั้น
“ฉันไม่ขายให้คุณ กรุณาไปซื้อกับคนอื่นเถอะ”
ชยามรกล่าวปฏิเสธชายหนุ่มตัวโตด้วยน้ำเสียงสั่นๆ โดยที่สายตายังคงจับต้องมองสบตากับด้วยตาคมกริบ อย่างหวาดหวั่น และไม่วางตา ซึ่งั้แ่ที่เธอขายแซนวิสมา มีลูกค้าคนนี้คนเดียว ที่เธอปฏิเสธการซื้อของเขาอย่างเร็วพลัน โดยไม่ต้องคิดอะไรให้มากความ
“ถ้าคุณไม่ขาย งั้นผมก็ต้องให้คุณหยุดขาย เพราะคุณจะต้องไปกับผม เพื่อที่เราจะต้องคุยกัน”
เมธาสิทธิยักไหล่อย่างไม่ยี่หระ ต่อคำพูดปฏิเสธของหญิงสาวตัวเล็ก เพราะที่เขามายืนอยู่ตรงหน้าเธอ จุดประสงค์หลักเขาไม่ได้เพื่อจะมาเหมาแซนวิสของเธอ แต่เขามาเพื่อจุดประสงค์อย่างอื่น ที่มันสำคัญสำหรับเขาเป็อย่างมาก
“ฉันไม่มีอะไรจะต้องคุยกับคุณ เราไม่มีอะไรจะต้องคุยกันอีก เพราะฉะนั้นฉันขอปฏิเสธ”
“มีสิ มีมากด้วย หากคุณไม่คุยกับผมรับรอง ในเร็ววันนี้คุณเตรียมรอรับหมายศาลได้เลย ผมไม่ได้ขู่ คุณก็รู้ว่าตัวผมเป็คนจริง ทำอะไรจริงอย่างที่พูด”
ชยามรได้ยินคำพูดเข้มดุดันและเด็ดขาดของชายหนุ่มตัวโต ก็เม้มปากบางจิ้มลิ้มเข้าหากันจนเป็เส้นตรง คิดหวาดหวั่น หวาดกลัวอยู่ภายในใจ ที่เขาพูดว่ารอรับหมายศาลคือเขาจะฟ้องเธอใช่ไหม หากฟ้องคือจะฟ้องเื่ลูกชายตัวน้อย ที่เธอสวมกอดเอาไว้แน่นอยู่ในตอนนี้เช่นไหม หรือนี่จะเป็สัญญาณบอกว่าเขารู้แล้วอย่างนั้นใช่ไหม
“คุณจะมาฟ้องอะไรฉัน?? เื่ของเรามันจบไปนานแล้ว และเราก็ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกันอีกต่อไปแล้ว”
ชยามรใจดีสู้เสือ กล่าวถามทั้งที่ตัวเธอพอจะรู้อยู่ในใจอย่างตงิดๆ ว่าเขาบอกว่าจะฟ้องเธอในเื่อะไร เผื่อว่าที่เธอคิดอยู่ในใจในตอนนี้ เธออาจจะคิดผิดก็ได้
“ผมว่าคุณรู้นะว่าผมพูดถึงเื่อะไร คุณปิดบังอะไรผมมาั้แ่เราจากกันมา”
เมธาสิทธิหรี่ตามองใบหน้าสวยหวาน ที่เขามองดูยังไง เธอก็ยังเหมือนเดิมไม่มีอะไรเปลี่ยนไปเลยจริงๆ และเขาก็ยังคิดถึงทุกๆ สิ่ง ทุกๆ อย่างที่เป็ผู้หญิงตัวเล็กๆ คนนี้ไม่เสื่อมคลาย ขนาดว่าเขาพยายามลืมแล้ว แต่ก็ทำไม่ได้สักที
“ฉะ ฉันขอเก็บของก่อนเถอะนะ”
ชยามรกะพริบตาถี่ๆ มองใบหน้าคมเข้ม โดยรู้สึกจนมุมไปทุกทาง จนต้องยอมตามที่เขา้า แต่กระนั้นเธอเอ่ยขอเวลา เพื่อจะได้เก็บข้าวของของเธอ เพราะทุกสิ่งล้วนแล้วแต่เป็อุปกรณ์ในการทำมาหากินของเธอ เธอต้องนำไปเก็บ เพื่อจะได้นำมาใช้ในการค้าขายในคราวต่อไป
“มากับผมตอนนี้ เดี๋ยวคนของเขาจะเก็บให้เอง”
เมธาสิทธิกล่าวอย่างไม่คิดจะให้เวลาเธอแต่อย่างใด และพอกล่าวจบก็เดินนำไปเลย ชยามรจึงทำได้แต่เพียงอุ้มเด็กชายตัวน้อย เดินตามหลังชายหนุ่มตัวโตไปโดยดุษฎี
๒๖๒๖๒๖๒๖๒๖๒๖๒๖๒๖๒๖๒๖๒๖๒๖๒๖๒๖๒๖๒๖๒๖๒๖๒๖๒๖
คุณเมธนี่บ้าอำนาจ เอาแต่ใจตัวเองน่าดูเลยนะคะ ว่าไหม....................... ^_^