เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 89 ผัดปลาไหลและปลิงทะเลตุ๋น

            เซี่ยเสี่ยวหลานขายเสื้อผ้าราวกับเก็บเงินทองได้โดยเปล่า

            เงินในกระเป๋าคาดเอวเหลือเฟือ เธอเองก็ไม่ใช่คนตระหนี่ถี่เหนียว

            จึงชักชวนคังเหว่ยด้วยเสียเลย จากนั้นกลับบ้านไปรับหลิวเฟินหลิวเฟินกลับบอกว่ารับประทานแล้ว หลิวเฟินอดทนต่อความลำบากเก่ง แต่นิสัยหน่อมแน้มเนิบนาบไม่อาจแก้ไขได้ในระยะเวลาสั้นๆหากให้เธอไปสถานที่อย่างภัตตาคารเธอจะต้องรู้สึกกระสับกระส่ายเป็นแน่เซี่ยเสี่ยวหลานรู้ดี คงต้องพามารดาไปที่แบบนี้บ่อยๆ นานวันผ่านไปสถานการณ์อาจจะดีขึ้น

            ทว่าอยู่ต่อหน้าโจวเฉิงและคังเหว่ย เธอไม่ยินดีปล่อยให้หลิวเฟินประหม่าจึงไม่บังคับ

            ส่งปลาไหลให้ภัตตาคารตั้งมากมายขนาดนั้นเซี่ยเสี่ยวหลานกลับสั่งผัดปลาไหลในภัตตาคารเป็นครั้งแรก

            อาหารในยุค 80 ไม่อร่อยหรือ?

            อร่อยจนทนไม่ไหว!

            ไร้น้ำมันใช้ซ้ำ ไร้สารปรุงแต่งอาหารชนิดต่างๆแม้แต่หมูยังเลี้ยงด้วยการกินหญ้าเคี้ยวรำธรรมดาทั่วไปเป็นปีถึงเชือดได้ วัตถุดิบด้านอาหารธรรมชาติคุณภาพสูงอาหารที่ทำออกมาจะรสชาติไม่ดีได้อย่างไร?

            ผู้คนเพียงแค่ไม่มีเงินทองเหลือเฟือเพียงเพื่อเพลิดเพลินกับอาหารเลิศรสเพราะอาหารเลิศรสมักจะอยู่ในภัตตาคารของรัฐหรือในร้านดั้งเดิมที่โด่งดัง

            เซี่ยเสี่ยวหลานรู้สึกอิ่มเอมไปทั้งใบหน้า

            ชาติก่อนเธอไม่ใช่คนให้ความสำคัญกับความปรารถนาในรสชาติตอนนี้กลายเป็นวัยรุ่นอีกครั้ง เธอกลับถูกอาหารหลายอย่างดึงดูดจนรู้สึกคันยุบยิบอยู่ในใจเสียได้

            จังหวะการคีบตะเกียบทั้งว่องไวและสม่ำเสมอทุกครั้งที่ลงตะเกียบสามารถคีบปลาไหลได้หลายชิ้นอย่างแม่นยำ

            เส้นปลาไหลที่มีความหนาเท่ากัน คีบขึ้นมาแล้วแกว่งไหวสั่นระริกซอสแดงน้ำมันข้น [1] ถึงจะเป็นผัดปลาไหลปรุงด้วยความร้อนพอดีทำให้เมื่อเข้าปากแล้วทั้งนุ่ม ลื่น หนึบ และสู้ฟันปลาไหลในตอนนี้เป็นของดี เติบโตในคลองจับได้ในนาไม่ใช่แบบที่ผู้คนร่ำลือว่าเร่งโตด้วยยาคุมกำเนิด

            เซี่ยเสี่ยวหลานรับประทานได้อย่างสบายใจไร้กังวลขนาดเห็นเธอรับประทานด้วยท่าทางสำรวม คังเหว่ยยังกลืนน้ำลายโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว

            ตระกูลคังไม่ขัดสนเรื่องอาหารการกิน แม้เวลาอดอยากจนทุกคนต้องใช้ชีวิตแบบรัดเข็มขัดคุณย่าคังก็ไม่ปล่อยให้คังเหว่ยหิวโหย เขาเคยรับประทานของดีมามากมายผัดปลาไหลของภัตตาคารแห่งนี้ก็ทำได้ไม่เลว แต่เวลาเซี่ยเสี่ยวหลานรับประทานได้แสดงสีหน้าที่มีศรัทธาแรงกล้าเหลือเกิน

            อร่อยขนาดนั้นเลยหรือ?

            คงไม่เคยพบของดีตั้งแต่เด็กสินะ

            คังเหว่ยนึกถึงพื้นเพของเซี่ยเสี่ยวหลาน เด็กสาวชนบท ครอบครัวยากจนทั้งไม่เป็นที่รักใคร่เอ็นดู

            คังเหว่ยชะงักตะเกียบเล็กน้อยขณะกำลังคีบปลาไหล ช่างเถอะ ให้เธอได้รับประทานมากๆดีกว่า

            โจวเฉิงชำเลืองมองเขาน้อยๆ อาจหาญดีจริงนะกล้าแสดงอารมณ์สงสารต่อภรรยาของเขาอย่างนั้นหรือ?

            โจวเฉิงไม่ได้สงสารเซี่ยเสี่ยวหลาน แต่เขาเอ็นดูเธอ

            เขารู้สึกรื่นรมย์อยู่กับการมองเธอรับประทานอาหาร แม้โจวเฉิงจะไม่ได้รับประทานเองก็ยังคงมีความสุข

            “ผัดกุ้งกับปลาทอดเปรี้ยวหวานเธอน่าจะชอบ รีบชิมเร็ว...”

            เซี่ยเสี่ยวหลานส่งยิ้มให้เขา กลืนปลาไหล และพึมพำออกมาเสียงเบา “ขายปลาไหลมานานขนาดนั้น ฉันยังไม่เคยกินอาหารนี้ในภัตตาคารมาก่อน พอได้กินมีความสุขแล้ว”

            ปลาไหลเหนียวเหนอะหนะทั้งคาวทั้งมันไม่ใช่หรือ?

            ตัวเธอเป็นผู้หญิง ชาติก่อนเธอไม่เคยทำงานอย่างการขายปลาไหลเช่นนี้ของที่นิ่มลื่นเหมือนงู เซี่ยเสี่ยวหลานชื่นชอบสิถึงแปลก!

            ทว่าเพื่อการดำรงชีวิต เธอต้องทนความขยะแขยงหันไปทำธุรกิจนี้ เซี่ยเสี่ยวหลานรู้สึกว่าผัดปลาไหลรสชาติอร่อยยิ่งนักไม่เพียงอร่อยด้วยตัวมันเองเท่านั้นแต่การนั่งอยู่ในภัตตาคารสั่งผัดปลาไหลหนึ่งที่หมายความว่าเซี่ยเสี่ยวหลานได้ใช้ชีวิตที่ดีขึ้นแล้ว

            ต้องมีเงินทองมีเวลา ถึงกล้าเดินเข้าภัตตาคารของรัฐสั่งอาหารโต๊ะใหญ่เลี้ยงผู้อื่น

            เมื่อเรียกเก็บเงิน เซี่ยเสี่ยวหลานเป็นคนจ่าย

            อย่างน้อยเธอเป็นถึงคนที่เคยนั่งตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงของบริษัทข้ามชาติอาหารเลิศรสทั่วไปจะทำให้เธอถึงกับเสียอาการได้ที่ไหน

            แต่หลิวเฟินไม่เคยรับประทานของดีอะไรเลย เซี่ยเสี่ยวหลานไม่ได้ตื่นเต้นเมื่อเจออาหารทะเลทว่าสั่ง ‘ปลิงทะเลตุ๋น’ ที่แพงที่สุดในภัตตาคารห่อกลับบ้านไปให้หลิวเฟิน

            “ฉันบอกแล้วว่าจะทำให้แม่ได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขแค่ปลิงทะเลตุ๋นที่เดียวเอง”

            เซี่ยเสี่ยวหลานกล่าวพลางแกว่งไกวห่ออาหาร

            โดนไล่ออกจากตระกูลเซี่ยโดยหอบมันเทศเพียง 20 ชั่ง วันนี้เธอสามารถทำให้หลิวเฟินได้รับประทาน ‘ปลิงทะเลตุ๋น’ ราคา 20 หยวน อีกหน่อยย่อมทำให้หลิวเฟินได้มีความสุขที่ยิ่งใหญ่มากขึ้น! ตระกูลเซี่ยเป็นแค่อะไรกัน? เฮอะ!

            โจวเฉิงรู้ดีว่าเธอเบิกบานใจ

            เขาส่งเซี่ยเสี่ยวหลานกลับบ้าน มองประตูบานนั้นปิดลง หันกลับมาก็ใบหน้าบึ้งตึงมีความร้ายกาจจากการเสแสร้งแกล้งยิ้ม

            “คังจื่อ พี่สะใภ้นายหน้าตาสะสวย มักมีคนเล็งเธออยู่เรื่อยฉันก็เฝ้าอยู่ซางตูทุกวันไม่ได้ด้วย นายว่าทำอย่างไรดี?”

            คังเหว่ยขาดแค่ยกสองมือขึ้นยอมจำนนแล้ว

            คังเหว่ยไร้ซึ่งประสงค์ร้ายต่อว่าที่พี่สะใภ้ของเขาอย่างแท้จริงแรกเริ่มนั้นตกตะลึงในความงดงาม แต่ต่อมาเธอถูกพี่เฉิงจื่อเลือกแล้วคังเหว่ยจึงดับความคิดของตนเสีย

            เขากล่าวอย่างระมัดระวัง “ปีหน้าพี่สะใภ้ไม่ได้จะไปเรียนหนังสือในปักกิ่งหรือ?”

            พี่ชาย พี่อดทนอีกสักเกือบปีก็ไม่มีอะไรแล้ว

            ไม่ถูกต้อง ปักกิ่งมิได้สงบสุขโดยสมบูรณ์เช่นกัน เพราะยังมีหวังเจี้ยนหัวผู้ต้องสงสัยว่าเป็น ‘รักแรก’ ของเซี่ยเสี่ยวหลานอยู่ทั้งคน แค่กๆคังเหว่ยเกือบสำลักน้ำลายตัวเองตายเสียแล้ว

            ใช้เส้นสายคุณลุงของเสี่ยวกวงดึงหลิวหย่งออกจากวงการแล้วยังต้องใช้เส้นสายคุณลุงของเสี่ยวกวงช่วยพี่เฉิงจื่อตัดความต้องการของศัตรูหัวใจอีกหรือ? ทำเรื่องเล็กให้กลายเป็นเรื่องใหญ่เช่นนี้ หากแพร่ไปถึงปักกิ่งต้องโดนคนหัวเราะเยาะตายแน่นอน

            เพื่อที่จะหลีกเลี่ยงการโดนคนหัวเราะเยาะ คังเหว่ยใช้ความจริงใจทั้งหมดที่มีเพื่อเกลี้ยกล่อม

            “พี่สะใภ้ไม่ชอบคนอื่นหรอก”

            แน่นอน เสี่ยวหลานพูดแล้วว่าชอบเขาสิ่งนี้ทำให้หัวใจของโจวเฉิงตั้งมั่นขึ้นเล็กน้อย

    -----------------------------------------

            เซี่ยเสี่ยวหลานนำห่ออาหารกลับบ้าน ปลิงทะเลตุ๋นยังมีไอร้อนอยู่

            หลิวเฟินไม่เคยลิ้มลองปลิงทะเลมาก่อน และคาดไม่ถึงว่าอาหารชนิดนี้กล้าขายที่ราคาละ 20 หยวน เซี่ยเสี่ยวหลานตั้งใจนำมาให้เธอ เธอจึงรับประทานอย่างเต็มใจรสชาติช่างดีงามยิ่งนัก เซี่ยเสี่ยวหลานบอกว่าคือ ‘ปลิงทะเล’ เป็นสิ่งหนึ่งที่อยู่ในทะเล หลิวเฟินพยักหน้ารับ

            “อร่อย เสี่ยวหลานลูกก็กินสิ”

            “ฉันกินที่ร้านมาแล้ว แม่กินเยอะๆ หน่อย เจ้านี่บำรุงร่างกายดีนะ”

            หลิวเฟินผ่ายผอมเกินไปแล้ว

            ไปโน่นมานี่ทุกวี่วัน ทำให้เธอไม่มีโอกาสผิวพรรณผ่องใส ทว่านัยน์ตาเปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวามีความแตกต่างจากหญิงชนบทที่สภาพราวกับหุ่นเชิดไม้นั้นเมื่อครั้งเซี่ยเสี่ยวหลานเพิ่ง ‘ฟื้น’ ซากศพเดินได้ถูกบรรจุจิตวิญญาณหลิวเฟินเกิดความหวังต่ออนาคตของตนแล้ว

            เธอเลียบเคียงถามเรื่องระหว่างเซี่ยเสี่ยวหลานกับโจวเฉิงเซี่ยเสี่ยวหลานยอมรับอย่างเถรตรง

            “ฉันคิดว่าเขาไม่เลว ลองคบหาไปก่อน อย่างไรเสียก็ไม่ต้องเจอหน้ากันทุกวันไม่ถ่วงรั้งธุระใดทั้งนั้น”

            “โจวเฉิงเป็นคนขับรถบรรทุกหรือ?”

            “ทำงานในหน่วยงานลับ ตอนนี้อยู่ระหว่างลาพักงาน”

            ทำงานในหน่วยงานลับ? เช่นนั้นไม่ใช่ว่าเซี่ยเสี่ยวหลานต้องเป็นสมาชิกในครอบครัวหรือหลิวเฟินคิดไปไกลชั่วพริบตา

            ตามแนวคิดของหลิวเฟิน คบหาดูใจกับคนอื่นล้วนมีเป้าหมายเป็นการวิวาห์คนซื่อตรงอย่างเธอไม่เคยคิดว่าจะมีใครใจร้ายเหมือนลูกสาวแบบนี้ความรักและการแต่งงานยังรวมเป็นเรื่องเดียวกันไม่ได้เซี่ยเสี่ยวหลานแค่อยากมีความรักกับโจวเฉิงก็เท่านั้น!

            “เป็นสมาชิกครอบครัวน่ะดีทีเดียว ดีทีเดียว...”

            โจวเฉิงอายุยังน้อย หลิวเฟินไม่กล้าคิดว่าเขาคือพนังงานของหน่วยงานอะไรในใจเชื่อมั่นว่าเขาเป็นคนธรรมดาสามัญ

            คนธรรมดา แม้จะอยู่ปักกิ่ง ทว่าหน้าตาหล่อเหลาเสี่ยวหลานของเธอยังมีอะไรที่ไม่คู่ควรหรือ? เสี่ยวหลานหน้าตาสะสวยเสี่ยวหลานเอาการเอางาน ทั้งเสี่ยวหลานยังอาจจะสอบติดมหาวิทยาลัยด้วยในสมองของหลิวเฟินไม่มีความคิดรังเกียจคนจนโปรดปรานคนรวยสามีภรรยาล้วนใช้ชีวิตโดยพยายามไปด้วยกัน คนสองคนรักใคร่กลมเกลียวใครหาเงินก็เหมือนกันทั้งนั้น

            ขอเพียงโจวเฉิงไม่รังเกียจชื่อเสียในอดีตของเสี่ยวหลาน

            หลิวเฟินกังวลเล็กน้อย แต่แล้วก็ปลาบปลื้ม อุตส่าห์ย้ายมาเมืองซางตูแล้วเรื่องราวก่อนหน้านี้มีไม่กี่คนที่รับรู้

            โชคดีที่หย่ากับเซี่ยต้าจวิน!

            โชคดีที่ย้ายบ้านแล้ว!

            สองสิ่งนี้ตัดสินใจทำได้ถูกต้องเหมาะสมเหลือเกินใบหน้าของหลิวเฟินมีความยินดีที่ห้ามไว้ไม่อยู่

            “เหมือนลุงลูกจะไม่ค่อยเห็นด้วยกับเรื่องของลูกและโจวเฉิง ถ้าเขาตำหนิลูกลูกก็ฟังอย่างว่านอนสอนง่ายไปเสีย ลุงดีกับลูกมาก...”

            หลิวเฟิ่นทำได้เพียงบ่นยืดเยื้อไปเรื่อย เซี่ยเสี่ยวหลานไม่รู้สึกรำคาญแม้แต่นิดเดียวทั้งเธอยังหางานให้หลิวเฟินทำเพิ่มอีกอย่างหนึ่ง คือการให้หลิวเฟินนับเงินในกระเป๋าคาดเอว

      

    เชิงอรรถ

    [1]浓油赤酱 ซอสแดงน้ำมันข้น คือลักษณะของการทำอาหารที่น้ำมันมากและรสชาติเข้มข้นปรุงด้วยน้ำตาลจนมีสีซอสแดงหรือสีน้ำตาล

     

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    นิยาย รัก
    324K 1320
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405