บทที่ 27 ให้ตายสิ! นางเอกโผล่มาอีกคนแล้ว
ลู่เฉิงเหวินรู้สึกว่า... รูพรุนในสมองของนักแต่งนิยายเื่นี้ น่าจะหาขี้วัวมาโปะได้แล้ว
นี่มันเื่บ้าอะไรกัน!
พวกนางเอกทั้งหลายเป็อะไรไปหมด!?
ทำไมไม่รักษาหน้าตัวเองบ้างเลย!?
คุณธรรมสำนึกก็มีไม่เท่าฉัน แล้วยังอยากจะเป็นางเอก!?
ช่วยเหลือคนอื่นแต่กลัวจ่ายเงินเยอะ... ฉันไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย!
ไม่ได้... ไม่ได้! เป้าหมายหลักคือต้องทำให้นางเอกสองคนนี้อยู่ให้ห่าง ๆ ฉันเข้าไว้ หลงอ้าวเทียนหายตัวไปแค่วันเดียวเท่านั้น และหลังจากนั้นผู้หญิงสองคนนี้ก็จะกลายเป็ตัวจุดะเิของเื่
ลู่เฉิงเหวินเข้าไปโอบไหล่สวีเสวี่ยเจียวอีกครั้งพร้อมรอยยิ้ม “น้องเสวี่ยเจียว ฉันคือลู่เฉิงเหวิน เป็คนชั่ว! เมื่อกี้ฉันยังเห็นเธอช่วยออกหน้าแทนผู้หญิงคนนี้อยู่เลย ฉันไม่ได้ขู่เธอนะ แต่เธอสะดวกจ่ายเงินสักแสนแล้วพาไปไหมล่ะ หรือไม่งั้น... ห้าหมื่นก็ได้?”
สวีเสวี่ยเจียวส่ายหน้าช้า ๆ “ไม่สะดวกค่ะ”
“ฮึ! เธอนี่มัน.... เอางี้ ขอแค่เธอพาผู้หญิงคนนี้ไป เงินเดือนนั้นน่ะฉันจ่ายเอง เธอไม่ต้องออกสักแดงเดียว แบบนี้ไม่น่ามีปัญหาแล้วสิ?”
หญิงสาวยังคงส่ายหน้า “อ๋อ ฉันรู้แล้ว พี่กำลังจะขูดรีดฉันสินะ!”
ลู่เฉิงเหวินโกรธจนหน้าแดงก่ำเหมือนตับหมู
“ฉันขูดรีดอะไรเธอ? เธอไม่ต้องควักสักหยวน แถมได้ตัวคนไปทำงาน แล้วยัง!...”
“เื่ดี ๆ แบบนี้จะเกิดกับฉันได้เหรอ?” สวีเสวี่ยเจียวพูด “พี่อยากจะส่งสปายมาสอดแนมเื่ของฉันมากกว่า อย่าคิดนะว่าจะหลอกฉันได้? ฉันฉลาดนะ!”
ลู่เฉิงเหวินฝืนกลั้นไฟโกรธ พร้อมกดเสียงต่ำลง “เธอคิดมากเกินไปแล้ว ผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่สปาย หรือต่อให้ใช่ เธอก็ให้ไปทำงานในที่ไกล ๆ สิ แค่นี้ก็จะไม่สามารถรู้ข่าวสารสำคัญของบริษัทแล้ว!”
สวีเสวี่ยเจียวตอบ “ฉันเป็หมอที่ทำงานด้านยา คนที่ทำงานด้วยจะต้องเป็คนที่ไว้ใจได้ ผู้หญิงคนนี้ท่าทางไม่ใช่คนดีอะไร ไม่น่าเชื่อถือ!”
ลู่เฉิงเหวินไม่อาจระงับโทสะได้อีก
“เธอไม่ใช่คนดีได้ยังไง! เธอเป็ผู้หญิงที่กตัญญูที่สุด ฉลาดที่สุด ทำงานเก่งที่สุด และอดทนที่สุดเท่าที่ฉันเคยเห็นมา!”
“เธอเป็แค่ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ เป็เพราะแม่ป่วยเลยต้องทิ้งการเรียนและออกมาทำงานั้แ่อายุสิบกว่าขวบ คนอื่นไม่อยากจะมาเป็เลขาให้ฉัน แต่พอเธอได้ยินว่าได้เงินเดือนเยอะ ต่อให้ฉันจะลามกขนาดไหน เลวทรามต่ำช้าแค่ไหน เธอก็ยังมา!”
“ทำงานกับฉันมาห้าปีก็ทำด้วยความตั้งใจ ไม่เคยผิดพลาด! ทุกครั้งที่ฉันจับน่องเธอ ถลกกระโปรงเธอ แอบถ้ำมองเธอ ใช้คำพูดอนาจารหยอกล้อเธอ... เธอก็ยังอดทนเพื่อหาเงินไปรักษาแม่!”
“คำซุบซิบนินทาในออฟฟิศ เธอก็รับมันทั้งหมดเพียงคนเดียว ไม่เคยออกมาเถียง ทุกวันที่มาทำงานต้องอดทนต่อการคุกคามจากคนชั่วช้าอย่างฉัน พอเลิกงานก็ไม่เคยไปเถลไถล ไม่กินอาหารราคาแพง ไม่ดูหนังฟังเพลง ไม่เดินห้าง... เสื้อผ้าที่ใส่นอกจากชุดทำงานที่พอดูได้แล้ว ปกติก็จะใส่แต่เสื้อยืดราคาไม่กี่สิบหยวน น้องเสวี่ยเจียวรู้ไหมเพราะอะไร?”
ลู่เฉิงเหวินพูดออกมาด้วยความคับแค้นใจ “ก็เพราะเธอกลัวว่าตัวเองจะตกงาน เธอถึงได้พยายามเก็บเงินเพื่อไปรักษาแม่! ผู้หญิงแบบนี้จะเป็คนไม่ดีไปได้ยังไง? เหมือนคนไม่ดีตรงไหน?”
“เหรอคะ? พี่เฉิงเหวินดูจะเข้าใจเธอมากเลยนะคะ!”
“ก็ใช่น่ะสิ ห้าปีมาแล้ว!” ลู่เฉิงเหวินกระหน่ำ “สวีเสวี่ยเจียว ฉันมองเธอผิดไปจริง ๆ! ฉันคิดว่าเธอเป็คนมีเมตตา จิตใจดีงาม ชอบช่วยเหลือคนอื่น เวลาที่เจอคนที่้าความช่วยเหลือ เธอก็จะยื่นมือเข้าช่วยโดยไม่เคยลังเล แต่ตอนนี้ฉันไม่รู้ว่าตัวเองกำลังพูดอะไรออกไป...”
ลู่เฉิงเหวินตบหน้าตัวเอง
‘ให้ตายสิ จะโกรธทำไม? ฉันพูดบ้าอะไรออกไป? นั่นเป็บทพูดของพระเอกนะโว้ย! ฉันมาเสแสร้งแกล้งทำอะไรตรงนี้?’
ผู้หญิงสองคนมองดูลู่เฉิงเหวินนั่งหัวเสีย เท้าแขนบนหัวเข่าพลางนวดขมับ ท่าทางอารมณ์ไม่ดีสุด ๆ
เจี่ยงซือหานตะลึง
ที่แท้ประธานลู่... เห็นใจฉันถึงขนาดนี้เลยเหรอ?
ที่แท้เขาก็เป็คนดี เป็คนมีน้ำใจงั้นเหรอ?
แล้วทำไม... เขาถึงรังแกฉันอยู่บ่อย ๆ? อยาก... ช่วยฉัน เขาก็สามารถช่วยฉันได้ ทำไมต้องให้ฉันไปกับประธานสวีด้วยล่ะ?
ไม่เข้าใจเลยจริง ๆ วันนี้เขาเปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิม
สวีเสวี่ยเจียวยิ้มพลางพูด “พี่เฉิงเหวิน เลขาฉันส่งข้อความมา งานแถลงข่าวกำลังจะเริ่มแล้ว ฉันขอไปเตรียมตัวก่อนนะ!”
ลู่เฉิงเหวินโบกมือด้วยความกลัดกลุ้มเพื่อเป็การบอกว่ายัยปีศาจร้ายรีบ ๆ ออกไปซะ โดยไม่หันหน้ากลับไปมอง
สวีเสวี่ยเจียวกลั้นหัวเราะและผลักประตูเดินออกไป ทว่าขณะที่หันกลับไปมอง เธอก็เห็นลู่เฉิงเหวินตบหน้าตัวเองอย่างแรงหลายที จึงเผลอหลุดหัวเราะออกมา
...
ในงานแถลงข่าว
ลู่เฉิงเหวินฝืนทำตัวกระฉับกระเฉงอ่านร่างข้อความที่บรรดาเลขานำเสนอจนเสร็จ
อันที่จริงร่างข้อความนั้นเขียนได้ไม่เลวเลย มันตอกย้ำถึงการตัดสินใจเลือกระหว่างคุณธรรมกับผลประโยชน์ของโรงงานยาที่เก้า และสุดท้ายก็เลือกที่จะอยู่ข้างคุณธรรม
และขณะเดียวกันยังให้สัญญาต่อสื่อมวลชนและสังคมด้วยว่า สำหรับเื่ที่เกิดขึ้นนี้โรงงานยาที่เก้าจะทำการตรวจสอบภายในและค้นหาความบกพร่องของตนเอง
จากนั้นก็เป็เหมือนที่คาดการณ์กันไว้ ระหว่างที่กำลังแถลงข่าว โทรศัพท์ของลู่เฉิงเหวินกับผู้บริหารระดับสูงทั้งหมดดังไม่ขาดสาย อีกทั้งหุ้นยังตกจนน่าใจหาย
ปกติงานแถลงข่าวที่น่าอับอายเช่นนี้จะไม่เปิดให้มีการซักถาม
ทว่านักข่าวให้ความสนใจกันมาก
ทันใดนั้นนักข่าวคนหนึ่งก็ลุกขึ้นถาม “คุณลู่ครับ เหตุการณ์ยาปลอมในครั้งนี้เป็สัญลักษณ์ที่กำลังบ่งบอกถึงอะไรบางอย่างรึเปล่าครับ? ในอนาคตอาจจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีกก็ได้ใช่ไหมครับ? ทางโรงงานจะรับประกันได้ยังไงว่ายาประเภทอื่น ๆ ล้วนเป็ยาที่ผลิตตามมาตรฐาน? ท่านสามารถรับประกันได้หรือไม่ว่าผลิตภัณฑ์ยาที่โรงงานของท่านผลิตและจัดจำหน่ายไปแล้วไม่มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น?”
เจี่ยงซือหานรีบแทรกขึ้นมา “ขอโทษนะคะ เราไม่ได้เปิดให้มีการซักถามนะคะ ได้โปรด...”
ลู่เฉิงเหวินยกมือไปขยับไมค์เข้าใกล้ตัว “ถ้าเมื่อก่อนมีเหตุการณ์แบบนี้ก็คงจัดงานแถลงข่าวไปนานแล้วครับ หากมีเหตุการณ์เช่นนี้ในอนาคต งานแถลงข่าวก็ยังคงต้องจัดขึ้นอีกครั้ง ผมไม่กล้ารับประกันว่าขั้นตอนการผลิตของเราจะสมบูรณ์แบบไปตลอดกาล แต่ผมกล้ารับประกันว่าทุกครั้งที่เกิดเื่แบบนี้ขึ้น เราก็จะทำลายทุกครั้ง และจะจัดให้มีการแถลงข่าวทุกครั้งด้วย ความจริงการที่เรากล้าเปิดแถลงข่าวแบบนี้ นั่นก็เพราะ้าจะแจ้งให้สังคมทราบว่าระหว่างคุณธรรมกับผลประโยชน์ โรงงานที่เก้าของเราเลือกที่จะอยู่ข้างเดียวกับคุณธรรมครับ”
เจี่ยงซือหานนิ่งอึ้ง
ผู้ชายคนนี้ไม่เคยพูดจาเป็การเป็งานแบบนี้มาก่อน แต่วันนี้กลับตอบได้ดีมาก
นักข่าวสาวสวยคนหนึ่งลุกขึ้นถาม “ประธานลู่คะ ฉันได้ยินว่าท่านกำลังจะจัดพิธีหมั้นกับคุณเหลิ่งชิงชิวซีอีโอของเชียนเฟิงกรุ๊ป และอยากทราบว่าเป็ความจริงรึเปล่าคะ? ข้างนอกลือกันว่าท่านตามจีบคุณเหลิ่งเป็เวลานาน ครั้งนี้ก็ใช้อิทธิพลของครอบครัวบีบคั้นตระกูลเหลิ่ง ไม่รู้ว่าเกิดเื่แบบนี้ขึ้นจริงรึเปล่าคะ?”
เจี่ยงซือหานรีบตอบ “ขออภัยค่ะ เื่นี้ไม่เกี่ยวข้องกับหัวข้อการแถลงข่าวในครั้งนี้ พวกเราขออนุญาตไม่ตอบคำถามนะคะ”
นักข่าวสาวยังคงไม่ลดละ และถามต่อไปอีก “ข้างนอกลือกันว่า ท่านเป็นักธุรกิจที่มุ่งเน้นผลประโยชน์ คิดหวังแต่ผลกำไร โดยไม่คำนึงถึงหลักคุณธรรม การทำลายยาและจัดงานแถลงข่าวในครั้งนี้เป็การแสดงเท่านั้นรึเปล่าคะ? ทำเพียงเพื่อให้ภายนอกมองว่าโรงงานยาของท่านมีความรับผิดชอบเท่านั้นใช่ไหมคะ?”
ลู่เฉิงเหวินมองดูยัยนักข่าวสาวจอมแซะคนนี้แล้วพลันนึกอะไรขึ้นมาได้
ให้ตายสิ! นางเอกโผล่มาอีกคนแล้ว