Jong Lua เกรียนเทพ!!! เย้ยฟ้าข้าคือตำนาน

    ตอนที่ 6 ตามล่าทานุกิสามหาง

    ตอนที่ 6

    ตามล่าทานุกิสามหาง

     

                    บริเวณชายแดนเขตรกร้างกับอาณาจักรของมนุษย์นั้นไม่ใช่สถานที่ ซึ่งจงลั่วจะเดินเล่นไปทั่วได้อย่างสบายใจ เพราะที่นี่เต็มไปด้วยสัตว์อสูรระดับสูงรวมถึงนักรบอสูรหลากหลายชนิด ที่น่ารำคาญสุดก็คงหนีไม่พ้น เจ้าลูกตาปีศาจที่มันสามารถพรางตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมได้จงลั่วที่อยู่ในร่างของอสูรชั้นกลางไม่อาจตรวจจับมันได้ ทำให้หลายครั้งจงลั่วตกเป็นฝ่ายที่ถูกจู่โจมก่อนดีที่พลังโจมตีของมันไม่รุนแรงนัก บวกกับเกราะอัศวินที่สวมใส่อยู่เพิ่มพลังในการป้องกันทางกายภาพให้จงลั่วอีกมากโขแต่ให้ต่อสู้สังหารมอนสเตอร์ระดับนักรบอสูรนั้น ยังไม่ใช่งานง่ายยังดีที่จงลั่วมีเซบาสเตียนซึ่งบินวนไปมาใกล้ ๆ คอยคุ้มครองอยู่ด้านบน

     

                    คมเขี้ยวรัตติกาล...แสงสีแดงผ่านวูบไปยังลูกตาอสูรสีเทาสองตัวร่างของพวกมันก็แยกออกเป็นสองเสี่ยงในทันที

     

                    "เยี่ยมมากเซบี้..." เซบาสเตียน หาได้ใส่ใจคำชมของจงลั่ว เพราะด้วยระดับอสูรมายาของมันการจัดการนักรบอสูรนั้นง่ายราวกับปลอกกล้วยเข้าปากการได้รับคำชม จึงไม่มีความจำเป็นต้องแสดงความดีใจออกมาแม้แต่น้อย

     

                    "นายท่านข้าว่า...นายท่านอย่าเดินสะเปะสะปะดีกว่านะขอรับ รอข้าน้อยอยู่ที่ชายป่าไม่ดีกว่าหรือทั้งปลอดภัยและสบายกว่าด้วย" ความจริงคือการที่ต้องบินสำรวจรวมถึงคอยดูแลจงลั่วด้วยนั้นทำให้เซบาสเตียนเคลื่อนที่ได้ช้ามาก แม้ว่าตอนนี้มันจะอยู่ว่างก็ตามทีแต่ด้วยนิสัยส่วนตัวของเซบาสเตียนที่ชอบทำอะไรไว ๆ ให้สิ่งที่ตั้งเป้าสำเร็จ เมื่อต้องเผชิญกับการที่ต้องทำอะไรเชื่องช้าก็สร้างความหงุดหงิดรำคาญใจให้กับมันไม่น้อยเลย แถมยังไม่มีทีท่าว่าจงลั่วจะค้นหาเจ้าทานุกิสามหางเจอแม้แต่น้อย

     

                    "ไม่ละ"ปากเอ่ยตอบ แต่สองมือยังคงคุ้ยเขี่ยซากของเจ้าลูกตาอสูรการเดินทางพร้อมกับเซบาสเตียนทำให้จงลั่วได้รับประโยชน์อย่างยิ่งเพราะการเก็บเกี่ยวการ์ดที่ตกมาจากซากอสูรจำนวนมาก เมื่อนำสิ่งของไปขายคาดว่าน่าจะทำให้จงลั่วแทบจะกลายเป็นเศรษฐีย่อม ๆ ได้เลยหลังจากที่นักรบอสูรตัวที่หนึ่งร้อยถูกเซบาสเตียนสังหารอย่างง่าย ๆ"เจ้าดูนี่" จงลั่วโชว์ไอเทมที่กลายสภาพเป็นการ์ดมากมายให้เซบาสเตียนดู"แม้มันจะไม่เข้าใจว่าไอ้การ์ดที่ว่าคืออะไร แต่ก็พอจะเดาได้ว่าคงเป็นไอเทมสักอย่างที่ตกลงมาจากซากของนักรบอสูรที่ถูกสังหาร"มันขายได้หลายเชียวละ ส่วนผลึกอสูรข้าคงต้องรอให้อัพระดับก่อนค่อยกินมันลงไป"จงลั่วพึมพำกับตัวเองเขารู้สึกดีมาก ๆ ที่ได้รับผลึกอสูรถึงห้าชนิด และแน่นอนมันเป็นผลึกระดับดี

                    (หลังจากที่จงลั่วสามารถแยกทากะออกจากตัวเองได้กลายเป็นร่างคนกับร่างอสูรทำให้การกินผลึกจะได้เลเวลที่หลงเหลือจากทักษะกลืนกินด้วย)

     

                    เวลาผ่านไปอีกห้าวันจงลั่วกับเซบาสเตียนก็ยังคงหาเจ้าทานุกิสามหาง ไม่เจอและตอนนี้กระเป๋ามิติของจงลั่วก็เต็มเสียแล้วดังนั้นเขาจึงไม่ได้ต้องการ...การต่อสู้ที่ไร้ประโยชน์อีก เนื่องจากเลเวลของจงลั่วในตอนนี้นั้นยังตันอยู่ที่30 เนื่องจากยังไม่ได้เลื่อนระดับเป็นอสูรระดับสูง

     

                    หลังจากเก็บเกี่ยวมานานตอนนี้ไอเทมที่จงลั่วสวมใส่หาใช่มือใหม่เช่นเดิมอีก

                    เกราะเงินอัศวินชั้นดี-เพิ่มพลังป้องกันกายภาพอย่างมาก

                    แหวนตาอสูร-เพิ่มพลังโจมตีเวทมีสกิลพรางตา(เพิ่มค่าหลบหลีก)

                    รองเท้าหนังไบซัน-เพิ่มพลังป้องกันธาตุทั้งหมด10 % ทนทานต่อทุกสภาพพื้นดิน

                    ปลอกแขนแมงป่องโล่-เพิ่มพลังโจมตีกายภาพมีโอกาสโจมตีติดพิษเล็กน้อย

                    กางเกงผ้านักเวท-ป้องกันเวท

                    ***มีผ้าคลุมพรางตัวเก่าๆ สีดำอีกผืน

     

                    แม้แฟชั่นชุดที่ออกมาจะดูแปลกประหลาดแต่จงลั่วไม่ได้ใส่ใจเพราะเขามองเพียงแค่พลัง...ความแข็งแกร่ง...และประสิทธิภาพของมันเท่านั้น

     

                    ...ไม่มีคำว่าแฟชั่นในหัวของจงลั่วแม้แต่น้อย

     

                    โดยปกตินักเวทก็จะใส่ของเพิ่มเวทนักรบก็จะใส่ของเพิ่มพลังทางกาย แต่กับจงลั่วที่ไม่เคยมีระดับพลังเกินเลเวลสิบและคิดจินตนาการมาตลอดว่าหากเขา เก่งขึ้นจะใส่ของยังไงดีเพราะตัวเองรู้จักดีเกือบทุกอาชีพพื้นฐาน(ในโลกเดิม) ผลที่ได้ก็คือเอาที่มันเพิ่มพลังเยอะที่สุด

     

                    "พอดีกว่า"จู่ ๆ จงลั่วก็เอ่ยขึ้น "ข้าว่าข้าขี้เกียจเดินละ" ข้ออ้างเพราะว่าที่เก็บของเต็ม"มันเสียเวลาเซบี้ลงมานี่หน่อย"

                    ตอนนี้เซบาสเตียนไม่แสดงท่าทีอิดออดเช่นเดิมอีกเพราะมันรู้ดีว่าทำไปก็ไร้ประโยชน์

     

                    เมื่อการเดินทางเปลี่ยนจากเดินกลายเป็นเหินบินจงลั่วก็เปลี่ยนจากร่างอสูรกลายเป็นมนุษย์ เพื่อใช้ความสามารถในการค้นหาให้เกิดประโยชน์ไปพร้อมๆ กัน

     

                    "ตรงนั้น!!!" จู่ ๆจงลั่วก็ตะโกนขึ้นราวกับว่าพบของสำคัญบางอย่างเซบาสเตียนจึงได้เหินร่อนลงไปยังจุดที่จงลั่วบอก

     

                    "ที่นี่...ไม่เห็นมีอะไรเลยนะขอรับ"

     

                    จงลั่วยกมือขึ้นเพื่อให้เซบาสเตียนหยุดพูดเพราะเขาต้องการใช้สมาธิ แม้ทักษะกูเจอจะใช้ค้นหาสิ่งของหรือทางลับได้แต่มันไม่ได้บอกละเอียดขนาดนั้น...มันไม่สามารถระบุจุดทางเข้าหรือจุดเชื่อมต่อมิติต่าง ๆ เพียงแค่บอกว่ามีอยู่ใกล้ ๆ ในบริเวณนั้น

     

                    "เจอแล้ว"จงลั่วเดินค้นหารอบ ๆ รัศมีกว่าร้อยเมตรในที่สุดเขาก็พบกับประตูทางลับที่ซุกซ่อนอยู่ "เซบี้มานี่เร็ว" คราวนี้เมื่อค้นพบทางลับจงลั่วจึงจงใจจะเรียกเซบาสเตียนมาเพื่ออวดความสามารถของตัวเอง"ไหนเจ้าบอกว่าไม่มีอะไรไง"จงลั่วมองดูหน้าตกตะลึงของเจ้าแวมไพร์กระหายเลือด "งง...งงพูดไม่ออกอะดิ"

                    "นายท่านรู้ได้อย่างไรว่าที่นี่มีทางลับอยู่" เซบาสเตียนถลึงตามองจงลั่วยิ่งอยู่กับจงลั่วนานแวมไพร์กระหายเลือดตนนี้ยิ่งรู้สึกว่านายท่านของมันช่างลึกลับยิ่งนัก ทั้งความสามารถ พลังและที่สำคัญที่สุดคือความคิด

     

                    "คำเดียวเลยนะ"เซบาสเตียนพยักหน้ารับ "ข้าเก่งวะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า"

                   

                    เซบาสเตียนไม่มีคำกล่าวเพิ่มเติมเพียงแต่คิดในใจว่า...นายท่านของมันช่างหลงตัวเองยิ่งนัก

     

                    "เจ้านำหน้าข้าตามหลัง"จงลั่วไม่กล้าประมาท เขาเปลี่ยนกลับไปสู่ร่างอสูรอีกครั้ง

    คล้ายกับเรื่องJong Lua เกรียนเทพ!!! เย้ยฟ้าข้าคือตำนาน ที่คุณอ่าน