สิ่งที่ฉันเห็นจะว่ามันแปลก ก็แปลกอยู่ แต่จะว่าไม่เคยเห็นเลยนั้นก็ไม่เชิง
ประมาณว่า มันคือสิ่งแปลกประหลาดที่ลักษณะคล้ายกับ...เห็บ ใช่เห็บ ที่เกาะอยู่กับหมานั้นแหละ
แต่ที่ฉันเห็นเนี่ย มันเกาะอยู่บนหลังคาบ้านคน ตัวมันใหญ่เท่าฝาบ้านได้ล่ะมั้ง
มันเกาะอยู่นิ่งไม่ไหวติ่ง ด้านหลังมันมีปีกด้วยนะ ปีกมันมีลักษณะเหมือนปีกของแมลงเต่าทองยังไงอย่างนั้น และตาของมัน ยื่นยาวออกมาจากหัวเหมือนตาของหอยทากเลยล่ะ
ประหลาดมาก ฉันลองบินเข้าไปใกล้มันดู มันเห็นฉันแน่ๆ เพราะสายตามันกรอกกลิ้งไปตามทางที่ฉันเคลื่อนไหว
แต่แปลกนะ ไม่เห็นมันขยับไปไหนเลย มันเอาแต่เกาะหลังคาอยู่อย่างนั้น และมองดูพวกเรา ไปมา
“เบน แกลองเข้าไปใกล้มัน อีกซิ”
ไม่เป็ผลหรอก เด็กนี่ไม่บินตามฉันมาเลยด้วยซ้ำ ยังคงตาค้างหน้าซีดอยู่อย่างนั้น
“เบน!”
.
“ป้า ผมกลัว เราจะปราบมันยังไง?”
“ มันดูประหลาดขนาดนี้ มันจะกินเรารึเปล่าป้า?”
.
“ฉันไม่คิดว่ามันจะกินผีอย่างเราได้หรอกนะ เบน”
.
“แต่ แกก็รู้นี่ วิธีปราบมันน่ะ”
“คือเอาอะไรสักอย่างไปแต้มบนหน้าผากมัน”
เดี๋ยวนะ แมวคริสมันบอกว่าให้เราเอาอะไรสักอย่างไปแต้มบนหน้าผากพวกมัน
แล้วพวกมันจะสลายกลายเป็แต้มให้พวกเรา
แต่ แมวมันไม่ได้บอกนี่ ว่าอะไรที่ใช้แต้มได้
“ป้าแล้วเราจะเอาอะไรไปแต้มมันล่ะ?”
“คือ...ใครล่ะจะเข้าไปแต้มมัน?”
“ผมกลัวนะป้า”
แน่สิ แกต้องกลัวล่ะ ก็นี่มันมารตัวแรกนิ
“ถ้าแกไม่ไป ก็คงต้องเป็ฉันล่ะมั้ง”
ฉันอยากจะจบงานนี้เร็วๆ ฉันจึงเข้าไปใกล้มันอีก แต่ก็เผื่อระยะ
เพราะฉันก็ไม่รู้ว่ามันทำอะไรได้บ้าง หรือมันจะโจมตีเราไหม แต่ถึงตอนนี้ มันก็ยังคงนิ่งอยู่กับที่เช่นเดิม
“เบน! ฉันว่ามันไม่ทำอะไรเราแล้วล่ะ”
“ ดูสิ มันนิ่งอยู่อย่างนี้ไม่กระดุกกระดิกเลย”
.
“งั้นป้าก็เอาอะไรไปแต้มหน้าผากมันสิป้า เราจะได้ไปที่อื่น”
ดูมันพูด มันไม่ทำอะไรแล้วยังมาสั่งฉันอีกต่างหาก
“ไอ้เด็กเวร! แกก็ลง มาช่วยฉันสิ!”
“หาอะไรมา! อะไรก็ได้ที่แต้มหน้ามันได้น่ะ!”
ไมรู้ว่ามันรีบหรือมันใเสียงฉันกันแน่ มันรีบบินมาแต่เหมือนคุมทิศทางไม่ได้
มันตกกระเด็นไปในพุ่มไม้อย่างแรง
“เบน! แกเป็ไรไหม?”
ฉันเห็นมันเดินงัวเงียออกมาจากพุ่มไม้ ในมือมันถืออะไรมาบางอย่าง
โคลน ในมือมันมีโคลนอยู่ในมือ
“ป้า โคลน โคลนใช้ได้ไหม”
โคลนน่ะ น่าจะใช้แต้มได้ แต่เดี๋ยวนะ ผีอย่างเราจับสิ่งของได้ด้วยเหรอ
“เบน แกทำได้ยังไง?”
.
“ทำอะไรป้า?”
“ก็ที่แกถือโคลนอยู่น่ะ ฉันคิดว่าผีอย่างเราไม่น่าจะหยิบจับอะไรได้นะ”
.
“ผมไม่รู้ ผมเห็นมัน ผมก็รีบโกยมันมา”
“ผมถือมันได้ ป้าก็น่าจะทำได้นะ”
“ เหมือนที่เราบินได้ คงเป็ความสามารถพิเศษที่แมวไม่ได้บอกมั้งป้า”
“ป้ามารับไปเร็วๆ”
ฉันรับโคลนนั้นมา โคลนมันอยู่ในมือฉันจริงๆ ฉันคิดว่าหลังจากตายไปแล้ว จะไม่ได้ััอะไรอย่างตอนที่เป็มนุษย์แล้วซะอีก
ฉันบินเข้าไป ต่อหน้ามารเห็บ ฉันจะเรียกมันว่ามารเห็บละกัน มันมองมาที่ฉัน แต่มันก็ไม่ขยับไปไหน
ฉันแอบมีความกังวลในใจว่ามันจะเป็กับดักหรือเปล่า มันอาจจะมีหางมาตวัดฉันทีหลังหรือเปล่า
ฉันหันมองดูรอบๆอย่างระวัง ไม่มี ไม่มีอะไรที่น่ากังวลหรือระวังเลย
“ป้า! ป้า! แต้มมันเลย!”
เสียงไอ้เด็กเบนมันสั่งฉัน ถ้าไม่เห็นว่าหน้ามันซีดเผือกจนตัวสั่นนะ ฉันอาจจะให้มันลงมาทำเอง
“เออๆ”
ฉันแน่ใจแล้วว่าไม่น่าจะมีอันตรายอะไรออกมาแน่นอน
ฉันจึงเอื้อมมือที่เลอะโคลนนั้น ไปประทับบนตำแหน่งที่อยู่ระหว่างดวงตาของมัน ซึ่งฉันคิดเอาเองว่าหน้าจะเป็ตำแหน่งของหน้าผากมัน
ทันทีที่โคลนัักับตัวมาร ตัวมันทั้งตัวก็เริ่มสลายกลายเป็กลุ่มควันมากมายรอบตัวฉัน
แล้วฉันก็เห็นตัวเลขหนึ่งปรากฎอยู่ต่อหน้าฉัน
“ป้า ได้แล้วๆ เราได้แล้ว ได้แต้มนึงป้า”
“เราทำได้แล้วเราปราบมารได้ เราได้มาแต้มนึง”
เดี๋ยวนะ แต้มนึง หนึ่งแต้มเหรอ ก็ไหนแมวคริสมันว่ามารตัวหนึ่งจะมีแต้ม2-3แต้มสิ อย่างน้อยมารตัวนี้ก็ต้องได้ 2 แต้มนะ ทำไมล่ะ
“เบน! ทำไมได้แต้มเดียว! มันต้องมากกว่านี้สิ!”
“แมว แกเป็ใคร”
ฉันะโเรียกแมวคริสให้ออกมาตอบคำถามฉัน
ไม่ทันได้คิดอะไร แมวสีดำก็ปรากฏออกมาต่อหน้า
“ไงพวกเธอ เก่งนะ ฉันคิดว่าพวกเธอจะใช้เวลามากกว่านี้ซะอีกในการปราบมารตัวแรก”
“แต่...เดี๋ยวนะ! มารหลังคาเหรอ ฮ่าๆ ก็เหมาะกับพวกเธอดีนะ”
แมวมันหัวเราะอะไร ฉันไม่เข้าใจมันหรอก
“มารหลังคา หรือที่เธอเรียกว่ามารเห็บนั่นแหละ”
“ มันเป็มารที่ไม่โจมตีนักปราบมาร”
“มันจะเกาะอยู่บนหลังคา ค่อยดูดพลังชีวิตมนุษย์ไปเรื่อย ๆ”
“ถ้ามันยังดูดไม่พอใจมันก็ไม่ขยับไปไหนหรอก”
.
“เื่นั้นฉันไม่ได้อยากรู้”
“ที่ฉันอยากรู้คือ ทำไมเราได้แค่แต้มเดียว”
.
“ฮ่าๆ ก็อย่างที่เธอเห็น มารหลังคามันไม่โจมตีนักปราบมาร”
“ วิธีการปราบมันเลยง่ายไง ได้แต้มเดียวก็เยอะแล้วนะ”
.
“ก็แมว แกบอกว่ามารมันมี2-3แต้มไง”
.
“ใช่ๆ คือฉันประเมินพวกเธอไว้เท่านั้น”
“ งั้นฉันจะให้ข้อมูลใหม่แล้วกัน”
“มารมันก็เหมือนสัตว์นั้นแหละ มันมีความดุร้ายๆต่าง ๆกันไป”
“จริงๆจำนวนแต้มที่ได้จากมารจะมากขึ้นตามความยากของการปราบมัน”
“อย่างนี่ มารหลังคา ง่ายมาก ได้แต้มเดียว ใช่ไหม?”
“มันก็ต้องมีมารที่ปราบยากขึ้นและมีแต้มมากขึ้นด้วยเหมือนกัน”
“ฉันคิดว่าพวกเธอจะปราบมารที่ระดับแต้มอยู่ที่ 2-3 ได้น่ะ”
“แต่ก็ไม่คิดว่าจะเป็มารหลังคานะ ฮ่าๆ”
.
“อ๋อเหรอ งั้นเราปราบเฉพาะมารหลังคาให้ได้พันตัวก็ได้งั้นสิ”
.
“ไม่ได้หรอก มารหลังคามันเป็มารไม่โจมตีนักปราบมารก็จริง”
“ แต่ก็ไม่ได้เจอตัวมันได้บ่อยๆหรอกนะ”
“มันจะเกาะเฉพาะหลังคาบ้านที่มีคนในบ้านอายุเกินร้อยปีเท่านั้น”
“พวกเธอโชคดีนะที่เจอมันเป็ตัวแรก”
“ ก็เพราะว่ามันปราบง่ายนี่แหละ มันก็เลยมีอีกชื่อหนึ่งว่า มารฝึกหัด”
“เอาไว้ฝึกหัดนักปราบมารมือใหม่อย่างพวกเธอไง”
มือใหม่เหรอ มารฝึกหัดเหรอ ดีนักนี่ ฉันคิดพร้อมกับกัดฟันไปด้วยในเวลาเดียวกัน
“เอาล่ะ หนึ่งแต้มนั้น ฉันจะเก็บไว้ให้ อย่าลืมนะ พวกเธอยังเหลืออีก 999 แต้มที่ต้องเก็บ”
“โชคดีนะ ฉันไปล่ะ”
.
“เดี๋ยวๆ เดี๋ยวครับ”
.
“อะไร”
.
“ผมมีเื่อยากถาม”
.
“ว่ามาสิ”
.
“แสดงว่าต้องมีมารที่แต้มสูงๆถึงพันแต้มใช่ไหมครับ?”
ั้แ่เจอไอ้เด็กนี่มา ดูมันจะมีประโยชน์ก็ตอนนี้นี่แหละ ฉันว่า
“ใช่ าามาร!”
“ คือมารที่มีแต้มสูงถึงหนึ่งพันแต้ม”
“ แต่พวกเธออย่าหวังเลย ไม่มีนักปราบมารที่ไหนเจอาามารได้ง่ายๆหรอก”
“ ขนาดฉันยังไม่เคยเจอเลย”